- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 14 ปล่อยคืนสู่ความเหงา
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 14 ปล่อยคืนสู่ความเหงา
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 14 ปล่อยคืนสู่ความเหงา
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 14 ปล่อยคืนสู่ความเหงา
จินหยากินเลี้ยงส่งท้ายจนอิ่มหนำ จากนั้นเฉินอิ่งก็สวมปลอกคอให้ แล้วพาเดินลัดเลาะผ่านป่าไผ่ไปจนถึงชายป่า
“ไปเถอะจินหยา เธอเป็นอิสระแล้ว กลับไปสู่โลกของเธอ เป็นแมวป่าที่เก๋ที่สุด หาแฟนที่แข็งแกร่งที่สุด แล้วก็มีลูกตัวน้อย ๆ ที่แข็งแรงที่สุดนะ”
เขาเกาหลังคอจินหยาเป็นครั้งสุดท้าย ตบก้นแน่น ๆ ของมันเบา ๆ เป็นสัญญาณบอกให้ไปได้แล้ว
จินหยานั่งแปะลงกับพื้น ทำหน้ามึน ๆ เอียงคอจ้องหน้าเขา
“แง้ว ทำอะไรน่ะ? ทำไมไม่เดินต่อล่ะ? ไปเล่นที่บ้านฉันไหม? รีบไปเถอะ เดี๋ยวฟ้ามืดซะก่อน”
ได้ยินจินหยาชวนไปเที่ยวบ้าน เฉินอิ่งถึงกับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
เขานั่งยอง ๆ ลงสบตากับมัน
“เบบี๋ยักษ์จินหยา เธอต้องไปคนเดียวนะ ฉันต้องกลับไปดูแลพี่เสือ เธอเป็นจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพ ไปซะเถอะ ถ้าไม่สบายเมื่อไหร่ค่อยกลับมาหาฉันนะ”
จินหยาเอียงคอจ้องตาเขาอยู่นาน ในที่สุดก็โน้มตัวเข้ามาเลียหน้าเขา แล้วกระโดดหยอง ๆ หายวับไปในป่าเพียงไม่กี่ก้าว
ดีนะที่เธอหุบลิ้นที่มีหนามสาก ๆ เข้าไป ไม่งั้นการเลียครั้งนี้คงส่งเฉินอิ่งเข้าโรงพยาบาลศัลยกรรมแน่
ที่ชายป่าไผ่ ผอ.ไป๋และทีมงานกำลังสังเกตการณ์และบันทึกภาพอยู่ห่าง ๆ
เมื่อเห็นจินหยาเลียหน้าเฉินอิ่ง ผอ.ไป๋ก็หันมายิ้ม “ดูท่าฝีมือหมอเฉินจะดีจริง ๆ ขนาดคนไข้ยังติดงอมแงมขนาดนี้”
อาจารย์หลัวกับพี่หลิวก็พลอยหัวเราะชอบใจไปด้วย
“เสี่ยวเฉินเก่งจริงครับ แถมหัวไวรักเรียน ตอนเราจะย้ายเขากลับศูนย์ เขาไม่ยอมไป บอกว่าที่สถานีช่วยเหลือต้องการเขามากกว่า เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่ทุ่มเทกับงานจริง ๆ”
คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย ช่วย ๆ กันอวยเข้าไว้ อาจารย์หลัวรู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างผอ.ไป๋กับศาสตราจารย์ไป๋ และเฉินอิ่งก็เป็นศิษย์รักของศาสตราจารย์ไป๋ เผลอ ๆ อีกไม่กี่ปีอาจจะตามไปเรียนต่อปริญญาเอกกับอาจารย์ก็ได้
แค่พูดเชียร์นิดหน่อย ไม่ได้เสียแรงอะไรสักนิด
พอพูดจบเฉินอิ่งก็เดินกลับมาพอดี
“ผอ.ไป๋ อาจารย์หลัวครับ เรากลับกันเถอะ รบกวนอาจารย์ช่วยไปดูแผลพี่เสือหน่อยได้ไหมครับ?”
