- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 37 ดูสิว่าเด็กหิวแค่ไหน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 37 ดูสิว่าเด็กหิวแค่ไหน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 37 ดูสิว่าเด็กหิวแค่ไหน
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 37 ดูสิว่าเด็กหิวแค่ไหน
พูดตามตรง พวกเขาไม่ทันสังเกตเลยว่านกเค้าแมวหางยาวมาทำรังอยู่ใกล้สถานีช่วยเหลือขนาดนี้
นอกจากนกทั่วไปไม่กี่ชนิด ส่วนใหญ่จะเลือกทำรังห่างไกลชุมชน
นกเค้าแมวหางยาวปกติอาศัยอยู่ในป่าสน หรือป่าผสมผลัดใบและป่าสน
พื้นที่รอบสถานีเป็นป่าทุติยภูมิ หรือป่าที่ฟื้นตัวหลังถูกทำลาย ที่มีพืชพรรณผสมผสาน ซึ่งไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ ที่นกเค้าแมวหางยาวจะมาทำรังวางไข่แน่ ๆ
อินลี่เท้าไวกว่า วิ่งนำไปสิบเมตร จู่ ๆ ก็หยุดกึก คว้าแขนเฉินอิ่งที่ตามมาติด ๆ
ไม่ต้องพูดอะไร แค่มองตาก็รู้ใจ เฉินอิ่งรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น
แสงไฟสลัวในป่าส่องให้เห็นกิ่งไม้เบื้องหน้า นอกจากนกเค้าแมวหางยาวที่กำลังส่งเสียงขู่ “ฮู-ฮู” แล้ว ยังมีเงาตะคุ่ม ๆ อีกสองร่างที่ดูคุ้นตา
“นั่นพี่ลิงกับแม่ลูกลิงไม่ใช่เหรอ?”
เฉินอิ่งขยี้ตา มองสองลิงจมูกเชิดที่แอบอยู่หลังต้นไม้ กำลังประจันหน้ากับนกเค้าแมวอย่างไม่เชื่อสายตา
เรื่องแปลกมีทุกปี แต่วันนี้เยอะเป็นพิเศษ!
ลิงจมูกเชิดปกติรักสงบ ไม่ค่อยยุ่งกับใคร มายืนจ้องตากับนกเค้าแมวกลางดึกแบบนี้ พี่ลิงไม่กลัวเสียเปรียบเจ้าถิ่นเหรอ?
การมาถึงของมนุษย์เบี่ยงเบนความสนใจจากศึกสามเส้า
พี่ลิงที่ตอนแรกตั้งท่าระวังภัย สูดหายใจลึก ขนที่พองฟูค่อย ๆ ยุบลง
“จี๊ด จี๊ด เจ้าสัตว์สองขา บอกไอ้นกงี่เง่านี่ทีว่าลูกฉันแค่ช่วยเก็บลูกมันที่ตกจากรัง ไม่ได้จะขโมยซะหน่อย”
พี่ลิงไม่ได้พูดอะไร แต่แม่ลิงนี่สิบ่นยาวเหยียด แถมเดินเข้ามาหาเฉินอิ่งด้วยสีหน้าสุดแสนจะคับแค้นใจ
เจ้าลิงน้อยที่เคยขวัญเสีย กอดแม่แน่น ดวงตากลมโตใสแจ๋วมองเฉินอิ่งอย่างงุนงง
เฉินอิ่งย่อตัวลง สังเกตเห็นว่าในมือแม่ลิงมีลูกนกตัวหนึ่ง ขนยังขึ้นไม่เต็ม ตัวแดง ๆ ดูน่าเกลียดน่าชัง
นกเค้าแมวหางยาวเป็นพวกโตช้า หลังฟักออกจากไข่ต้องอยู่ในรังอีก 30-40 วันกว่าจะบินได้
