เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 55 ออกไปให้ห่างลูกฉันนะ ให้เอาโลกมาแลกก็ไม่ยอม

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 55 ออกไปให้ห่างลูกฉันนะ ให้เอาโลกมาแลกก็ไม่ยอม

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 55 ออกไปให้ห่างลูกฉันนะ ให้เอาโลกมาแลกก็ไม่ยอม


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 55 ออกไปให้ห่างลูกฉันนะ ให้เอาโลกมาแลกก็ไม่ยอม

“พี่อิ่ง มาดูนี่สิครับ นี่ใช่ชะมดแผงหางปล้องหรือเปล่า?”

เฉินอิ่งเพิ่งจะเอาลูกชะมดใส่กล่องอนุบาลกับเสี่ยวเซินเสร็จ พอได้ยินเสียงอินลี่ เขาก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องควบคุม

แค่แวบเดียว เขาก็จำได้ทันทีว่ามันคือชะมดแผงหางปล้องตัวโตเต็มวัย

เห็นท่าทางเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวาย เป็นไปได้ไหมว่ามันกำลังตามหาลูก ๆ?

เฉินอิ่งอดไม่ได้ที่จะก้มมองแม่ลิงจมูกเชิดสีทองที่กอดลูกน้อยแน่น แล้วเม้มปากแน่นโดยไม่พูดอะไร

“เสี่ยวเซิน เดี๋ยวฉันจะเอาเจ้าตัวเล็กออกไปข้างนอกแป๊บนะ นายกับพี่ลี่คอยดูอยู่ที่ห้องควบคุมแล้วติดต่อฉันทางโทรศัพท์”

วิทยุสื่อสารไม่สะดวกนัก เขาจึงโทรศัพท์สายตรงและใส่หูฟัง ก่อนจะยกกล่องอนุบาลเดินตรงไปทางที่ชะมดแผงหางปล้องอยู่

คราวนี้เขาออกมาคนเดียว และเมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย ก็พยายามทำตัวให้ดูไร้พิษภัยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ชะมดแผงหางปล้องถอยหลังไปนิดหน่อยอย่างระแวดระวัง แล้วหยุดยืดคอออกมาดมกลิ่นอย่างละเอียด และเงยหน้ามองเฉินอิ่งที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้พร้อมกล่องในมือ

เฉินอิ่งคลี่ผ้าขนหนูที่ห่อเจ้าตัวเล็กไว้ออกแล้ว เผยให้เห็นลูกชะมดข้างใน

สายตาของชะมดแผงหางปล้องจับจ้องไปที่ลูกน้อยอย่างไม่กระพริบ

เฉินอิ่งไม่รีบวางเจ้าตัวเล็กลงสุ่มสี่สุ่มห้า เขาต้องยืนยันก่อนว่าชะมดตัวนี้เป็นตัวเมีย และเพิ่งจะคลอดลูกมาจริง ๆ

หลังจากสัตว์ตัวเมียคลอดลูก พลังกายของพวกมันจะลดลงอย่างมากและมักจะขาดแคลนอาหาร

เฉินอิ่งเตรียมตัวมาพร้อม เขาพกเนื้อหนูที่ชะมดแผงหางปล้องชอบกินมาด้วย

งานนี้ต้องขอบคุณจินหยาออกสื่อ เพราะหนูอ้วนตัวนี้เธอเป็นคนจับมาเองกะจะกินเล่น แต่โดนเฉินอิ่งริบมาใช้งาน

เขาวางกล่องอนุบาลลงบนพื้นอย่างมั่นคง ตรวจดูให้แน่ใจว่าทุกช่องปิดสนิท ยกเว้นช่องระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีอะไรแอบเข้ามาทำร้ายเจ้าตัวเล็กตอนเขาเผลอ

เขาสวมถุงมือ หยิบหนูขึ้นมาหิ้วที่หาง แล้วเดินเข้าไปหาชะมดแผงหางปล้อง ยื่นอาหารให้แลกกับโอกาสได้สัมผัสตัว

ชะมดแผงหางปล้องดมกลิ่นเขา แล้วส่งเสียงร้องแหบ ๆ ใส่หนูในมือเขา

เฉินอิ่งวางหนูลง “กินสิ เอามาให้แกโดยเฉพาะเลยนะ”

ชะมดแผงหางปล้องจ้องหน้าเขาอย่างฉงนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทนความหิวไม่ไหว มันจึงใช้เท้าตะปบหนูไว้และเริ่มฉีกกินอย่างตะกละตะกลาม

พอเห็นว่ามันกินใกล้หมดและเริ่มช้าลง เฉินอิ่งก็ฉวยจังหวะเอื้อมมือไปแตะท้องแม่ชะมด

เยี่ยม แม้ “ถุงอาหาร” จะไม่ตุงเหมือนปกติ แต่มันก็บวมเป่งกว่าชะมดแผงหางปล้องทั่วไปมาก

