- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 38 สามก๊กปะทะเดือด มนุษย์นั่งชมบนภูดูเสือกัดกัน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 38 สามก๊กปะทะเดือด มนุษย์นั่งชมบนภูดูเสือกัดกัน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 38 สามก๊กปะทะเดือด มนุษย์นั่งชมบนภูดูเสือกัดกัน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 38 สามก๊กปะทะเดือด มนุษย์นั่งชมบนภูดูเสือกัดกัน
การประชุมเช้าของสถานีช่วยเหลือจัดขึ้นที่ลานบ้านตอนเจ็ดโมงเช้า
ประเด็นหลักคือ ช่วงนี้จำนวนสัตว์และนกบริเวณรอบ ๆ เพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกต โดยเฉพาะลิงจมูกเชิดและนกเค้าแมว ซึ่งปกติไม่ได้อาศัยอยู่ที่ระดับความสูงนี้ กลับเข้ามากระจุกตัวกันอยู่ที่นี่
“เรามีลิงซ์สองตัว แถวนี้ก็เป็นถิ่นของจินหยากับพี่ชายพอดี ยังมีหมีควายที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วก็ฝูงลิงของพี่ลิงอีก ความหนาแน่นของประชากรสัตว์แถวนี้ชักจะมากเกินไปแล้ว” มีคนตั้งข้อสังเกต
ตอนแรกที่เลือกตั้งสถานีตรงนี้ เพราะเป็นป่าโปร่ง คิดว่าจะไม่รบกวนสัตว์ป่ามากนัก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าสัตว์ป่าพากันอพยพมาอยู่ที่นี่ ซึ่งผิดปกติมาก
“พี่อิ่ง ถิ่นหากินของลิงจมูกเชิดมันอยู่แถวหุบเขาฮวาชิวไม่ใช่เหรอ? หรือว่าพี่ลิงกับแม่ลิงย้ายหนีหมีควายมาอยู่ที่นี่?”
เฉินอิ่งพยักหน้า “เป็นไปได้ อาลี่ นายกับเสี่ยวเติ้งลองไปเช็คแถวนั้นดูหน่อยว่าหมีควายยังป้วนเปี้ยนอยู่ไหม แล้วก็คอยดูรังผึ้งแถวนั้นด้วย อย่าให้หมีควายฟาดเรียบหมด ถ้าจำเป็นสถานีเราพอมีงบเหลือไหม? จ้างผู้เฒ่าในหมู่บ้านทำรังผึ้งเทียม แล้วลองย้ายผึ้งไปดู เผื่อช่วยได้”
กำลังคุยกัน พี่หลิวกับพี่ไต้ก็ขับรถขนเสบียงมาถึง
“เสี่ยวเฉิน นี่ส่วนของสองแพนด้า แล้วก็เนื้อสำหรับครอบครัวเสือดาว อ้อ มีเรื่องจะแจ้ง ผู้เชี่ยวชาญจะมาตรวจงานเร็ว ๆ นี้ คาดว่าปีหน้าอาจจะคัดเลือกแพนด้าตัวเมียมาผสมพันธุ์ที่นี่”
พี่ไต้ตบไหล่เฉินอิ่งอย่างมีความนัย “ทำผลงานให้ดี ๆ ล่ะ ได้ยินผอ.เปรย ๆ ว่าสถานีนี้อาจได้ยกระดับเป็นศูนย์อนุรักษ์ อนาคตนายต้องรับผิดชอบไม่แค่สัตว์ป่า แต่รวมถึงพืชและนกด้วย”
เฉินอิ่งไม่ได้ดีใจ กลับขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบยุ่งกับคน ถ้ายกระดับจริง เรื่องวุ่นวายคงตามมาอีกเพียบจนเขาประสาทกินแน่
