- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 43 ทำไมนายไม่ไปล่าสัตว์ เป็นเพราะไม่มีเมียใช่ไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 43 ทำไมนายไม่ไปล่าสัตว์ เป็นเพราะไม่มีเมียใช่ไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 43 ทำไมนายไม่ไปล่าสัตว์ เป็นเพราะไม่มีเมียใช่ไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 43 ทำไมนายไม่ไปล่าสัตว์ เป็นเพราะไม่มีเมียใช่ไหม?
ที่ปากถ้ำหินมีกลิ่นแพนด้ายักษ์ฉุนกึก และคุณเลปัสดูเหมือนจะกระวนกระวายใจเล็กน้อยขณะเดินกลับไปกลับมา
เมื่อเห็นเฉินอิ่งถอยออกมา เขาก็ไม่สนความหงุดหงิดที่เป็นนิสัยติดตัวอีกต่อไป แล้วเบียดตัวแทรกเฉินอิ่งเข้าไปข้างใน
ถ้ำหินที่ดูค่อนข้างกว้างขวางสำหรับเจ้าลิงซ์น้อย จู่ ๆ ก็รู้สึกคับแคบเหมือนห้องรูหนูซอมซ่อทันทีที่คุณเลปัสเข้าไป
ถ้าดูแค่ตัวมันเอง เจ้าลิงซ์น้อยก็ไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้น แต่เมื่ออยู่ข้าง ๆ คุณเลปัสที่กำยำล่ำสัน จู่ ๆ มันก็ดูเหมือนพ่อกำลังจูงลูกสาว
จินหยาขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็น เดินตามมาและอยากจะเบียดเข้าไปดูด้วย แต่ถูกเฉินอิ่งลากก้นออกมาเสียก่อน
ถ้ำหินเล็กแค่นั้น แค่คุณเลปัสเข้าไปก็ไม่มีที่ให้กลับตัวแล้ว
ถ้าขืนเพิ่มจินหยาเข้าไปอีก คงไม่ต้องช่วยเจ้าลิงซ์น้อยแล้วล่ะ มันคงโดนทับตายแทน
ไม่นานนัก คุณเลปัสก็ออกมาอีกครั้ง โดยคาบเจ้าลิงซ์น้อยไว้ในปาก
เฉินอิ่งหยิบชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉินที่ได้รับรางวัลจากระบบออกมาแล้ว และเตรียมยาฉุกเฉินไว้พร้อม
เมื่อเห็นคุณเลปัสโผล่ออกมา เขาก็สวมถุงมือและรับช่วงต่อเจ้าลิงซ์น้อยเพื่อเริ่มตรวจสอบ
รูม่านตา ฟัน ขน ทวารหนัก . . . เขาเช็กทุกอย่าง และเจ้าลิงซ์น้อยดูเหมือนจะไม่ได้ป่วย
เมื่อคลำดูที่ท้อง มันว่างเปล่าและยุบแฟบจนดูเหมือนหนังสองชั้นแปะติดกัน โดยมีซี่โครงโผล่ให้เห็นชัดเจน
เห็นได้ชัดว่าทักษะการเอาชีวิตรอดของเจ้าลิงซ์น้อยตัวนี้ยังไม่ดีพอ มันน่าจะอดอยากจนเป็นแบบนี้
แม้จะไม่สามารถตรวจเช็กเพิ่มเติมในป่าได้ แต่จากการประเมินของเฉินอิ่ง เด็กน้อยไม่ได้ป่วย แค่หิวโซจนสลบไป
เขาผสมนมผง ยัดเข้าปากเจ้าลิงซ์น้อยโดยตรง และหยิบชามสแตนเลสสะอาดอีกใบมาผสมนมผงเพิ่มอีกนิดหน่อย เอาขนมขบเคี้ยวแช่ลงไปเพื่อทำเป็นอาหารเหลวป้อนเจ้าลิงซ์น้อย
เด็กน้อยผู้ช่างน่าสงสารหิวจัดจนกินเยอะ ๆ ในทีเดียวไม่ได้ และกินอาหารย่อยยากไม่ได้ด้วย
คุณเลปัสฉลาดมาก พอเห็นเฉินอิ่งวุ่นอยู่กับการชงนม เขาก็เข้าใจสถานการณ์
เขาหันหลังเดินจากไป และไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เขาก็กลับมาพร้อมกระต่ายป่าตัวอ้วนพี
จินหยาเข้าไปต้อนรับอย่างดีใจ แต่พี่ชายของเธอกลับใช้กรงเล็บตะปบหน้าเธออย่างไร้เยื่อใย
“งื้ด! พี่คะ หนูไม่ได้เป็นน้องสาวสุดที่รักของพี่แล้วเหรอ?”
