- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 33 สะเทือนวงการหมี แม่ลูกกัน? พี่น้องกันต่างหาก!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 33 สะเทือนวงการหมี แม่ลูกกัน? พี่น้องกันต่างหาก!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 33 สะเทือนวงการหมี แม่ลูกกัน? พี่น้องกันต่างหาก!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 33 สะเทือนวงการหมี แม่ลูกกัน? พี่น้องกันต่างหาก!
“โฮก นี่มันรังฉัน! ของฉัน!”
เฉินอิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะรีบปลอบ “ใช่ครับ นี่อาณาเขตพี่ รังของพี่ ขอโทษทีครับ เราแค่ขอยืมหลบภัยชั่วคราว เดี๋ยวผมพามันไปแล้ว”
ได้ระบายออกมา พี่เสือก็เริ่มมีสติ ดวงตาสวยซึ้งจ้องเฉินอิ่งอยู่นาน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตะแคงอย่างหมดแรง
“นี่รังฉัน แม่คลอดพวกเราที่นี่ พอพวกมันไปหมด ก็ทิ้งให้ฉัน”
พี่เสือไม่ยอมร้องไห้ จมอยู่กับอดีตได้แป๊บเดียว ในฐานะ “ราชินี” เธอต้องมองไปข้างหน้า
“แก่ตัวลงฉันจะกลับมาตายที่นี่”
ปกติถ้าไม่มีมนุษย์เข้าไปยุ่ง สัตว์ป่าตายไปซากก็ไม่เหลือ
นักล่าที่เลือกกินอาจไม่สนสัตว์แก่ ๆ แต่สำหรับสัตว์กินซาก การตายของสัตว์ใหญ่คือการต่อชีวิตให้พวกมัน
นี่อาจเป็นเวอร์ชั่นบกของ “วาฬร่วงหล่น สิ่งมีชีวิตนับหมื่นกำเนิดใหม่”
ยังไม่ทันที่เฉินอิ่งจะพูดอะไร เจ้าโมจิน้อยที่โดน “ขัง” อยู่ในเสื้อ ก็โผล่หัวออกมาส่งเสียงคำรามขู่อันน่าเกรงขามในความคิดมันใส่พี่เสือ
“โฮ่ง! โฮ่ง โฮ่ง~” (เสียงลูกหมีร้องเหมือนเสียงหมาเห่า)
คำพูดที่เฉินอิ่งเตรียมไว้กลืนหายไปในลำคอ ลืมบทสนิท และเมื่อได้ยินเสียงเห่า เขาก็อดขำไม่ได้
“พี่เสือ ตอนลาดตระเวนเมื่อกี้ เจอแม่เจ้าตัวเล็กไหม?”
“ไม่ ไม่มีกลิ่นเผ่าพันธุ์เจ้าทึ่มนั่นเลย มีแต่กลิ่นจาง ๆ ของเจ้าเปี๊ยกนี่”
“ในป่าหมูป่าแถวหุบเขาฮวาชิวมีแพนด้ายักษ์ตัวเต็มวัยอยู่ตัวหนึ่ง ไม่รู้ใช่แม่มันไหม”
“ตัวนั้นเหรอ? เจ้ายักษ์บ้าพลังที่ชอบหาเรื่องหมูป่า? ไม่ใช่แม่มันหรอก ตัวผู้ชัด ๆ”
เฉินอิ่งเงียบไป ก้มมองเจ้าตัวเล็กที่ยังแยกเขี้ยวขู่พี่เสือไม่เลิก
ท่าทางเจ้าตัวเล็กจะหลงกับแม่จริง ๆ!
เขาส่งข่าวลงกลุ่มแชท แล้วโทรขอคำสั่งจากเบื้องบน สรุปว่าให้เจ้าตัวเล็กอยู่ต่ออีกสองสามวัน ถ้าแม่ไม่มาจริง ๆ ค่อยพากลับ
เฉินอิ่งวางสาย หันมามองพี่เสือ
“พี่เสือ คุยกันหน่อยได้ไหม? ขอยืมรังนอนสักสองสามคืนได้ป่าว?”
