- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 35 คำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 35 คำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 35 คำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 35 คำชี้แนะจากท่านผู้อาวุโส
เฉินอิ่งเพ่งมองดี ๆ ถึงเห็นว่าหัวหน้าใหญ่กรมป่าไม้ประจำท้องถิ่นมาด้วยตัวเอง
ท่านผู้นี้เริ่มต้นชีวิตการทำงานที่สถานีป่าไม้เจียมู่กั๋ว รักผืนป่าแห่งนี้ยิ่งกว่าลูกในไส้
“วันนี้มีการประชุมระดับเขต ท่านหัวหน้าก็มาด้วย ได้ยินว่านายช่วยลูกแพนด้าหลงทางไว้ ท่านเลยอยากมาดู” พี่หลิวรีบกระซิบสั้น ๆ
เฉินอิ่งไม่ได้เสนอหน้าเข้าไป ตอนนี้ผู้บริหารจากศูนย์และสถานีป่าไม้กำลังยืนล้อมวงฟังรายงานจากหัวหน้าทีมลี่ เขาแทรกเข้าไปคงไม่เหมาะ
“เสี่ยวเฉิน มานี่หน่อย”
กำลังคุยกับพี่หลิว ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองซะงั้น เมื่อหันไปมองก็เห็นผอ.ไป๋ยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มผู้บริหารกวักมือเรียกเขา
“เสี่ยวเฉินเป็นสัตวแพทย์มือทองของศูนย์เราครับ ชาวเน็ตเรียกเขาว่าดรูอิด ทั้งเมินตุนเอ๋อร์และลูกแพนด้าตัวนี้ก็รอดมาได้เพราะฝีมือเขา”
ผอ.ไป๋แนะนำเฉินอิ่งกับท่านหัวหน้าใหญ่
ท่านหัวหน้ามองเฉินอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปยิ้มกับคณะทำงาน “ดรูอิดแห่งสถานีช่วยเหลือ ฉันเคยได้ยินชื่อนะ หลานสาวฉันเล่าให้ฟัง เธอชอบดูคลิปเขากับเจ้าลิงซ์ตัวนั้นมาก”
เฉินอิ่งรีบแก้ตัวว่าเป็นแค่เรื่องขำ ๆ ของชาวเน็ต เขาแค่รักษาสัตว์ สัตว์เลยเชื่องกับเขาแค่นั้นเอง
พูดไปงั้นแหละ คนอื่นได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ไม่พูดต่อ
ในกลุ่มผู้บริหารหลายคนก็จบสัตวแพทย์ เคยรักษาสัตว์มานักต่อนัก แต่ไม่เห็นมีตัวไหนมาออดอ้อนนัวเนียแบบนี้เลย
เฉินอิ่งปั้นหน้ายิ้ม แต่ในใจอึดอัดแทบบ้า
เขาเลือกมาทำงานบนเขาเพราะหนีความวุ่นวาย หนีการเมืองในที่ทำงาน พอมาเจอฉากปั้นหน้าเข้าหากันแบบนี้ นึกเสียใจที่ไม่ได้หนีเข้าป่าไปตั้งแต่เช้า
โชคดีที่ผอ.ไป๋รู้นิสัย แนะนำตัวเสร็จก็ปล่อยเขาไปทำงานต่อ
อยู่ข้างนอกก็ทำตัวไม่ถูก เฉินอิ่งเลยหนีเข้าคอกพี่เสือ ไปแปรงขน นวดตัวให้เธอ
“โฮก! ข้างนอกเสียงดังจัง มีเรื่องอะไร?”
“ผู้ใหญ่มาตรวจงานน่ะ”
“ผู้ใหญ่คืออะไร? มนุษย์คนอื่นเหรอ? ไม่ชอบเลย หนวกหู น่ารำคาญ”
ไม่ใช่แค่พี่เสือที่รำคาญ เขาเองก็หงุดหงิดเหมือนกัน
หวังว่าเมินตุนเอ๋อร์จะหายไว ๆ สถานีจะได้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิมสักที
แปรงขนพี่เสือได้ถุงเบ้อเริ่ม เฉินอิ่งกะจะวานคนที่ศูนย์ช่วยทำพวงกุญแจขนสัตว์ให้
เขาไม่เคยไลฟ์ แต่แอคเคาท์ส่วนตัวมีคนติดตามเพียบ โดยเฉพาะแอคเคาท์ให้ความรู้ แฟนคลับติดตามมาตั้งแต่สมัยเรียน เขาเลยอยากเอาขนพี่เสือกับจินหยามาทำของที่ระลึกแจกแฟนคลับ
ปล่อยพี่เสือไปนอนพัก ต้อนลูกเสือให้แม่ดู แล้วเขาก็ลงมือขัดพื้นคอก
ตั้งแต่ลูกเสือเริ่มฝึกฉีกเนื้อ ต้องขัดพื้นวันละรอบสองรอบ ไม่งั้นเหม็นคาวจนอยู่ไม่ได้
ในขณะที่กำลังขัดพื้นเสร็จ รื้อที่นอนแมวออกมาซัก ผอ.ไป๋ก็มาหา
แน่นอน ผอ.ไม่กล้าเข้าคอกเสือ ยืนเคาะประตูเรียกอยู่ข้างนอก
“วันนี้ท่านหัวหน้ามาตรวจงานบังหน้า จริง ๆ คืออยากมาดูสภาพความเป็นจริงของสถานี เรื่องของบซ่อมบ้านพรานที่ส่งไปเรื่องติดอยู่ที่กรมป่าไม้เขต ทางนั้นมองว่าอุปกรณ์ที่สถานีตอนนี้เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างเพิ่ม”
ผอ.ไป๋มองหน้าเฉินอิ่ง แล้วเงียบไปอึดใจ
“ถ้าไม่ได้จริง ๆ คงต้องระดมทุนเอง แต่คุณก็รู้ ช่วงนี้กฎระเบียบเข้มงวด รับเงินบริจาคเอกชนจะทำให้เราทำงานลำบากในอนาคต”
เฉินอิ่งบีบดั้งจมูก “เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับผอ.”
