- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 31 ข้าวต้มมัดยักษ์
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 31 ข้าวต้มมัดยักษ์
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 31 ข้าวต้มมัดยักษ์
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 31 ข้าวต้มมัดยักษ์
เจ้าหมีข้าวต้มมัดที่กำลังตะเกียกตะกายปีนต้นไม้อย่างทุลักทุเล!
ความตกใจเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ ตามด้วยความสงสัย
ดูจากขนาดตัวของเจ้าข้าวต้มมัดน้อย เห็นชัดเลยว่ายังไม่ถึงวัยหย่านมและแยกตัวจากแม่ แล้วมันมาอยู่ตรงนี้คนเดียวได้ยังไง?
เฉินอิ่งตัดสินใจหยิบโดรนออกมาปล่อยบินทันที หวังว่าจะเจอร่องรอยของแม่หมี
เจ้าหมีน้อยกลัวจนตัวสั่น ปีนขึ้นไปเกาะต้นไม้แน่น ส่งสายตาอ้อนวอนมองลงมา
แต่จริง ๆ แล้วสายตาแพนด้าไม่ค่อยดีหรอก พวกมันอาศัยหูและจมูกเป็นหลัก แต่ต่อให้ประสาทสัมผัสดีแค่ไหน ก็เปลี่ยนความจริงที่ว่ามันเป็นแค่ลูกหมีที่อยู่ล่างสุดของห่วงโซ่อาหารในป่าอันโหดร้ายนี้ไม่ได้
บินวนหารัศมี 3 กิโลเมตรไม่เจอแม้แต่เงาแม่หมี เฉินอิ่งใจคอไม่ดี ขยายพื้นที่ค้นหาเป็น 5 กิโลเมตร แต่ก็ยังไร้วี่แวว
ลมเขาพัดมาวูบใหญ่ ทำเอาเจ้าตัวเล็กสั่นสะท้าน ไม่รู้ว่าหนาว กลัว หรือหิว
“เจ้าตัวเล็ก ลงมานี่มา กินนมไหม?”
เขาใช้โดรนห้อยขวดนมล่อก็ไม่เป็นผล เจ้าตัวเล็กนอกจากจะไม่สนแล้ว ยังขดตัวกลมดิกบนกิ่งไม้แน่นกว่าเดิม
เอาไงดี? ถอยทัพ? รอให้มันลงมาเอง?
เฉินอิ่งกะความสูงต้นไม้แล้วส่ายหัว ปีนไม่ไหวแน่
ซ้ายมือห่างไปสิบเมตรมีโพรงไม้ใหญ่ น่าจะเป็นรังเก่าของสัตว์เจ้าถิ่นสักตัว แต่ก็พอใช้ซ่อนตัวได้
เฉินอิ่งมุดเข้าไปซ่อนในโพรง แล้วโทรหาอินลี่
“อาลี่ ที่พิกัด xx เจอซากลูกแพนด้ายักษ์ . . . เอ้ย ลูกแพนด้ายักษ์เป็น ๆ สภาพร่างกายดูโอเค แต่ไม่เห็นแม่หมีเลย แจ้งศูนย์เช็คกล้องวงจรปิดด่วนว่ามีกล้องตัวไหนจับภาพแม่ลูกคู่นี้ได้บ้าง”
อินลี่ตกใจจนลืมลงบันได ตะโกนเรียกเสี่ยวเซินกับเสี่ยวเติ้งให้คว้าอุปกรณ์จากระเบียงห้องพัก แล้วรีบมุ่งหน้ามาสมทบ
ลำพังเฉินอิ่งคนเดียวค้นหาพื้นที่กว้างขนาดนี้ไม่ไหวแน่ โดรนช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่รายละเอียดหลายอย่างต้องใช้คนเดินเท้าหา อีกอย่างการมีอยู่ของพี่เสืออาจเป็นภัยคุกคามต่อลูกหมี มีแค่เฉินอิ่งคนเดียวที่คุมเธออยู่
หลักการของศูนย์คือไม่แทรกแซงสัตว์ป่าจนเกินความจำเป็น ดังนั้นจะยังไม่จับลูกหมีกลับไปทันที ต้องรอสังเกตการณ์อย่างน้อย 2-3 วันให้แน่ใจว่าแม่ทิ้งแล้วจริง ๆ ถึงจะยื่นมือเข้าช่วย
ทีมแพทย์แพนด้าที่กำลังตรวจเมินตุนเอ๋อร์อยู่ พอรู้ข่าวลูกหมีพลัดหลง หัวหน้าทีมลี่ก็องค์ลงงัด “อำนาจ” ขอร่วมทีมค้นหากับอินลี่ด้วย
จ้าวมานมานอยากไปด้วย แต่โดนอินลี่ตวาดกลับ
“ดูเท้าตัวเองก่อนเถอะ จะให้พวกเราแบกขึ้นเขา หรือกะจะตัดขาทิ้งเลยฮะ? แม่คุณ ช่วยดูสังขารตัวเองหน่อยได้ไหม?”
