- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 29 ฝุ่นตลบและหินร่วงกราว
สถานีช่วยเหลือตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,600 เมตร ส่วนจุดที่เสี่ยวเติ้งพูดถึง สูงเกือบ 2,500 เมตร
ยิ่งสูงต้นไม้ก็ยิ่งเตี้ยและบางตาลง
เมื่อปีที่แล้วสถานีช่วยเหลือเคยเอากล้องอินฟราเรดไปติดตั้งไว้ตรงจุดนั้น แต่โชคไม่ดี โดนหมูป่าสองตัวตีกันชนพังไปตัวหนึ่ง
พวกเขาพูดย้ำกันมาเป็นปีว่าจะไปติดตั้งใหม่ แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์สักที การลาดตระเวนรอบนี้เลยถือโอกาสไปเช็คและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายด้วย
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคไม่ได้แวะมาที่สถานี แต่ตรงขึ้นเขาไปยังพิกัดเป้าหมายเลย
พวกเขาเพิ่งออกไปได้ไม่นาน อินลี่ที่พาจ้าวมานมานขึ้นเขาไปถ่ายรูปก็เดินแบกเธอลงมา
“เกิดอะไรขึ้น?” เฉินอิ่งกับเสี่ยวเติ้งที่กำลังคุยกันอยู่ในลานบ้าน รีบวิ่งเข้าไปช่วยรับคน
“ทางบนเขามันลื่น เธอดันดื้อจะปีนหน้าผาเลยร่วงลงมา” อินลี่อธิบายหน้าดำหน้าแดง “พวกนายดูเท้าเธอไปก่อนนะ ฉันขอไปเปลี่ยนชุดแป๊บ”
เหมือนโยนเผือกร้อนทิ้ง อินลี่วางจ้าวมานมานลง หันหลังแบกเป้เดินขึ้นตึกไปดื้อ ๆ
ขอบตาจ้าวมานมานแดงเรื่อ เม้มปากแน่นไม่พูดไม่จา
เห็นบรรยากาศมาคุ เสี่ยวเติ้งไม่กล้าปริปาก อ้างว่าจะไปตรวจตาข่ายกันสัตว์ แล้ววิ่งหายไปเลย
“ตกลงเกิดอะไรขึ้นครับ? ทำไมอาลี่โกรธขนาดนั้น?”
เฉินอิ่งหันมามองจ้าวมานมานด้วยสายตาคาดคั้น
เขารู้นิสัยอินลี่ดี ถึงเพื่อนเขาจะไม่ชอบยุ่งกับผู้หญิง แต่ถ้าได้รับมอบหมายงานอะไรมาก็จะทำให้ดีที่สุดเสมอ ในเมื่อรับปากจะพาจ้าวมานมานขึ้นเขาไปถ่ายรูปแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอบาดเจ็บแน่
“ฉันแค่อยากได้รูปสวย ๆ ไม่ทันฟังคำเตือนเขา ฉันรู้ว่าเป็นภาระเขา ลำบากเขาต้องแบกฉันลงเขามา แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ”
จ้าวมานมานก็น้อยใจเหมือนกัน เธอไม่ได้เจ็บตัวเพื่อตัวเองสักหน่อย แค่อยากได้รูปดี ๆ มาโปรโมทที่นี่ต่างหาก
เฉินอิ่งพูดไม่ออก รู้สึกทะแม่ง ๆ กับคำพูดของจ้าวมานมาน แต่ก็บอกไม่ถูกว่าผิดตรงไหน เลยได้แต่เงียบไป
โชคดีที่ข้อเท้าเธอแค่เคล็ด ฉีดยาสองเข็ม ทายา พักสักวันก็น่าจะหาย
อินลี่อาบน้ำเปลี่ยนชุดลงมา ไม่แม้แต่จะปรายตามองจ้าวมานมาน
“เสี่ยวเติ้งบอกว่าเจอหมีควายที่หุบเขาฮวาชิวเหรอ? ให้ฉันไปดูไหม?”
“ไม่ต้อง ๆ นายเพิ่งลงมาจากเขา พักผ่อนสักสองสามวันเถอะ ฉันว่าจะพาพี่เสือไปเดินเล่น นายอยู่ช่วยป้อนอาหารลูกเสือที่นี่ดีกว่า”
แผลพี่เสือหายดีแล้ว ต่อไปคือการฝึกฟื้นฟูร่างกาย
ไปกลับหุบเขาฮวาชิวราวสิบห้ากิโลเมตร คนอื่นอาจจะลำบาก แต่เฉินอิ่งชินกับทางเขา เดินวันละสิบกว่าโลสบายมาก
อีกอย่างถัดจากหุบเขาฮวาชิวไปก็เป็นอาณาเขตของพี่เสือ ไม่ได้กลับไปนานไม่รู้โดนใครยึดไปหรือยัง
พี่เสือตื่นเต้นมาก สะบัดขนพึ่บพั่บ หันมาเอาหัวถูขาเฉินอิ่งอย่างออดอ้อน มุมปากยกยิ้มน้อย ๆ
จ้าวมานมานหน้าเสียเมื่อเห็นเฉินอิ่งเดินขึ้นเขาไปพร้อมกับพี่เสือ
สาวสวยร่าเริงอย่างเธอบาดเจ็บขยับไปไหนไม่ได้ขนาดนี้ เขาไม่คิดจะเอาใจหรือทำคะแนนหน่อยเหรอ?
เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายตายด้านขนาดนี้มาก่อนเลย!
