- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 21 ฉันจะไปฟ้องหัวหน้า!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 21 ฉันจะไปฟ้องหัวหน้า!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 21 ฉันจะไปฟ้องหัวหน้า!
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 21 ฉันจะไปฟ้องหัวหน้า!
สามแม่ลูกกลับเข้าคอกไปแล้ว พี่เสือดาวกระโดดขึ้นไปนอนบนแท่นไม้ เอาคางเกยขาหน้า มองดูลูกน้อยสองตัวด้วยสายตาเป็นกังวล
แผลหายเกือบสนิทแล้ว ตอนออกไปเดินเล่นวันนี้ จังหวะกระโดดขึ้นต้นไม้ แค่รู้สึกตึง ๆ ที่ขาหนีบนิดหน่อย ไม่ได้เจ็บปวดอะไร คิดว่าอีกไม่กี่วันก็คงคลายเส้นที่ยึดตึงให้เข้าที่เข้าทางได้
เรื่องเอาตัวรอดในป่าเธอไม่ห่วงตัวเองหรอก ห่วงก็แต่เจ้าตัวเล็กสองตัวที่ชินกับการป้อนข้าวป้อนน้ำจากมนุษย์นี่แหละ จะไปหากินเองรอดไหม?
ดูท่าจะขี้เกียจไม่ได้แล้ว เนินเขาเล็ก ๆ ที่ไปเมื่อเย็นนี้เหมาะเหม็ง เดี๋ยวต้องพาลูก ๆ ไปฝึกวิชาแถวนั้นซะหน่อย
พี่เสือเพิ่งเคยเป็นแม่ครั้งแรก ลืมไปสนิทเลยว่าลูกตัวเองเพิ่งอายุเท่าไหร่ พูดกันตามตรงยังไม่ทันหย่านมด้วยซ้ำ จะให้ฝึกสัญชาตญาณนักล่าตอนนี้มันก็ออกจะเร็วไปหน่อย
คิดไปคิดมาพี่เสือก็ผล็อยหลับไปพร้อมเสียงกรนเบา ๆ
ก่อนนอนเฉินอิ่งแวะมาตรวจความเรียบร้อย เห็นพี่เสือนอนอยู่บนแท่นไม้ ส่วนลูก ๆ กอดกันกลมอยู่มุมห้อง
สงสัยเดินเล่นชั่วโมงกว่าเมื่อกี้จะทำเอาเจ้าตัวเล็กหมดแรงข้าวต้ม หลับปุ๋ยไม่ถามหาแม่เลย
พอเฉินอิ่งก้าวเข้ามา หูพี่เสือก็กระดิกนิดหนึ่ง
สัญชาตญาณระวังภัยทำงานแม้ในยามหลับ แต่พอได้กลิ่นคุ้นเคย เธอก็ผ่อนคลายลง
เลี้ยงลูกทั้งวันมันเหนื่อยนะ นาน ๆ ทีลูกจะไม่กวน ก็ขอแอบงีบหน่อยเถอะ
เฉินอิ่งลูบพุงกะทิของลูกเสือสองตัว ยังแน่นปึ้กอยู่ ไม่ต้องกินมื้อดึกหรอก แต่กะว่าคืนนี้คงต้องลุกมาป้อนนมสักรอบ
คราวหลังต้องจำไว้ ต้องกะเวลาให้อาหารเพิ่มให้ดี อย่าให้ติดนิสัยตื่นมากินกลางดึก
ในป่าพี่เสือต้องเลี้ยงลูกคนเดียวลำบากแย่ ขืนกลางคืนไม่ได้นอน กลางวันจะเอาแรงที่ไหนไปล่าเหยื่อ
เขาจดโน้ตเตือนความจำในมือถือ แล้วย่องออกจากคอกสัตว์เงียบ ๆ
ในระบบยังมีชุดของขวัญชิ้นใหญ่รอให้เปิดอยู่ แต่เขาไม่รีบ มีไอเดียบางอย่างที่อยากจะลองพิสูจน์ดูก่อน
สองวันผ่านไปไวเหมือนโกหก
เช้าตรู่ เฉินอิ่งกับทีมงานก็เริ่มวุ่นวายกันยกใหญ่
วันนี้เมินตุนเอ๋อร์จะย้ายขึ้นมา พร้อมทีมแพทย์อีก 5 คน
ทั้ง 5 คนจะผลัดเวรกันเฝ้ากะดึก ช่วยแบ่งเบาภาระเสี่ยวเซินได้เยอะ
