- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 15 คุณลิงซ์ครับ ให้ผมวิดีโอคอลหาไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 15 คุณลิงซ์ครับ ให้ผมวิดีโอคอลหาไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 15 คุณลิงซ์ครับ ให้ผมวิดีโอคอลหาไหม?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 15 คุณลิงซ์ครับ ให้ผมวิดีโอคอลหาไหม?
กระต่ายป่าตัวนั้นเป็น ‘ของฝาก’ ที่จินหยาเอามาให้พี่เสือ เธอบอกว่าสงสารยายเสือแก่ที่ยังล่าเองไม่ได้เลยจำใจป้อนให้
เฉินอิ่งสาบานได้ว่าเห็นแววตาเยาะเย้ยในตาจินหยาชัด ๆ แต่ผิดคาด พี่เสือไม่ยักกะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟอย่างที่จินหยาหวัง กลับรับของฝากไปกินอย่างเอร็ดอร่อยหน้าตาเฉย
แม่สาวลิงซ์ผิดหวังอย่างแรง เลยเดินฮึดฮัดเอาหางฟาดน่องเฉินอิ่งแล้วส่งเสียงงอแง
เฉินอิ่งมองท้องฟ้าข้างนอก ซึ่งเมฆครึ้มตั้งเค้ามาแต่ไกล บ่ายนี้ฝนน่าจะตกหนัก
จินหยาไม่อยากไป เฉินอิ่งก็ไม่คิดจะไล่
เขาเปิดประตูเล็กข้างประตูเหล็กไว้ให้จินหยาออกไปได้ตลอดเวลา แล้วลากเตียงสนามออกมานอนเล่น
บ่ายสามโมง ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาจริง ๆ
เฉินอิ่งตื่นจากงีบส่งข้อความหาอินลี่ถามว่าลาดตระเวนถึงไหนแล้ว และหาที่หลบฝนได้หรือยัง
ในป่าทึบมีที่หลบฝนเยอะแยะ แต่การเลือกทำเลที่ดีก็วัดกึ๋นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้เหมือนกัน
“สบายมาก” อินลี่ตอบกลับ “ฉันเจอเพิงพักพรานเก่า ๆ พัง ๆ แถวนี้ น่าจะสร้างมาเกินยี่สิบปีแล้วพอหลบฝนได้ แต่คงนอนค้างไม่เหมาะเท่าไหร่”
อินลี่ส่งคลิปมาให้ดู
ในป่ามืดครึ้ม บ้านไม้ปกคลุมด้วยมอส หลังคาพังไปครึ่งแถบ ผนังก็ผุพังไปบางส่วน
อินลี่ยืนอยู่ตรงมุมที่หลังคายังดีอยู่ แต่เหนือหัวขึ้นไปประมาณสามสิบเซนต์ ไม้ผุไปตั้งหนึ่งในสาม มีรูโหว่ให้ฝนสาดเข้ามาได้ตลอด
“ว่าง ๆ ฉันอยากกลับไปเกณฑ์ลุงมู่กับชาวบ้านมาช่วยซ่อมที่นี่” เขาว่า “ตอนนี้กำลังรณรงค์ให้ชาวบ้านสมัครเป็นอาสาพิทักษ์ป่า ถ้าซ่อมเสร็จจะได้ใช้เป็นจุดพัก”