จินหยาผู้ตกตะลึงเบิกตากว้างด้วยความช็อก ไม่อยากจะเชื่อสายตาขณะมองพี่ชายเดินวนรอบตัวเธอตรงไปหาเจ้าลิงซ์น้อย
ตอนที่คุณเลปัสมาถึง เฉินอิ่งเพิ่งป้อนนมผงเจ้าลิงซ์น้อยเสร็จและกำลังป้อนอาหารเหลวด้วยช้อน
เมื่อเห็นกระต่ายอ้วน เขาก็รีบเรียกอินลี่มาช่วย แล่เนื้อชิ้นที่นุ่มที่สุดและเครื่องในออกมา แล้วสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้เจ้าลิงซ์น้อยลองกินเอง
หลังจากดื่มนมไปขวดหนึ่ง เจ้าตัวเล็กก็เริ่มมีแรงขึ้นมาบ้าง
พอได้กลิ่นเนื้อและเครื่องใน มันก็พยายามทรงตัวยืนอย่างทุลักทุเล แต่ยังคงฉีกทึ้งเนื้อที่เตรียมไว้ด้วยท่าทางดุร้าย
ขณะเคี้ยวมันก็ส่งเสียงคำรามขู่เพื่อหวงอาหารไปด้วย
เฉินอิ่งช่วยประคองมัน และเมื่อเห็นว่ามันกินใกล้หมดแล้ว เขาก็รีบดึงเนื้อออก
ตาของเจ้าลิงซ์น้อยเปลี่ยนเป็นสีแดง และด้วยเสียงคำราม มันก็งับนิ้วของเฉินอิ่งเต็มแรง
โชคดีที่ถุงมือช่วยป้องกันไว้ได้ แต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บแปลบ เจ้าตัวเล็กกัดแรงน่าดู
เห็นดังนั้นคุณเลปัสก็เดินเข้ามาเลียเจ้าลิงซ์น้อยสองสามที ช่วยทำความสะอาดใบหน้าให้
อีกด้านหนึ่งจินหยาที่กำลังกินกระต่ายอย่างน้อยใจ กัดไปคำหนึ่งแล้วเหลือบมองมา ตาแดงก่ำเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเสียใจ
เฉินอิ่งไม่เข้าไปกวนคุณเลปัสที่กำลังกกกอดและเลียขนให้เจ้าลิงซ์น้อย แต่เดินไปนั่งลงข้าง ๆ จินหยาแทน
จินหยาหันหนีเงียบ ๆ ไม่มองหน้าเฉินอิ่ง เคี้ยวอาหารแรงขึ้นกว่าเดิม
“จินหยา เมื่อไหร่เธอจะหาแฟนมาทำให้พี่ชายเธอหึงบ้างล่ะ”
“แฮ่ ไม่เอา!”
พวกแมวตัวผู้พวกนั้นมีแต่พวกสารเลวที่พอเสร็จกิจแล้วก็สะบัดตูดหนี เธอไม่เอาด้วยหรอก
“ดูพี่สิ สนใจแต่เพศตรงข้าม ไม่สนใจน้องสาวเลย คนเลว!”
