เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว

สถานีช่วยเหลือตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,600 เมตร ส่วนจุดที่เสี่ยวเติ้งพูดถึง สูงเกือบ 2,500 เมตร

ยิ่งสูงต้นไม้ก็ยิ่งเตี้ยและบางตาลง

เมื่อปีที่แล้วสถานีช่วยเหลือเคยเอากล้องอินฟราเรดไปติดตั้งไว้ตรงจุดนั้น แต่โชคไม่ดี โดนหมูป่าสองตัวตีกันชนพังไปตัวหนึ่ง

พวกเขาพูดย้ำกันมาเป็นปีว่าจะไปติดตั้งใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์สักที การลาดตระเวนรอบนี้เลยถือโอกาสไปเช็คและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายด้วย

เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคไม่ได้แวะมาที่สถานี แต่ตรงขึ้นเขาไปยังพิกัดเป้าหมายเลย

พวกเขาเพิ่งออกไปได้ไม่นาน อินลี่ที่พาจ้าวมานมานขึ้นเขาไปถ่ายรูปก็เดินแบกเธอลงมา

“เกิดอะไรขึ้น?” เฉินอิ่งกับเสี่ยวเติ้งที่กำลังคุยกันอยู่ในลานบ้าน รีบวิ่งเข้าไปช่วยรับคน

“ทางบนเขามันลื่น เธอดันดื้อจะปีนหน้าผาเลยร่วงลงมา” อินลี่อธิบายหน้าดำหน้าแดง “พวกนายดูเท้าเธอไปก่อนนะ ฉันขอไปเปลี่ยนชุดแป๊บ”

เหมือนโยนเผือกร้อนทิ้ง อินลี่วางจ้าวมานมานลง หันหลังแบกเป้เดินขึ้นตึกไปดื้อ ๆ

ขอบตาจ้าวมานมานแดงเรื่อ เม้มปากแน่นไม่พูดไม่จา

เห็นบรรยากาศมาคุ เสี่ยวเติ้งไม่กล้าปริปาก อ้างว่าจะไปตรวจตาข่ายกันสัตว์ แล้ววิ่งหายไปเลย

“ตกลงเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมอาลี่โกรธขนาดนั้น?”

เฉินอิ่งหันมามองจ้าวมานมานด้วยสายตาคาดคั้น

เขารู้นิสัยอินลี่ดี ถึงเพื่อนเขาจะไม่ชอบยุ่งกับผู้หญิง แต่ถ้าได้รับมอบหมายงานอะไรมาก็จะทำให้ดีที่สุดเสมอ ในเมื่อรับปากจะพาจ้าวมานมานขึ้นเขาไปถ่ายรูปแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอบาดเจ็บแน่

“ฉันแค่อยากได้รูปสวย ๆ ไม่ทันฟังคำเตือนเขา ฉันรู้ว่าเป็นภาระเขา ลำบากเขาต้องแบกฉันลงเขามา แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”

จ้าวมานมานก็น้อยใจเหมือนกัน เธอไม่ได้เจ็บตัวเพื่อตัวเองสักหน่อย แค่อยากได้รูปดี ๆ มาโปรโมทที่นี่ต่างหาก

เฉินอิ่งพูดไม่ออก รู้สึกทะแม่ง ๆ กับคำพูดของจ้าวมานมาน แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดตรงไหน เลยได้แต่เงียบไป

โชคดีที่ข้อเท้าเธอแค่เคล็ด ฉีดยาสองเข็ม ทายา พักสักวันก็น่าจะหาย

อินลี่อาบน้ำเปลี่ยนชุดลงมา ไม่แม้แต่จะปรายตามองจ้าวมานมาน

“เสี่ยวเติ้งบอกว่าเจอหมีควายที่หุบเขาฮวาชิวเหรอ? ให้ฉันไปดูไหม?”

“ไม่ต้อง ๆ นายเพิ่งลงมาจากเขา พักผ่อนสักสองสามวันเถอะ ฉันว่าจะพาพี่เสือไปเดินเล่น นายอยู่ช่วยป้อนอาหารลูกเสือที่นี่ดีกว่า”

แผลพี่เสือหายดีแล้ว ต่อไปคือการฝึกฟื้นฟูร่างกาย

ไปกลับหุบเขาฮวาชิวราวสิบห้ากิโลเมตร คนอื่นอาจจะลำบาก แต่เฉินอิ่งชินกับทางเขา เดินวันละสิบกว่าโลสบายมาก

อีกอย่างถัดจากหุบเขาฮวาชิวไปก็เป็นอาณาเขตของพี่เสือ ไม่ได้กลับไปนานไม่รู้โดนใครยึดไปหรือยัง

พี่เสือตื่นเต้นมาก สะบัดขนพึ่บพั่บ หันมาเอาหัวถูขาเฉินอิ่งอย่างออดอ้อน มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ

จ้าวมานมานหน้าเสียเมื่อเห็นเฉินอิ่งเดินขึ้นเขาไปพร้อมกับพี่เสือ

สาวสวยร่าเริงอย่างเธอบาดเจ็บขยับไปไหนไม่ได้ขนาดนี้ เขาไม่คิดจะเอาใจหรือทำคะแนนหน่อยเหรอ?

เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายตายด้านขนาดนี้มาก่อนเลย!

ทั้งอินลี่ ทั้งเฉินอิ่ง ทำเอาอารมณ์เธอดิ่งเหวสุดขีด

เฉินอิ่งผู้ยอมเดาใจเสือดาวดีกว่าเดาใจจ้าวมานมาน หายลับไปสุดถนนบนเขาอย่างรวดเร็ว

เสี่ยวเติ้งนั่งช่วยงานอาจารย์อยู่ในห้องทำงาน แอบชำเลืองมองจ้าวมานมานเป็นระยะ

“มองอะไร ชอบเธอเหรอ?”

