เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 14 การจากลา

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 14 การจากลา

แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 14 การจากลา


แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 14 การจากลา

นอกจากจะเป็นนักปรุงยาแล้ว พ่อของเขายังเป็นนักดวลฝีมือฉกาจอีกด้วย ในสมัยเรียนที่ฮอกวอตส์ พ่อมักจะถูกล้อเรื่องชื่อแปลก ๆ จึงต้องดวลกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนเกิดความชำนาญ

ดังนั้นการมีพ่อเป็นครูฝึกส่วนตัวจึงเป็นเรื่องดีมาก เพราะเจมส์อยากเก่งเรื่องเวทมนตร์สายต่อสู้ เนื่องจากในอนาคตเขาต้องเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ และอยากเน้นที่เวทมนตร์ป้องกันตัวและโจมตี

“เริ่มจากพื้นฐานก่อน คาถายกของ” ฟลีมอนต์สั่ง

ถึงเวลาที่เจมส์จะได้นำทฤษฎีทั้งหมดที่ศึกษามาตลอดสองปีมาใช้จริงเสียที

เพียงแค่ตวัดไม้กายสิทธิ์เบา ๆ อย่างนุ่มนวล ฟลีมอนต์ก็เสกโต๊ะและขนนก 10 อันขึ้นมา

“ไหนทวนความจำซิ คาถายกของคืออะไร?” เขาถามทดสอบเจมส์

เจมส์เดินเข้าไปที่โต๊ะแล้วตอบว่า “มันช่วยให้พ่อมดทำให้วัตถุลอยได้ในช่วงเวลาหนึ่งเพียงแค่โบกไม้กายสิทธิ์ พ่อยังสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุได้ด้วย และมันใช้ไม่ได้ผลกับมนุษย์”

“ถูกต้อง วัตถุที่ลอยขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ร่ายและน้ำหนักของวัตถุ ยิ่งวัตถุหนัก ก็ยิ่งต้องใช้ทักษะมาก แม้จะเป็นคาถาพื้นฐานระดับปี 1 ที่ฮอกวอตส์ แต่มันมีประโยชน์มากในการดวล พ่อเคยใช้มันหลายครั้ง ลูกสามารถยกสิ่งกีดขวางแล้วส่งมันพุ่งใส่คู่ต่อสู้ได้” ฟลีมอนต์อธิบาย

“ลูกรู้ทฤษฎีแล้ว และเห็นการเคลื่อนไหวของไม้กายสิทธิ์ตอนที่แม่กับพ่อทำให้ดูแล้ว ลูกลองทำให้ขนนกลอยขึ้นมาซิ” ฟลีมอนต์สั่งต่อ

“วิงการ์เดียม เลวิโอซ่า” เจมส์ร่ายคาถาด้วยสมาธิแน่วแน่ พร้อมขยับไม้กายสิทธิ์อันใหม่เพียงเล็กน้อย เขาจำการเคลื่อนไหวไม้กายสิทธิ์ได้ขึ้นใจมานานแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยาก

ขนนกถูกร่ายมนตร์และเริ่มลอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามการควบคุมของเจมส์ เมื่อมันลอยเกือบถึงเพดานห้องฝึกที่สูงลิบ เจมส์ก็เริ่มควบคุมให้ขนนกค่อย ๆ ลอยต่ำลงจนกลับมาวางที่เดิม

“ควบคุมได้สมบูรณ์แบบ” เฮนรี่ปบมือพร้อมรอยยิ้ม หลานชายเขาเป็นอัจฉริยะจริง ๆ นี่เป็นคาถาที่เด็กปี 1 เรียนกัน แต่เจมส์ทำได้ตอน 8 ขวบและทำได้ในการลองครั้งแรก

