- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 39 หมีสองหน้าเจ้าเล่ห์ มีแค่พี่หมูที่เจ็บปวด
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 39 หมีสองหน้าเจ้าเล่ห์ มีแค่พี่หมูที่เจ็บปวด
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 39 หมีสองหน้าเจ้าเล่ห์ มีแค่พี่หมูที่เจ็บปวด
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 39 หมีสองหน้าเจ้าเล่ห์ มีแค่พี่หมูที่เจ็บปวด
เป็นครั้งแรกที่เฉินอิ่งและพวกได้เห็นโฉมหน้าแพนด้าสายบวกตัวนั้น
แพนด้าทั่วไป : “ความแบ๊วคือจุดขายของเรา!”
กังฟูแพนด้า : “ส่ง AK มาสิ พ่อจะพลิกแผ่นดินให้ดู!!”
“พี่อิ่ง ทำไมหน้าตาแพนด้าตัวนี้มันดูเหมือนนักเลงคุมซอยจังอะ?” เสี่ยวเติ้งอุทานออกมา เหมือนโดนเปิดโลกทัศน์ใหม่อีกครั้ง
ไม่ใช่แค่เสี่ยวเติ้งหรอก แม้แต่เฉินอิ่งกับอินลี่ที่คุ้นเคยกับแพนด้าดี ก็เพิ่งเคยเห็นแพนด้าบอสระดับนี้เป็นครั้งแรก
เฉินอิ่งเลียเหงือกกลั้นขำ “มิน่าล่ะเมินตุนเอ๋อร์ถึงบอกว่าเจ้านี่มันไร้ความโรแมนติก ขนาดสาวมาทอดสะพานยังปฏิเสธหน้าตาเฉย สงสัยในวงการแพนด้าจะมีพวก ‘ชายแท้’ แบบสุดขั้วอยู่เหมือนกันแฮะ”
ทั้งสี่คนหัวเราะคิกคัก ไม่กล้าส่งเสียงดัง ได้แต่มุงดูเหตุการณ์ผ่านหน้าจอมือถือเล็ก ๆ
พี่เสือกลอกตามองบนอย่างผู้ดี แล้วหันไปสอนลูก ๆ ฝึกกระโจนตะปบเหยื่ออยู่ใกล้ ๆ
เธอไม่เข้าใจเลยว่าพวกสัตว์สองขานี่ขำอะไรกันหนักหนา ดูพวกมันตีกันแล้วยังยิ้มกริ่มชอบกล
ถึงจะขึ้นชื่อเรื่องความน่ารัก แต่แพนด้ายักษ์ก็คือหมี
ความต่างชั้นเชิงการต่อสู้ระหว่างมันกับหมีควาย หลัก ๆ ก็แค่น้ำหนักกับขนาดตัว
เจ้าแพนด้าขาลุยตัวนี้ตัวใหญ่ไม่แพ้เจ้าหมีควายนักเลงข้างถนนเลย ถ้าสู้กันจริงจัง เดายากเหมือนกันว่าใครจะชนะ
สองหมีลุกขึ้นยืน ทำหน้าถมึงทึงใส่กัน แล้ววิ่งเข้าใส่กันอย่างดุเดือด
เฒ่าหมูป่าต้อนลูกหลานถอยห่าง ไม่อยากไปยุ่งกับการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของพวกหมี ๆ แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน
จังหวะที่สองหมีกำลังจะปะทะกัน จู่ ๆ ทั้งคู่ก็หันขวับพร้อมกัน แล้วกระโจนเข้าใส่ฝูงหมูป่าที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เฒ่าหมูป่าตั้งรับไม่ทัน สายตายังเต็มไปด้วยความงุนงง ข้างหลังหมูป่ารุ่นกระทงสามตัวไหวตัวเร็วกว่า สองตัวพุ่งเข้าใส่หมีควาย อีกตัวพุ่งใส่แพนด้า
แต่แล้วก็มีจุดหักมุมอีก!
