- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 8 จินหยาขอท้าดวลตัวต่อตัวกับพี่สาวเสือดาว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 8 จินหยาขอท้าดวลตัวต่อตัวกับพี่สาวเสือดาว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 8 จินหยาขอท้าดวลตัวต่อตัวกับพี่สาวเสือดาว
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 8 จินหยาขอท้าดวลตัวต่อตัวกับพี่สาวเสือดาว โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
จินหยาตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมสู้ทันที
ผ่านไปหนึ่งนาที สีหน้าของจินหยาก็เปลี่ยนเป็นงุนงง ก่อนจตะค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ ดมฟุดฟิดอย่างไม่แน่ใจ
“แอ๊ว แอ๊ว แอ๊ว” นั่นกลิ่นพี่ชายนี่?
ลิงซ์ยักษ์สีน้ำตาลวางซากลูกกวางลง แล้วทักทายจินหยา
ดูจากภายนอก แทบดูไม่ออกเลยว่าแมวยักษ์สองตัวนี้เกี่ยวข้องกันยังไง หรือจะพูดให้ถูกคือ นอกจากสีขนกับขนาดตัวแล้ว ในสายตามนุษย์ แมวป่าลิงซ์หน้าตาก็คล้าย ๆ กันไปหมด
จินหยาร้องเรียก “พี่อิ่ง” เจ้าลิงซ์ยักษ์ก็อ้าปากตอบรับ “แง้ว แง้ว” สองสามที
เฉินอิ่งไม่ได้เดินเข้าไป เขาแค่ยืนมองสองพี่น้องคุยกันผ่านลูกกรงเหล็กอย่างสงบ
ลิงซ์ยักษ์แค่ผ่านมาแถวนี้ แล้วบังเอิญได้กลิ่นน้องสาว มันซุ่มดูอยู่เป็นวัน จนแน่ใจว่าเจ้าสัตว์สองขาไม่ได้ทำร้ายน้องสาว แถมยังรักษาแผลให้ด้วยถึงได้ยอมเผยตัว
“แง้ว แง้ว” พี่เอาอาหารมาให้ เดี๋ยวพี่ต้องไปแล้ว นี่ไม่ใช่ถิ่นพี่ อยู่นานไม่ได้ ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ
เจ้าลิงซ์ยักษ์สีน้ำตาลทองเลียหน้าน้องสาว เพื่อให้หันหลังเพื่อดูแผลที่ทายา พอดมฟุดฟิดแล้วจามออกมาเสียงดัง มันก็ถอยหลังไป
“แง้ว แง้ว แง้ว” พี่เล็งที่ทำเลทองไว้ที่หนึ่ง กะว่าจะไปยึดครอง มันทับซ้อนกับที่ของเธอนิดหน่อย ไว้ทำสำเร็จแล้วจะแวะมาหานะ
พูดจบเจ้าลิงซ์ยักษ์ก็ปรายตามองเฉินอิ่งแวบหนึ่ง เหมือนจะจดจำใบหน้าเขาไว้ แล้วกระโจนหายวับเข้าป่าไปอย่างรวดเร็ว
เฉินอิ่งเดินไปช่วยจินหยาลากซากลูกกวางเข้ามาจัดการ
พอลากเข้ามาถึงได้เห็นชัด ๆ ว่าลูกกวางที่เจ้าลิงซ์ยักษ์จับมาได้ คือลูกกวางชะมดป่า
นี่มันสัตว์คุ้มครองระดับสองกินสัตว์คุ้มครองระดับหนึ่ง แล้วเขาจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?
หลังจากโทรรายงานหัวหน้า เฉินอิ่งก็ช่วยขนลูกกวางเข้าไปในคอกของจินหยา
นี่เป็นของขวัญปลอบขวัญจากพี่ชาย ไม่เหมาะจะแบ่งให้ตัวอื่นกิน
จินหยาเองก็ดูจะดีใจที่ได้ครอบครองลูกกวางแต่เพียงผู้เดียว มันใช้ขาหน้าข้างหนึ่งกดเหยื่อไว้ ส่งเสียงครางในลำคออย่างมีความสุขขณะกิน
เฉินอิ่งส่งรูปพี่ชายจินหยาเข้ากลุ่มทำงาน ทำให้ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่
นี่มันหัวข้อวิจัยชั้นยอดชัด ๆ!
ปกติสัตว์ป่าไม่ค่อยผูกพันทางสายเลือดกันเท่าไหร่ นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพี่น้องแมวยักษ์กลับมาเยี่ยมเยียนกันหลังจากแยกจากแม่ไปแล้ว
อินลี่ใช้โดรนบินตามเจ้าลิงซ์ยักษ์ไปสักพัก พอรู้ทิศทางที่มันมุ่งหน้าไปก็เรียกโดรนกลับ
“มันมุ่งหน้าไปทางตะวันตก แถวนั้นมีกล้องอินฟราเรดอยู่ น่าจะติดตามความเคลื่อนไหวได้เรื่อย ๆ”
นอกจากงานลาดตระเวนและพิทักษ์ป่าแล้ว สถานีป่าไม้ยังรับผิดชอบงานวิจัยพืชและสัตว์ป่าด้วย มีทีมวิจัยประจำการอยู่ตลอด พร้อมที่จะติดตามศึกษาชีวิตประจำวันของเจ้าลิงซ์ยักษ์ตัวนี้
. . .