ยูฟีเมียก็ปรบมือด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

“เก่งมาก ทีนี้ลองทำกับขนนกสองอันพร้อมกันดูซิ” ฟลีมอนต์สั่ง

เวลาผ่านไป เจมส์สามารถใช้ “วิงการ์เดียม เลวิโอซ่า” ยกขนนกทั้ง 10 อันพร้อมกันได้ในวันเดียว

“พรุ่งนี้เราค่อยมาต่อคาถานี้กับของที่หนักขึ้น ตอนนี้ไปคาถาต่อไปกันเถอะ” ฟลีมอนต์กล่าว เพราะรู้ดีว่าลูกชายคงไม่อยากฝึกคาถาเดิมทั้งวัน

หลายวันต่อมา เจมส์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องฝึกซ้อมกับไม้กายสิทธิ์อันใหม่และฝึกฝนกับพ่อ ทฤษฎีทั้งหมดที่อ่านและเรียนรู้มา เขาเริ่มนำมาปฏิบัติจริง

พ่อแม่ตัดสินใจว่าเมื่อเขาเรียนรู้คาถาทั้งหมดและเชี่ยวชาญภาคปฏิบัติแล้ว จะให้เขาเริ่มอ่านหนังสือคาถาที่ยากขึ้นเล่มต่อไป

นอกจากนี้เมื่อมีไม้กายสิทธิ์แล้ว เขาก็เริ่มเรียนภาคปฏิบัติการรักษากับแม่ และพ่อก็ยอมให้เขาปรุงยาพื้นฐานด้วยตัวเอง โดยมีท่านคอยดูแล

หนึ่งในคาถาที่เจมส์หลงใหลที่สุดคือ ‘อินเซนดิโอ’ คาถาที่เสกเปลวไฟพุ่งออกมาเพื่อจุดไฟเผาสิ่งของ แม้จะดูอันตราย แต่มันก็อยู่ในหนังสือเกรด 1 ของมิรันดา กอชฮ็อก

ปริมาณไฟที่เสกออกมาขึ้นอยู่กับทักษะและความเชี่ยวชาญของพ่อมด ในกรณีของเจมส์ เขาทำได้แค่จุดไฟเตาผิงหรือเทียนไขเท่านั้น ยังไม่รุนแรงมากนัก แต่ยิ่งฝึกฝน เขาก็ยิ่งเสกไฟได้มากขึ้น

ข้อดีอีกอย่างของห้องฝึกคือมีระบบกันไฟ จึงไม่มีอันตรายที่จะเกิดไฟไหม้ทั้งห้อง

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับเจมส์ ทั้งฝึกในห้องซ้อม อ่านหนังสือขั้นสูงขึ้น ออกไปหาเอมิลี่และเกวนที่จัตุรัส และใช้เวลากับครอบครัว

เมื่อเขาอายุ 9 ขวบ เกวนและเอมิลี่บอกเขาว่าพวกเธอจะย้ายออกจากก็อดดริกส์ฮอลโลว์ ข่าวนี้ทำให้เจมส์เศร้าอย่างน่าประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าจะเสียใจ แต่เขาถือว่าเกวนและเอมิลี่เป็นเพื่อนสองคนแรกเพราะใช้เวลาด้วยกันมาตลอด

พวกเธอจะย้ายไปที่วิลต์เชียร์ มณฑลทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งเป็นถิ่นของตระกูลมัลฟอยและตระกูลน็อตต์ สองตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่อยู่ใน 28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อนสนิทของเกวนอยู่ในตระกูลน็อตต์ และดูเหมือนพ่อแม่ของเธอก็สนิทกับนายและนางชาฟิกเป็นอย่างดี

วันนี้เป็นวันที่พวกเธอจะเดินทาง เด็กทั้ง 3 คนอยู่ที่จัตุรัส เป็นการพบกันครั้งสุดท้าย เจมส์นอนดูท้องฟ้าที่มีเมฆมากอยู่บนพื้นหญ้าเช่นเคย