หมูป่าวัยรุ่นตัวหนึ่งวิ่งไปไม่กี่ก้าว ก็สไลด์ตัวกลิ้งหลบแพนด้าไปอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งหนีไปแบบไม่เหลียวหลัง
ถ้าเฒ่าหมูป่าพูดได้ คงด่ายับไปสองชั่วโมงรวด
ไอ้ลูกทรพีหนีเอาตัวรอด ทิ้งแม่หมูสามตัวกับลูกเล็กอีกสี่ห้าตัวไว้ให้มันรับหน้าแทน
“ไอ้หมูเวร!” อินลี่สบถ “งานนี้หมูป่าเละแน่”
ตามคาด พอเห็นพี่น้องหนี อีกตัวที่เหลือก็ทิ้งหมีควายกับพี่น้องอีกตัว วิ่งหนีไปคนละทิศละทาง
ขวัญกำลังใจหมูป่ากระเจิง แม่หมูพาลูกเล็กวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
ฝูงหมูป่าโดนแพนด้าขาลุยรังแกมานาน รู้ซึ้งถึงความโหดของมันดี ถ้าไม่ใช่เพราะเฒ่าหมูป่าดื้อไม่ยอมย้ายถิ่น พวกมันคงย้ายหนีไปนานแล้ว
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เฒ่าหมูป่าโดนหมีควายกับแพนด้ายำเละ ส่วนหมูป่ารุ่นกระทงอีกตัวที่หนีไม่ทันก็ไปเฝ้ายมบาลเรียบร้อย
สองหมีไม่กินเนื้อหมูป่า หลังจากร่วมมือกันกำจัดศัตรูเสร็จ ก็หันมายิ้มเยาะให้กัน แล้วแยกย้ายกันไป
เฉินอิ่งเงยหน้ามองอินลี่กับอาจารย์จ้าว กัดกระพุ้งแก้มกลั้นขำ
“พี่เสือ ไปกันเถอะ ได้เวลามื้อดึกแล้ว”
ไหน ๆ ก็ตายแล้ว ให้พี่เสือกินดีกว่าปล่อยให้สัตว์อื่นคาบไป
เธอกำลังจะพาลูกกลับป่า ต้องตุนสารอาหารไว้เยอะ ๆ
เฒ่าหมูป่ากับพรรคพวกไม่เอา พวกเขาเลยลากซากหมูป่ารุ่นกระทงออกมาจากสมรภูมิ
ริมลำธาร พวกเขาช่วยกันชำแหละซากหมูป่าอย่างรวดเร็ว แล่เนื้อส่วนดี ๆ ออกมา ที่เหลือยกให้พี่เสือกับลูก ๆ จัดการ
พวกเขาล่าหมูป่าเองไม่ได้ แต่ลาภลอยที่เกิดจากการต่อสู้กันเองของสัตว์ป่าแบบนี้ จะไม่คว้าไว้ก็เสียของ อีกอย่างเนื้อหมูป่าพวกนี้ก็ไม่ได้อร่อยอะไรมาก กินแก้ขัดพอได้ แต่ให้กินบ่อย ๆ ก็ไม่ไหว
พี่เสือลากไส้ออกมาเลือกกินแต่ของดี ๆ ที่เหลือทิ้งให้ลูก ๆ แทะเล่นเลียเลือด
พอกินอิ่มหนำสำราญ เก็บกวาดเรียบร้อย คณะเดินทางก็ข้ามหุบเขาหมูป่า มุ่งหน้าต่อไปตามร่องเขา
ไม่ไกลนักก็เจอ “ก้อนข้าวต้มมัด” สีขาวดำโผล่มาให้เห็น ทำให้พวกเขาบังคับโดรนเข้าไปใกล้ ๆ เงียบ ๆ และเห็นเจ้าแพนด้าขาลุยกำลังนั่งเสวยสุขอยู่ข้างโขดหิน
ใกล้ ๆ กันมีกองเปลือกไผ่และลำไผ่สูงเป็นภูเขาเลากา
เนื่องจากไม่กล้ารบกวนพี่เบิ้ม คณะเดินทางเลยเดินอ้อมผ่านป่าไผ่ไปเงียบ ๆ
“ไอ้หมีควายนักเลงนั่นขึ้นเขาไปทางทิศตะวันออกหรือเปล่า?” เสี่ยวเติ้งถาม
“ถ้าเราไม่เจอมันฝั่งนี้ ข้ามไปฝั่งนู้นจะไปจ๊ะเอ๋กันไหม?”