ไม่รู้ว่าลูกนกตกลงมาอีท่าไหน แล้วลูกลิงไปเจอเข้าได้ยังไง แต่ดูทรงแล้วแม่นกคงเข้าใจผิดคิดว่าฝูงลิงบุกรังเลยโจมตีลูกลิง จนพี่ลิงต้องออกโรงปกป้อง
เฉินอิ่งรู้ว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ แม่นกอาจเครียดจนทิ้งรังไปเลยก็ได้
เขาค่อย ๆ รับลูกนกมาจากแม่ลิง ตรวจดูคร่าว ๆ โชคดีที่ไม่บาดเจ็บ แต่อากาศในป่าเย็นเยือก ถ้าไม่รีบส่งกลับรัง ลูกนกอาจตายเพราะอุณหภูมิต่ำได้
หลังจากปลอบใจแม่ลิง และให้อินลี่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจลิงสองแม่ลูก เฉินอิ่งตัดสินใจเสี่ยงปีนต้นไม้พาลูกนกกลับรัง
ตอนแรกอินลี่อาสาจะปีนเอง เพราะเฉินอิ่งปีนต้นไม้ไม่เก่งเท่า แต่โชคร้ายที่อินลี่ไม่ใช่พระเอก ถ้าลูกนกติดกลิ่นเขาไป แม่นกอาจปฏิเสธลูกตัวเองได้
เฉินอิ่งต่างหากที่มีระบบ!
ถึงพี่ถงจะดูไม่ค่อยมีน้ำยา แต่ฟังก์ชั่นเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ป่านี่ครบครัน แค่ลบกลิ่นมนุษย์ออกจากตัวลูกสัตว์ เรื่องจิ๊บ ๆ สิ่งที่เขากังวลคือแม่นกจะโจมตีตอนเขาปีนขึ้นไปต่างหาก
เฉินอิ่งสูดหายใจลึก ดึงฮู้ดเสื้อกันลมขึ้นคลุมหัว แล้วค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่แม่นกเกาะอยู่
“ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาช่วย”
เฉินอิ่งแบมือ โชว์ลูกนกอ้วนกลมให้แม่นกดู
เขาไม่แน่ใจหรอกว่าแม่นกจะมองเห็นชัดไหม แค่อยากแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้มาร้าย
เห็นแม่นกไม่โจมตีและไม่บินหนี เฉินอิ่งก็ยัดลูกนกใส่กระเป๋าหน้าอกเสื้อ แล้วเริ่มปีนต้นไม้
ท่าปีนต้นไม้อันทุลักทุเลของเขา ทำเอาอินลี่ทนดูไม่ได้
เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่ตามมาสมทบก็ต้องกัดกระพุ้งแก้มกลั้นขำกันตัวเกร็ง
พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้เท่าเฉินอิ่งกับอินลี่ เลยแอบดูอยู่หลังต้นไม้ห่างออกไปสิบเมตร
ยังไงซะในที่สุดเฉินอิ่งก็กระดึ๊บ ๆ ขึ้นไปถึงโพรงรังนกจนได้ เขาพักหายใจครู่หนึ่ง พอชีพจรเต้นช้าลงและมือหายสั่น เขาหยิบลูกนกออกมาวางคืนในรัง
ปกตินกเค้าแมวหางยาวจะวางไข่ครั้งละ 2-6 ฟอง ซึ่งคุณแม่นกมือใหม่ตัวนี้ฟักลูกออกมาได้ 5 ตัว อ้วนท้วนสมบูรณ์ทุกตัว มิน่าล่ะถึงมีตัวหนึ่งเบียดจนตกลงมา