เวลาผ่านไปพอสมควร และในที่สุดเจ้าลิงซ์น้อยก็ผ่อนคลายลง
เธอแอบอยู่ข้างกายคุณเลปัสอย่างระมัดระวัง คอยสังเกตเฉินอิ่งและคนอื่น ๆ
เมื่อเธอเห็นแม่แพนด้า เจ้าลิงซ์น้อยก็ส่งเสียงครางหงิง ๆ และเบียดตัวเข้าหาคุณเลปัสด้วยตัวสั่นเทา
จินหยาเห็นแบบนั้นก็แค่นเสียงฮึดฮัด แล้วเดินเข้าไปหาแม่แพนด้าด้วยท่าทีไม่เกรงใจใคร แถมยังจงใจเอาตัวไปถูไถอีกต่างหาก
แม่แพนด้าหยุดเคี้ยวไผ่แล้วก้มมองจินหยา หน้าตาเต็มไปด้วยความงุนงงเหมือนจะถามว่า “ทำอะไรน่ะ มีปัญหาเหรอ?”
เป้าหมายสองอย่างในการเข้าป่าครั้งนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
ตอนนี้พวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะกลับทางเดิม หรือจะเดินอ้อมไปทางสถานีป่าไม้ของเขตอนุรักษ์ข้างเคียง แล้วค่อยหารถนั่งกลับไปที่สถานีช่วยเหลือจากอีกฝั่ง
โดรนได้สำรวจภูมิประเทศในระยะห้ากิโลเมตรแล้ว และหลังจากพิจารณาคำแนะนำของคุณเลปัสและแม่แพนด้า พวกเขาก็ตัดสินใจเดินอ้อมนิดหน่อย
พวกเขาจะมุ่งหน้าลงใต้จากอาณาเขตของคุณเลปัส เข้าสู่หุบเขาอีกแห่ง และในที่สุดก็จะกลับไปถึงหมู่บ้านชางซี ก่อนจะตัดผ่านหุบเขาป่าไผ่เพื่อกลับไปยังสถานีช่วยเหลือเจียมู่
ทางอ้อมนี้หมายถึงต้องเดินเท้าเพิ่มอีกสองวัน แต่มันจะพาพวกเขาผ่านสถานีดูนกซึ่งพวกเขาสามารถไปหาเสบียงเพิ่มได้
ที่สำคัญที่สุดคือ เส้นทางบนภูเขานั้นชันและแคบ ถ้าไม่มีโครงการเร่งด่วน พวกเขาก็แทบจะไม่มาที่นี่ น่าจะปีละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น และแม้แต่การลาดตระเวนป่าตามปกติก็มักจะใช้โดรนและหอสังเกตการณ์เป็นหลัก
ห่างจากสถานีดูนกประมาณห้าร้อยเมตร แม่แพนด้าและคุณเลปัสก็หยุดเพื่อหาอาหาร
จินหยาทำหน้างอมาตลอดทาง เดินตัวติดกับเฉินอิ่งแจจนกระทั่งถึงสถานีดูนก ซึ่งเฉินอิ่งก็กล่อมเธอให้แยกตัวออกไปได้ในที่สุด
คุณเลปัสไม่รู้จะทำยังไงกับจินหยาผู้เป็นน้องสาว แต่เขาก็ทิ้งเจ้าลิงซ์น้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ได้
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หัวใจของเขาว้าวุ่น
สถานีดูนกไม่ได้ใหญ่มาก เป็นเพียงบ้านไม้ขนาดประมาณสามสิบตารางเมตรตั้งอยู่บนหน้าผา
ความสูงที่นี่กว่า 3,000 เมตร เป็นจุดสังเกตการณ์พันธุ์นกหายาก
ปัจจุบันมีเพียงนักศึกษาระดับปริญญาเอกคนหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเกษตรประจำการอยู่ที่นี่ งานวิจัยของเขาเน้นเรื่องไก่ฟ้าบนที่สูง
