- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 54 ลูกหายเหรอ? เดี๋ยวฉันให้ตัวนึง
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 54 ลูกหายเหรอ? เดี๋ยวฉันให้ตัวนึง
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 54 ลูกหายเหรอ? เดี๋ยวฉันให้ตัวนึง
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 54 ลูกหายเหรอ? เดี๋ยวฉันให้ตัวนึง
เฉินอิ่งขยับตัวเร็วที่สุด เขาเช็กการเต้นของหัวใจเมิ่งเหยียน โอเค เต้นเร็วไปหน่อย แต่ยังแข็งแรงดี
เขาใช้นิ้วมือกดเบา ๆ สองสามที เมิ่งเหยียนก็ลืมตาขึ้น และวิ่งจู๊ดขึ้นไปบนเสาไม้ด้วยความเร็วสูงสุดในชีวิต ยกขาหน้าขึ้นยืนเพื่อข่มขวัญจินหยา
จินหยา : “บ้า พวกแกมันบ้ากันไปหมดแล้ว!”
จินหยารู้ตัวว่าเธอทำเจ้าตัวเล็กนั่นตกใจ เลยถอยออกมาซ่อนตัวหลังอินลี่
เมื่อแน่ใจว่าเมิ่งเหยียนไม่เป็นไร พวกเขาก็รีบส่งตัวมันออกไป รู้สึกว่ายิ่งอยู่นาน สติสตางค์ของทุกคนจะยิ่งเพี้ยน
หลังจากเมิ่งเหยียนจากไป งานของเสี่ยวเซินและต้วนอู้หลินก็เบาลงนิดหน่อย
คอกของเมิ่งเหยียนอยู่ระหว่างบ้านแพนด้ากับโซนการแพทย์ ทั้งเสี่ยวเซินและต้วนอู้หลินผลัดกันมาให้อาหาร
ยังไงซะอาหารของเมิ่งเหยียนก็คล้ายกับเมินตุนเอ๋อร์ คือไผ่เป็นหลัก ต่างกันแค่รสชาติที่ชอบ
เฉินอิ่งกับจินหยาช่วยกันทำความสะอาดคอกและเปิดประตูเล็กที่เชื่อมไปยังลาน เพื่อให้คุณเลปัสและลิงซ์น้อยเข้าออกได้ตามใจชอบ
ช่วงหลังมานี้ สองตัวนี้ออกไปข้างนอกบ่อยขึ้น กลับมาพักผ่อนเฉพาะตอนที่กินอิ่มจากข้างนอกแล้วเท่านั้น
ช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ฝนบนเขาเริ่มตกชุกขึ้น และคอกสัตว์ก็ช่วยบังลมบังฝนให้พวกมันได้
ในธรรมชาติ ลิงซ์จะหาโพรงไม้หรือถ้ำเพื่อทำรัง ไม่กลัวสภาพอากาศอยู่แล้ว
จินหยาเดินเตาะแตะไปรอบ ๆ คอก และพอใจแล้วก็เดินตามเฉินอิ่งออกมา
ห้องนี้สู้ห้องของจินหยาไม่ได้หรอก ห้องเธอยังมีเบาะพิเศษของตัวเองเลย
กลางดึกคืนนั้น ลิงซ์น้อยมาหาจินหยา พร้อมมื้อดึกเป็นหนูอ้วนพีหนึ่งตัว
พูดตามตรงนอกจากหนูอ้นแล้ว จินหยาไม่มีความสนใจในหนูเลย กระต่ายไม่อร่อยเหรอ หรือลูกเก้งเนื้อไม่นุ่มพอ?