ถึงอาจารย์หลัวจะเชี่ยวชาญเรื่องแพนด้าเป็นหลัก แต่เรื่องอื่นเขาก็ไม่ได้ทิ้ง
เฉินอิ่งคิดเผื่อไว้ว่าเดี๋ยวเมินตุนเอ๋อร์ต้องกลับมาพักฟื้นที่สถานี อาจารย์หลัวคงต้องแวะมาดูงานบ่อย ๆ ผูกมิตรไว้ก่อนมีแต่ได้กับได้
คณะเดินกลับมาที่สถานีช่วยเหลือ แวะดูบ้านแพนด้าโฉมใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จ
อาจารย์หลัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ดึงตัวเฉินอิ่งไปให้คำแนะนำชุดใหญ่
“โดยรวมไม่มีปัญหา พอส่งแพนด้ามาแล้วค่อยปรับแก้หน้างานตามพฤติกรรมการกินการอยู่เอา”
ระหว่างนั้นพี่ไต้พาทีมประชาสัมพันธ์ไปถ่ายเมิ่งเหยียน
“จะบอกให้นะ คราวก่อนที่เสี่ยวเฉินลงคลิปเมิ่งเหยียนในแอคเคาท์ทางการ ยอดวิวพุ่งกระฉูดเลย ชาวเน็ตเพิ่งเคยเห็นแพนด้าแดงถอดกางเกงขนครั้งแรก แถมเมิ่งเหยียนชอบยืนสองขาขอกินแอปเปิ้ล ขาโล้น ๆ เหมือนไม้เท้าปักพื้น ตลกชะมัด”
พี่ไต้หั่นแอปเปิ้ลครึ่งลูกให้เมิ่งเหยียน
เมิ่งเหยียนที่เพิ่งตื่นได้กลิ่นหอมหวานของผลไม้ก็ลากขาเจ็บ ๆ มาเกาะลูกกรง อ้อนขอกินแอปเปิ้ล
พี่ไต้สอดชามผลไม้เข้าไปใต้กรง ทำให้เมิ่งเหยียนคว้าหมับ แทบจะมุดหัวเข้าไปในชาม
ทั้งคู่มองดูเมิ่งเหยียนด้วยรอยยิ้มเอ็นดูแบบคุณป้า จู่ ๆ ก็มีเสียงคำรามลั่น ตามมาด้วยเสียงร้องแหลมเล็กของลูกเสือ
พี่ไต้ไม่กล้าเข้าใกล้ครอบครัวเสือดาว รีบตะโกนเรียกเฉินอิ่งให้มาดูด่วน
เฉินอิ่งวิ่งหน้าตื่นมาเปิดประตูคอก เห็นพี่เสือกำลังตบตีลูกตัวเองอย่างเกรี้ยวกราด
“เกิดอะไรขึ้น!? พี่เสือใจเย็น ๆ นั่นลูกตัวเองนะ!”
เฉินอิ่งรีบคว้าตัวพี่ใหญ่รอดกรงเล็บแม่มาได้ แล้วอุ้มตัวรองเข้ามากอด แต่เมื่อเห็นพี่เสือเดินงุ่นง่านด้วยความโมโห เขาเลยจับลูกเสือสองตัวยัดใส่ตะกร้านอน แล้วค่อย ๆ เข้าไปกอดคอพี่เสือ ลูบขนปลอบใจ
“อย่าโมโห ๆ เดี๋ยวจะป่วยเปล่า ๆ ถ้าพวกมันดื้อ เดี๋ยวฉันจัดการสั่งสอนให้เอง เธอรักษาสุขภาพเถอะนะ”
“โฮก โฮก โฮก!”
ไอ้เด็กพวกนี้น่ารำคาญชะมัด ตัวโตปานนี้แล้วยังฉี่ไม่เป็นที่ ดูสิ ฉี่ใส่ตัวฉันเต็มไปหมด!
เฉินอิ่งแทบหลุดขำ โชคดีที่ลูกเสือกินเนื้อยังไม่เยอะ ฉี่เลยไม่ค่อยเหม็น แถมคอกมันแคบ ถึงจะทำความสะอาดวันละสองสามรอบก็ยังมีกลิ่นตุ ๆ อยู่บ้าง เขาเลยไม่ทันสังเกตว่ารอยเปียกบนหัวพี่เสือคือฉี่ลูกเสือ
เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้เขาเพิ่งลูบหัวพี่เสือไป แปลว่ามือเขาเปื้อนฉี่ลูกเสือ แล้วเขาก็เพิ่งเอามือมาเช็ดหน้าตัวเอง . . .