จ้าวมานมานตาแดงก่ำด้วยความโมโห คว้ากล้องก้มหน้าก้มตาใส่รองเท้า จะตามไปให้ได้
หัวหน้าทีมลี่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนรีบเข้ามาห้ามทัพ “เสี่ยวจ้าว พี่ลี่ขอพูดตรง ๆ นะ เรื่องถ่ายรูปเธอเก่งหาตัวจับยาก ถ้าวันนี้ขึ้นเขาไปเก็บข้อมูล พี่ลี่ให้คนแบกเธอขึ้นไปก็ได้ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เราไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ป่ามันอันตราย เข้าใจพวกพี่หน่อยนะ”
จ้าวมานมานกัดริมฝีปาก นั่งลงหันหน้าหนีอย่างแง่งอน
อินลี่เช็คของแบบส่ง ๆ โทรรายงานสถานการณ์ แล้วพาเสี่ยวเติ้ง เสี่ยวเซิน และหัวหน้าทีมลี่มุ่งหน้าขึ้นเขา
พอลับหลัง จ้าวมานมานก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ
ต้วนอู้หลินที่ยืนอยู่หน้าคอกลูกเสือดูเหตุการณ์อยู่พักหนึ่ง ก็เดินเอากระดาษทิชชู่ไปยื่นให้
“พี่จ้าว พี่ลี่กับคนอื่นเขาจริงจังกับงานมาก อาจจะละเลยความรู้สึกไปบ้าง อย่าถือสาผู้ชายหยาบกระด้างพวกนี้เลยครับ”
ไม่นึกเลยว่าการทำงานบนเขาจะมีดราม่ารักสามเส้าเคล้าน้ำตาให้ได้ชมกัน
“ไม่มีอะไรหอมหวานไปกว่ากลิ่นลูกสัตว์หรอก เรื่องชาวบ้านพักไว้ก่อน”
ในสี่คนที่ขึ้นมา อินลี่กับเสี่ยวเติ้งฟิตสุด เสี่ยวเซินตามมาติด ๆ ส่วนหัวหน้าทีมลี่รั้งท้าย
โชคดีที่ไม่ต้องรีบมาก แถมต้องอ้อมไปอีกทางเพื่อโอบล้อมจุดที่เฉินอิ่งอยู่
“ดูจากภูมิประเทศ ถ้าแพนด้าจะมาตรงนี้ ความเป็นไปได้สูงคือมาจากสองทางนี้แหละ”
สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ หัวหน้าทีมลี่วิเคราะห์เส้นทางได้เฉียบขาด
“ทางนี้อาหารน้อย ผมว่าน่าจะมาจากฝั่งโน้นมากกว่า หรือไม่ก็ลูกหมีอาจจะพลัดตกเขาตอนข้ามลูกเขา แล้วเดินหลงมาเอง”
เป็นไปได้ทั้งสองทาง ลูกหมียังไม่หย่านม ถ้าไม่มีแม่หมีอยู่แถวนี้จริง ๆ ก็คงพลัดหลงระหว่างเดินทางแน่ ๆ หวังว่าจะไม่ใช่กรณีหลังนะ
เฉินอิ่งยังไม่ยอมแพ้ บังคับโดรนขยายวงค้นหาไปเรื่อย ๆ ปากก็บ่นระบบไม่หยุด
“พี่ถงครับ พี่ไม่มีแอพแผนที่บ้างเหรอ? ระบบในนิยายเขารู้หมดนะว่าสัตว์หายากอยู่ตรงไหน พี่นี่จางมาก ถ้าไม่แจกภารกิจนี่แทบจะไร้ตัวตนเลยนะ”
ระบบปล่อยให้บ่นไป รักษาความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว
เฉินอิ่งบ่นไปมือก็บังคับโดรนไป
ขวดนมล่อไม่ได้ผล งั้นต้องลองหน่อไม้ กับแอปเปิ้ลจิ๋ว เขาไม่เชื่อหรอกว่าลูกหมีหิวโซจะทนไหว
ไม่รู้เพราะคำบ่นได้ผล หรือลูกหมีหมดแรงเกาะต้นไม้ ผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง เจ้าตัวเล็กก็ค่อย ๆ ไต่ลงมาจากต้นไม้
เฉินอิ่งเอาโดรนวางแอปเปิ้ลผ่าซีกไว้รอที่พื้นเรียบร้อย
ลูกหมีหยิบแอปเปิ้ลขึ้นมากัดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ รสหวานฉ่ำช่วยคลายความกังวลได้ชะงัด มันนั่งแปะพิงโคนไม้ใหญ่ กินไปร้องไห้ไป
เฉินอิ่งฟังออก มันกำลังเรียกหาแม่
“งื้ด แม่จ๋า อยู่ไหน?”
“งื้ด แม่จ๋า หนูไม่ดื้อแล้ว แม่ออกมาเถอะ”
“งื้ด งื้ด” กัดไปสองคำก็วางมือมาร้องไห้ ร้องจนพอใจก็หยิบมากินต่อ
เด็กน้อยจริง ๆ!
พอลูกหมีเริ่มกิน เฉินอิ่งก็วางใจเปราะหนึ่ง หันไปขยายวงค้นหาต่อ คราวนี้ขยายรัศมีเป็น 15 กิโลเมตร
ไม่นานเขาก็เจอแพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกำลังฟัดกับหมูป่าอย่างดุเดือด ในหุบเขาห่างออกไปราว 12-13 กิโลเมตร
ดูจากระยะไกล บอกไม่ได้ว่าเป็นแม่ของเจ้าตัวเล็กหรือเปล่า แต่น่าลองเสี่ยงดู
แพนด้าคลั่งตัวนั้นอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหุบเขาฮวาชิว แถวนั้นเป็นถิ่นหมูป่า
ไม่มีอาหารโปรดของแพนด้าสักอย่าง ไม่รู้ไปฟัดกันอีท่าไหน
เฉินอิ่งรายงานพิกัดลงกลุ่มแชท พอดีมีทีมลาดตระเวนตรวจกล้องอยู่แถวนั้นเลยรับอาสาไปดูให้
แต่ในขณะที่กำลังจะโล่งใจ ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน ลูกหมีสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม ทิ้งแอปเปิ้ล ปีนกลับขึ้นไปบนยอดไม้ไวกว่าเดิมซะอีก