เมื่อปีที่แล้วเขาเคยวางแผนจะไปภูเขาหิมะในมณฑลข้างเคียงเพื่อสังเกตการณ์ไก่ฟ้าหางขาวรุ้ง แต่ไปไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ
เป้าหมายการสังเกตการณ์ปัจจุบันของเขาคือไก่ฟ้าหางเขียวรุ้ง และโครงการของเขาก็ใกล้จะจบแล้ว
หลังจากมอบเสบียงอาหารส่วนเกินให้กับทีมของเฉินอิ่งและแลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกัน ดร.เกาก็วางแผนจะกลับไปเขียนร่างแรกของวิทยานิพนธ์ให้เสร็จ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะศึกษาต่อหรือไม่
ด้วยความเคารพในนักวิจัยผู้พอใจในความสันโดษคนนี้ อินลี่จึงมอบเนื้อแห้งสุดหวงจากก้นกระเป๋าเป้ให้
กลุ่มคนกินเนื้อแห้งกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในห้องของสถานีดูนก ดื่มน้ำแร่จากภูเขาตามลงไป แล้วจึงแยกย้ายกันในช่วงบ่าย
การลงเขาเริ่มต้นจากสถานีดูนก
ภูเขาสูงและชันมาก ในหลายจุด พวกเขาแทบจะต้องใช้ก้นไถลลงมาจนถลอกปอกเปิก
พวกเขาเดินโซซัดโซเซลงมาถึงเนินที่ระดับความสูงประมาณหนึ่งพันเมตรหมดแรงจะไปต่อ
คุณเลปัสพอใจกับที่นี่มาก และพาน้องสาวผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะออกไปล่าเหยื่อ
จินหยานั่งยอง ๆ มองอย่างหดหู่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินแยกออกไปอีกทาง
“พี่อิ่ง พี่ว่าจินหยาหึงหรือเปล่า?”
ต้องใช้เวลาถึงสามวันกว่าอินลี่จะเก็ต สมกับฉายาหนุ่มซื่อบื้อจริง ๆ
พวกเขาเพิ่งจะนั่งลงและยังไม่ทันได้เริ่มเตรียมที่พักสำหรับคืนนี้ แม่แพนด้าก็เดินเข้ามา ทิ้งตัวลงนั่ง และเริ่มรื้อค้นเป้ของเฉินอิ่ง
“พอแล้ว พอแล้ว ตั้งสติหน่อยได้ไหม? นมชามนั้นสำหรับเจ้าลิงซ์น้อยไว้ฟื้นกำลัง ตัวเธอโตขนาดนี้แล้ว จะกินไปทำไม?”
ไม่ใช่ว่าเขาหวงของหรอกนะ แต่แม่แพนด้าชอบนมมากเกินไปต่างหาก
พอเห็นเจ้าลิงซ์น้อยได้นมขวดประจำวัน เธอก็อยากได้บ้าง
ถ้าไม่ได้ เธอก็จะส่งเสียงร้องโหยหวนและแกล้งขู่เจ้าลิงซ์น้อยให้กลัว
ยัยแม่หมีเอ๊ย!
คุณเลปัสไม่ได้สนใจนมขวดหรือนมใส่ชาม
เขาใช้เวลาแต่ละวันไปกับการขยันขันแข็งล่าเหยื่อ โดยแบ่งสองในสามให้เจ้าลิงซ์น้อย และหนึ่งในสามให้จินหยา
มีเพียงของเหลือจากเจ้าลิงซ์น้อยเท่านั้นที่เป็นส่วนของเขา ช่างเป็นภาพลักษณ์ของสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์เสียจริง และนี่เขาก็กลับมาพร้อมเหยื่อหลังจากนั่งลงได้ไม่ถึงสิบนาที
มองอะไร? ที่นายไม่ไปล่าสัตว์ เป็นเพราะนายไม่มีเมียใช่ไหมล่ะ?