ตอนเฉินอิ่งเอาลูกนกใส่กลับไป อีก 4 ตัวที่เหลือก็แย่งกันจิกนิ้วเขา ร้องขออาหารกันระงม
สำหรับนกเค้าแมวหางยาว ฤดูกาลนี้ถือว่าฟักช้าไปหน่อย แต่ปีนี้อากาศอุ่นผิดปกติ แถมอาหารการกินแถวนี้ก็อุดมสมบูรณ์ดี
เฉินอิ่งประเมินสภาพโพรงไม้คร่าว ๆ ค่อนข้างคับแคบ พอลูกนกโตขึ้นอีกหน่อยคงเบียดกันตาย
ขาลงเร็วกว่าขาขึ้นเยอะ และตลอดเวลาแม่นกก็ไม่ได้โจมตีแต่อย่างใด
เห็นแม่นกดูเชื่อง ๆ สมองเฉินอิ่งก็เริ่มแล่น ตู้ฟักไข่ทำงานมาอาทิตย์กว่าแล้ว โดยภาระตกอยู่ที่ต้วนอู้หลิน “คนว่างงาน” ที่ต้องคอยเช็คไข่ทุกวัน ซึ่งเมื่อวานเพิ่งบอกว่าเส้นเลือดในไข่ชัดขึ้นแล้ว
เนื่องจากไม่มีผู้เชี่ยวชาญนก ต้วนอู้หลินเลยถ่ายรูปไข่ไปโพสต์ถามในบอร์ดผู้เชี่ยวชาญ แต่จนป่านนี้ยังไม่มีใครฟันธงได้ว่าเป็นไข่นกอะไร
ทำไงได้ก็ต้องฟักต่อไป รอออกมาเป็นตัวค่อยมาลุ้นกันว่าจะเลี้ยงยังไง
ถ้าเป็นนกเค้าแมวเหมือนกัน จะฝากแม่นกตัวนี้เลี้ยงได้ไหมนะ?
เฉินอิ่งแค่คิดเล่น ๆ จะได้ผลไหมก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนกอะไร
คิดเพลิน ๆ แป๊บเดียวก็ลงถึงพื้น
พอแม่นกมั่นใจว่าภัยคุกคามผ่านไปแล้ว ก็บินกลับเข้ารังไปปลอบขวัญลูก ๆ
เจอเรื่องวุ่นวายขนาดนี้ เธอคงไม่กล้าทิ้งรังออกไปล่าเหยื่อ แต่ลูกนกหิวโซร้องระงมจนเฉินอิ่งกับอินลี่ข้างล่างเริ่มกระวนกระวาย
“ทำไงดี? หาเนื้อมาป้อนพวกมันหน่อยดีไหม?”
“เมื่อบ่ายฉันจับกระต่ายป่าได้ตัวหนึ่ง เนื้อส่วนท้องให้ลูกเสือไปแล้ว ยังเหลือขาหลังอีกข้าง เดี๋ยวไปแล่เนื้อมาลองดูว่าแม่นกจะยอมป้อนลูกไหม?”
ว่าแล้วก็ทำเลย เฉินอิ่งรีบไปเอาเนื้อกระต่ายใส่กล่อง สวมหมวกกันน็อคและชุดป้องกัน ปีนต้นไม้อย่างทุลักทุเลขึ้นไปอีกรอบ
คราวนี้แม่นกในโพรงจ้องเขาเขม็งระยะเผาขน
เฉินอิ่งค่อย ๆ วางเนื้อไว้ขอบโพรง อดใจไม่ไหวยื่นนิ้วไปแตะหัวแม่นกเบา ๆ
แม่นกเอียงคอพิจารณาเฉินอิ่ง แล้วก้มลงจิกเนื้อกินอย่างไม่เกรงใจ
กลิ่นเนื้อยิ่งทำให้ลูกนกร้องดังขึ้น ทำให้กินไปได้ไม่กี่คำ แม่นกก็เริ่มฉีกเนื้อป้อนลูก ๆ
เห็นแม่นกไม่ปฏิเสธอาหาร เฉินอิ่งก็โล่งอก แอบหยิบมือถือออกมา เปิดโหมดกลางคืน ปิดแฟลช อาศัยแสงจันทร์ถ่ายรูปแม่นกป้อนอาหารลูก
แสงน้อยจนมองไม่เห็นตัวลูกนกชัดเจน แต่ปากที่อ้ากว้างหลายปากก็ยังเห็นเด่นชัดในความมืด
ดูสิว่าเด็ก ๆ หิวกันขนาดไหน!