- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 18 หรือนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพดรูอิดในตำนาน?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 18 หรือนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพดรูอิดในตำนาน?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 18 หรือนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพดรูอิดในตำนาน?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 18 หรือนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพดรูอิดในตำนาน?
ในโซนอนุบาลสัตว์ พี่เลี้ยง “เหมย” สาวน้อยหน้ากลมที่เพิ่งจบมหาวิทยาลัยและสอบบรรจุเข้าศูนย์ได้ ทำงานมานานกว่าเฉินอิ่งสองปี
เธอเอื้อมมือไปลูบหัวลูกกวางชะมดอย่างคล่องแคล่ว และหยิบเสื้อของเฉินอิ่งไปรองตัวเจ้าตัวเล็กอย่างหน้าตาเฉย
“นายเป็นคนแรกที่สัมผัสมัน เสื้อนายมีกลิ่นที่มันคุ้นเคยตั้งแต่เกิด ช่วยให้มันอุ่นใจได้ เสื้อตัวนี้ฉันขอยึดนะ เดี๋ยวซื้อคืนให้ใหม่สองสามตัว”
ปกติเขาคงไม่ยอมหรอก แต่การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับพี่เหมย “แม่นมใหญ่” แห่งศูนย์ ถือเป็นลาภอันประเสริฐยิ่งกว่าถูกหวย
ทุกคนในสถานีช่วยเหลือ รวมถึงเพื่อนบ้านที่ศูนย์แพนด้าและศูนย์อนุรักษ์ ต่างรู้กิตติศัพท์ความเทพของเธอดี ไม่ว่าลูกสัตว์สายพันธุ์ไหน พอเจอเธอเข้าก็กลายเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย กินเป็นกิน ฉี่เป็นฉี่!
ลูกกวางชะมดก็ไม่เว้น หลังจากโดนวิชานวดหลังขั้นเทพของพี่เหมยเข้าไป เจ้าตัวเล็กก็ไม่ต่อต้านสัมผัสของแม่อีกต่อไป
ถึงพี่เหมยจะไม่เคยหวงวิชา แต่พรสวรรค์ในการซื้อใจลูกสัตว์แบบนี้ ใครก็เลียนแบบไม่ได้จริง ๆ
พรสวรรค์เป็นสิ่งที่ความพยายามทดแทนไม่ได้
พอพี่เหมยพาเจ้าตัวเล็กลงเขาไป เฉินอิ่งก็ถอนหายใจโล่งอก
ที่พักของเขาไม่เหมาะกับการเลี้ยงลูกสัตว์กำพร้าจริง ๆ
ขืนอยู่กับครอบครัวเสือดาวสามแม่ลูก มีหวังลูกกวางน้อยหัวใจวายตายก่อนโต
ดูเมิ่งเหยียนสิ ซึมกะทือไปตั้งเยอะ
พูดถึงเรื่องนี้ ตอนผอ.ไป๋มาตรวจงานครั้งก่อน เสนอว่าเนินเขาข้างบ้านแพนด้าก็น่าเอามาใช้ประโยชน์
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กอย่างเมิ่งเหยียน พอเริ่มแข็งแรงก็น่าย้ายไปอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ เพื่อปรับตัวก่อนกลับคืนสู่ป่า
ช่วงเที่ยงพี่หลิวพาเด็กใหม่ขึ้นมาสามคน หนึ่งในนั้นเป็นผู้หญิง
