- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 30 คนยังมีบริษัทหาคู่ สมบัติชาติเราก็ควรมีบ้างนะ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 30 คนยังมีบริษัทหาคู่ สมบัติชาติเราก็ควรมีบ้างนะ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 30 คนยังมีบริษัทหาคู่ สมบัติชาติเราก็ควรมีบ้างนะ
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 30 คนยังมีบริษัทหาคู่ สมบัติชาติเราก็ควรมีบ้างนะ
เสียงดังสนั่นจนน่าเจ็บแทน
เฉินอิ่งใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม ค่อย ๆ ย่องไปดูใกล้ ๆ เขาชะโงกหน้าลงไปก็เห็นเจ้ายักษ์ใหญ่ลุกขึ้นยืนกลางน้ำ เท้าสะเอวคำรามลั่นฟ้า
สิ้นเสียงคำราม ลิงนับสิบตัวโผล่ออกมาจากชายป่าด้านบน ตัวจ่าฝูงดูตัวใหญ่และดุร้ายเป็นพิเศษ
ลิงจมูกเชิดสีทองกับหมี!
เจ้าหมีซื่อบื้อที่ตกน้ำป๋อมแป๋มคงหนีไม่พ้นเจ้าวายร้ายที่ขโมยลูกลิงวันนั้น
โชคดีที่หมีควายหนังหนา ไม่งั้นกลิ้งตกเนินสิบกว่าเมตรคงเจ็บหนัก หรือไม่ก็ตายคาที่
หมีควายแข็งแรง แต่ฝูงลิงจมูกเชิดไม่สู้ตัวต่อตัว เว้นแต่จะรุมสกัมแบบตอนนี้
หมีควายไม่กลัวลิงหรอก ความห้าวมันพิสูจน์แล้วตอนไปฉกลูกลิงมาเล่น แต่สิบตัวกับหลายสิบตัวมันคนละเรื่องกัน
ยังดีที่ลิงจมูกเชิดกินพืชเป็นหลัก นาน ๆ ทีถึงจะกินเนื้อ ไม่งั้นคงได้เห็นฉากนองเลือด
เฉินอิ่งหยิบมือถือมาถ่ายคลิปการเผชิญหน้าระหว่างหมีควายกับฝูงลิงเงียบ ๆ
เขาเดาว่าชนวนเหตุอาจเริ่มจากการที่หมีควายขโมยลูกลิง แต่ความเป็นไปได้มากกว่าคือน่าจะแย่งอาหารกัน
ต้นฮวาชิวไม่ได้เป็นของโปรดของหมีควายอย่างเดียว ลิงจมูกเชิดก็ชอบเหมือนกัน
ป่าฮวาชิวแถวนี้ไม่ได้กว้างมาก ลิงก็เยอะ ของอร่อยไม่พอกิน ดันมีไอ้วายร้ายต่างถิ่นมาแย่งส่วนแบ่ง ลิงทนได้ แต่ท้องลิงทนไม่ได้!
เสียงคำรามของหมีควายดังขึ้นเรื่อย ๆ ฝูงลิงก็ไม่ยอมแพ้ คว้าอะไรได้ก็ปาใส่ ไม่เน้นแม่น เน้นสะใจล้วน ๆ
หมีควายปีนขึ้นฝั่ง สะบัดขนน้ำกระจาย เป็นละอองฝอยสะท้อนแสงรุ้ง แล้วมันก็วิ่งเข้าใส่ต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดอย่างกล้าหาญ
หมีควายปีนต้นไม้เก่งนะ เห็นตัวเทอะทะแบบนั้นแต่คล่องแคล่วอย่าบอกใคร แต่นี่มันแข่งกับลิงจมูกเชิดจอมเวหา
ปีนขึ้นไปได้แค่สองเมตร ลิงก็แตกฮือหนีไปหมดแล้ว ก่อนที่พวกมันจะปาของใส่ต่อ ด่าทอต่อ หมีควายโมโหจนตัวสั่น ไหลรูดลงมาจากต้นไม้ เหวี่ยงอุ้งตบต้นไม้ตูมเดียว สั่นสะเทือนไปทั้งต้น
“จุ๊ ๆ มุงดูมีความเสี่ยง จะกินเผือกต้องระวัง”
เฉินอิ่งซ่อนตัวหลังก้อนหินพึมพำเบา ๆ เก็บของเตรียมถอยฉาก
ลิงอาจเล่นกับหมีได้ แต่เขาทำได้แค่กราบงาม ๆ แล้วถอยหนี
เขาค่อย ๆ ถอยออกจากหุบเขา จนแน่ใจว่าหมีควายไม่เห็น ค่อยถอนหายใจโล่งอกเตรียมตัวกลับ แต่จังหวะหันหลังกลับก็เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ เรียงแถวอยู่บนต้นไม้ข้าง ๆ
หน้าคุ้น ๆ แฮะ?
