- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 34 กล้าคิดนะ ให้เสือช่วยหมีตามหาแม่
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 34 กล้าคิดนะ ให้เสือช่วยหมีตามหาแม่
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 34 กล้าคิดนะ ให้เสือช่วยหมีตามหาแม่
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 34 กล้าคิดนะ ให้เสือช่วยหมีตามหาแม่
เมื่อรายงานการตรวจ DNA ร้อน ๆ ออกมาจากฐานวิจัย ทุกคนในห้องทำงานถึงกับเงียบกริบ
ความสัมพันธ์ทางสายเลือดในแพนด้าเลี้ยงเป็นเรื่องปกติ แต่การได้เห็นพี่น้องแพนด้าป่ากลับมาเจอกันแบบนี้ หาดูได้ยากยิ่ง
แน่นอนว่าเพราะตามธรรมชาติ สัตว์ป่าต่างพ่อหรือต่างแม่มักไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน
เมินตุนเอ๋อร์กอดเจ้าตัวเล็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พิงลูกกรงเหล็กแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าหมีสาวแสนสวยเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม มันไม่นึกไม่ฝัน แค่จะตอบแทนบุญคุณสัตว์สองขาที่ช่วยชีวิต ดันต้องพา “น้องชาย” กลับบ้านซะงั้น
มองดูไอ้น้องชายตัวเหม็นที่อายุไม่ถึงขวบ กลิ่นน้ำนมยังคลุ้ง แถมแววตาฉายแวว “เด๋อ” ชัดเจน เมินตุนเอ๋อร์ถอนหายใจอีกเฮือก หงายหลังตึง คว้าหน่อไม้มาเคี้ยวระบายอารมณ์
เสี่ยวเซินเอาหน่อไม้สด ๆ มาให้เมินตุนเอ๋อร์เยอะแยะ และด้วยความสงสาร เลยเกาพุงให้ผ่านกรง
“เมินตุนเอ๋อร์ลำบากหน่อยนะ กินของอร่อย ๆ เยอะ ๆ ชอบรสไหนบอก เดี๋ยวพี่ไปตัดมาให้”
ถึงปากจะบอกว่ารังเกียจน้องชายตัวเหม็น แต่พอนอนกินหน่อไม้ เมินตุนเอ๋อร์ก็คอยระวังไม่ให้เจ้าตัวเล็กกลิ้งตก หรือเจ็บตัวอยู่ดี
เฉินอิ่งได้รายงานเวอร์ชั่นดิจิตอลมาแล้ว เขานั่งขัดสมาธิตรงข้ามพี่เสือ ยิ้มเจื่อน ๆ
“เอาล่ะ ทีนี้ ที่บอกว่าจะให้เมินตุนเอ๋อร์ฝึกเป็นคุณแม่มือใหม่ กลายเป็นพี่สาวเลี้ยงน้องซะงั้น”
พี่เสือหัวเราะร่า กลิ้งไปมาบนแท่นไม้ เล่นเอาลูกเสือสองตัวตกใจหนีไปมุมห้อง พอเห็นแม่แค่อารมณ์ดี เจ้าตัวโตก็ใจกล้า วิ่งมาตะปบหางแม่เล่น
สองนาทีต่อมา สองแม่ลูกก็ฟัดกันนัวเนีย
“พูดถึงเรื่องนี้ ฉันเคยเจอแม่เมินตุนเอ๋อร์ด้วยนะ เธอเป็นแม่ที่เก่งมาก”
หลังหยอกล้อจบ พี่เสือนอนลง สะบัดหางล่อลูกสมุนสองตัว แล้วชวนเฉินอิ่งคุย