คนเข้าเวรดึกนอนพักที่บ้านหลังเล็กระหว่างห้องพยาบาลกับห้องเวรได้เลย ไม่ต้องไปเบียดเบียนที่นอนบนตึกสำนักงาน
นอกจากเมินตุนเอ๋อร์จะกลับมาแล้ว นักศึกษาฝึกงานพิทักษ์ป่าอีก 2 คนที่สถานีป่าไม้ของอินลี่ส่งมาก็มารายงานตัววันนี้ด้วย
จู่ ๆ สถานีช่วยเหลือที่เคยเงียบเหงาก็ดูคึกคักขึ้นมาทันตา
เมินตุนเอ๋อร์มาถึงตอนสิบโมงครึ่ง พร้อมขบวนแห่แหนชุดใหญ่ แม้แต่ผู้บริหารท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่นี้ก็ยังมาด้วย
เนื้องอกในแพนด้ายักษ์พบได้ยากก็จริง แต่เมื่อตรวจเจอแล้ว ความยากในการรักษาและการพยากรณ์โรคคือสองปัจจัยชี้ชะตาชีวิต
โชคดีที่รอบนี้ผลตรวจชิ้นเนื้อหลังผ่าตัดออกมาว่าเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง การฟื้นตัวเลยราบรื่นแบบสุด ๆ
“หลังจากผู้เชี่ยวชาญจากทั้งฐานและศูนย์อนุรักษ์ประเมินร่วมกันแล้ว ต่อให้เมินตุนเอ๋อร์หายดี ก็คงปล่อยกลับเข้าป่าไม่ได้ 100% ความเห็นปัจจุบันจากคณะผู้เชี่ยวชาญคือ จะให้สถานีช่วยเหลือของคุณรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเขตฟื้นฟูสัญชาตญาณสัตว์ป่าเพื่อการจัดการที่เป็นเอกภาพ”
เฉินอิ่งไม่อยากปวดหัวกับเรื่องบริหารจัดการ แล้วมันก็ไม่ใช่หน้าที่เขาด้วย
รู้แค่ว่าเมินตุนเอ๋อร์มีโอกาสสูงที่จะได้อยู่ที่นี่ถาวร แค่นั้นก็พอแล้ว
สรุปง่าย ๆ คือ เขาต้องใส่ใจมันมากขึ้น ขุนให้อ้วนขึ้น แล้วก็ขยันตรวจสุขภาพมันบ่อยขึ้นอีกหน่อย
หลังจากส่งคณะผู้บริหารกลับ ความสงบก็กลับคืนสู่ขุนเขา
วันนี้ทีมแพทย์ชายหนึ่งหญิงหนึ่งอยู่เวรเฝ้าเมินตุนเอ๋อร์
พวกเขากลัวว่าการย้ายสถานที่จะทำให้เมินตุนเอ๋อร์เครียด คนเยอะหน่อยน่าจะอุ่นใจกว่าเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน
เคลียร์งานเสร็จ เฉินอิ่งก็หอบไผ่สดไปทักทายเมินตุนเอ๋อร์
เจ้าตัวโตยังจำเขาได้ ทิ้งไผ่ในมือทันทีที่เห็น ยื่นแขนลอดกรงมาขออ้อมกอด
เฉินอิ่งชำเลืองมองไปทางห้องมอนิเตอร์ แล้วไขกุญแจเหล็กแอบเข้าไปข้างใน
“เฮ้ ทำไมหมอเฉิน . . .”
หมอผู้หญิงลุกพรวด ชี้หน้าจอมอนิเตอร์แล้วขมวดคิ้ว
เสี่ยวเซินก็อยู่ด้วย เขาแค่ขยับเข้าไปดูใกล้จอ แต่ไม่ได้พูดอะไร
ในฐานะคนของศูนย์ช่วยเหลือ เขารู้ดีเรื่องที่เมินตุนเอ๋อร์เคยมาขอความช่วยเหลือจากเฉินอิ่ง แต่หลังผ่าตัดแล้ว มันจะยังสนิทใจกับหมอเฉินเหมือนเดิมไหม อันนี้ก็ตอบยาก
หัวใจสามดวงหน้าจอมอนิเตอร์เต้นระทึกลุ้นจนตัวโก่ง ก่อนจะเห็นเฉินอิ่งกอดเมินตุนเอ๋อร์แน่น ระดมจูบฟัดเหวี่ยงด้วยความเอ็นดู
“เด็กดี ขอหมอดูแผลหน่อย ยังเจ็บอยู่ไหม?”