พอนึกว่าจะต้องเผชิญหน้ากับหมีควาย เสี่ยวเติ้งก็เริ่มใจเสีย
อินลี่ตบไหล่ปลอบใจ “ไม่ต้องกลัว ถึงเวลาค่อยว่ากัน ถ้าต้องปีนเขาจริง ๆ นายอาจต้องกลับไปก่อน นายไม่เคยมาเส้นทางนี้ แถมยังปีนเขาไม่เก่ง ต้องฝึกอีกสักสองสามปี”
อาจารย์จ้าวยิ้มกว้างมองลูกศิษย์ “ตอนฉันฝึก ฉันเข้าป่าล่าสัตว์กับพวกผู้เฒ่าตั้งแต่เด็ก กว่าอาจารย์จะยอมสอนปีนเขา ก็ปาเข้าไปสิบกว่าปี เอ็งยังอ่อนหัดนักไอ้หนู”
เป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน้าใหม่เหมือนกัน แต่อาจารย์จ้าวผันตัวมาจากพราน ส่วนเสี่ยวเติ้งใหม่ถอดด้าม
เสี่ยวเติ้งหน้ามุ่ยที่โดนดูถูก แต่ลึก ๆ ก็โล่งใจ
เขายังขาดประสบการณ์จริง ๆ นั่นแหละที่จะรับงานหนักขนาดนี้ไหว
ชั่วโมงครึ่งต่อมา พวกเขาก็เจอช่องเขาที่เมินตุนเอ๋อร์บอก
แต่ดันซวยที่มีน้ำในร่อง แถมเยอะด้วย แต่นั่นก็ยืนยันได้ว่าจือหม่าน่าจะพลัดตกน้ำจากต้นน้ำ แล้วไหลมาติดอยู่แถวนี้ เลยมีโอกาสปีนขึ้นไปอยู่ตรงนั้น
พี่เสือเดินลงไปดม ๆ สำรวจอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ได้กลิ่นพวกเดียวกับเมินตุนเอ๋อร์
อินลี่กับอาจารย์จ้าวอาศัยช่วงที่ยังพอมีแสงเริ่มเตรียมที่พักแรม ส่วนเฉินอิ่งบังคับโดรนบินสำรวจขึ้นไปทางต้นน้ำ
ของดีจากระบบเสถียรจริง ๆ!
ลมในช่องเขาแรงมาก แต่โดรนแทบไม่สั่น ถึงแสงก้นหุบเขาจะน้อย แต่โดรนมีไฟอัตโนมัติ ภาพที่ส่งมายังคมชัดแจ๋ว
บินไปได้ราวสามสี่กิโลเมตร เฉินอิ่งก็เรียกโดรนกลับ กะว่าพรุ่งนี้เช้าค่อยสำรวจทิศอื่นต่อ
นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกเสือสองตัวต้องค้างคืนกลางป่านับตั้งแต่แม่บาดเจ็บ พอฟ้ามืด พวกมันก็กลัวจนมุดหัวมุดก้นเข้าไปซุกใต้ท้องแม่
ตอนนี้ลูกเสืออายุห้าหกสิบวันแล้ว ตัวโตจนซุกใต้ท้องแม่ไม่มิดเหมือนตอนเด็ก ๆ
ดันไปดันมา พี่เสือแทบจะตัวลอยด้วยแรงลูก ร้องโวยวายด้วยความรำคาญ งับหูเจ้าตัวโตลากออกมาอย่างไม่เกรงใจ
เมื่อเข้าป่าลึกมาแล้ว เฉินอิ่งกำชับอินลี่ว่าห้ามอุ้มลูกเสือถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ พวกมันต้องหัดใช้ชีวิตแบบไม่มีมนุษย์ช่วย
พี่เสือเลี้ยงลูกคนเดียว ต้องมีช่วงที่ทิ้งลูกไปล่าเหยื่อ ลูกเสือต้องปรับตัวให้อยู่ได้โดยไม่มีแม่ ต้องเรียนรู้วิธีซ่อนตัวและหลบหนีสัตว์นักล่าให้เร็วที่สุด
กลางดึก เฉินอิ่งสะดุ้งตื่น
อินลี่ที่เข้าเวรยาม ส่ายหน้าบอกไม่ต้องพูด แล้วชี้ให้ดูทางทิศสิบนาฬิกา