แม่ชะมดร้องคำรามด้วยความตกใจและกระโดดถอยหลังทันที แยกเขี้ยวขู่และจ้องหน้าเฉินอิ่งเขม็ง อีกนิดคงด่ากราดไปแล้ว

ไม่ใช่แค่แม่ชะมดที่ตกใจ อินลี่และคนอื่น ๆ ที่มุงดูหน้าจอวงจรปิดก็สะดุ้งโหยงเหมือนกัน

“ลูกไม้พี่อิ่งนี่เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยนะเนี่ย” เสี่ยวเติ้งอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น

อินลี่ใช้หลังมือเขกหน้าผากเสี่ยวเติ้ง “พูดจาเหลวไหล พี่อิ่งของแกเป็นคนแบบนั้นที่ไหน?”

ถ้าเขากลั้นยิ้มที่มุมปากได้ คำพูดเขาคงน่าเชื่อถือกว่านี้

“สมกับเป็นพี่อิ่ง ทริกนี้ไม่ใช่ใครจะเลียนแบบได้ง่าย ๆ”

เสี่ยวเซินพูดพลางทำท่าเลียนแบบ ดูเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเฉินอิ่งเสียอีก

เฉินอิ่งไม่รู้ตัวเลยว่าโดนพี่น้องนินทาอยู่ข้างหลัง หลังจากมั่นใจแล้วว่านี่น่าจะเป็นแม่ของลูกชะมด เขาก็กลับไปขยับกล่องเข้าไปใกล้และเปิดออก

“ไม่อยากได้ลูกคืนเหรอ?”

แม่ชะมดเดินวนรอบกล่องอนุบาลอย่างระแวงอยู่สองสามรอบ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไป

เจ้าตัวเล็กเพิ่งกินนมไปสองมิลลิลิตรก่อนจะหลับ แต่ตอนนี้พอได้กลิ่นแม่ มันก็พยายามผงกหัวน้อย ๆ ขึ้นและเริ่มส่งเสียงร้องเรียกหาแม่อีกครั้ง

แม่ชะมดไม่คุ้นกับขนาดของกล่องอนุบาล มันพยายามหามุมนอนเพื่อให้นมลูกอย่างทุลักทุเล สุดท้ายเฉินอิ่งต้องช่วยดึงมันออกมา แล้ววางลูกชะมดใส่อ้อมอกมัน ให้เจ้าตัวเล็กที่กำลังลนลานได้หาตำแหน่งดูดนมในที่สุด

แต่ห้านาทีต่อมา หลังจากลูกชะมดหลุดจากเต้าเป็นครั้งที่สาม แม่ชะมดก็ลุกขึ้น เลียลูกสองสามที แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เฉินอิ่งเรียกเท่าไหร่ก็ไม่กลับมา!

เจ้าตัวเล็กถูกทิ้งอีกแล้ว!

เฉินอิ่งรีบจัดกล่องอนุบาล เอาเจ้าตัวเล็กใส่เข้าไปให้อบอุ่น และรออยู่ที่เดิมกว่าสิบนาที แต่แม่ชะมดก็ยังไม่กลับมา

ตอนนั้นเองอินลี่ก็มาถึงพร้อมกับเสี่ยวเติ้ง

“นายเอาเจ้าตัวเล็กกลับไปก่อนเถอะ เราพอจะระบุตำแหน่งรังของแม่ชะมดได้แล้ว เดี๋ยวฉันจะพาเสี่ยวเติ้งไปดูสถานการณ์ก่อน นายดูแลเจ้าตัวเล็กเสร็จแล้วค่อยตามมาสมทบ”

คงต้องทำแบบนั้นแหละ

กลับมาที่สถานีช่วยเหลือ รถของศูนย์มาถึงแล้ว คนขับคือพี่หลิวหน้าเดิม และมีพี่เลี้ยงเจิงจากโซนอนุบาลนั่งมาด้วย

นอกจากแพนด้ายักษ์แล้ว สัตว์ที่ได้รับการช่วยเหลืออื่น ๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสามโซนหลัก : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ

พี่เลี้ยงเจิงเป็นพี่เลี้ยงอาวุโสในห้องอนุบาลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

พอเห็นเฉินอิ่งกลับมา เธอก็ตรงมารับกล่องอนุบาล สอบถามสถานการณ์ และตัดสินใจอยู่รอชั่วคราว

หากยืนยันได้ว่าแม่ชะมดไม่มีปัญหาอื่นนอกจากจงใจทิ้งลูก เธอจะพาเจ้าตัวเล็กลงเขาไปดูแลเอง

เฉินอิ่งทำเวลาอย่างรวดเร็ว และพบอินลี่กับคนอื่น ๆ นอนหมอบอยู่หลังเนินดิน ส่องกล้องทางไกลดูอยู่

“โพรงใต้รากไม้นั่นคือรังของมัน ฉันเห็นมันเข้าออกสองรอบแล้ว รอบที่สองมันคาบหนูที่กินเหลือของนายกลับไปกินต่อด้วย”