ทั้งอินลี่ ทั้งเฉินอิ่ง ทำเอาอารมณ์เธอดิ่งเหวสุดขีด
เฉินอิ่งผู้ยอมเดาใจเสือดาวดีกว่าเดาใจจ้าวมานมาน หายลับไปสุดถนนบนเขาอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวเติ้งนั่งช่วยงานอาจารย์อยู่ในห้องทำงาน แอบชำเลืองมองจ้าวมานมานเป็นระยะ
“มองอะไร ชอบเธอเหรอ?”
“บ้าเหรออาจารย์ ผมเจียมตัวน่า ดอกฟ้ากับหมาวัดชัด ๆ ผมแค่สงสัยว่าเธอชอบพี่อินลี่หรือพี่อิ่งมากกว่ากัน”
อาจารย์จ้าวแค่นเสียงหึ ไม่ต่อความยาวสาวความยืด
“เอ้า ดูนี่ มัดเงื่อนแบบนี้มันถึงจะแน่น คราวหน้าออกลาดตระเวนจะพาไปไกลกว่าเดิม ถึงตอนนั้นเอ็งต้องฉายเดี่ยวลงหุบเขาเองนะ”
“ครับอาจารย์ ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำให้ขายหน้าหรอก”
อาจารย์จ้าวเพิ่งเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ไม่นาน แต่เป็นพรานป่ามาค่อนชีวิต เรื่องเดินป่าสำหรับแกก็เหมือนเดินเล่นในบ้าน
“เรื่องถ่ายคลิปตัดต่อคลิป เรียนมาจากหมอต้วนหมอเสี่ยวแล้วใช่ไหม? คราวหน้าพกมือถือกับพาวเวอร์แบงค์ไปด้วย เจอสัตว์เจวิวสวย ๆ ก็ถ่ายเก็บไว้เยอะ ๆ เอามาตัดต่อส่งฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมป่าไม้ เขาบอกว่าถ้าคลิปไหนได้ใช้จะมีค่าตอบแทนให้ น้องสาวเอ็งต้องใช้เงินเรียนมหาลัยอีกเยอะ”
อาจารย์จ้าวร่ายยาว สั่งสอนลูกศิษย์ให้เลิกฟุ้งซ่านเรื่องสาว ๆ
เฉินอิ่งพาพี่เสือลัดเลาะไปตามป่า มุ่งหน้าสู่หุบเขาฮวาชิว
ระหว่างทางพี่เสือยังจับอีเก้งตัวน้อยได้ตัวหนึ่ง ถึงจะสงสาร แต่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร เฉินอิ่งต้องทำใจแข็งปฏิเสธน้ำใจพี่เสือ แล้วปล่อยให้เธอกินให้อิ่ม
มาถึงหุบเขาฮวาชิว ไม่เจอเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค ข้างต้นไม้ที่เคยติดกล้องอินฟราเรดตัวเก่า มีกล้องตัวใหม่ติดตั้งอยู่
เทียบกับรุ่นก่อน ตัวนี้เล็กกว่าและไวกว่า ซึ่งขนาดเล็กทำให้สัตว์ไม่ค่อยสนใจ โอกาสโดนทำลายก็น้อยลง
เฉินอิ่งดูทิศทางที่กล้องหันไป ใกล้ ๆ มีแหล่งน้ำในหุบเขา พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบ สัตว์หลายชนิดชอบมาดื่มน้ำตรงนี้
เขาไม่ได้สนใจกล้องมากนัก เป้าหมายหลักคือพาพี่เสือมาเดินเล่น และถือโอกาสสืบข่าวเจ้าหมีควาย
ถ้าเจอรัรังผึ้งของหมีผึ้ง เขาจะจิ๊กน้ำผึ้งกลับไปฝากเมินตุนเอ๋อร์สักหน่อย
พอเข้าเขตหุบเขาฮวาชิว พี่เสือก็กระตือรือร้นอยากตรวจตราอาณาเขต เกาะติดเฉินอิ่งอยู่พักหนึ่ง ก็กระโจนหายวับเข้าป่าไป
เฉินอิ่งรู้ว่าพี่เสือไม่ทิ้งลูกหรอก การลาดตระเวนรอบนี้คงเพื่อความมั่นใจว่าถิ่นยังปลอดภัย อีกไม่นานเธอต้องพาลูกกลับป่า เคลียร์ภัยคุกคามล่วงหน้าไว้ก่อนดีที่สุด
เขาเดินเลียบหุบเขาไปได้ราวสามร้อยเมตร ยังไม่เห็นวี่แววหมีควาย ในขณะที่กำลังจะถอดใจกลับ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงลิงร้อง
เสียงคุ้น ๆ แฮะ?
เขารออยู่ไม่กี่นาที เสียงก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เฉินอิ่งหาที่ซ่อน หยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส่องดู
นั่นไง บนเนินเขาฝั่งตรงข้ามมีความเคลื่อนไหว
ฝูงลิงอย่างน้อยเจ็ดสิบแปดสิบตัว ถ้าไม่ถึงร้อยก็เกือบ ๆ ล่ะ
ดูจากขนสีทองระยิบระยับเมื่อต้องแสงแดด ก็รู้เลยว่าเป็นฝูงลิงจมูกเชิดสีทอง
เจ้าสัตว์แสนสวยพวกนี้มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ แต่จะแบ่งเป็นครอบครัวย่อย ๆ หลายกลุ่ม ซึ่งฝูงนี้น่าจะมีอย่างน้อยสองสามครอบครัวรวมกัน
ไม่รู้ตัวอะไรไปกระตุกหนวดพวกมันเข้า โดนลิงรุมขนาดนี้คงไม่สนุกแน่
ในขณะที่กำลังคิดเพลิน ๆ ก็เห็นอะไรบางอย่างกลิ้งหลุน ๆ ลงมาจากเนินเขา
ฝุ่นตลบ หินร่วงกราว จนกระทั่ง “ตูม!” ตกลงไปในลำธารก้นหุบเขา