เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 32 ฐานทัพลับวัยเด็กของใครกันนะ?

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 32 ฐานทัพลับวัยเด็กของใครกันนะ?

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 32 ฐานทัพลับวัยเด็กของใครกันนะ?


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 32 ฐานทัพลับวัยเด็กของใครกันนะ?

เฉินอิ่งกวาดสายตามองรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ทันใดนั้นก็สบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลคู่หนึ่ง

วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

เสือ! เสือตัวเป็น ๆ!

เสือตัวนั้นไม่ได้อยู่นาน แค่ปรายตามองเฉินอิ่งแวบหนึ่ง แล้วกระโจนหายวับเข้าป่าไปไร้ร่องรอย

เฉินอิ่งเกือบจะวิ่งตามไปแบบไม่คิดชีวิต โชคดีที่สายเป้เกี่ยวกับกิ่งไม้กระตุกสติเขาไว้ได้

“โธ่เว้ย! ถ่ายไม่ทัน!”

เขาทุบพื้นอย่างเจ็บใจ อยากจะตะโกนระบายความอัดอั้น

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเสือในป่ากับตาตัวเอง ถึงจะแค่แวบเดียวและยังไม่ทันแยกแยะสายพันธุ์ แต่ลึก ๆ เขาเชื่อว่าเป็นเสือโคร่งจีนใต้

เมื่อเห็นหลักฐานการมีอยู่ของเสือโคร่งจีนใต้ลอยผ่านหน้าไปเฉย ๆ เฉินอิ่งน้ำตาตกใน และนั่งซึมอยู่พักหนึ่งก็ฮึดสู้ตั้งใจจะเฝ้าลูกหมีต่อ แต่พอเงยหน้าขึ้น ก็เจอลูกหมีเกาะอยู่ห่างไปแค่สองเมตร เอียงคอมองเขาตาแป๋ว เล่นเอาหัวใจจะวาย

เลิกทำให้ตกใจทีได้ไหม? อายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ ความดันขึ้น ๆ ลง ๆ แบบนี้รับไม่ไหว

เมื่อมองขึ้นไปบนต้นไม้ต้นเดิมและไม่เจอลูกหมีแล้ว แสดงว่าเป็นตัวเดียวกัน หนีเก่งชะมัด!

เฉินอิ่งหยิบขวดนมที่อุ่นไว้ในอกเสื้อออกมาวางตรงหน้าลูกหมี แล้วถอยกลับเข้าโพรงไม้ พยายามไม่ให้กลิ่นตัวเองติดตัวลูกหมี

ในธรรมชาติแม่สัตว์มักทิ้งลูกถ้ามีกลิ่นแปลกปลอมติดตัว ถ้าลูกหมีโดนทิ้งเพราะเขา เขาคงให้อภัยตัวเองไม่ได้ ส่วนขวดนมเป็นของจากระบบ ไม่ว่าจะจับยังไงก็ไม่มีกลิ่นติด

นอกจากนี้บางทีการกินนมอาจเป็นสัญชาตญาณของลูกสัตว์ทุกตัว ลูกหมีหยิบขวดนมขึ้นมาดูอย่างสงสัย ลองเอาเข้าปากดูด พอดูดได้นม ตาก็โตเท่าไข่ห่าน นั่งลงดูดจ๊วบ ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

เฉินอิ่งผ่อนลมหายใจเบา ๆ ขดตัวในโพรงไม้ หยิบมือถือมาถ่ายคลิป และไม่ได้ตัดต่ออะไรทั้งนั้น ส่งสด ๆ เข้ากลุ่มแชทเลย

เสี่ยวเติ้งกับทีมกำลังอ้อมมาใกล้จุดซ่อนตัวเฉินอิ่ง กลัวลูกหมีตื่นเลยหยุดแล้วโทรหา

“พี่อิ่ง ลูกหมีอยู่กับพี่ใช่ไหม? งั้นพวกผมไปค้นหารอบ ๆ ก่อนนะ?”

