- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 20 ควิดดิชเวิลด์คัพ 1
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 20 ควิดดิชเวิลด์คัพ 1
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 20 ควิดดิชเวิลด์คัพ 1
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 20 ควิดดิชเวิลด์คัพ 1
พวกเขามาถึงสถานที่ที่ดูเหมือนทุ่งร้างที่มีหมอกลงจัด ตรงหน้ามีพ่อมดสองคนสวมชุดมักเกิ้ล ยืนตาโหลและหน้าตาบอกบุญไม่รับ
“อรุณสวัสดิ์ เอริก จอห์น” นายดิกกอรี่ทักทาย เขารู้จักพ่อมดสองคนนี้เพราะทำงานในกระทรวงเหมือนกัน
“ไง หลุยส์ รีบออกไปจากตรงนั้นดีกว่า เดี๋ยวคนกลุ่มใหญ่จะตามมา” เอริกตอบเสียงเหนื่อยหน่าย
“ไหนดูซิ ดิกกอรี่ ดิกกอรี่ . . .” จอห์นพูดพลางไล่นิ้วดูรายชื่อในมือ
“เดินไปทางนั้นประมาณ 600 เมตร คนดูแลชื่อลุค” เอริกบอกพลางชี้ไปทางหนึ่ง หลุยส์ขอบคุณและโบกมือลาพวกพอตเตอร์ ก่อนจะเดินหายไปในสายหมอก
“พอตเตอร์ . . .” จอห์นพูดขณะหาชื่อสกุลในรายการ
“400 เมตรทางโน้น คนดูแลชื่อสตีฟ” เขาบอกพลางชี้ไปอีกทาง
“เราจะเจอปู่เมื่อไหร่ครับ?” เจมส์ถามขณะเดินข้ามทุ่งร้างไปกับพ่อแม่
“ลูกก็รู้ว่าปู่เขาจริงจังเรื่องเวลานอนแค่ไหน คงมาถึงในอีก 1 ชั่วโมงแหละ” ฟลีมอนต์ตอบ เขารู้ดีว่าพ่อชอบนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงโดยไม่มีใครมารบกวน
หลังจากเดินไปประมาณ 10 นาที พวกเขาก็เจอกระท่อมไม้ซุงอยู่ข้างรั้ว อีกฝั่งหนึ่ง เจมส์มองเห็นเงาเลือนรางของเต็นท์นับพันหลังเรียงรายอยู่บนเนินเขา กลางทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่เส้นขอบฟ้ามองเห็นแนวป่าทึบ
พวกเขาเดินไปที่ประตูระท่อม ตรงทางเข้ามีชายวัยกลางคนยืนมองเต็นท์ด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาก็หันมามอง
“อรุณสวัสดิ์ครับ!” ฟลีมอนต์ทักทายอย่างร่าเริงกว่าเดิม
“อรุณสวัสดิ์ครับ” ชายคนนั้นทักตอบ เจมส์เดาว่าเขาคงเป็นมักเกิ้ล
“คุณคือคุณสตีฟใช่ไหมครับ?” ฟลีมอนต์ถาม
“ใช่ครับ ผมเอง มีธุระอะไรหรือครับ?” เขาถามกลับ
“เราจองที่กางเต็นท์ไว้เมื่อหลายวันก่อนครับ นามสกุลพอตเตอร์” ฟลีมอนต์ตอบ
สตีฟตรวจสอบรายชื่อ แล้วสักพักก็พูดขึ้น “คุณได้แปลงตรงโน้น ใกล้ต้นไม้ใหญ่ คืนเดียวใช่ไหมครับ?”
“ตอนนี้ก็ใช่ครับ . . .” ฟลีมอนต์ตอบ เขาไม่รู้ว่าควิดดิชแมตช์นี้จะยืดเยื้อแค่ไหน
ฟลีมอนต์จ่ายเงินมักเกิ้ลสำหรับหนึ่งคืนอย่างทุลักทุเล ถ้าจะอยู่ต่อ ก็ต้องมาจ่ายเพิ่มที่กระท่อม จากบทสนทนา เจมส์ดูออกว่าคุณสตีฟงุนงงกับสถานการณ์นี้มาก
มีคนจองที่พักเยอะมากแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แถมทุกคนยังทำตัวแปลก ๆ พยายามจ่ายเงินด้วยเหรียญทองขนาดใหญ่ และบางคนก็แต่งตัวประหลาด ๆ หรือเหมือนหลุดมาจากยุคโบราณ
‘พวกพ่อมดมีอะไรต้องเรียนรู้จากมักเกิ้ลอีกเยอะเลยแฮะ . . .’ เจมส์คิดขณะเดินไปที่แปลงกางเต็นท์กับพ่อแม่
พวกเขาเดินผ่านแถวเต็นท์ยาวเหยียด ส่วนใหญ่ดูปกติ เจ้าของพยายามทำให้เหมือนมักเกิ้ลที่สุด แต่ก็ลืมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป เช่น เต็นท์ปกติเขาไม่มีปล่องไฟหรือกริ่งหน้าประตูกันหรอกนะ
เจมส์กลอกตา ทุกครั้งที่เห็นเต็นท์ประหลาด ๆ ที่ดูไม่เข้าพวก มันดูเหมือนพวกเขาไม่ได้พยายามจะกลมกลืนเลยสักนิด
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงแปลงที่จองไว้ มีป้ายเล็ก ๆ ปักอยู่บนพื้นเขียนว่า ‘พอตเตอร์’ โดยไม่รอช้า พวกเขาเริ่มกางเต็นท์
แม้พ่อแม่ของเขาจะสนับสนุนมักเกิ้ล แต่พวกท่านก็ไม่ได้มีธรรมเนียมหรือสามัญสำนึกแบบมักเกิ้ลในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การกางเต็นท์ด้วยมือเปล่า ส่วนเจมส์ก็เหมือนกัน ในชีวิตที่แล้วเขาไม่เคยไปเข้าค่าย เพราะครอบครัวมองว่าเป็นกิจกรรมชั้นต่ำ
หลังจากงมโข่งอยู่หลายนาที พวกเขาก็กางเต็นท์สำเร็จ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเต็นท์ปกติที่นอนได้มากสุด 4 คน แต่ข้างในคนละเรื่องเลย เมื่อเจมส์เข้าไปเก็บของ เขาพบว่ามันเหมือนอะพาร์ตเมนต์ 4 ห้องนอน มีห้องน้ำและห้องครัวครบครัน
เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งอย่างเป็นระเบียบและดูเรียบง่าย นี่เป็นเต็นท์เวทมนตร์ที่พ่อแม่มีมานานแล้ว เจมส์ไม่แปลกใจเลยที่เห็นข้างในเป็นแบบนี้ เพราะเขาเจอเรื่องแปลกกว่านี้มาเยอะแล้ว
ระหว่างที่พ่อแม่จัดของในเต็นท์ พวกเขามอบหมายให้เจมส์ไปหากิ่งไม้มาจุดไฟทำอาหาร พ่ออยากลองใช้ชีวิตแบบมักเกิ้ลจริง ๆ ดูบ้าง
เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงเดินหน้าง่วง ๆ ออกจากเต็นท์ไปเดินหาฟืนรอบแคมป์ ทะเลเต็นท์ทอดยาวไปทุกทิศทาง เป็นภาพที่แปลกตาดีทีเดียว
‘สงสัยจังว่าเอมิลี่กับเกวนจะมาดูนัดชิงไหมนะ . . .’ เจมส์คิดขณะหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาจากพื้น แต่แล้วเขาก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไป ตลอดเวลาที่รู้จักกัน สองสาวนั่นไม่เคยแสดงท่าทีสนใจควิดดิชเลย คงแปลกถ้าพวกเธอจะมา
ระหว่างทางหาฟืน เขาเดินผ่านโซนที่มีเต็นท์สีเดียวกันและมีสัญลักษณ์ประดับอยู่ เขารู้ทันทีว่าเป็นโซนแฟนคลับทีมออสเตรเลีย
หลังจากเดินสำรวจสักพัก เขาก็ได้กิ่งไม้มากพอ จึงเดินกลับเต็นท์ พ่อยืนรออยู่ข้างนอกแล้ว ในมือถือคู่มือชื่อ วิธีจุดไฟแบบมักเกิ้ล
ด้วยความพยายาม พวกเขาก็จุดไฟติดจนได้ แม่ซื้อมาชเมลโล่มาด้วย พวกเขาจึงย่างกินกัน ปู่มาถึงหลังจากนั้นไม่นาน การแข่งขันจะเริ่มในตอนเย็น
เมื่อบ่ายคล้อย ความตื่นเต้นในแคมป์ก็ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่กระทรวงควบคุมการใช้เวทมนตร์ที่เริ่มโผล่ให้เห็นทั่วไปได้ยากขึ้น
มีพ่อค้าแม่ค้ามากมายมาเร่ขายของที่ระลึกของทั้งทีมออสเตรเลียและฝรั่งเศส พ่อแม่ซื้อของที่เจมส์อยากได้ให้ทุกอย่าง โดยเฉพาะหุ่นจำลองผู้เล่นดังของออสเตรเลียสองคนและกล้องส่องทางไกลออมนิคูลาร์ไว้ดูเกม
ออมนิคูลาร์สามารถฉายภาพซ้ำ ดูภาพช้า และวิเคราะห์การเล่นได้ เป็นไอเทมที่ยอดเยี่ยมสำหรับคอควิดดิชอย่างเจมส์ ราคาก็เจ็บแสบเอาเรื่อง ตั้งสิบเกลเลียนแน่ะ
เจมส์ไม่อยากจะเชื่อว่าของแบบนี้แพงกว่าไม้กายสิทธิ์เสียอีก
‘เศรษฐกิจโลกเวทมนตร์มันยังไงกันแน่เนี่ย’ เจมส์คิดขณะถือออมนิคูลาร์ไว้ในมือ
ในที่สุดเสียงฆ้องทุ้มต่ำก็ดังก้องมาจากอีกฟากของป่า ทันใดนั้นโคมไฟสีน้ำเงินและแดงก็สว่างขึ้นตามแนวต้นไม้ บอกเส้นทางสู่สนามแข่งขัน
“ได้เวลาแล้ว! ไปกันเถอะ!” เฮนรี่ประกาศอย่างกระตือรือร้นและใจร้อนไม่แพ้คนอื่น ๆ
โดยไม่รอช้า ครอบครัวพอตเตอร์รีบเดินเข้าป่าไปตามทางที่มีโคมไฟนำทาง พวกเขาได้ยินเสียงตะโกน เสียงหัวเราะ และเสียงเพลงจากฝูงชนนับพันที่เดินไปพร้อมกัน บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นแผ่ซ่านไปทั่ว เจมส์ตื่นเต้นมากที่จะได้ชมรอบชิงชนะเลิศ เขาไม่เคยมางานยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน
บอลโลกปี 1966 เขาไม่ได้ไปเพราะไกลเกินไปและทีมเชียร์ตกรอบแรก ๆ แม้ปีนี้อังกฤษจะเข้าไม่ถึงรอบชิง แต่ก็ยังคุ้มค่าที่จะดู ยิ่งจัดใกล้บ้านขนาดนี้ด้วย
พวกเขาเดินผ่านป่าไปพร้อมกับฝูงชนจนมาถึงใต้เงาของสนามกีฬาขนาดยักษ์ มันทำให้เจมส์นึกถึงสนามฟุตบอลในชีวิตที่แล้วที่จุคนได้ 80,000 คน โดยเฉพาะสนามเอมิเรตส์สเตเดียมของทีมอาร์เซนอลในลอนดอนที่เขาเคยเห็นแต่ภายนอกนับครั้งไม่ถ้วน
ครอบครัวของเขาเดินตรงไปยังทางเข้าที่ใกล้ที่สุด ซึ่งรายล้อมไปด้วยพ่อมดแม่มดที่ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว
“ที่นั่งชั้นหนึ่ง อัฒจันทร์หลัก เดินตรงขึ้นไปบนสุดเลยครับ” พ่อมดกระทรวงที่ประตูทางเข้าบอกขณะตรวจตั๋วของเจมส์และคนอื่น ๆ
พวกเขาเดินขึ้นไปพร้อมกับฝูงชนที่ค่อย ๆ ทยอยเข้าสู่ประตูที่นำไปสู่อัฒจันทร์ฝั่งซ้ายและขวา ครอบครัวพอตเตอร์เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงบนสุดของบันได ซึ่งพาพวกเขามายังที่นั่งพิเศษที่อยู่สูงที่สุดของสนาม
เจมส์มองเห็นพ่อมดแม่มดนับหมื่นคนกำลังจับจองที่นั่งบนอัฒจันทร์รอบสนามรูปไข่ จากมุมสูงนี้ สนามดูเหมือนปูด้วยกำมะหยี่ ที่ปลายสนามแต่ละด้านมีเสาสามต้นพร้อมห่วง สูงห้าสิบฟุตตั้งตระหง่านอยู่
เจมส์จินตนาการภาพตัวเองในสนามพร้อมไม้กวาดนิมบัส 1001 ท่ามกลางสายตาผู้ชมมากมาย จู่ ๆ ชีพจรเขาก็เต้นเร็วขึ้น การถูกจ้องมองโดยคนนับหมื่นที่ส่งเสียงเชียร์คงสร้างความกดดันมหาศาลขณะเล่นควิดดิช
มีน้อยเรื่องนักที่ทำให้เขาประหม่า และนี่คือหนึ่งในนั้น ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตที่แล้ว เขาไม่เคยถูกจับจ้องโดยคนนับแสนมาก่อน มันคงเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับเขา
เจมส์หยิบออมนิคูลาร์ออกมาลองเล่นด้วยความอยากรู้ แมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังอ่านสูจิบัตร “ก่อนเริ่มเกม จะมีการแสดงของมาสคอตประจำทีมด้วยนะ” เธออ่านออกเสียง
“นั่นน่าดูเสมอแหละ ทีมชาติมักจะเอาสัตว์พื้นเมืองมาโชว์” เฮนรี่ให้ความเห็น
ในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา อัฒจันทร์ก็ค่อย ๆ เต็ม ที่นั่งข้างเจมส์ถูกจับจองโดยครอบครัวสี่คน ชายผมบลอนด์หัวล้านนิดหน่อย ภรรยาผมบลอนด์ และลูกสาวสองคน คนหนึ่งดูรุ่นราวคราวเดียวกับเจมส์ ผมสีบลอนด์ทองเป็นลอนคลื่นเหมือนพ่อแม่ มีกระบนใบหน้าเล็กน้อย ส่วนอีกคนตัวเล็กกว่า
ในที่สุดเสียงหนึ่งก็ดังก้องกลบเสียงอื้ออึงของฝูงชนในสนาม ดังมาจากทั่วทุกมุมของอัฒจันทร์
“สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ยินดีต้อนรับสู่การแข่งขันควิดดิชเวิลด์คัพ ครั้งที่ 416!”