เฉินอิ่งหรี่ตาคิดแป๊บหนึ่ง แล้วตบหน้าผากฉาด
จำได้แล้ว นี่มันแม่กระรอกแดงที่เคยช่วยไว้นี่นา แต่ถ้าจำไม่ผิดรังแม่กระรอกไม่ได้อยู่ทางนี้นะ!
แม่กระรอกแดงจำเฉินอิ่งได้เหมือนกัน ร้องจี๊ด ๆ สองที แล้ววิ่งจู๊ดมาหา กระโดดเกาะไหล่ ยัดเมล็ดสนอวบอ้วนใส่มือเขา
นี่คงเป็นของสะสมของเธอ
เฉินอิ่งรับมา ขอบใจเธอ แล้วนึกขึ้นได้ว่ามีผลไม้อบแห้งติดเป้ามาด้วย
ยังไม่ทันจะหยิบ แม่กระรอกก็มุดหัวเข้าไปในเป้แล้ว
เดี๋ยวนะ ใจร้อนไปไหม?
เป็นแม่คนแล้ว สำรวมหน่อยได้ไหมครับ?
เขาเงยหน้ามองลูกกระรอกบนต้นไม้อย่างจนใจ มือหนึ่งจับแม่กระรอก อีกมือหยิบถุงผลไม้อบแห้งออกมา
“เดี๋ยวแกะให้ เอ้า ใจเย็น ๆ”
แม่กระรอกไม่เย็นสักนิด ตะปบถุงยิก ๆ คว้าผลไม้อบแห้งยัดใส่กระพุ้งแก้มจนตุ่ย พลางสะบัดหางพวงใหญ่ใส่หน้าเฉินอิ่งทีหนึ่ง เป็นการบอกลา แล้ววิ่งกลับขึ้นต้นไม้ไปแบ่งลูก ๆ กิน
“แชะ แชะ” เฉินอิ่งรัวชัตเตอร์จนหนำใจ เก็บของเตรียมเดินทางต่อ
ทันใดนั้นลูกกระรอกตัวหนึ่งที่ใจกล้าบ้าบิ่นวิ่งลงมาจากต้นไม้ กระโดดเกาะตัวเฉินอิ่ง ไต่ขึ้นไปบนหัว จิกผมเขาไว้แน่นไม่ยอมไป
นี่มันลูกกระรอกพันธุ์ไหนเนี่ย ใจเด็ดชะมัด?
เฉินอิ่งไม่กล้าเงยหน้า ได้แต่เหลือกตามองบน มือขวาค่อย ๆ เอื้อมไปแตะตัวมัน
ปกติลูกกระรอกตัวแค่นี้ไม่ออกจากรังหรอก ไม่รู้ทำไมแม่กระรอกถึงอินดี้พาลูกออกมาเดินเล่นข้างนอกได้
“จี๊ด จี๊ด หนูจำพี่ได้ พี่ช่วยหนูไว้”
ลูกกระรอกในอุ้งมือเฉินอิ่งร้องเสียงเล็กเสียงน้อย
เฉินอิ่งตาเป็นประกาย เจ้าตัวเล็กนี่จำกลิ่นเขาได้เหรอ? ถ้าไขปริศนานี้ได้ อาจเขียนงานวิจัยได้สักเรื่อง
น่าเสียดายที่คนอื่นฟังภาษาสัตว์ไม่ออก งานวิจัยนี้เขาคงต้องมโนเองเออเอง
เขาลูบตัวอ้วนกลมของมัน หยิบขนมธัญพืชก้อนจากก้นกระเป๋าออกมาบิให้ยัดใส่กระพุ้งแก้ม
น่าเสียดายที่มันยังเล็กยัดได้ไม่เยอะ สุดท้ายแม่กระรอกต้องลงมาช่วยยัดจนปากแทบฉีก กว่าจะยอมสละเศษขนมชิ้นสุดท้ายไป
เจ้าตัวเล็กยังอ้อยอิ่งไม่ยอมไป จนเฉินอิ่งต้องจับวางบนต้นไม้ มันถึงร้องจี๊ด ๆ สองทีแล้วตามแม่กลับบ้านใหม่ไป
เมื่อมีเรื่องราวน่ารัก ๆ ระหว่างทาง ทำให้เฉินอิ่งยิ้มแก้มปริตลอดทางกลับ
เขาส่งรูปลูกกระรอกกับคลิปตอนกินขนมเข้ากลุ่มทำงาน เล่นเอาพี่ไต้กรีดร้องด้วยความอิจฉา
“เสี่ยวเฉิน อยู่บนเขาเหรอ?”