เอมิลี่กำลังอ่านการ์ดกบช็อกโกแลตของเจมส์เหมือนปกติ ถึงตอนนี้เธออ่านครบทุกใบแล้ว แต่ก็ยังอ่านซ้ำเพื่อทบทวนข้อมูลที่ลืมหรือไม่ได้ใส่ใจ

เกวนนั่งอยู่ใกล้เจมส์ เธอกำลังเด็ดกลีบดอกไม้ สายตาจับจ้องอยู่ที่ดอกไม้ และต่างจากวันอื่น ๆ เธอไม่พูดอะไรเลย

“เตรียมของย้ายบ้านเสร็จหรือยัง?” เจมส์ถาม

“อืม พ่อแม่คงกำลังไปบอกลาพ่อมดเลือดบริสุทธิ์คนอื่น ๆ อยู่” เกวนตอบโดยไม่ละสายตาจากดอกไม้

เจมส์คิดว่าตลกดีที่เธอต้องระบุเจาะจงว่าเป็นพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ เพื่อแสดงให้ชัดเจนว่าจะไม่ไปบอกลาพวกเลือดผสมหรือพวกที่เกิดจากมักเกิ้ล แม้เจมส์อยากจะล้างความคิดคลั่งสายเลือดนั้นออกไป แต่เขาทำสำเร็จเพียงน้อยนิดหรืออาจจะไม่ได้เลย

พ่อแม่ของเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มเลือดบริสุทธิ์กลุ่มนั้น เพราะถูกมองว่าเป็นคนทรยศต่อเลือดและไม่ถูกกับพ่อแม่ของเอมิลี่และเกวนที่มีความคิดหัวรุนแรง ดังนั้นพวกท่านจึงอยู่ที่บ้านใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้ออกไปบอกลา

“สงสัยคงต้องไปเจอกันที่ฮอกวอตส์แล้วล่ะ” เจมส์เปรย

“อะไรนะ? แต่อีกตั้งนานเลยนะ อีกสองปีแน่ะ” เอมิลี่พูดเสียงเศร้า ต่างจากพี่สาว เจมส์เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเธอ เกวนพยักหน้าเห็นด้วยกับน้องสาว

อีกสองปีกว่าเจมส์และเอมิลี่จะได้เข้าเรียนฮอกวอตส์ ส่วนเกวนจะเข้าเรียนปีหน้าเพราะเธออายุมากกว่าทั้งสองคนหนึ่งปี

“นายต้องมาเยี่ยมพวกเรานะ” เกวนสั่งเสียงแข็ง

“ไปไม่ได้หรอก มันไกลเกิน” เจมส์ปฏิเสธ

“ขี้เกียจตัวเป็นขนเหมือนเดิม” เกวนบ่นอย่างหงุดหงิด

“แล้วทำไมพวกเธอไม่มาเยี่ยมฉันล่ะ?” เจมส์ย้อนถาม

“อ้อ! เขาไม่ให้มาหรอก เพราะเขาไม่ถูกกับพ่อแม่นาย” เขาตอบคำถามตัวเองเสร็จสรรพ

เกวนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแต่ไม่พูดอะไร เพราะเขาพูดถูก เจมส์คงไม่บังคับพ่อแม่ให้พาไปคฤหาสน์ชาฟิกแห่งใหม่เพื่อไปเจอพ่อแม่เธอปฏิบัติด้วยอย่างเย็นชาแน่

แม้เขาจะเคยไปคฤหาสน์ชาฟิก เขาก็ไปคนเดียวเสมอเพราะมันอยู่ใกล้ ๆ และคุณกับคุณนายชาฟิกก็คงไม่ถึงกับด่าว่าหรือดูถูกเด็กที่เป็นเพื่อนของลูกสาว แต่ถ้าเป็นพ่อแม่ของเขา เรื่องคงต่างออกไป

นอกจากนี้พ่อแม่ของเกวนและเอมิลี่ยอมให้เจมส์ไปที่บ้านเพราะเขาเคยช่วยชีวิตเกวน คงน่าเกลียดมากถ้าจะห้ามเขาเข้าบ้าน