“บ้าเหรออาจารย์ ผมเจียมตัวน่า ดอกฟ้ากับหมาวัดชัด ๆ ผมแค่สงสัยว่าเธอชอบพี่อินลี่หรือพี่อิ่งมากกว่ากัน”

อาจารย์จ้าวแค่นเสียงหึ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด

“เอ้า ดูนี่ มัดเงื่อนแบบนี้มันถึงจะแน่น คราวหน้าออกลาดตระเวนจะพาไปไกลกว่าเดิม ถึงตอนนั้นเอ็งต้องฉายเดี่ยวลงหุบเขาเองนะ”

“ครับอาจารย์ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำให้ขายหน้าหรอก”

อาจารย์จ้าวเพิ่งเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ไม่นาน แต่เป็นพรานป่ามาค่อนชีวิต เรื่องเดินป่าสำหรับแกก็เหมือนเดินเล่นในบ้าน

“เรื่องถ่ายคลิปตัดต่อคลิป เรียนมาจากหมอต้วนหมอเสี่ยวแล้วใช่ไหม? คราวหน้าพกมือถือกับพาวเวอร์แบงค์ไปด้วย เจอสัตว์เจวิวสวย ๆ ก็ถ่ายเก็บไว้เยอะ ๆ เอามาตัดต่อส่งฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมป่าไม้ เขาบอกว่าถ้าคลิปไหนได้ใช้จะมีค่าตอบแทนให้ น้องสาวเอ็งต้องใช้เงินเรียนมหาลัยอีกเยอะ”

อาจารย์จ้าวร่ายยาว สั่งสอนลูกศิษย์ให้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องสาว ๆ

เฉินอิ่งพาพี่เสือลัดเลาะไปตามป่า มุ่งหน้าสู่หุบเขาฮวาชิว

ระหว่างทางพี่เสือยังจับอีเก้งตัวน้อยได้ตัวหนึ่ง ถึงจะสงสาร แต่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร เฉินอิ่งต้องทำใจแข็งปฏิเสธน้ำใจพี่เสือ แล้วปล่อยให้เธอกินให้อิ่ม

มาถึงหุบเขาฮวาชิว ไม่เจอเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ข้างต้นไม้ที่เคยติดกล้องอินฟราเรดตัวเก่า มีกล้องตัวใหม่ติดตั้งอยู่

เทียบกับรุ่นก่อน ตัวนี้เล็กกว่าและไวกว่า ซึ่งขนาดเล็กทำให้สัตว์ไม่ค่อยสนใจ โอกาสโดนทำลายก็น้อยลง

เฉินอิ่งดูทิศทางที่กล้องหันไป ใกล้ ๆ มีแหล่งน้ำในหุบเขา พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบ สัตว์หลายชนิดชอบมาดื่มน้ำตรงนี้

เขาไม่ได้สนใจกล้องมากนัก เป้าหมายหลักคือพาพี่เสือมาเดินเล่น และถือโอกาสสืบข่าวเจ้าหมีควาย

ถ้าเจอรัรังผึ้งของหมีผึ้ง เขาจะจิ๊กน้ำผึ้งกลับไปฝากเมินตุนเอ๋อร์สักหน่อย

พอเข้าเขตหุบเขาฮวาชิว พี่เสือก็กระตือรือร้นอยากตรวจตราอาณาเขต เกาะติดเฉินอิ่งอยู่พักหนึ่ง ก็กระโจนหายวับเข้าป่าไป

เฉินอิ่งรู้ว่าพี่เสือไม่ทิ้งลูกหรอก การลาดตระเวนรอบนี้คงเพื่อความมั่นใจว่าถิ่นยังปลอดภัย อีกไม่นานเธอต้องพาลูกกลับป่า เคลียร์ภัยคุกคามล่วงหน้าไว้ก่อนดีที่สุด

เขาเดินเลียบหุบเขาไปได้ราวสามร้อยเมตร ยังไม่เห็นวี่แววหมีควาย ในขณะที่กำลังจะถอดใจกลับ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงลิงร้อง

เสียงคุ้น ๆ แฮะ?

เขารออยู่ไม่กี่นาที เสียงก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ

เฉินอิ่งหาที่ซ่อน หยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส่องดู

นั่นไง บนเนินเขาฝั่งตรงข้ามมีความเคลื่อนไหว

ฝูงลิงอย่างน้อยเจ็ดสิบแปดสิบตัว ถ้าไม่ถึงร้อยก็เกือบ ๆ ล่ะ

ดูจากขนสีทองระยิบระยับเมื่อต้องแสงแดด ก็รู้เลยว่าเป็นฝูงลิงจมูกเชิดสีทอง

เจ้าสัตว์แสนสวยพวกนี้มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ แต่จะแบ่งเป็นครอบครัวย่อย ๆ หลายกลุ่ม ซึ่งฝูงนี้น่าจะมีอย่างน้อยสองสามครอบครัวรวมกัน

ไม่รู้ตัวอะไรไปกระตุกหนวดพวกมันเข้า โดนลิงรุมขนาดนี้คงไม่สนุกแน่

ในขณะที่กำลังคิดเพลิน ๆ ก็เห็นอะไรบางอย่างกลิ้งหลุน ๆ ลงมาจากเนินเขา

ฝุ่นตลบ หินร่วงกราว จนกระทั่ง “ตูม!” ตกลงไปในลำธารก้นหุบเขา

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว

คัดลอกลิงก์แล้ว