เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 20 นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 20 นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 20 นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 20 นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

หลังมื้อเย็นและเก็บกวาดครัวเรียบร้อย เสี่ยวเซินกับพรรคพวกก็ขึ้นไปชั้นบนอย่างว่าง่าย

มุมระเบียงตรงห้องนั่งเล่นชั้นสาม มีชุดโต๊ะเก้าอี้ไม้พร้อมร่มกันแดดตั้งอยู่ ได้บรรยากาศน่านั่งชิลล์

เสี่ยวเซิน ต้วนอู้หลิน และจ้าวมานมาน พากันชะโงกหน้ามองลงมาจากระเบียง

จ้าวมานมานไม่เคยห่างกล้องคู่ใจ วันนี้เมมโมรี่การ์ดเธอคงใกล้เต็มเต็มที

“พี่เสือ มาเร็ว ทางสะดวกแล้ว ออกมาเดินเล่นได้เลย หรือจะไปเดินชมสวนหลังบ้านก็ได้นะ”

พี่เสือพาลูกน้อยสองตัวออกมาเดินยืดเส้นยืดสายในลานบ้าน มันสงสัยใคร่รู้เรื่องบ้านแพนด้าที่เฉินอิ่งเคยพูดถึง

มันไม่เคยเห็นว่าพวกสัตว์สองขาเลี้ยงเจ้า “สัตว์กินเหล็ก” ยังไง บางทีมันน่าจะลองไปดูสักหน่อย?

มันเอาหัวดุนขาเฉินอิ่ง ทิ้งลูกน้อยให้อินลี่ดูแล แล้วหนึ่งคนหนึ่งแมวยักษ์ก็เดินนวยนาดไปชมสวน

“อิจฉาจังวุ้ย ทำไมพี่ลี่ถึงจับลูกเสือได้หน้าตาเฉยเลยวะ?”

“องุ่นเปรี้ยวชัด[1] ๆ“ต้วนอู้หลินถือแท็บเล็ตอ่านเปเปอร์วิจัยพลางแขวะเสี่ยวเซิน”เมื่อก่อนบนเขาก็มีแค่พี่ลี่กับพี่เฉิน ถ้าไม่ช่วยกันจะทำไง? หลักการคือลดการสัมผัสสัตว์ป่าให้น้อยที่สุด แต่ดูแลให้ทั่วถึง เลิกเพ้อได้แล้ว ไว้ถ้านายช่วยสัตว์ป่าเองได้สักตัว ตัวนั้นก็จะเป็นเด็กน้อยแสนรักของนายเอง”

จ้าวมานมานปรายตามองต้วนอู้หลิน แล้วแอบชำเลืองดูเสี่ยวเซินที่เกาะราวระเบียงอยู่เงียบ ๆ

ในเลนส์กล้องของเธอ เฉินอิ่งกับพี่เสือเดินไปถึงรั้วกระจกด้านนอกบ้านแพนด้าแล้ว

พี่เสือยืดตัวขึ้นเกาะรั้ว ชะเง้อมองเข้าไปดูพื้นที่วิ่งเล่นด้านใน

สมบัติชาติก็คือสมบัติชาติ ถึงจะเป็นแค่ที่พักชั่วคราว แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ครบครัน เทียบกับโซนสัตว์ป่าขนาดเล็กข้าง ๆ แล้ว เหมือนเอาคฤหาสน์หรูมาเทียบกับบ้านดินพัง ๆ

ตอนนี้ยังเข้าไปในบ้านแพนด้าไม่ได้ แต่พื้นที่ข้าง ๆ ที่เตรียมไว้ให้แพนด้าแดง เขาสามารถพาพี่เสือไปเดินเล่นได้แน่นอน

พื้นที่ไม่ใหญ่มาก แค่เกือบ ๆ สองร้อยตารางเมตร ต้นไม้ข้างในก็ไม่เยอะและไม่ใหญ่มาก ผ่านการตัดแต่งมาอย่างดี

เดิมทีตรงนี้เป็นพื้นที่ฝึกฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายสัตว์ป่าของสถานี ทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการ “หลบหนี” แต่ก็ยังเอื้อให้สัตว์เคลื่อนไหวได้ตามสัญชาตญาณ

เฉินอิ่งเปิดประตูเหล็กให้พี่เสือเข้าไปวิ่งเล่น ส่วนตัวเองคว้าเคียวไปเกี่ยวหญ้าเล็มวัชพืชที่ขึ้นรกเกินไป

ระหว่างที่กำลังง่วนอยู่ อินลี่ก็พาเจ้าตัวเล็กสองตัวตามมาสมทบ

ลูกเสือสองตัวไม่เคยเจอสภาพแวดล้อมแบบป่า ๆ แบบนี้ตั้งแต่มาอยู่ที่สถานีเลยตื่นเต้นกันยกใหญ่