แต่ลิงซ์น้อยต่างออกไป การจับหนูคืองานถนัดของเธอ
“จินหยา กินสิ อร่อยมากนะ เนื้อนุ่มเชียว”
จินหยารู้สึกขยะแขยง แต่พอเห็นหน้าตาไร้เดียงสาของลิงซ์น้อย เธอก็รู้สึกผิดที่จะปฏิเสธแบบหักหาญน้ำใจ
เฉินอิ่งนั่งทำบันทึกอยู่ที่โต๊ะทำงาน หางตาเหลือบมองไปที่ระเบียงทางเดินเป็นระยะ เห็นปฏิกิริยาของสองวัยรุ่นอย่างชัดเจน
สุดท้ายจินหยาก็พ่ายแพ้ต่อความตื๊อของลิงซ์น้อย และกลืนหนูลงไปในไม่กี่คำ
ลิงซ์น้อยผู้ป้อนอาหารสำเร็จดีใจจนกระโดดโลดเต้นกลับบ้านไปรายงานผลงานกับคุณเลปัส
“ยัยบ้า!” จินหยางึมงำ พลางทำความสะอาดเศษอาหารรอบปาก คิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็อาศัยความมืดวิ่งหายเข้าไปในป่า
เฉินอิ่งติดต่อนริษัทรับประกอบบ้านไม้ทางออนไลน์
โรงงานของบริษัทอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง เน้นให้บริการรับสร้างตามสั่งสำหรับโฮมสเตย์และรีสอร์ตในละแวกนั้น
เนื่องจากต้องใช้แรงงานคนขนย้ายเข้าไปในป่าลึก ราคาจึงสูงกว่าราคาตลาดแน่นอน แต่บริษัทนี้มีชื่อเสียงดี พี่ไต้เป็นคนแนะนำมา
ดีไซเนอร์นัดเวลาขึ้นมาวัดพื้นที่กับเขา และต้องจ่ายเงินแบ่งเป็นสองงวด
งวดแรกเป็นค่าดำเนินการวัดพื้นที่และออกแบบ ซึ่งต้องจ่ายบางส่วนก่อนดีไซเนอร์จะเขียนแบบ และส่วนที่เหลือจ่ายหลังจากยืนยันแบบว่าจะไม่มีการแก้ไขแล้ว
หากให้บริษัทนี้ผลิตบ้านไม้ให้ พวกเขาจะได้ส่วนลดค่าเขียนแบบ และยังได้รับบริการออกแบบส่วนประกอบเพิ่มเติมฟรี รวมถึงได้รับสิทธิพิเศษในการซ่อมบำรุงและต่อเติมในอนาคต
เฉินอิ่งไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้และวางแผนจะขอคำแนะนำจากรุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัย
ที่มหาวิทยาลัยเกษตรของพวกเขามีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และรุ่นพี่คนนั้นก็มีบริษัทของตัวเอง ซึ่งได้ข่าวว่ากิจการรุ่งเรืองทีเดียว
หลังจากแคปหน้าจอแชทที่คุยกับดีไซเนอร์ส่งให้รุ่นพี่ เขาก็ทิ้งข้อความชวนเธอขึ้นมาเที่ยวบนเขา โดยพูดถึงสถานีดูนกที่ตีนเขา
นอกจากเรื่องงานแล้ว งานอดิเรกที่รุ่นพี่ชอบที่สุดคือการดูนก คุยเรื่องเงินกับเธอไม่ค่อยได้ผลสู้ปล่อยให้เธอเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปนกไม่ได้
ในแบบร่างกระท่อมป่าของเฉินอิ่ง ชั้นบนสุดจะถูกออกแบบให้เป็นสถานีดูนกขนาดเล็กด้วย
“ถ้าพี่คิดว่ามันโอเค อาจจะมีโอกาสได้เงินลงทุนเพิ่มก็ได้นะ”
ขั้นตอนการสร้างกระท่อมป่าขึ้นมาใหม่นั้นซับซ้อนมาก และเขาได้ไหว้วานให้พี่ไต้ช่วยจัดการให้ งบประมาณยังขาดอยู่อีกแสนกว่า ถ้าถึงที่สุดจริง ๆ เขากะว่าจะเอาบ้านที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้แต่งงานไปจำนอง ก็น่าจะได้เงินจากธนาคารมาสักสองสามแสน
แม้แต่อาจารย์ของเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแผนนี้ในตอนแรก ประเด็นคือ ถ้าคุณลงทุนสร้างบ้านไม้นี้ มันจะนับเป็นทรัพย์สินส่วนตัวหรือของรัฐ?
คุณจะเอาเงินตัวเองมาอุดหนุนงานแบบนี้ไม่ได้ คนอื่นเขาจะคิดยังไง?
แต่เฉินอิ่งดื้อดึงในเรื่องนี้ จนศาสตราจารย์ไป๋โมโหด่าเขาทางโทรศัพท์อยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่สุดท้ายท่านก็ต้องใชเส้นสายช่วยเขาให้ได้เอกสารอนุมัติมาจนได้
หลังจากปิดคอมพิวเตอร์และลุกขึ้น เขาเห็นว่าปาเข้าไปห้าทุ่มแล้ว