เพิ่งปิดแชท พี่หลิวก็โทรมา
“ครับ พาพี่เสือมาเดินเล่น ตอนนี้เธอไปลาดตระเวนอยู่ ผมกำลังจะกลับครับ”
ได้ยินคำตอบ พี่หลิวถึงกับสำลักน้ำลาย ไม่รู้จะพูดยังไงต่อ
ปล่อยเสือดาวเดินเล่นในป่าเนี่ยนะ? มีแต่เฉินอิ่งเท่านั้นแหละที่กล้าเปิดคอกเล่นกับเสือดาวป่าแบบถึงเนื้อถึงตัว คนอื่นใครจะกล้า?
นี่มันเสือป่านะ ไม่ใช่เสือสวนสัตว์!
“พี่หลิว? มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
พี่หลิวได้สติรีบอธิบาย “เมื่อกี้อินลี่รายงานเบื้องบนเรื่องเจอบ้านพรานร้างในป่า ทางนั้นสนใจจะซ่อมแซมไว้เป็นจุดพัก ฉันเลยรับงานสำรวจมา แต่อินลี่เพิ่งลงเขามา จะให้ขึ้นไปอีกก็เกรงใจ เลยอยากถามว่านายพอจะว่างไปแทนไหม”
ความหมายพี่หลิวคือ ถ้าบ้านพักใช้ได้ ทั้งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่อนุรักษ์จะได้ใช้พักค้างคืน
ป่าเขามีอันตรายรอบด้าน บางทีลาดตระเวนวันเดียวไม่จบ หรือเจอเหตุฉุกเฉินต้องค้างคืนก็บ่อย มีที่พักเป็นกิจจะลักษณะย่อมปลอดภัยกว่ากางเต็นท์นอน
“พี่หลิวเตรียมเอกสารทางนั้นให้เรียบร้อย และนัดเวลามาได้เลยครับ รบกวนบอกล่วงหน้านิดนึง ช่วงนี้มีเสี่ยวเซินกับต้วนอู้หลินช่วย ผมปลีกตัวเข้าป่าสักสองสามวันได้สบายมาก”
เขาอยากกลับเข้าป่าลึกมาตั้งนานแล้ว แต่ติดที่พี่เสือบาดเจ็บหนักไม่มีใครแทนได้เลยต้องพับโครงการไป
เขายังจำที่พี่เสือเคยบ่นได้ว่า เมินตุนเอ๋อร์หาคู่ที่ถูกใจแถวนี้ไม่ได้
แสดงว่าแถวนี้ยังมีแพนด้ายักษ์ป่าอยู่สินะ?
เมินตุนเอ๋อร์ไม่ชอบก็ช่างมัน ที่ฐานกับศูนย์เรามีหนุ่มหล่อเพียบ เกิดหนุ่ม ๆ กับสาวป่าปิ๊งกันขึ้นมา ไม่วินวินกันทุกฝ่ายเหรอ!
พลาดฤดูผสมพันธุ์ปีนี้ไม่เป็นไร เริ่มเตรียมพอร์ตหนุ่มหล่อสาวสวยจากฐานไว้เสนอปีหน้าตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า
เฉินอิ่งฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เก็บมือถือใส่กระเป๋า และเดินผ่านต้นไม้ต้นหนึ่ง จู่ ๆ ขนสีขาวดำก็วูบผ่านหน้า ทำให้เขาตกใจสะดุดขาตัวเองแทบกัดลิ้นขาด