ระหว่างคุยกัน แม่ชะมดก็โผล่ออกมาอีกครั้ง ทิ้งกลิ่นไว้ที่ปากโพรง แล้ววิ่งหายไปอีกทาง

เฉินอิ่งถือโอกาสเข้าไปส่องดูในโพรง

พื้นที่ข้างในเล็ก ปูด้วยรากหญ้าและใบไม้เป็นรัง มีลูกชะมดตัวโตกว่าอย่างเห็นได้ชัดนอนอยู่ตรงกลางสามตัว

ปกติชะมดแผงหางปล้องจะออกลูกช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ครั้งละสองถึงสามตัว ไม่เกินสี่ตัว

แม่ชะมดตัวนี้ดั้นด้นมาคลอดลูกเดือนกรกฎาคม แถมออกมาตั้งครอกละสี่ตัว และถ้าไม่มีตัวผู้ช่วยเลี้ยง แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะเลี้ยงลูกทั้งสี่ตัวรอด

แถมลูกอีกสามตัวยังตัวโตกว่าตัวที่ถูกทิ้งมาก ไม่มีทางเลยที่เจ้าตัวเล็กจะแย่งนมพี่ ๆ ทัน

เมื่อประเมินสถานการณ์ได้แล้ว เฉินอิ่งก็ถอยออกมาทันทีและรายงานสิ่งที่พบให้พี่เลี้ยงเจิงที่สถานีช่วยเหลือทราบผ่านหูฟัง

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็ถอนหายใจ “งั้นฉันจะพามันลงไป เราบังคับส่งคืนแม่ไม่ได้หรอก”

พวกเขากังวลไม่ใช่แค่เจ้าตัวที่ถูกทิ้ง แต่ยังรวมถึงอีกสามตัวที่เหลือด้วย ซึ่งสภาพก็ไม่ได้ดูดีนัก เพราะกว่าพวกมันจะออกจากรังได้ก็หน้าหนาวพอดี ความขาดแคลนอาหารและการแข่งขันเอาชีวิตรอดจะเปรียบเสมือนดาบที่จ่อคอหอยพวกมันอยู่

พอถึงปีหน้าตอนน้ำแข็งละลาย ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กสามตัวนั้นจะรอดเหลือสักกี่ตัว

มันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ แต่ก็ต้องทน

มนุษย์ไม่ควรแทรกแซงห่วงโซ่ธรรมชาติมากเกินไป การปกป้องสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เป็นเรื่องจำเป็น แต่การปกป้องมากเกินไปกลับเป็นผลร้าย

อินลี่ทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้ใกล้โพรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแวะมาตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัวชะมดแผงหางปล้องได้

เมื่อทั้งสามคนกลับถึงสถานีช่วยเหลือ พี่เลี้ยงเจิงก็ทำเรื่องส่งมอบตัวกับเสี่ยวเซินเรียบร้อยแล้ว

“เราจะลงเขากันเดี๋ยวนี้ ไว้เจ้าตัวเล็กโตขึ้นหน่อย ค่อยลองเอากลับมาคืนแม่ดู”

ความหวังริบหรี่ แต่ก็คุ้มที่จะลอง

หลังจากส่งพี่เลี้ยงเจิงและคนอื่น ๆ กลับไป เฉินอิ่งก็เลี้ยวเข้าห้องฉุกเฉิน

อาการของเสือไฟน้อยดีขึ้นทุกวัน วันนี้มันพอนั่งเองได้แล้วและเลียอาหารกินเองได้ แม้จะหน้าทิ่มไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็รอดตาย ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ

จินหยาเฝ้าดูเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง แล้วแววตาก็เป็นประกาย เธอวิ่งออกจากลาน วิ่งอ้อมไปไกล คาบหนูภูเขาตัวอ้วนพี แล้วตามกลิ่นเฉินอิ่งไปจนเจอโพรงแม่ชะมด

เธอฉลาดพอที่จะไม่เข้าใกล้เกินไป แต่โยนหนูภูเขาไปไว้ใกล้ปากโพรง แล้วกระโดดขึ้นต้นไม้หมอบดูครอบครัวชะมดแผงหางปล้อง

แม่ชะมดตัวเกร็ง เฝ้าระวังรังและซ่อนลูกสามตัวไว้ใต้ท้อง จับตาดูภายนอกอย่างระแวดระวัง

ผ่านไปนานกลิ่นลิงซ์ยังคงอ้อยอิ่ง แม่ชะมดทนไม่ไหว ค่อย ๆ ชะโงกหัวออกมาดูลาดเลา และเห็นหนูภูเขาที่ถูกโยนไว้หน้าปากโพรงทันที

นังแมวเฒ่า นี่แกจะเอาลูกฉันไปแลกกับหนูภูเขาเหรอ?

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 55 ออกไปให้ห่างลูกฉันนะ ให้เอาโลกมาแลกก็ไม่ยอม

คัดลอกลิงก์แล้ว