พี่ไต้ขำท่าทางเขา ไม่พูดอะไรต่อ หันไปสั่งเสี่ยวเซินกับเสี่ยวเติ้งช่วยขนของ แล้วแวะไปดูเมินตุนเอ๋อร์ที่กำลังเลี้ยงน้องชายแบบขอไปที
“สิ่งอำนวยความสะดวกที่นี่ยังขาดอีกเยอะ เดี๋ยวพี่ทำเรื่องเบิกงบหรือขออุปกรณ์เพิ่มให้”
เห็นเฉินอิ่งยังหน้ามุ่ย พี่ไต้เลยเลิกแกล้ง
“ไม่ต้องห่วง รู้หรอกว่านายไม่ชอบเรื่องยุ่งยาก พี่กะว่าจะยื่นเรื่องขอเป็นผอ.ศูนย์อนุรักษ์ ให้นายเป็นรองผอ. พี่จัดการงานเอกสารบริหารจัดการ นายดูหน้างานกู้ภัย ส่วนงานลาดตระเวนก็คงเป็นเสี่ยวอิน และอาจจะมีผู้เชี่ยวชาญนกมาเพิ่มอีกคน ยังไม่สรุปนะ แค่บอกไว้ก่อน ถ้าชัวร์แล้วจะรีบแจ้ง”
ได้ยินแบบนี้ เฉินอิ่งค่อยสีหน้าดีขึ้นหน่อย
“พี่ไต้ พี่กับพี่หลิวยุ่งกันไปก่อนนะ วันนี้พวกผมจะขึ้นเขาไปตามหาแม่หมี อาจจะไม่กลับมาวันนี้ มีอะไรโทรหาผมได้”
เรื่องพาพี่เสือเข้าป่าตามหาแม่แพนด้าได้รับอนุมัติเรียบร้อย ทางศูนย์จัดเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมสรรพ ของที่พี่ไต้ขนมาเมื่อเช้าก็รวมถึงอุปกรณ์เดินป่าด้วย
มียาสามัญสำหรับกู้ภัยสัตว์ป่า และที่ขาดไม่ได้คือปืนยาสลบ
สิบโมงเช้า ล้อหมุนตรงเวลา
เข้าป่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แวะหุบเขาฮวาชิว แล้วอ้อมไปป่าหมูป่า สุดท้ายตามคำบอกเล่าของเมินตุนเอ๋อร์ ไปสำรวจช่องเขาทางตะวันตกของป่าหมูป่า
ถ้ายังหาไม่เจอแถวนี้ คงต้องย้อนกลับ ปีนหน้าผาฝั่งตะวันออกของหุบเขาฮวาชิว ข้ามสันเขา ลงไปป่าทางเหนือของป่าหมูป่า แต่ทางนั้นมันแทบจะข้ามเขตไปเขตอนุรักษ์อื่นแล้ว ต้องประสานงานขอกำลังสนับสนุนล่วงหน้า
พี่เสือจะไปส่งแค่ตรงช่องเขา ถ้าต้องปีนป่าย เธอคงเสี่ยงพาลูกไปด้วยไม่ได้ ถึงตอนนั้นอาจต้องพิจารณาปล่อยพี่เสือกลับป่าก่อนกำหนด
ดังนั้นรอบนี้เฉินอิ่งเลยพกปลอกคอติดตามตัวไปด้วยสองอัน เผื่อต้องใส่ให้พี่เสือ
สี่ชั่วโมงผ่านไป พวกเขาสำรวจรอบหุบเขาฮวาชิวเสร็จ
ครอบครัวลิงจมูกเชิดยังปักหลักอยู่ที่เดิม ดูเหมือนจำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นด้วย ส่องกล้องจากฝั่งนี้ เห็นลิงบนเขาฝั่งตรงข้ามยั้วเยี้ยเกินร้อยตัวแน่ ๆ แต่ไม่เห็นวี่แววหมีควาย ไม่รู้ว่ากลัวโดนลิงรุมจนต้องถอยทัพยอมสละฮวาชิวของโปรดไปหรือเปล่า
บนเส้นทางจากลำธารหุบเขาฮวาชิวไปป่าหมูป่า เสี่ยวเติ้งตาไวเจอร่องรอยหมีควาย
“เจ้ายักษ์นี่เล็งหมูป่าไว้เหรอ? ‘หมีตาบอด’ จะกล้าท้าดวลฝูงหมูป่าเชียว?”