“เฉินอิ่ง สามคนนี้ศูนย์ส่งมาช่วยงาน ‘เสี่ยวเซิน’ กับ ‘ต้วนอู้หลิน’ เป็นสัตวแพทย์รุ่นน้องนาย ส่วนนี่คุณ ‘จ้าวมานมาน’ อาสาสมัครจาก WCS จะมาอยู่เก็บข้อมูลประมาณสามเดือน”
กะแล้วเชียว ปกติสถานีบนเขาแบบนี้ไม่ค่อยส่งผู้หญิงขึ้นมาหรอก
ไม่ได้เหยียดเพศนะ แต่เพราะการเดินทางลำบาก แถมบางฤดูที่อาหารขาดแคลน อาจมีสัตว์นักล่าขนาดใหญ่มาป้วนเปี้ยนตอนกลางคืน เพื่อความปลอดภัย ผู้บริหารเลยมักให้ผู้หญิงทำงานที่ศูนย์ตีนเขามากกว่า จะขึ้นมาช่วยก็แค่ชั่วคราวตอนคนขาดจริง ๆ
แต่ “ห้าดอกไม้ทอง” แห่งศูนย์ในตอนนี้ เป็นที่เลื่องลือในวงการอนุรักษ์ ฝีมือระดับพระกาฬ ไม่มีใครกล้าสงสัยในความสามารถ
ตอนเฉินอิ่งเป็นเด็กฝึกงานก็มีอาจารย์ผู้หญิงเป็นพี่เลี้ยง ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุที่ทำให้ขาเจ็บเดินป่าลุยน้ำไม่สะดวก เฉินอิ่งคงไม่มีโอกาสได้มาดูแลสถานีนี้หรอก
หลังจากแบ่งห้องพักโดยไม่ต้องให้เฉินอิ่งสั่งงานอะไรมาก สามสหายก็แยกย้ายไปทำงานอย่างรู้หน้าที่
เสี่ยวเซินกับต้วนอู้หลินรับผิดชอบบ้านแพนด้าเป็นหลัก
เสี่ยวเซินได้รับมอบหมายให้เป็นพี่เลี้ยงแพนด้า หรือที่เรียกกันว่า “พ่อแพนด้า”
ส่วนต้วนอู้หลินถนัดด้านรังสีวิทยา โซนการแพทย์ที่ดัดแปลงจากโกดังเลยเป็นถิ่นของเขา
สองหนุ่มนี้เคยเจอเฉินอิ่งตอนฝึกงาน คุ้นเคยกับสถานที่ดีอยู่แล้ว ทักทายวางกระเป๋าเสร็จก็ตรงดิ่งไปทำงานทันที
จ้าวมานมานไม่ได้เรียนสัตวแพทย์ เธอจบด้านการถ่ายภาพ และตอนนี้เป็นช่างภาพอนุรักษ์ของ WCS
เธอใส่เสื้อกล้ามรัดรูปทับด้วยเสื้อคลุมกันแดด กางเกงแห้งเร็ว รวบผมหางม้าดูทะมัดทะแมง
“หมอเฉินคะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ อีกสามเดือนข้างหน้าต้องรบกวนด้วย องค์กรส่งฉันมาทำโปรเจกต์ประชาสัมพันธ์เขตอนุรักษ์ ถ่ายรูปทั่วไปฉันจัดการเองได้ แต่คงต้องรบกวนหมอเฉินช่วยชี้เป้าแหล่งหากินของสัตว์สงวนระดับหนึ่งหน่อยค่ะ”
ถ้าไม่มีคนพื้นที่นำทาง ต่อให้มีเวลาสามเดือนก็อาจไม่ได้ภาพดี ๆ
เฉินอิ่งจับมือจ้าวมานมานตามมารยาทสามวินาทีแล้วปล่อย
“แถวนี้สัตว์สงวนระดับหนึ่งไม่ค่อยโผล่มาหรอกครับ ถ้าอยากถ่ายของหายากต้องเข้าป่าลึก เดี๋ยวผมแนะนำตัวแรร์ไอเทมที่มีอยู่ตอนนี้ให้รู้จักก่อนละกัน”
ตัวแรกที่ภูมิใจนำเสนอย่อมหนีไม่พ้นพี่เสือดาวที่กำลังพักฟื้น นี่แหละสัตว์ระดับหนึ่งที่ใกล้ตัวที่สุด แถมมากันแบบแพ็คเกจครอบครัวสามแม่ลูก
พี่เสือดูจะไม่ปลื้มจ้าวมานมานเท่าไหร่ พอเห็นกล้องเล็งมาก็แยกเขี้ยวส่งสายตาอำมหิตใส่ทันที
ลูกเสือสองตัวก็เลิกเล่น มุดหัวหนีเข้าใต้ท้องแม่ โผล่มาแค่หัวแล้วอ้าปากขู่ฟ่อ ๆ ตามแม่