ดูจากคลิปเฉินอิ่งก็เห็นด้วยว่าไอเดียอินลี่เข้าท่า ห้องไม่เล็กเลย ราว ๆ สี่ห้าสิบตารางเมตร แถมมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นทะลุหลังคากลางบ้าน เพราะมีต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแดดบังฝน ฝั่งที่หลังคาผุเลยไม่เสียหายมาก โครงสร้างบ้านยังแข็งแรงอยู่
แค่เปลี่ยนไม้หลังคา เปลี่ยนไม้ผนังที่ผุ เสริมโครงเหล็กข้างล่าง ปูพื้นไม้หรือไม้ไผ่ทับก็น่าจะโอเค
ต้นไม้ในป่าตัดซี้ซั้วไม่ได้ ต้องขออนุญาตกรมป่าไม้ ต้องแจ้งชนิดและขนาดต้นไม้ที่จะตัด แล้วต้องปลูกทดแทนด้วย กว่าจะเสร็จกระบวนการคงปาเข้าไปสิ้นปี
“อาลี่ นายช่วยถ่ายรูปต้นไม้ใหญ่กลางบ้านชัด ๆ ให้หน่อยสิ หรือถ่ายวิดีโอก็ได้ เดินวนรอบต้นไม้สักรอบนะ”
เฉินอิ่งสังเกตเห็นอะไรบางอย่างในคลิปแต่ไม่แน่ใจ เลยรีบส่งข้อความไปบอกให้อินลี่ถ่ายมาใหม่
พอได้คลิปใหม่ เฉินอิ่งเพ่งดูอย่างละเอียดแล้วรีบโทรหาทันที
“อาลี่ ฉันว่าแผนซ่อมบ้านพรานของนายอาจจะล่มแล้วล่ะ” น้ำเสียงเฉินอิ่งแฝงแววสมน้ำหน้าหน่อย ๆ
“เงยหน้าดูดี ๆ สิ” เขาบอก “เห็นรอยข่วนบนลำต้นไหม? ถ้าฉันเดาไม่ผิด บ้านต้นไม้นี้โดนแมวยักษ์จองเป็นอาณาเขตไปแล้ว เผลอ ๆ อาจจะทำรังอยู่ข้างบนด้วยซ้ำ”
อินลี่ไม่เชื่อยืนกรานจะปีนขึ้นไปดู พอปีนขึ้นไปก็เจอร่องรอยแมวยักษ์ชัดเจนแจ่มแจ้ง
“ทำไมฉันมันซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้เนี่ย? มันย้ายไปที่อื่นไม่ได้เหรอ?”
“ถ้ามันย้าย นายจะกล้านอนหลับลงเหรอ?”
อินลี่เถียงไม่ออกได้แต่ถอนหายใจ อาศัยช่วงฝนซาเตรียมย้ายก้นไปหาที่ซุกหัวนอนใหม่
จังหวะที่กำลังจะคว้าเป้เดินออกไป เขาเงยหน้าขึ้นเห็นแมวป่าลิงซ์ตัวหนึ่งจ้องลงมาจากกิ่งไม้เบื้องหน้า
บอกตรง ๆ วินาทีนั้น อินลี่เห็นภาพงานศพตัวเองลอยมาแต่ไกล เขาไม่กล้าขยับ แมวยักษ์ก็ไม่ขยับ นอนหมอบจ้องเขาเขม็งจากบนกิ่งไม้ แต่ยิ่งมองอินลี่ก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตาแมวยักษ์ตัวนี้
ในที่ร่มขนดูเป็นสีน้ำตาลดำ แต่พอโดนแสงสลัว ๆ ก็ประกายสีทองน้ำตาลสวย ขนปลายหูดำขลับ ร่างกายกำยำแข็งแรง นี่มันพี่ชายจินหยาไม่ใช่เหรอ!
อินลี่ตาลอกแลก ล้วงกระเป๋าหยิบถุงผ้าใบเล็กออกมา ข้างในมีกระจุกขนของจินหยาอยู่
นี่คือเครื่องรางกันตายของอินลี่!