เขารีบวิ่งไปเอาน้ำมาเช็ดหัวให้พี่เสือ แล้วบ้วนปากล้างหน้าตัวเองยกใหญ่
หลังจากตรวจเช็คอุปกรณ์ที่สถานีเรียบร้อย ผอ.ไป๋และคณะก็เตรียมตัวกลับลงเขา เมื่อเห็นเฉินอิ่งกำลังเช็ดหน้าให้พี่เสือ ผอ.ไป๋ก็แววตาเป็นประกาย
“เสี่ยวเฉินเขาเล่นกับเสือแบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
พี่ไต้ที่อยู่มานานกว่าชินตาไปแล้ว
“ใช่ค่ะ อินลี่บอกว่าเสี่ยวเฉินเหมือนดรูอิด ไม่มีสัตว์ตัวไหนไม่ชอบเขา เขาเข้ากับสัตว์ป่าที่ช่วยมาได้ง่ายกว่าคนอื่นเยอะเลย”
ผอ.ไป๋พยักหน้าไม่พูดอะไรต่อ ก่อนจะร่ำลาเฉินอิ่งแล้วพาคณะกลับ
เฉินอิ่งถอนหายใจยาวหลังจากส่งเพื่อนร่วมงานกลับไป
ปกติอยู่กันแค่สองคนกับอินลี่ เงียบ ๆ สบาย ๆ พอคนเยอะ ๆ แล้วรู้สึกอึดอัดพิลึก
เขาต้องเลิกนิสัยนี้ให้ได้ เดี๋ยวเมินตุนเอ๋อร์กับทีมแพทย์ก็จะมากันแล้ว ถึงปกติจะมีคนอยู่เฝ้าแค่คนเดียว คนอื่นมาเช้าเย็นกลับ แต่ในฐานะสัตวแพทย์เจ้าของไข้ ยังไงก็ต้องคอยต้อนรับขับสู้
น่ารำคาญชะมัด!!
หลังจากทำความสะอาดพี่เสือเสร็จ เขาก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วปล่อยพี่เสือออกไปเดินเล่นในลานบ้าน ระหว่างเตรียมมื้อเที่ยงให้ลูกเสือสองตัว
วันนี้งานหลักคือปล่อยจินหยา เขาเตรียมการมาตั้งแต่เช้า ลูกเสือเลยได้กินมื้อเช้าง่าย ๆ ป่านนี้คงหิวโซแล้ว
ตามคาดพอวางจานเนื้อบดลงปุ๊บ สองตัวแสบก็พุ่งหัวทิ่มจาน กินมูมมามจนหน้าตาเลอะเทอะไปหมด
เขาทำมื้อเที่ยงง่าย ๆ กินเอง แล้วต้อนครอบครัวเสือกลับเข้าคอก กางเตียงสนามในห้องสังเกตอาการข้าง ๆ นอนพักกลางวัน แต่เพิ่งจะเคลิ้ม ๆ ฝันหวานได้ไม่ทันไร เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ปลุกให้ตื่น
เขารีบวิ่งออกไปดู และเห็นจินหยาคาบอะไรบางอย่าง ห้อยต่องแต่งอยู่ตรงประตูเหล็กดูเด๋อด๋าชอบกล
“กลับมาได้ไงเนี่ย?”
เฉินอิ่งรีบวิ่งไปเปิดประตู พบว่าจินหยาไม่ได้ลงมา แต่ขยับตามประตูไปซะงั้น ซึ่งพอดูดี ๆ เขาแทบหลุดขำก๊าก
ยัยบ๊องนี่คาบกระต่ายป่ามา แล้วขนกระต่ายดันไปเกี่ยวกับปลายลวดที่ใช้เสริมความแข็งแรงของตาข่ายประตู จะดึงก็ไม่ออก จะคายก็เสียดายของ จินหยาเลยต้องห้อยต่องแต่งประจานความเด๋อของตัวเองอยู่อย่างนั้น
เขาค่อย ๆ กล่อมให้จินหยาอ้าปาก พอขาแตะพื้น เฉินอิ่งก็ปลดกระต่ายออกจากลวดแล้วส่งคืนให้
จินหยาเลียปากแผล็บ ๆ แต่ไม่ยอมคาบกระต่ายคืน พลางกระดิกหางเดินนวยนาดเข้าไปในลานบ้านหน้าตาเฉย
สรุปคือที่ปล่อยไปนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่ไหม?