เฉินอิ่งลงไปดูที่ห้องกู้ชีพ เสือไฟน้อยถูกถอดหน้ากากออกซิเจนแล้วและกำลังหลับปุ๋ยอยู่ในตู้อบ
เขาไม่ต้องอดนอนทั้งคืนกับเสี่ยวซ่งแล้ว ประมาณตีสามครึ่งเขาต้องตื่นมาป้อนอาหาร ป้อนน้ำ และทำความสะอาดอึ
เสี่ยวซ่งรับผิดชอบมื้อเช้า ทำให้เขาตื่นสายได้นิดหน่อย ตื่นเจ็ดโมงครึ่งกำลังดีทันกินมื้อเช้า
ใต้ต้นไม้ใหญ่มีโต๊ะไม้เพิ่มมาตัวหนึ่ง ฝีมือลุงจ้าวกับลุงอี้ทำกันในเวลาว่าง
ต้วนอู้หลินสั่งร่มกันแดดแบบยืดหดได้ทางออนไลน์ ซึ่งพอกางออกก็คลุมโต๊ะได้มิดพอดี
ที่นี่กลายเป็นที่กินข้าวของพวกเขา และคนสุดท้ายที่กินเสร็จต้องรับผิดชอบเช็ดโต๊ะ
วันนี้เฉินอิ่งกินเสร็จคนสุดท้าย หลังจากเช็ดโต๊ะและกำลังจะไปล้างจาน เขาก็เห็นแม่ลิงลงมาจากต้นไม้พร้อมลูกลิง ในมือถืออะไรเล็ก ๆ บางอย่างอยู่
เฉินอิ่งรับมาด้วยความงุนงง และพบว่ามันคือลูกชะมดแผงหางปล้องที่เพิ่งเกิดได้ไม่นาน
แม่ลิงตบมือเฉินอิ่งอย่างร้อนรนและส่งเสียงร้องเจี๊ยกจ๊ากไม่หยุด
เฉินอิ่งฟังเธออธิบายว่าเธอเจอมันในร่องเขา ตอนที่เจอไม่มีแม่สัตว์อยู่แถวนั้น น่าจะถูกทิ้งเพราะร่างกายอ่อนแอ
แต่ปกติชะมดแผงหางปล้องจะออกลูกทีละ 2-4 ตัว และพวกมันไม่ทิ้งลูกง่าย ๆ เว้นแต่มีอะไรบางอย่างบีบบังคับให้แม่ชะมดต้องทิ้งรังที่คลอดลูก ด้วยความที่ไม่สามารถขนลูกทั้งหมดไปได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มันจึงจำใจทิ้งตัวที่อ่อนแอที่สุดไว้
เสี่ยวเซินเอาผ้าขนหนูนุ่ม ๆ มาแล้ว รับลูกชะมดไปห่อตัวและกอดไว้แนบอกเพื่อให้อบอุ่น
“ทำยังไงดีครับ เอาเข้าตู้อบไหม? ตัวเล็กแค่นี้จะรอดเหรอ?”
เฉินอิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปถามต้วนอู้หลิน
“ไข่ในตู้อบยังไม่ฟักอีกเหรอ?”
“น่าจะเร็ว ๆ นี้ครับ ผมเช็กแล้ว มีเชื้อทุกฟอง”
ผ่านไปยี่สิบกว่าวันแล้วยังไม่ฟักอีก ไม่รู้ไข่อะไรถึงใช้เวลานานขนาดนี้ แต่พวกเขาก็เจาะเปลือกไข่บังคับให้ฟักไม่ได้ถ้ามันไม่ฟักออกมาเอง ต้องรอจนกว่าพวกมันจะพร้อม
ปัญหาคือที่อื่นไม่เหมาะสำหรับวางตู้อบ และการจะให้ต้วนอู้หลินเฝ้าทั้งสองตู้ก็หนักเกินไปสำหรับเขา
“ส่งลงเขาไปดีไหม?”
ศูนย์ช่วยเหลือที่ตีนเขามีห้องอนุบาลสัตว์โดยเฉพาะและเจ้าหน้าที่อนุบาลสัตว์ที่มีใบรับรอง ซึ่งดูยังไงก็ดีกว่าทิ้งไว้ที่นี่
“ได้ครับ เดี๋ยวผมเตรียมกล่องให้ เสี่ยวเซิน ชงนมผงให้มันหน่อย ลองป้อนด้วยเข็มฉีดยาดูก่อน”
สำหรับลูกสัตว์ตัวเล็กขนาดนี้ ที่นี่ไม่มีแม้แต่ขวดนมที่เหมาะสมจะให้มันดูดด้วยซ้ำ
ขณะที่พวกเขาวุ่นอยู่กับการดูแลลูกชะมดแผงหางปล้อง อินลี่ก็ไปที่ห้องควบคุมกลางเพื่อดึงภาพจากกล้องวงจรปิดรอบ ๆ เพื่อดูว่าแม่ชะมดมาคลอดลูกแถวนี้หรือเปล่า
แม่ลิงอุ้มลูกนั่งยอง ๆ อยู่บนต้นไม้มองดูพวกเขาวิ่งวุ่น พอเห็นอินลี่เดินเข้าไปในห้องใหญ่ เธอก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกระโดดลงจากต้นไม้อย่างคล่องแคล่วเดินตามเขาเข้าไป
พออินลี่เห็นแม่ลิงเข้ามา เขาก็ไม่ได้ไล่เธอไป แต่กลับหั่นแอปเปิ้ลให้เธอชิ้นหนึ่ง แถมยังเฉือนชิ้นเล็กบาง ๆ ให้ลูกลิงที่ซ่อนอยู่ในอ้อมกอดแม่ด้วย
เขาเพิ่งจะหาหมายเลขกล้องที่หันไปทางหุบเขาฮวาชิวเจอและกำลังจะดึงภาพย้อนหลัง จู่ ๆ แม่ลิงก็กระโดดเข้ามาและใช้มือตบหน้าจอ
“เฮ้ย หยุดนะ ตบไม่ได้นะ” ทันทีที่พูดจบ เขาก็สังเกตเห็นเอลฟ์ตัวน้อยกำลังหมุนติ้วเป็นวงกลมอยู่บนหน้าจอ