ถึงเจ้าตัวเล็กอาจจะไม่ยอมนอนในโพรงไม้หลังจากเขาไป แต่มีที่หลบฝนหลบลมไว้ก่อนก็ยังดี
เฉินอิ่งลูบหัวพี่เสือ บอกให้เธอกลับไปก่อน เดี๋ยวเจอกันขากลับ
เขาต้องกล่อมเจ้าตัวเล็กให้ยอมอยู่ในโพรงไม้ก่อนถึงจะปลีกตัวไปได้
หน้าที่เฝ้าระวังฝากไว้กับเสี่ยวเซินและหัวหน้าทีมลี่ชั่วคราว จนกว่าเขาจะส่งพี่เสือเสร็จแล้วกลับมา
แผนดี แต่ติดที่เจ้าตัวเล็กขี้อ้อนไม่ให้ความร่วมมือ
เห็นเฉินอิ่งจะไป มันก็ใช้สี่ขาเกาะขาเขาแน่น พอเขาหยุดเดิน ก็ปีนขึ้นมาซุกอกทันที
ลองวางลงสามรอบ ก็ปีนกลับขึ้นมาสามรอบ
ตอนนั้นเองทีมที่ไปดูลาดเลาป่าหมูป่าก็ส่งข่าวมา ยืนยันว่าแพนด้าตัวนั้นไม่ใช่แม่
สามทีม โดรนสามลำ บินวนหาจนทั่ว ไม่เจอแม่แพนด้าสักตัว
เมื่อทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ไม่ได้ หลังปรึกษาหัวหน้า เฉินอิ่งก็จำใจต้องพามันกลับสถานี
“เมินตุนเอ๋อร์ฟื้นตัวดีมาก แถมเป็นหมีสาวใจดี ให้เมินตุนเอ๋อร์เป็นแม่บุญธรรมสอนวิชาเอาตัวรอดให้เจ้าตัวเล็กได้ไหมครับ?”
เฉินอิ่งอุ้มเจ้าตัวเล็กนั่งใต้ต้นไม้ ไม่ไกลนักพี่เสือกำลังฉีกเหยื่อกิน
หัวหน้าทีมลี่กับเสี่ยวเซินยืนปรึกษาหารือกันอยู่ห่าง ๆ ว่าจะเอายังไงกับเจ้าตัวเล็กดี
“ผมว่าข้อเสนอพี่อิ่งน่าลองนะครับ เรื่องกินเราป้อนนมแทนได้ เจ้าตัวเล็กดูไม่ติดนมแม่เท่าไหร่ นมผงสูตรของฐานก็น่าจะเอาอยู่ ที่สำคัญคือการปรับตัวในป่า ถ้าไม่มีผู้ใหญ่คอยสอน ก็ต้องส่งไปศูนย์ฟื้นฟูหาแม่หมีรับเลี้ยงอยู่ดี”
เขตอนุรักษ์นี้เดิมทีตั้งชื่อตามแพนด้ายักษ์ ต่อมาขยายเป็นอุทยานแห่งชาติ แต่หัวใจหลักก็ยังคือแพนด้ายักษ์
ทั้งเขตแบ่งเป็นหลายส่วน มีฐานฟื้นฟูหลายแห่ง ที่ใกล้สุดก็ห่างไปห้าสิบกิโล
เฉินอิ่งเชียร์ให้ฝากเมินตุนเอ๋อร์เลี้ยงสุดใจ หนึ่งคือที่นี่กับศูนย์ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมไม่ต่างกันมาก สองคือเผื่อแม่จริงมาตามหาจะได้คืนลูกถูก อย่างน้อยที่สุดก็ช่วยเพิ่มประชากรแพนด้าในป่าแถบนี้ได้
ตัดสินใจได้แล้วก็ไม่รีรอ เฉินอิ่งและคณะเก็บของพาลูกหมีลงเขา
อินลี่กับเสี่ยวเติ้งยังค้นหาต่อ เผื่อพลาดร่องรอยแม่หมีไป
เสี่ยวเซินอยากอุ้มลูกหมีใจจะขาด แต่เจ้าตัวเล็กไม่เล่นด้วย ไม่ใช่แค่เขา ขนาดหัวหน้าทีมลี่จะแตะตัว ยังโดนขู่คำรามใส่
เมื่อกลับถึงสถานี ทีมแพทย์เตรียมพร้อมรับมือ แน่นอนอย่างแรกคือตรวจร่างกายอย่างละเอียด
หัวหน้าทีมลี่ไม่ได้ร่วมตรวจ เขาต้องไปเช็คความพร้อมของเมินตุนเอ๋อร์ว่าร่างกายไหวไหมที่จะรับภาระเลี้ยงดูเจ้าตัวเล็ก
ทางด้านผู้บริหารฐานแพนด้าและศูนย์วิจัยก็ประชุมเครียดว่าจะอนุมัติแผนแม่บุญธรรมนี้ไหม โดยรอผลตรวจร่างกายจากทีมหัวหน้าทีมลี่ประกอบการตัดสินใจ
เรื่องพวกนี้เฉินอิ่งในฐานะสัตวแพทย์ประจำสถานีเข้าไปยุ่งไม่ได้ เขาเลยปลีกตัวพาพี่เสือกลับคอก แล้วร่างหนังสือขออนุมัติซ่อมบ้านพรานกลางป่า
สถานีช่วยเหลือคนเริ่มเยอะ ไม่เหมาะให้สัตว์ป่าพักฟื้นเท่าไหร่ ทำให้เขาอยากรีบซ่อมบ้านพราน แล้วย้ายไปอยู่กับครอบครัวเสือดาวที่นั่น และกะว่าจะกลับมาทำงานปกติหลังพี่เสือกลับเข้าป่าได้แล้ว
เขาไม่อยากยุ่งเรื่องแพนด้า แต่เจ้าลูกหมีตัวดีดันไม่ยอมกินถ้าไม่เห็นหน้าเขา
คนอื่นเอาอะไรมาให้ก็เมินใส่ ขดตัวมุมห้องนิ่งสนิท พอเฉินอิ่งมาถึงเท่านั้นแหละ วิ่งเข้าใส่กอดขาแน่น ร้องไห้จ้าเหมือนเด็กโข่งหนักร้อยโล
ช่วยไม่ได้ เฉินอิ่งต้องปลอบพี่เสือให้อยู่เงียบ ๆ ไปก่อน แล้วมานั่งเฝ้าเจ้าตัวเล็กกินข้าว พาเดินเล่น และพยายามให้ทำความคุ้นเคยกับเมินตุนเอ๋อร์ผ่านกำแพง
เมินตุนเอ๋อร์ใจดีเป็นทุนเดิม พอคุยกับเฉินอิ่งรู้เรื่องก็เริ่มสนใจเจ้าตัวเล็ก
เฉินอิ่งถึงขั้นอุ้มเจ้าตัวเล็กไปให้แตะจมูกทักทายผ่านกรง ให้เมินตุนเอ๋อร์ช่วยเลียทำความสะอาดตัวให้
โชคดีที่เจ้าตัวเล็กหย่านมแล้ว ไม่งั้นหมีสาวโสดอย่างเมินตุนเอ๋อร์คงไปไม่เป็นเหมือนกัน
ลองเชิงกันอยู่สามวัน เฉินอิ่งลองเอาเจ้าตัวเล็กไปไว้ในห้องเล็กข้าง ๆ เขานั่งยอง ๆ มุมห้อง เปิดประตูเชื่อมให้ทั้งคู่เจอกันแบบไม่มีอะไรกั้น
ฝ่ายหนึ่งทำตัวไม่ถูก อีกฝ่ายดีใจจะได้เป็นแม่
ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของทุกคน เมินตุนเอ๋อร์เดินเข้าไปหาเจ้าตัวเล็กที่นอนหมอบอยู่ เลียตัวให้ แล้วคาบหนังคอเบา ๆ ดึงมานั่งกอดไว้ในอ้อมอก
“เมินตุนเอ๋อร์รับเลี้ยงแล้ว!”
เสียงเฮลั่น ไฮไฟว์กันเกรียวกราว
เฉินอิ่งก็ดีใจ ถึงจะรู้ว่าเมินตุนเอ๋อร์ไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก แต่ก่อนจะลงเอยกันได้ ทุกคนก็ลุ้นตัวโก่ง
จังหวะที่เฉินอิ่งจะถอยออกมา ปล่อยให้แม่ลูกบุญธรรมสร้างความสัมพันธ์กัน เขาได้ยินเมินตุนเอ๋อร์ส่งเสียงสงสัย เรียกเจ้าตัวเล็กว่า “น้องชาย”
น้องชาย? เอาจริงดิ? พล็อตละครน้ำเน่าขนาดนี้เลยเหรอ?