“ตอนนั้นฉันเพิ่งแยกจากแม่ น้องสาวที่อยู่ด้วยกันก็หนีไปดื้อ ๆ ทิ้งฉันไว้คนเดียว เคว้งคว้างเดินเปื่อยไปทั่วอาณาเขต”
ช่วงนั้นใกล้หน้าหนาว สัตว์ทุกตัวกำลังเตรียมเสบียง แม่เมินตุนเอ๋อร์คอกนั้นมีลูกแค่ตัวเดียวเลยหวงลูกมาก
พี่เสือเผลอหลงเข้าไปในถิ่นแม่หมีรีบหนีแทบไม่ทัน แต่แม่หมีก็ยังตัดสินใจย้ายถิ่นหนีหนาวพาลูกไปอยู่ที่อื่น
บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่พี่เสือแอบตามแม่ลูกคู่นั้นไปเฉยเลย
เธอรักษาระยะห่างอย่างฉลาด แอบดูวิธีที่แม่หมีดูแลลูก
ทั้งสามชีวิตผ่านพ้นฤดูหนาวมาด้วยกัน จนถึงฤดูใบไม้ผลิปีถัดมา เธอเลยกลายเป็นพี่น้องต่างสายเลือดกับเมินตุนเอ๋อร์ไปโดยปริยาย
ปกติแม่หมีจะเลี้ยงลูกประมาณปีครึ่ง ถ้าสัญชาตญาณความเป็นแม่แรงหน่อยก็อาจลากยาวไปถึงสองปี
“หลังจากเมินตุนเอ๋อร์อายุได้ปีครึ่ง วันหนึ่งแม่มันก็เดินออกจากถ้ำ แล้วไม่กลับมาอีกเลย”
พี่เสือถอนหายใจ เปลี่ยนเอาอุ้งเท้ามาเกยคาง
โชคดีที่มีพี่เสืออยู่เป็นเพื่อน เมินตุนเอ๋อร์เลยผ่านช่วงเวลาอันมืดมนหลังแยกจากแม่มาได้
เฉินอิ่งถอนหายใจตาม กำลังจะพูดอะไรสักอย่าง จู่ ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำเอาพี่เสือสะดุ้ง
“ทำบ้าอะไรของนาย! ตกใจหมด!”
“ไม่ใช่ ๆ พี่เสือ พี่ตามเมินตุนเอ๋อร์กับแม่ไปตั้งหลายที่ พี่รู้ไหมว่าแม่มันน่าจะพาลูกไปซ่อนที่ไหน?”
พี่เสือกระพริบตาปริบ ๆ มองเฉินอิ่งอย่างเหลือเชื่อ
“นี่นายจะให้ฉันช่วยไอ้เด็กเด๋อนั่นตามหาแม่เหรอ?”
“ฉันคิดว่านะ แม่เมินตุนเอ๋อร์รักลูกมาก คงไม่ทิ้งเจ้าตัวเล็กไปเฉย ๆ หรอก ป่านนี้คงตามหาลูกจนแทบคลั่งแล้วมั้ง? ถึงเมินตุนเอ๋อร์จะใจดี แต่ให้เธอมารับบทแม่ทั้งที่ไม่เคยมีลูก มันก็ดูแปลก ๆ อยู่นะ ว่าไหม?”
พี่เสือเลียอุ้งเท้า เห็นด้วยครึ่งไม่เห็นด้วยครึ่ง
ในธรรมชาติมันไม่เหมือนโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ทิ้งแล้วก็คือทิ้ง ถ้าโชคดีก็รอด ถ้าโชคร้ายก็ไปเกิดใหม่
เธอไม่เคยได้ยินเรื่องช่วยลูกสัตว์หลงทางตามหาแม่มาก่อน แค่ไม่จับกินก็ถือว่าใจดีถมไปแล้ว
เฉินอิ่งขอร้องพี่เสือ แล้วตั้งใจทำมื้อพิเศษให้สามแม่ลูกกินอย่างดี
ระหว่างรอลูกเสือกิน เขาโทรปรึกษาศาสตราจารย์ไป๋ อาจารย์ที่ปรึกษา
“ความคิดคุณนี่ . . . ล้ำมากนะ!”