เจ้าอ้วนกลมสองหน่อกลิ้งหลุน ๆ หายวับเข้าไปในพุ่มไม้ทันที

อินลี่ไปหยิบจอบจากโรงเก็บเครื่องมือ มาช่วยกลบหลุมบ่อที่มีน้ำขัง

ที่นี่ไม่ได้ใช้งานมานาน พื้นเลยขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ แอ่งน้ำบางจุดอาจไม่อันตรายสำหรับผู้ใหญ่ แต่สำหรับลูกเสือตัวกระเปี๊ยก อาจเป็นกับดักมรณะได้

“ซ่อมพอถูไถไปก่อน ถ้าจะใช้พื้นที่นี้จริงจัง คงต้องรื้อรั้วไม้เก่าออกแล้วกั้นด้วยลวดหนามหรือกระจกแทน ระบบระบายน้ำก็ต้องทำใหม่หมด”

อินลี่เงยหน้ามองไปทางตึกสำนักงาน แล้วกระซิบถามเฉินอิ่งเสียงเบา

“ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณจ้าวมานมานคนนั้น เขาตั้งใจมาหานายโดยเฉพาะเลยวะ?”

“เพ้อเจ้อ ฉันไม่รู้จักเขาซะหน่อย ผอ.ไป๋เป็นคนพามาเอง จะมีอะไรแอบแฝงได้ไง?”

“ฉันไม่ได้สงสัยเรื่องตัวตนเขาหรอก แต่สังหรณ์ใจแปลก ๆ ดูเขาจะสนใจเรื่องนายกับพวกสัตว์ป่าเป็นพิเศษ ถ่ายนายกับพี่เสือทั้งวันเลย”

เฉินอิ่งชะงักมือที่กำลังเกี่ยวหญ้า แต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง

“ช่างเถอะ อย่างมากเขาก็อยู่แค่สามเดือน ฉันไม่ได้กะจะอยู่กับเขาสองต่อสองอยู่แล้ว ช่วงนี้นายคงต้องเหนื่อยหน่อย ผอ.ไป๋บอกในกลุ่มว่า อีกสามสี่วันจะมีรุ่นน้องจากม.เกษตร ทั้งสัตวแพทย์และพืชสวนมาฝึกงาน ถึงตอนนั้นค่อยจัดสักสองคนไปช่วยประกบเขาก็ได้”

ไม่นานก็เริ่มมืดแล้ว หลังจากจัดการจุดเสี่ยงอันตรายเสร็จ พี่เสือที่เล่นจนหนำใจก็พาลูก ๆ กลับคอก โดยมีเฉินอิ่งเดินนำ

เจ้าตัวเล็กงอแงไม่อยากกลับ วิ่งเล่นซ่อนแอบกับเฉินอิ่งในสวน จนพี่เสือเริ่มหมดความอดทน คาบเจ้าตัวโตสุดเดินสะบัดก้นนำลิ่วไปก่อน

พอมองเห็นแม่คาบพี่ชายหนีไป อีกตัวก็เริ่มลนลาน ตะเกียกตะกายวิ่งตามแม่ ร้องไห้จ้าไปตลอดทาง

“แง้ ทำไมแม่ทิ้งหนู? แม่ไม่รักหนูแล้วเหรอ?”

อินลี่แบกจอบรับเคียวจากมือเฉินอิ่ง เดินเอาไปเก็บที่โรงรถ พลางยืนขำดูเฉินอิ่งวิ่งไล่จับลูกเสือ

เจ้าตัวแสบนี่ดื้อชะมัด เฉินอิ่งจะอุ้มก็ไม่ยอม จะให้แม่คาบอย่างเดียว

พี่เสือรำคาญเสียงร้องของลูกคนเล็ก เลยจำใจวางเจ้าตัวโตที่หนักอึ้งลง แล้วหันไปคาบเจ้าตัวเล็กแทน

พอโดนวางเจ้าตัวโตก็ทิ้งตัวนอนแปะกับพื้น ถอนหายใจเฮือก แล้วกอดขาเฉินอิ่งไว้แน่น มันไม่เข้าใจความคิดน้องชายเลย ได้มีคนอุ้มสบาย ๆ ไม่ชอบ ดันอยากจะให้แม่คาบ

อย่าว่าแต่กลิ่นปากแม่จะหอมชื่นใจเลย แค่โดนเขี้ยวคาบหนังคอก็เจ็บจะแย่แล้ว

เฉินอิ่งอุ้มเจ้าตัวโตขึ้นมาลองชั่งน้ำหนักดู ซึ่งผลจากการขุนมาครึ่งเดือนเห็นผลทันตา น้ำหนักขึ้นพรวดพราด

เนื้อนุ่มนิ่ม ตบแล้วเด้งดึ๋ง ๆ แบบนี้ ลูกเสือป่าไม่มีทางทำได้แน่ ๆ

พี่เสือคาบเจ้าตัวเล็กเดินไปสักพักก็คายทิ้ง

เจ้าตัวเล็กนี่หนักกว่าพี่มันอีก!