ยังไม่ทันได้เริ่มแนะนำ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายมาจากหน้าลานบ้าน พอมองผ่านหน้าต่างออกไป เฉินอิ่งก็สะดุ้งโหยง รีบวิ่งออกไปอุ้มจินหยาที่กำลังยืนงง
“เด็กดีจินหยา วันนี้อย่าเพิ่งเข้าไปนะ กลับไปก่อน อีกสองสามวันค่อยมาใหม่”
แม่สาวลิงซ์ทิ้งกระต่ายป่าของโปรด กระโดดเกาะไหล่เฉินอิ่ง แล้วส่งเสียงขู่ฟ่อใส่เสี่ยวเซินประมาณว่า “แม่จะตบมันให้คว่ำ”
เฉินอิ่งปิดประตูเหล็ก อุ้มจินหยาข้ามไปป่าไผ่ฝั่งตรงข้าม นั่งลงปลอบประโลม
“โอ๋ ๆ ๆ ความผิดฉันเองที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า พวกเขามาทำงาน ไม่ใช่คนไม่ดี ลองดมดูสิ กลิ่นเหมือนพี่อินลี่เปี๊ยบ เป็นหมอใจดีที่จะมาช่วยรักษาทุกคนไง”
พูดจาหว่านล้อมอยู่นาน แถมป้อนกระต่ายอ้วนให้ถึงปาก กว่าองค์หญิงน้อยจะยอมสงบลง
เสี่ยวเซินกับต้วนอู้หลินนั่งยอง ๆ เบียดกันตรงทางเดินระหว่างตึก รัวชัตเตอร์มือถือถ่ายรูปเฉินอิ่งกับจินหยาไม่ยั้ง
“เข้าใจแล้วว่าทำไมศูนย์ถึงเรียกพี่เฉินว่าดรูอิดยุคใหม่ ดูสิ ๆ ใครจะกล้าอุ้มแมวป่าลิงซ์แนบเนื้อขนาดนั้น? ไม่ได้โม้นะ แต่สกิลพี่เฉินนี่มันของจริง!”
ต้วนอู้หลินถ่ายคลิปสั้น ๆ ตัดต่อลวก ๆ แล้วอัพลงโซเชียล
สมัยนี้วัยรุ่นคนไหนไม่มีโซเชียลบ้าง แต่ทั้งคู่ไม่คาดคิดเลยว่าคลิปนาทีเดียวนั้นจะกลายเป็นไวรัลระเบิดระเบ้อขนาดนี้
ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้อนาคต ได้แต่มองเฉินอิ่งเล่นกับจินหยาด้วยความอิจฉาตาร้อน
จ้าวมานมานตั้งกล้องเงียบ ๆ เก็บภาพความประทับใจระหว่างคนกับสัตว์ป่า
ผ่านเลนส์ของเธอ ความผูกพันระหว่างเฉินอิ่งกับจินหยา ดูไม่ต่างอะไรกับเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก
“เชี่ย! พวกนายดูนั่น!”
เสี่ยวเซินลุกพรวด ชี้มือไปทางสุดถนนบนเขา
ชายหนุ่มสภาพมอมแมมแบกตะกร้าใบใหญ่เดินโซซัดโซเซมาทางสถานี ตามหลังมาติด ๆ ด้วยสัตว์ร้ายร่างยักษ์สุดสง่างาม
“เร็วเข้า ไปช่วยเขา . . .”
“อย่าโชว์โง่ นั่นพี่ลี่” ต้วนอู้หลินกระตุกแขนเสี่ยวเซินอย่างแรง
“แหกตาดูดี ๆ ก่อนพูด แมวยักษ์นั่นเดินตามพี่ลี่มา . . . ซี๊ด . . . หรือว่าทำงานที่นี่แล้วจะปลุกพลังดรูอิดได้ทุกคนวะ?”
ต้วนอู้หลินลูบคาง แววตาเป็นประกายอยากลองของ
“เดี๋ยวนะ นั่นมันลิงซ์เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวก็ตบกันตายหรอก?”
เสี่ยวเซินสมองช้าตามความคิดต้วนอู้หลินไม่ทัน มัวแต่กังวลว่า “คุณพระ สมบัติชาติจะตีกันเอง ฉันจะช่วยใครดี?”