“อืม เมื่อกี้โดรนเจอแพนด้าแปลกหน้าตัวหนึ่ง ทีม C กำลังไปดู พวกนายพักก่อนแล้วค่อยหาต่อ อ้อ เมื่อกี้ฉันเจอเสือด้วย แต่ถ่ายไม่ทัน ระวังตัวด้วยนะ อย่าไปจ๊ะเอ๋กันเข้าล่ะ”

ได้ยินคำเตือน อินลี่กับเสี่ยวเติ้งหูผึ่งทันที

เด็กดอยคนไหนไม่ชอบแมวยักษ์บ้าง ยิ่งเป็นราชันย์แห่งพงไพรยิ่งอยากเจอ

หัวหน้าทีมลี่ห่วงลูกหมีมากกว่า จะอ้อมไปหาเฉินอิ่ง แต่โดนเสี่ยวเซินดึงไว้

“อาจารย์ลี่ครับ พี่อิ่งบอกว่าซ่อนอยู่ในโพรงไม้ ลูกหมีอยู่ข้างนอก ถ้าอาจารย์ไปตอนนี้ลูกหมีตื่นแน่ เดี๋ยวผมพาเดินอ้อมไปหาจุดส่องดีกว่าครับ”

หัวหน้าทีมลี่รู้ตัวว่าใจร้อนไปหน่อย สูดหายใจลึกเรียกสติ

“นั่นสินะ งั้นเราไปดูลาดเลาไกล ๆ หน่อย เสี่ยวอิน เสี่ยวเติ้ง ฝากเรื่องค้นหาด้วยนะ”

อินลี่ยิ้มรับ พยักหน้าให้เสี่ยวเซินเป็นเชิงฝากดูแลหัวหน้าทีมลี่ด้วย

ต่อให้มีความรู้ท่วมหัว แต่ในป่าหัวหน้าทีมลี่อาจสู้เสี่ยวเติ้งไม่ได้ด้วยซ้ำ

พวกเขาหาที่ซ่อนเหมาะ ๆ ไม่ได้ แต่เจอพุ่มไม้แห้ง ๆ กอหนึ่ง เสี่ยวเซินกับหัวหน้าทีมลี่ใส่ชุดเดินป่ามิดชิดกันแมลงนอนราบกับพื้น ส่องกล้องดูดลูกหมีดูดนมอย่างมีความสุข

“พี่อิ่งนี่สุดยอดจริง ๆ เข้าใกล้ลูกหมีได้ขนาดนี้ สมฉายาดรูอิดกลับชาติมาเกิด”

นี่เป็นมุกตลกภายในศูนย์ เด็กฝึกงานใหม่ ๆ เรียกเขาว่า “ผู้เฒ่าเต๋อ” ลับหลัง (ล้อเลียนคำว่าดรูอิด)

เดิมทีจะให้เด็กฝึกงานมาช่วย แต่ช่วงนี้เฉินอิ่งเจอแต่สัตว์อันตรายเลยไม่กล้าให้ขึ้นมา กลัวไปกระตุกหนวดเสือเข้า จะโดนตบตายฟรี

เฉินอิ่งเห็นเสี่ยวเซินกับหัวหน้าทีมลี่แล้ว ทักทายผ่านมือถือ แล้วเริ่มประเมินสภาพลูกหมี

ภายนอกดูแข็งแรง ขนสวย หุ่นดี ปีนต้นไม้คล่องแคล่ว ปฏิกิริยาไว ถ้ารอดไปได้โตขึ้นต้องเป็นหนุ่มหล่อแห่งวงการหมีแน่ ๆ

ในขณะที่คุยกันอยู่ดี ๆ ลูกหมีก็ลุกขึ้น กอดขวดนมเปล่าเดินเตาะแตะมาหาเฉินอิ่ง

ท่ามกลางสายตาอิจฉาของหัวหน้าทีมลี่และเสี่ยวเซิน ลูกหมีมุดเข้ามาในโพรงไม้ เอาขวดนมดุน ๆ เฉินอิ่ง หาวหวอดใหญ่ แล้วซุกตัวลงนอนในอ้อมกอดเขาเฉย

ไม่เห็นหัวกันเลยนะเจ้าตัวเล็ก!