เจ้าตัวเล็กยังงง ๆ ที่จู่ ๆ ก็ร่วงตุ๊บลงพื้น เงยหน้ามาอีกทีแม่ก็เดินข้ามหัวไปไกลแล้ว แม่มันเดินข้าม แล้วก็เดินดุ่ม ๆ ต่อไปโดยไม่หันมาแล ทำให้เจ้าตัวเล็กปล่อยโฮทันที

“แง้ แม่รักแต่พี่ใหญ่จริง ๆ ด้วย!”

เจ้าตัวโตในอ้อมกอดเฉินอิ่งยกขาหลังขึ้นมาเกาหู ทำหน้าสะใจแกมสมน้ำหน้าสุดขีด

เฉินอิ่งทั้งขำทั้งสงสาร รีบวิ่งไปอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาปลอบ

“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ เดี๋ยวป้อนเนื้อบดแถมให้อีกช้อน”

พูดจบเฉินอิ่งก็ชะงัก สัมผัสนี้ . . . ความแน่นนี้ . . . น้ำหนักนี้ . . . บางทีเขาน่าจะลดเนื้อบดลงสักช้อนดีกว่า

หลังจากส่งพี่เสือและลูก ๆ กลับเข้าคอก เตรียมน้ำและอาหารให้เรียบร้อย เฉินอิ่งกับอินลี่ก็ขึ้นไปชั้นสาม เตรียมประชุมย่อย

“มะรืนนี้แพนด้าจะกลับมาแล้ว วันนี้พี่ไต้บอกในกลุ่มว่าพอกลับไปถึงศูนย์ตรวจเลือดแล้วค่าการอักเสบยังสูงอยู่ เดี๋ยวเสี่ยวเซินต้องคอยดูเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษนะ ต้วนอู้หลิน นายช่วยเสี่ยวเซินดูเรื่องท้องมานของเมินตุนเอ๋อร์ด้วยว่าดีขึ้นไหม”

หลังผ่าตัดอาจมีภาวะแทรกซ้อนได้สารพัด ทางศูนย์ส่งเมินตุนเอ๋อร์กลับมาเพราะไม่มีใครเอาเจ้าใหญ่อยู่

“ผมคุยกับอาจารย์หลัวแล้วครับ ได้ข้อมูลการผ่าตัดและการตรวจทั้งหมดของเมินตุนเอ๋อร์มาแล้ว และทำแผนการดูแลรักษาต่อเนื่องส่งให้ทีมแพทย์ที่ศูนย์ดูแล้วครับ น่าจะได้คำตอบพรุ่งนี้”

เสี่ยวเซินดูภายนอกเป็นเด็กขี้เล่น แต่เวลาทำงานจริงจังมาก รู้จักคิดและปรึกษาผู้รู้เสมอ

ต้วนอู้หลินก็รายงานแผนงานของตัวเอง ความเชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยาของเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ใช้ในการดูแลแพนด้าทั่วไป แต่สำหรับเคสเมินตุนเอ๋อร์ เขาคือคีย์แมนสำคัญที่ขาดไม่ได้

“งั้นเอาตามนี้ก่อน หลัก ๆ พี่จะดูพี่เสือกับครอบครัว พยายามฟื้นฟูให้กลับเข้าป่าได้เร็วที่สุด เมิ่งเหยียนอาการดีขึ้นมาก ต้วนอู้หลิน นายมาช่วยพี่ป้อนอาหารมันทุกวันหน่อยนะ ส่วนอินลี่เขามีงานของเขา งั้นรบกวนพวกนายช่วยคุณจ้าวทำสื่อประชาสัมพันธ์รอบนี้ให้เสร็จด้วยละกัน”

อินลี่รับคำเสียงอู้อี้ สีหน้าบอกบุญไม่รับชัดเจน

จ้าวมานมานขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเธอคิดมากไปเองหรอก แต่เธอสัมผัสได้ถึงแรงต้านจากอินลี่จริง ๆ ก่อนที่เธอจะสายตากวาดมองชายหนุ่มทั้งสี่คน และเม้มปากแน่นจ้องเขม็งไปที่เฉินอิ่ง

[1] หมายถึงการพยายามเหตุผลเข้าข้างตัวเอง

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 20 นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา

คัดลอกลิงก์แล้ว