“ในประเทศเราแทบไม่มีบันทึกว่าหมีควายล่าหมูป่ากินนะ มีงานวิจัยบอกว่าหมีควายกับหมูป่ามีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันด้วยซ้ำ อาจจะเพราะหมีควายปีนต้นไม้เก็บผลไม้กิน แล้วตัวหนักทำกิ่งไม้สั่น ผลไม้ร่วงลงมา หมูป่าเลยพลอยได้กินไปด้วย”
แต่หมีควายในป่านี้มันอินดี้ ชอบแหกกฎธรรมชาติ ทิ้งป่าสนที่คุ้นเคย ลงมาซ่าในป่าดิบชื้น แกล้งลิง ท้าเสือ สมฉายาเด็กเปรตแห่งวงการหมีจริง ๆ
“ในป่าหมูป่ามีแพนด้ายักษ์อยู่ตัวหนึ่งไม่ใช่เหรอ? คิดว่าหมีควายจะไปจ๊ะเอ๋กับมันไหม?”
เฉินอิ่งถลึงตาใส่เสี่ยวเติ้ง แล้วเขกหัวไปทีหนึ่ง “ปากดีนะเรา อย่าหาทำ”
พี่เสือนอนเอกเขนกบนต้นไม้ เฝ้าลูก ๆ วิ่งเล่นในป่า ห่างออกไปไม่ไกล เฉินอิ่งและคณะนั่งกินมื้อเที่ยงง่าย ๆ
จริง ๆ การพาพี่เสือมาด้วยก็เสี่ยง เพราะทิศนี้ไม่ใช่อาณาเขตของเธอ มีโอกาสสูงที่จะเจอเจ้าถิ่นดุร้ายและเกิดการปะทะ
เพื่อลดความเสี่ยง เฉินอิ่งกับอินลี่เลยเลือกเส้นทางเลียบชายขอบอาณาเขตพี่เสือให้มากที่สุด
กัดแซนด์วิชไปได้คำเดียว ก็ได้ยินเสียงหมีคำรามมาแต่ไกล
เฉินอิ่งกับพวกไม่สนจะพักแล้ว รีบกินให้หมด เอาโดรนออกมาบินสำรวจต้นเสียงทันที
“คุณพระช่วย! เจอกันจริง ๆ ด้วย!”
เฉินอิ่งรีบบังคับโดรนบันทึกภาพ
ที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์กับหมีควายแทบไม่มีโอกาสทับซ้อนกัน แต่ก็ห้ามความอินดี้ของทั้งคู่ไม่ได้
ตัวหนึ่งไม่ยอมอยู่ป่าไผ่กินดีอยู่ดี ดันชอบมาหาเรื่องหมูป่า
อีกตัวไม่รู้ผีเข้าหรือไง เบื่อ ๆ เลยเดินลงเขามาเที่ยวเล่น
แพนด้าตัวผู้ตัวนั้นใหญ่และล่ำกว่าปกติ ตามตัวเต็มไปด้วยแผลเป็น บ่งบอกความเป็น “กังฟูแพนด้า” ตัวจริงเสียงจริง
ส่วนหมีควาย โดยทั่วไปตัวใหญ่กว่าแพนด้า หนักกว่า และกินเนื้อมากกว่าแพนด้าที่กินพืชเกือบ 99%
ระหว่างสองยักษ์ใหญ่ เยื้องไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ฝูงหมูป่าก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม
จ่าฝูงตัวไม่เล็กเลย ดูจากเขี้ยวโง้วคงอายุไม่น้อย ส่วนหมูป่ารุ่นกระทงสามตัวข้างหลังก็ดูคึกคะนองอยากลองของ
ศึกสามทิศ!
งานนี้สนุกแน่