เฉินอิ่งหมดทางเลือก เงยหน้ามองไปทางพุ่มไม้ฝั่งตรงข้าม

หัวหน้าทีมลี่ถอนหายใจ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้อัพสกิลดรูอิดมา

“เสี่ยวเฉิน อยู่นิ่ง ๆ นะ ปล่อยมันนอนไปก่อน เผื่อตื่นมาแล้วมันจะเดินไปเอง”

โพรงไม้ไม่ได้ใหญ่มาก ถึงเฉินอิ่งจะไม่ใช่คนตัวใหญ่ยักษ์ แต่ต้องนอนขดตัวแบบนี้มันก็เมื่อยนะ

เพื่อลูกหมีทรมานแค่ไหนก็ต้องทน!

แต่ในขณะที่เขาทนได้ ราชินีบางตัวกลับทนไม่ได้

พี่เสือวิ่งเกือบถึงสถานีแล้ว แต่ยังไม่ได้กลิ่นเฉินอิ่ง คิดไปคิดมาเธอเลยวนกลับมา

ตอนลูกหมีกำลังหลับปุ๋ยในอ้อมกอดเฉินอิ่ง พี่เสือก็ย่องมาถึงหน้าโพรงไม้แล้ว

เธอจำโพรงนี้ได้ สมัยเป็นเด็กแม่พาเธอกับพี่น้องมาอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตวัยเด็กอันแสนสุขอยู่หลายเดือน พอโตขึ้นแม่ก็ไล่พวกเธอออกจากอก

แม่เดินไปอีกทาง พี่ชายสองตัวก็แยกย้ายไป เหลือที่นี่ไว้ให้เธอกับน้องสาว

สามเดือนต่อมา น้องสาวหายตัวไปโดยไม่บอกกล่าว อาณาเขตนี้เลยตกเป็นของเธอ

อาจเพราะเป็นบ้านเกิด พี่เสือเลยไม่เคยพาลูกมาที่นี่ เลือกไปทำรังอยู่ฝั่งตรงข้ามโพรงไม้ ตรงชายขอบอาณาเขตแทน

พี่เสือยืนอยู่ท่ามกลางแมกไม้เผลอใจลอยนึกถึงอดีตขึ้นมาเฉย

เฉินอิ่งมาอยู่ในโพรงนี้เธอไม่ว่า แต่ทำไมไอ้ลูกหมีนั่นต้องมานอนในรังเธอด้วย? ไม่มีแม่ ไม่มีรังของตัวเองหรือไง?

ด้วยความหวงแหนความทรงจำ พี่เสือพุ่งเข้าไป คาบหนังคอลูกหมีเหวี่ยงออกมาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง

วินาทีที่หัวหน้าทีมลี่กับเสี่ยวเซินหัวใจหยุดเต้น เฉินอิ่งผู้ไวปานวอกคว้าหัวพี่เสือไว้ทัน

“เจ๊! ใจเย็น ๆ ฟังผมก่อน!”

เขาแย่งลูกหมีที่ตกใจจนตัวแข็งคืนมาจากปากพี่เสือ ยัดใส่ในเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งของตัวเอง แล้วเอาหน้าแนบหน้าพี่เสือที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ

“พี่เสือ เป็นไรไป? โกรธเหรอ? โกรธที่ผมหาพี่ไม่เจอใช่ไหม?”

ปากพูด มือก็ลูบหลังที่เกร็งเขม็งของพี่เสือไปด้วย

การวิ่งมาอย่างเร็วบวกกับแรงปะทะเมื่อกี้ ทำเอาร่างกายที่เพิ่งฟื้นตัวของพี่เสือรับภาระหนัก ขาสั่นพั่บ ๆ แต่ก็ยังคำรามใส่เฉินอิ่งไม่หยุด

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 32 ฐานทัพลับวัยเด็กของใครกันนะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว