- หน้าแรก
- แฮร์รี่ พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์
- แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 6 เอมิลี่ ชาฟิก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 6 เอมิลี่ ชาฟิก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 6 เอมิลี่ ชาฟิก
แฮร์รี่พอตเตอร์ : ฉันคือ เจมส์ พอตเตอร์ ตอนที่ 6 เอมิลี่ ชาฟิก
เจมส์ล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ เขารู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด ตอนเป็นเอ็ดเวิร์ด เขาแทบไม่เคยมีเวลามาทำตัวเอ้อระเหยแบบนี้เลย ไม่แม้แต่ตอนอายุ 5 ขวบ
‘ฉันทำตรงข้ามกับที่แม่บอกเลยแฮะ’ เจมส์คิด ตอนนี้เขามีศัตรูเพิ่มมา 4 คนแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะพวกนั้นก็แค่เด็กนิสัยเสีย
เขาเริ่มคิดถึงคำพูดของเด็กผู้หญิงที่ชื่อเกวน ครอบครัวเลือดบริสุทธิ์จำนวนมากถือว่าตนเองอยู่เหนือพ่อมดแม่มดที่เกิดจากมักเกิ้ลและพวกเลือดผสม
‘ผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล’ หมายถึงพ่อมดแม่มดที่มีพ่อแม่เป็นคนไม่มีเวทมนตร์ โดยมักจะได้รับถ่ายทอดพลังเวทมนตร์มาจากบรรพบุรุษที่ห่างไกล เวทมนตร์มักจะปรากฏขึ้นอย่างไม่คาดคิดหลังจากเว้นช่วงไปหลายรุ่น ส่วน ‘เลือดผสม’ ก็ตามชื่อเลย คือพ่อมดที่มีเชื้อสายครึ่งมักเกิ้ลครึ่งพ่อมด
ต่างจากครอบครัวเลือดบริสุทธิ์หัวรุนแรง ตระกูลพอตเตอร์ถูกมองว่าเป็น ‘คนทรยศต่อเลือด’ เพราะพวกเขาไม่รังเกียจมักเกิ้ล ผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล และเลือดผสม แถมยังเข้ากับคนพวกนั้นได้ดีอีกด้วย
พ่อแม่ของเขาไม่เคยแสดงความดูถูกเหยียดหยามมนุษย์คนใด ตรงกันข้ามครอบครัวเลือดบริสุทธิ์จำนวนมากเชื่อว่ามักเกิ้ลเป็นเหมือนสัตว์เดรัจฉาน และมองผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล ซึ่งพวกเขาเรียกว่า “เลือดสีโคลน” เป็นพลเมืองชั้นสอง
ครอบครัวเลือดบริสุทธิ์เหล่านี้ทำให้เขานึกถึงตระกูลรอธส์ไชลด์ของเขา ซึ่งมองคนส่วนใหญ่ในโลกเป็นเพียงมดปลวก และชีวิตของคนเหล่านั้นไม่มีความสำคัญอันใด
น่าเหลือเชื่อที่เจมส์ หรือเอ็ดเวิร์ดในชีวิตนั้น ไม่ได้มีความคิดแบบเดียวกัน เขายอมสละชีวิตเพื่อช่วยเด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่งจากการถูกรถชน
แม้จะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ดูถูกเหยียดหยามผู้คนส่วนใหญ่ แต่เขากลับไม่ได้รับอิทธิพลเหล่านั้น เจมส์เองก็ไม่รู้ว่าทำไม ปกติเขาควรจะมีความคิดแบบเดียวกับครอบครัว บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่มีความสุขและถึงขั้นอิจฉาเด็กปกติที่ได้ไปโรงเรียนและสนุกสนานกับเพื่อนฝูง
ดังนั้นในชีวิตนี้เขาจึงไม่ดูถูกมักเกิ้ล ผู้ที่เกิดจากมักเกิ้ล หรือพวกเลือดผสม ยิ่งไปกว่านั้นพ่อแม่ของเขาก็มีความคิดเห็นแบบเดียวกัน
ปู่ของเขา เฮนรี่ เป็นผู้สนับสนุนมักเกิ้ล ทำให้เจมส์เคารพท่านมาก ที่ท่านยอมละทิ้งทิฐิเรื่องสายเลือดบริสุทธิ์
“ไม่ดีเลยนะที่นายใช้เวทมนตร์กลางแจ้งแบบนี้ มักเกิ้ลอาจจะเห็นนายเข้าก็ได้”
เจมส์ที่หลับตาอยู่ลืมตาขึ้นและสังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ กำลังจ้องมองเขา ใบหน้าของเธอเรียบเฉยและน้ำเสียงดูราบเรียบ เด็กหญิงคนนั้นมีผมสั้นสีดำและดวงตาสีเข้มสนิท
“ฉันดูดีแล้วว่าไม่มีมักเกิ้ลอยู่แถวนี้ อีกอย่างพวกนั้นกล้ามาดูถูกครอบครัวฉันก่อน” เจมส์พูดพลางลุกขึ้นนั่งบนพื้นหญ้า
“มันก็ยังเป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบอยู่ดี” เด็กหญิงกล่าวเสียงแข็ง
เจมส์มองเธอด้วยสีหน้าประหลาด บุคลิกของเด็กคนนี้ดูแปลกพิกล
‘หรือว่า . . .’ เจมส์คิดพร้อมกับไอเดียใหม่ที่ผุดขึ้นในหัว
“เออ ๆ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว” เจมส์พูดพลางเกาผมสีดำที่ยุ่งเหยิงของเขา
“ฉันชื่อเจมส์ พอตเตอร์ แล้วเธอชื่ออะไร?” เขาถาม
เด็กหญิงจ้องมองเจมส์ ด้วยเหตุผลบางอย่างเธอไม่เชื่อคำพูดของเขาเลย แต่เธอก็ไม่อาจเซ้าซี้ต่อได้ “เอมิลี่ ชาฟิก”
ตระกูลชาฟิกเป็นครอบครัวพ่อมดเลือดบริสุทธิ์ หนึ่งใน “28 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งตามข้อมูลของผู้เขียน ‘สมุดรายนามสายเลือดบริสุทธิ์’ ระบุว่าเป็นยี่สิบแปดตระกูลในอังกฤษที่เป็น “เลือดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง” ซึ่งรายชื่อนี้ถูกจัดทำขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1930
ตระกูลพอตเตอร์ถูกตัดออกจากรายชื่อ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเฮนรี่ พอตเตอร์ และการที่เขาสนับสนุนมักเกิ้ลในสมัยนั้น
“งั้นยัยเกวนนั่นก็พี่สาวเธอสินะ หน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันเลย” เจมส์แสดงความเห็นเมื่อสังเกตว่ารูปลักษณ์ของเอมิลี่แตกต่างจากพี่สาวมาก
เกวนมีผมบลอนด์และตาสีฟ้า ส่วนเอมิลี่มีผมสีดำและตาสีเข้มจัด
“ใช่ เขาเป็นพี่สาวฉัน หน้าตาเขาได้แม่มา ส่วนฉันได้พ่อมา เขาคงไม่ลืมเรื่องที่นายทำแน่” เอมิลี่กล่าวขณะนั่งลงบนพื้นหญ้าห่างจากเจมส์ไม่กี่ฟุต
“ช่างเถอะ ผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิมนั่นแหละ” เจมส์กล่าวอย่างไม่ยี่หระ สิ่งที่เขาแปลกใจคือเอมิลี่ดูไม่ได้โกรธเคืองเขา ต่างจากเกวนที่ด่าว่าเขาเป็นตัวประหลาดและคนทรยศต่อเลือด
เอมิลี่มองเจมส์อย่างประหลาดใจ เธอไม่เคยเห็นเด็กผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองขนาดนี้มาก่อน แม้เขาจะมาจากตระกูลเลือดบริสุทธิ์ แต่ตระกูลชาฟิกก็ได้รับความเคารพอย่างสูง และเจมส์ก็เพิ่งจะทำให้ตระกูลพ่อมดแม่มดหลายตระกูลขุ่นเคือง
“อยากแลกการ์ดกบช็อกโกแลตไหม?” เจมส์ถามพลางเปิดถุง
“ฉันไม่ชอบกบช็อกโกแลต” เอมิลี่ตอบพร้อมส่ายหน้า แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววอยากรู้อยากเห็นเมื่อเจมส์หยิบการ์ดซ้ำใบหนึ่งออกมาจากถุง
“เธอไม่ชอบกบช็อกโกแลตเหรอ? เป็นเด็กผู้หญิงที่แปลกชะมัด” เจมส์พูดด้วยความประหลาดใจ
“ฉันไม่อยากได้ยินคำนั้นจากปากนายหรอกนะ” เอมิลี่พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยกับคำวิจารณ์นั้น
“ดูนี่สิ” เจมส์ยื่นการ์ดใบหนึ่งให้เธอ เมื่อสังเกตเห็นความอยากรู้อยากเห็นของเอมิลี่