ศาสตราจารย์ไป๋ปลายสายรู้สึกปวดตึ้บที่ขมับ ลูกศิษย์คนนี้เก่งทุกอย่าง แต่บางทีความคิดก็กระโดดข้ามขั้นจนตามไม่ทัน
แต่ความเป็นครูที่ดี ย่อมไม่ดับฝันลูกศิษย์ ท่านชี้แนะจุดที่อาจเป็นปัญหาให้ฟัง
เอาเถอะยังหนุ่มยังแน่น มีโอกาสลองผิดลองถูก อีกอย่างการลงมือทำและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก็เป็นวิธีเรียนรู้ที่ดีที่สุด
“สูตรยาที่คุณให้มาผ่านการตรวจสอบแล้วนะ ยาทาแผลผ่าตัดกับยารักษาโรคกระเพาะและลำไส้ได้รับการอนุมัติให้ทดลองทางคลินิกแล้ว ถ้าผ่านเฟสนี้ไปได้ก็ผลิตขายได้เลย ส่วนเรื่องแบ่งกำไร ผมส่งรายละเอียดไปทางอีเมลแล้ว ว่าง ๆ ก็ลองเปิดดู แล้วตอบกลับมานะ”
เฉินอิ่งดีใจเนื้อเต้นรับคำทันที
ยาสัตว์เลี้ยงดูเหมือนกำไรน้อย แต่สมัยนี้คนเลี้ยงสัตว์เยอะขึ้น ขายถูกแต่ขายได้เยอะ กำไรต่อชิ้นน้อยแต่รวมกันปีนึงก็มหาศาล
ที่สำคัญพอมีทุนก้อนนี้ สูตรยาอื่น ๆ ที่ต้องใช้ผลแล็บยืนยันก็มีโอกาสได้ไปต่อ
เมื่อปลดล็อกความกังวลใจไปเปราะใหญ่ เฉินอิ่งรู้สึกโล่งสบาย
เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดังแชะจากข้างหลัง พอหันไปมองก็เห็นจ้าวมานมานถือกล้องส่งยิ้มให้
ทำไมแม่คนนี้ยังไม่ไปอีกเนี่ย?
ไม่ได้รังเกียจนะ แต่บางทีเคมีคนเรามันก็ไม่เข้ากัน
ถ้าถูกคอ คุยกันพันคำก็ยังน้อยไป
ถ้าไม่ถูกคอ ครึ่งคำก็ไม่อยากจะฟัง
ชัดเจนว่าเขากับจ้าวมานมานเป็นประเภทหลัง
“วันนี้ฉันจะลงเขาแล้ว ขอถ่ายรูปคู่ด้วยหน่อยสิคะ?”
แม่คุณมาไม้ไหนเนี่ย? เฉินอิ่งกำลังหาทางปฏิเสธอย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันอ้าปาก ต้วนอู้หลินก็โผล่หัวลงมาจากชั้นบน
“พี่จ้าวไม่แฟร์เลยนะ ทำไมขอถ่ายแต่กับพี่อิ่งล่ะครับ? อย่าบอกนะว่าเล็งพี่อิ่งไว้? ไม่ได้นะ บอกเลยพี่อิ่งเป็นของพี่เสือ อย่างน้อยตอนนี้ก็เป็นของพี่เสือคนเดียว!”
มุกตลกของต้วนอู้หลินช่วยทำลายบรรยากาศอึดอัดระหว่างเฉินอิ่งกับจ้าวมานมานได้ทันเวลา
จากระเบียงตึกอีกหลัง เสี่ยวเติ้งได้ยินเสียงก็โผล่หัวออกมาบ้าง
“ถ่ายรูปเหรอ? ผมขอด้วย! ถ่ายให้หล่อ ๆ นะครับ อาจารย์แม่จะเอารูปผมไปหาคู่ให้”
รอยยิ้มของจ้าวมานมานเริ่มแข็งค้าง
เฉินอิ่งไม่ยุ่งด้วยแล้ว คว้าไม้กวาดมากวาดลานบ้านต่อ กวาดไปได้ครึ่งเดียวก็เห็นรถสองคันขับขึ้นมาจากตีนเขา
พี่หลิวลงจากรถส่งสายตาให้เฉินอิ่ง แล้วหันไปโบกรถคันหลังให้จอดข้างทาง
มารับจ้าวมานมานเหรอ? เล่นใหญ่ขนาดนี้ เธอเป็นใครกันแน่เนี่ย?