“ไม่ต้องเกรงใจ ผมรู้คุณอยากให้สัตว์ป่าได้รับการดูแลที่ดีที่สุด แต่เราก็ต้องฟังหน่วยงานอื่นด้วย”
คุยกันไม่กี่คำ ผอ.ก็กลับไป เฉินอิ่งยืนพิงกำแพงเหม่ออยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับเข้าไปทำงานต่อ
“โฮก เป็นอะไร? มนุษย์นั่นพูดอะไรกับนาย? ดูนายไม่สบอารมณ์เลย”
“เปล่าหรอกพี่เสือ ไม่ได้โกรธ แค่ผิดหวังนิดหน่อย”
เฉินอิ่งดึงเบาะออกจากรัง ตบฝุ่น ยัดกลับเข้าที่ แล้วลากไปไว้อีกมุมห่างจากอ่างน้ำ
“ตอนแรกว่าจะซ่อมบ้านพรานในป่า จะได้มีที่ให้พวกพี่พักฟื้นดี ๆ สัตว์หลายตัวไม่ได้เจ็บหนัก ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ปนกับคน แต่เบื้องบนบอกว่าไม่จำเป็น เอาเงินไปซื้ออาหารให้สัตว์ดีกว่า”
พี่เสือไม่เข้าใจว่าเงินคืออะไร แต่ซื้ออาหาร?
พวกเธอล่าเองได้ อาหารมนุษย์อร่อยก็จริง แต่เหยื่อเป็น ๆ อร่อยกว่าเยอะ ทำไมต้องซื้อ?
พี่เสือไม่เข้าใจมนุษย์ แต่อยากปลอบใจเฉินอิ่ง
“งั้น . . . ฉันยกโพรงไม้ให้ไหม?”
เฉินอิ่งหลุดขำ โพรงไม้นั่นเล็กกว่าบ้านพรานครึ่งหนึ่ง จะให้ไปอยู่หรือไปเล่นซ่อนแอบ?
เขาขยี้หัวพี่เสือจนเธอรำคาญปัดมือออก
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมก็มีเงินแล้ว พอมีเงิน ผมจะออกเงินสร้างเอง”
ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ให้ชาวบ้านช่วยลงแรง แล้วเขาออกค่าของเองก็ได้
คิดดูแล้วพระเอกนิยายมีสัตว์วิเศษช่วยหาของหายาก แต่เขาไม่มีปัญญาขนาดนั้น
ป่านี้เป็นเขตอนุรักษ์ เก็บของป่าหายากมาขายไม่ได้ แต่เขาแนะนำชาวบ้านเพาะพันธุ์พืชหายากได้
เขาเรียนรู้จากแฟนคลับว่า เขตอนุรักษ์อื่นก็ทำกัน
การเพาะพันธุ์ต้องหาพ่อแม่พันธุ์ที่เหมาะสม ย้ายปลูกอย่างถูกวิธีและตามหลักวิทยาศาสตร์ พอสำเร็จถึงจะขยายพันธุ์เพื่อการค้าได้
เรื่องนี้เขาเป็นมือใหม่ อินลี่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องหาตัวช่วย
คุยกับพี่เสือไปทำงานไป เผลอแป๊บเดียวก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน ท่านผู้นำเตรียมตัวกลับ เจ้าหน้าที่ทุกคนยกเว้นคนเข้าเวรต้องออกมาส่ง
กำลังจะพ้นประตู ท่านหัวหน้าอาวุโสก็หยุดเดิน หันมาเรียกเฉินอิ่ง
“เสี่ยวเฉิน มานี่หน่อย”
เฉินอิ่งมองหน้าผอ.ไป๋ที่งงพอกัน แล้วรีบถอดถุงมือวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา
“เสี่ยวเฉิน ฉันอ่านรายงานของพวกเธอแล้ว ทางกรมก็มีความลำบากใจ”
“ท่านครับ ผอ.ไป๋แจ้งผมแล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของกรมครับ”
“ฮ่า ๆ ไอ้หนุ่มนี่” ท่านตบไหล่เขาเบา ๆ ลดเสียงลง “ฉันชี้ช่องให้ ลองดูนะ กรมป่าไม้มีแผนยุทธศาสตร์ห้าปีฉบับใหม่ มีหัวข้อวิจัยเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์และพืชหายากเยอะเลย ได้ข่าวว่าอาจารย์เธอก็กำลังยื่นขอทุนอยู่ เธออาจจะเข้าร่วมทีมอาจารย์ หรือจะยื่นขอทุนวิจัยย่อยเองก็ได้ เดี๋ยวฉันให้คนส่งข้อมูลไปทางอีเมล ลองศึกษาดูนะ”
เฉินอิ่งเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นเต้น ท่านตบไหล่เขาอีกที และไม่พูดอะไรต่อขึ้นรถกลับไป
คนจากทีมแพทย์แพนด้าอยากจะเข้ามาถามว่าคุยอะไรกัน แต่โดนหัวหน้าทีมลี่ต้อนกลับไปทำงานซะก่อน
พอคนแยกย้าย อินลี่ถึงได้ลากเขาไปคุยที่หอพัก