เอมิลี่รับการ์ดไปอย่างกระตือรือร้น บนการ์ดเป็นรูปชายชราผมยาวสีเงินและมีหนวดเครายาวเฟื้อย ข้อความเขียนไว้ว่า “อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันของฮอกวอตส์ ได้รับการยกย่องจากคนส่วนใหญ่ว่าเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคปัจจุบัน ดัมเบิลดอร์มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเอาชนะพ่อมดศาสตร์มืดกรินเดลวัลด์ในปี 1945 การค้นพบคุณสมบัติสิบสองประการของเลือดมังกร และงานด้านการเล่นแร่แปรธาตุร่วมกับนิโคลัส แฟลมเมล ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ชื่นชอบดนตรีแชมเบอร์และการโยนโบว์ลิ่ง”
“พ่อฉันไม่ชอบดัมเบิลดอร์ เขาบอกว่าดัมเบิลดอร์ให้ท้ายพวกที่เกิดจากมักเกิ้ลมากเกินไป” เอมิลี่แสดงความเห็นขณะพิจารณาการ์ด
“งั้นก็ให้เขาไปพูดต่อหน้าแล้วเผชิญหน้ากันตรง ๆ สิ” เจมส์พูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
เอมิลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร เจมส์คิดว่าเธอคงจะโกรธกับคำพูดนั้น แต่ดูเหมือนเธอจะใจกว้างกว่าเกวนมากนัก
เอมิลี่ส่งการ์ดคืนให้เจมส์และมองไปที่ถุงที่เต็มไปด้วยการ์ดซ้ำ
“นี่อีกใบ” เจมส์พูดพร้อมยื่นการ์ดอีกใบให้เธอ
เวลาผ่านไป เอมิลี่จดจ่ออยู่กับการอ่านข้อมูลบนการ์ดอย่างมาก พออ่านจบใบหนึ่งเธอก็จะแสดงความคิดเห็น และเจมส์ก็จะคุยตอบโต้แล้วส่งการ์ดใบใหม่ให้
“เย็นแล้วแฮะ” เอมิลี่พูดพร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้าและลุกขึ้นยืน
“พ-พรุ่งนี้นายจะมาอีกไหม?” เอมิลี่ถามด้วยความเขินอายเล็กน้อย เธอตั้งตารอที่จะได้อ่านข้อมูลในการ์ดต่อและเรียนรู้เรื่องราวของพ่อมดแม่มดที่มีชื่อเสียงที่สุด
“มาสิ เจอกันพรุ่งนี้” เจมส์ตอบพร้อมลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“โอเค เจอกันพรุ่งนี้ เอาการ์ดมาด้วยนะ” เอมิลี่พูดพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ซึ่งเธอรีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็วแล้วเดินจากไป
‘ดูเหมือนฉันจะทำตามที่แม่บอกสำเร็จแล้วแฮะ’ เจมส์คิดอย่างพึงพอใจ แม่คงดีใจแน่ถ้าเขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง
นอกจากนี้การคุยกับเอมิลี่ก็น่าสนใจกว่าเด็กคนอื่น ๆ มาก เธอฉลาดกว่าเด็กทั่วไปและไม่หัวแข็งเรื่องสายเลือดเหมือนเกวนและเด็กคนอื่น ๆ หรือถ้าเธอคิดแบบนั้น เธอก็ไม่ได้แสดงออกมา
เมื่อกลับถึงบ้านและเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่าเขามี “เพื่อน” ใหม่ แม้เขาจะยังไม่นับเธอเป็นเพื่อนเพราะเพิ่งเจอกันแค่วันเดียว แต่พวกท่านก็ดีใจมาก
วันต่อมาผ่านไป กิจกรรมใหม่ของเจมส์คือการไปสมทบกับเอมิลี่ที่จัตุรัสพร้อมพกการ์ดกบช็อกโกแลตไปด้วย ขณะที่ใช้เวลาอยู่ที่นั่นไม่กี่ชั่วโมง เจมส์ก็หยิบกบช็อกโกแลตขึ้นมากิน
เนื่องจากเขามีเหลือเยอะ เขาจึงแบ่งให้เอมิลี่ ซึ่งเธอก็รับไป
“ฉันนึกว่าเธอไม่ชอบกบช็อกโกแลตซะอีก” เจมส์พูดเมื่อสังเกตเห็นเอมิลี่กินอย่างเอร็ดอร่อยและรวดเร็ว
“ฉันไม่เคยพูดแบบนั้นสักหน่อย” เอมิลี่พูดทำเป็นความจำเสื่อม
“พูดสิ เธอพูด” เจมส์แย้ง
“เปล่า ฉันไม่ได้พูด”
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ถกเถียงกันต่อ ก็มีคนพูดแทรกขึ้นมาใกล้ ๆ “เอมิลี่! แกมาทำอะไรกับพอตเตอร์!?”