สักพักนกฮูกตัวสวยสะอาดตาก็บินมาเกาะกิ่งไม้ที่ให้ร่มเงา

“นกฮูกของแม่ เราต้องไปแล้ว” เกวนบอกพลางมองเอมิลี่

เด็กทั้ง 3 คนลุกขึ้นยืนและมองหน้ากัน เจมส์ไม่รู้จะทำตัวยังไงในสถานการณ์นี้ เขาเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเอมิลี่และเกวน เป็นไปได้ว่าเขาเองก็คงทำหน้าไม่ต่างกัน

การแสดงความรักกับครอบครัว ง่ายกว่าการทำกับเพื่อนมาก

‘ทำไงดีเนี่ย . . .’ เจมส์คิดอย่างประหม่าเล็กน้อย เขาแทบไม่เคยรู้สึกประหม่าเลย เอ็ดเวิร์ด รอธส์ไชลด์ สามารถทำตัวเป็นมิตรต่อหน้าคนแปลกหน้าและซื้อใจพวกเขาได้ แต่เขาไม่เคยต้องบอกลาคนที่เขาแคร์จริง ๆ เขาเลยไปไม่เป็น

“เอ่อ เดี๋ยวเราส่งจดหมายคุยกันผ่านนกฮูกนะ” เจมส์พูดพลางเกาหัวที่ยุ่งเหยิง

“อืม แต่นายไม่มีนกฮูกนี่” เกวนท้วง

“เดี๋ยวซื้อ ตอนนี้ใช้ของพ่อแม่ไปก่อน” เจมส์รีบบอก

“นี่ . . .” เอมิลี่พูดเสียงเบา เดินเข้ามาใกล้เจมส์แล้วยื่นการ์ดหลายใบให้

“เธอเก็บไว้เถอะ เป็นของขวัญอำลา” เจมส์บอกแล้วกุมมือเอมิลี่ให้กำการ์ดไว้

“ขอบใจนะ . . .” เอมิลี่พูด แล้วจู่ ๆ เธอก็โผเข้ากอดเจมส์แน่น

ทั้งเจมส์และเกวนต่างตกใจกับการกระทำกะทันหันของเอมิลี่ ผู้ซึ่งมักจะสงบเสงี่ยมและไม่ค่อยแสดงอารมณ์

“ฉันจะคิดถึงนาย! เดี๋ยวฉันส่งข้อความหานายผ่านนกฮูกของพี่เกวนนะ!” เอมิลี่พูดทั้งน้ำตาขณะกอดเจมส์

“ฉันก็จะคิดถึงเธอ เราจะเขียนจดหมายหากันนะ” เจมส์พูดอย่างประหม่าพลางกอดตอบเอมิลี่

“ลาก่อน” เอมิลี่ผละออกจากเจมส์และกลับไปทำตัวปกติ

จากนั้นเกวนและเจมส์ก็ยืนมองหน้ากัน

‘ฉันควรกอดเธอด้วยไหมนะ? เพื่อนเขาทำกันแบบนี้เหรอ?’ เจมส์คิด ชั่งใจว่าจะทำยังไงดี

“อย่าลืมตอบจดหมายด้วยล่ะ” เกวนพูดขึ้นหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาทีที่ดูเหมือนยาวนานสำหรับเจมส์ เธอหันหลังและเดินไปพร้อมกับเอมิลี่

เจมส์พยักหน้า แม้เกวนจะไม่ได้มองเขาแล้ว เขายืนมองแผ่นหลังของเพื่อนสองคนแรกเดินจากไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ

‘รู้สึกแย่ชะมัด . . .’ เจมส์คิด ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้าน

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงอารมณ์รุนแรงที่เกิดจากคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว

จบบทที่ แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 14 การจากลา

คัดลอกลิงก์แล้ว