พอเปิดดูแผลเป็นที่หน้าท้อง เฉินอิ่งก็ใจหายวาบ
“เบบี๋ยักษ์ เจ็บตัวแย่เลยคราวนี้ เดี๋ยวไปหาน้ำผึ้งป่ามาบำรุงให้นะ”
นมเอย หมั่นโถวเอย หลบไป นาทีนี้ต้องน้ำผึ้งป่าเท่านั้น!
เขานั่งขัดสมาธิ ส่วนเมินตุนเอ๋อร์นอนเบียด เอาหัวโต ๆ มาหนุนตักเขาไม่ยอมห่าง
“งื้ด งื้ด งื้ด เมื่อก่อนเจ็บมาก แต่ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว แค่ยังรู้สึกไม่สบายตัวเฉย ๆ”
ได้ยินแบบนั้น เฉินอิ่งก็ประคองหัวมันขึ้นมาปลอบ
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวหมอต้มยาให้กิน ยาแผนโบราณ รับรองหายวันหายคืน”
ช่วงผ่าตัดยาแผนปัจจุบันคือพระเอก แต่ช่วงฟื้นฟูร่างกายยาแผนโบราณมีภาษีดีกว่านิดหน่อย
เฉินอิ่งมีทักษะการแพทย์ระดับ 100 จากระบบ ซึ่งรวมศาสตร์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณไว้ครบครัน
“ยาแผนโบราณ? จะไปช่วยอะไรได้ . . .” หมอผู้หญิงบ่นอุบอิบหน้าจอ เพื่อนหมอผู้ชายสะกิดแขนปรามก็ไม่ฟัง
“รากไม้ใบหญ้าจะไปรักษาโรคอะไรได้? นี่มันแพนด้ายักษ์นะ จะมามั่วซั่วไม่ได้ ฉันจะรายงานหัวหน้า!”
เสี่ยวเซินปรายตามองด้วยสายตาว่างเปล่า
เขาเลื่อนเก้าอี้กลับไปที่โต๊ะ หยิบสมุดบันทึกมาจดผลตรวจวันนี้ของเมินตุนเอ๋อร์อย่างละเอียด
ถึงจะมีข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล้ว แต่เขาชอบจดมืออีกรอบ จะได้จำแม่น ๆ เผื่อเจอเคสแบบนี้อีกจะได้รับมือถูก
แน่นอนว่าใต้ฉากกั้นบนโต๊ะ เขาแอบส่งข้อความเข้ากลุ่มแชทสี่คนด้วย
ต้วนอู้หลิน : เอาจริงดิ? อคติบังตาชะมัด สัตวแพทย์แผนจีนรัฐเขาก็รับรองนะ เจ๊แกนึกว่าตัวเองเก่งกว่าผู้เชี่ยวชาญเหรอ?
อินลี่ : ช่างหัวเธอเถอะ พี่อิ่งเขารู้ดีที่สุดว่าควรทำไง
อ่านข้อความเพื่อนจบ เสี่ยวเซินก็เลิกสนใจมือถือ ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
ส่วนทีมแพทย์สองคนในห้องมอนิเตอร์ก็นิ่งเงียบ บรรยากาศมาคุชอบกล
หมอผู้ชายที่เฝ้าหน้าจอถอนหายใจในใจ ซวยจริง ๆ ที่ต้องมาเข้าเวรกับยัยนี่วันนี้
แล้วหมอเฉินนะหมอเฉิน จะพูดเรื่องยาแผนโบราณทำไมต่อหน้าเธอ เธอมันพวกบูชาการแพทย์ตะวันตก เห็นศาสตร์อื่นเป็นเรื่องงมงายไปหมด
ทันใดนั้นหน้าจอก็ปรากฏภาพผู้หญิงถือกล้องเดินเข้ามา
“นั่นใคร? เข้ามาในบ้านแพนด้าได้ไง?”
หมอผู้หญิงที่กำลังของขึ้นอยู่แล้ว พอเห็นจ้าวมานมานก็ระเบิดลงทันที