ตามความเชื่อของหมู่บ้าน การพกขนหรือเขี้ยวเล็บสัตว์ร้ายติดตัว จะช่วยให้แคล้วคลาดจากอันตรายในป่าเขา
อินลี่ได้แต่ภาวนาให้พี่ชายจินหยาได้กลิ่นน้องสาว แล้วละเว้นชีวิตน้อย ๆ ของเขา
จริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเจอกับสัตว์ป่าเป็นเรื่องปกติ สัตว์ส่วนใหญ่จะเลี่ยงคนเพราะไม่อยู่ในเมนูอาหาร แต่ถ้าดวงกุดเดินหลงเข้าไปในรังมันแบบอินลี่เนี่ยอันตรายสุด ๆ
อินลี่พกอาวุธป้องกันตัวมาด้วย เป็นปืนยาสลบสำหรับสถานการณ์แบบนี้ ถ้าพี่ชายจินหยาพุ่งใส่ เขาคงต้องยิง
ปืนยาสลบที่พกมาเป็นแบบออกฤทธิ์เร็วแต่สั้น สัตว์จะฟื้นภายในไม่กี่นาที สัตว์ตัวใหญ่ ๆ บางทีแค่เซ ๆ ไม่ถึงกับหลับ
เฉินอิ่งรอฟังเสียงอินลี่ทางโทรศัพท์อยู่นานแต่เงียบกริบ สัญชาตญาณบอกว่าเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตราย
โชคดีที่อินลี่ใส่หูฟัง พอได้ยินเสียงเฉินอิ่งถามรัว ๆ ก็กระซิบตอบว่าน่าจะเจอพี่ชายจินหยา และกำลังดูเชิงกันอยู่
ได้ยินดังนั้น เฉินอิ่งรีบเรียกจินหยามา แล้วบอกให้อินลี่เปิดลำโพง
พอจินหยามาถึงก็ทำหน้างง เฉินอิ่งลูบหูมัน บอกให้ช่วยเรียกพี่ชายใส่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้หน่อย จินหยาอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่พักใหญ่ นึกไม่ออกว่าจะทำไงเลยจะเลียหน้าจอซะเลย
“ไม่ได้ ๆ จินหยา ช่วยหน่อยนะ” เขารบเร้า “เร็วเข้า เรียกพี่ชายซิ พี่ชายเธอ พี่แมวลิงซ์สุดหล่อ อยู่ฝั่งนู้นไง”
จินหยาพอจะเข้าใจราง ๆ มองออกไปข้างนอก แต่ไม่เห็นพี่ชาย
แต่ในเมื่อสัตว์สองขาของเธอขอร้อง ก็ต้องจัดให้หน่อยละมั้ง?
“แง้ว แง้ว แง้ว?” พี่จ๋า นั่นพี่เหรอ? อยู่ไหนอ่ะ?
เสียงจินหยาพุ่งออกจากโทรศัพท์อินลี่ เจ้าลิงซ์ยักษ์ที่กำลังเตรียมตะปบชะงักกึกทันที หันซ้ายหันขวามองหาต้นเสียง
“แง้ว!” น้องสาว อยู่ไหนน่ะ?
จินหยาได้ยินเสียงพี่ชายก็สะดุ้งถอยหลังกรูด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องกลับมาดมโทรศัพท์เฉินอิ่งด้วยความสงสัย
“แง้ว พี่จ๋า พี่อยู่ในนี้เหรอ?”
เมื่อได้ยินเสียงน้องสาวชัด ๆ เจ้าลิงซ์ยักษ์ก็กระโดดตุ้บลงมาจากต้นไม้ ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้าหาอินลี่
หัวใจอินลี่เต้นรัวเหมือนกลองเพล มือถือโทรศัพท์สั่นระริก
“อาลี่” เฉินอิ่งสั่งการทันที “หาอะไรบังโทรศัพท์ไว้แล้ววางกับพื้น ให้พี่ชายจินหยาคุยกับน้องเอง”
เฉินอิ่งเดาว่าอินลี่คงทนแรงกดดันจากแมวยักษ์ไม่ไหว เลยชิงบอกให้ทิ้งโทรศัพท์แล้วถอยฉากออกมาก่อน
ตามคาดเจ้าลิงซ์ยักษ์ไม่ได้สนใจอินลี่เลย มันแค่อยากรู้ว่าน้องสาวไปติดอยู่ในไอ้กล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นั่นได้ยังไง
“เฮ้ย ๆ ๆ อย่ากัดนะเว้ย อย่ากัด!”
เห็นเจ้าลิงซ์ยักษ์ทำท่าจะงับโทรศัพท์ อินลี่ลืมตายพุ่งเข้าไปจะคว้าโทรศัพท์คืน
พออินลี่ขยับเข้ามา เจ้าลิงซ์ยักษ์ก็ถอยหลังสองก้าว แยกเขี้ยวขู่คำรามลั่น
“อย่า ๆ อย่าเพิ่งโกรธ งั้นวิดีโอคอลไหมล่ะ?”
เหมือนสมองหยุดทำงานชั่วขณะ อินลี่พูดพลางกดยิงคำขอวิดีโอคอลไป