เป็นเกวนนั่นเอง น้ำเสียงของเธอเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นน้องสาวอยู่กับคนทรยศต่อเลือด
“ข-ขอโทษค่ะพี่” เอมิลี่รีบลุกขึ้นยืน เจมส์ประหลาดใจกับการเปลี่ยนท่าทีของเอมิลี่ ปกติเธอจะมีสีหน้าเรียบเฉย แต่พออยู่ต่อหน้าพี่สาว เธอกลับดูหวาดกลัว
“มานี่” เกวนสั่งเสียงเฉียบขาด ซึ่งเอมิลี่ก็เชื่อฟังและไปยืนหลบอยู่หลังพี่สาว
“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าตระกูลพ่อมดบางตระกูลมันบกพร่อง อย่างพวกพอตเตอร์ แกคงไม่อยากให้ฉันฟ้องแม่ใช่ไหม?” เกวนถามพลางมองเอมิลี่
เจมส์ลุกขึ้นยืน เขารู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วพวกนี้จะต้องกลับมาแก้แค้นที่เขาทำให้อับอายคราวก่อน แถมตอนนี้กลุ่มของพวกนั้นยังมีเด็กเพิ่มมาอีกสองคน
“ด-ได้โปรดอย่าฟ้องแม่เลยนะ!” เอมิลี่พูดตะกุกตะกัก เธอกลัวมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินเกวนเอ่ยถึงแม่
“หึ เดี๋ยวค่อยมาดูกัน” เกวนพูดพลางหันกลับมามองเจมส์ เธอสังเกตว่าเจมส์กำลังจ้องมองเด็กใหม่สองคน
เด็กใหม่สองคนนั้นรูปร่างกำยำและดูหยาบกระด้าง พวกเขายืนขนาบข้างเกวนราวกับเป็นบอดี้การ์ด
“อ๋อ นี่แครบ แล้วก็นี่กอยล์” เกวนแนะนำพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เด็กชายทั้งสองมีสีหน้าไม่เป็นมิตรขณะจ้องมองเจมส์
“ไอ้เตี้ยนี่เหรอที่ทำให้เธอหงุดหงิดน่ะเกวน?” แครบถามพลางหักข้อนิ้วดังกร๊อบ
“ใช่ มันกล้าทำให้อับอาย . . . เด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ ต่อหน้าเด็กผู้ชายตั้งหลายคน” เกวนพูดด้วยน้ำเสียงบีบให้ดูน่าสงสาร
เมื่อได้ยินดังนั้นแครบและกอยล์ก็จ้องเจมส์ด้วยสายตาอาฆาตมาดร้ายยิ่งขึ้น
ดูเหมือนเด็กชายสองคนนี้อยากให้เกวนมองพวกเขาในแง่ดี จึงทำตามที่เธอบอก
“ดูสิ มันกลัวจนหัวหดแล้ว!” เด็กชายอีกคนในกลุ่มที่เคยถูกเจมส์ฉีกหน้าคราวก่อนพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเจมส์ไม่โต้ตอบ เด็กคนอื่น ๆ เริ่มหัวเราะเยาะ
เอมิลี่มองเหตุการณ์ด้วยความร้อนรน เธอไม่อยากให้เกิดอะไรขึ้นกับเจมส์ แต่เธอก็กลัวที่จะเข้าไปขัดขวาง เพราะถ้าทำแบบนั้น พี่สาวคงไม่ปล่อยเธอไว้แน่และคงจะเอาเรื่องไปฟ้องแม่
เจมส์กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง แม้ครอบครัวของเขาจะถือว่าเป็นมิตรกับมักเกิ้ลมากกว่าครอบครัวอื่น แต่พวกเขาก็เป็นตระกูลพ่อมดที่เก่าแก่และได้รับการเคารพอย่างสูง ดังนั้นมันจึงแปลกมากที่มีเด็กมาด่าว่าเขาเป็นคนทรยศต่อเลือดและตัวประหลาด
มีครอบครัวเลือดบริสุทธิ์ที่หัวรุนแรงมากจริง ๆ
‘ช่างเถอะ เดี๋ยวฉันจะจัดการพวกนี้เอง’ เจมส์คิดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เขาคิดแผนแกล้งคนไว้หลายอย่าง เผื่อพวกนี้กลับมาหาเรื่องอีก