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป แผลของจินหยาหายเกือบสนิทแล้ว
ยาจากระบบได้ผลดีเยี่ยม ช่วยร่นระยะเวลาการรักษาไปได้ถึงหนึ่งในสาม
เฉินอิ่งเริ่มเตรียมตัวปล่อยจินหยาคืนสู่ป่า
ในขณะเดียวกันแม่เสือดาวก็เริ่มมีน้ำนมเลี้ยงลูก แต่ยังไม่เพียงพอ เฉินอิ่งต้องคอยเสริมนมให้ลูกเสือสองตัวเช้าเย็น
หลังจากตัดไหมให้แม่เสือดาว เฉินอิ่งก็พาไปเช็ดตัวที่สระน้ำในคอกสัตว์
แมวเป็นสัตว์รักสะอาด ปกติจะเลียขนตัวเองตลอด แต่แผลที่ท้องของแม่เสือสาหัสเกินไป ขยับตัวเลียเองก็จะกระทบกระเทือนแผล เฉินอิ่งเลยต้องคอยเช็ดตัวจุดที่มันเอื้อมไม่ถึงให้ทุกเย็น
“โฮก โฮก” แมวตัวเล็กห้องข้าง ๆ จะไปแล้วเหรอ?
แม่เสือดาวนอนเอกเขนกให้เฉินอิ่งเช็ดตัวอย่างสบายอารมณ์ พลางชวนคุยสัพเพเหระ
“เจ้านั่นน่าจะติดสัดแล้วมั้ง ตัวเหม็นหึ่งจนทนไม่ไหว รีบ ๆ ไล่ไปเถอะ ได้กลิ่นแล้วหงุดหงิด” **(แม่เสือดาวพูดนะครับ)**
เฉินอิ่งกลั้นขำพลางปลอบแม่เสือ
“อย่าโมโหไปเลย เมื่อวานซืนมันแค่อยากเอาอาหารมาอวดหน้าห้องเธอเฉย ๆ รอเธอหายดีเมื่อไหร่ค่อยไปอวดคืนบ้างก็ได้”
“ใครอยากดูมันกินกันล่ะ น่ารำคาญจะตาย”
แม่เสือดาวสะบัดหางตีแขนเฉินอิ่งเบา ๆ
“ฉันเกือบหายดีแล้วนะ เมื่อไหร่จะให้ออกไปเดินเล่นบ้าง?”
“ยังไม่ได้ เพิ่งตัดไหมเอง ต้องรออีกอย่างน้อยอาทิตย์หนึ่ง ตรวจอวัยวะภายในให้แน่ใจก่อนถึงจะขยับตัวเยอะ ๆ ได้”
แม่เสือดาวเอาคางเกยขาหน้า ทำหน้าเศร้าสร้อย
เฉินอิ่งเห็นแล้วอดหมั่นเขี้ยวไม่ได้ หยิกแก้มมันทีหนึ่งแล้วปล่อยให้นอนเล่นไป ส่วนตัวเองก็ไปอุ้มเจ้าตัวเล็กสองตัวมาเช็ดขน
“พี่อิ่ง พี่อิ่ง ออกมาดูเร็ว!”
ยังทำงานไม่ทันเสร็จ ก็ได้ยินเสียงอินลี่ตะโกนลั่น
“เอะอะอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น?”
“พี่อิ่ง ดูฝั่งตรงข้ามสิ”
มองตามมืออินลี่ไป เฉินอิ่งถึงกับอุทาน “งานเข้าแล้ว”
“อาลี่ นายข้ามไปดูลาดเลาก่อน ฉันขอจัดการทางนี้ให้เรียบร้อยก่อน มีอะไรโทรมานะ แล้วก็อย่าเข้าไปใกล้มาก ถึงจะชื่อแม่หมีแพนด้า แต่โดยเนื้อแท้มันก็คือหมีนะเว้ย”
อินลี่พยักหน้ารัว ๆ สวมอุปกรณ์ป้องกัน คว้ากล่องเครื่องมือ แล้วรีบวิ่งแจ้นไปหาเจ้าตัวขาวดำ
เทือกเขาแถบนี้เดิมทีอยู่ในเขตอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ แต่สามปีมานี้ไม่พบร่องรอยแพนด้าเลย รูปถ่ายล่าสุดก็เมื่อฤดูใบไม้ผลิสามปีก่อน เป็นภาพแม่แพนด้าเดินพาลูกเที่ยว
ตั้งแต่นั้นมาทีมของอินลี่ก็ไม่เคยเจอแพนด้าอีกเลยตอนลาดตระเวน
เฉินอิ่งใช้กล้องส่องทางไกลคอยดูอินลี่ พร้อมกับโทรหาศูนย์ที่ตีนเขา
“อะไรนะ เจอแพนด้ายักษ์เหรอ? โอเค บอกเจ้าหนูอินลี่ให้ระวังตัวด้วย เน้นสังเกตการณ์เป็นหลัก เดี๋ยวผมจะรีบแจ้งอาจารย์หลัวให้ขึ้นเขาไปด่วนเลย”
การปรากฏตัวกะทันหันแบบนี้ต้องมีการตรวจสอบแน่ว่าเป็นแพนด้าที่ถูกปล่อยคืนสู่ป่า หรือเป็นแพนด้าป่าที่มีปัญหาอะไรหรือเปล่า
ระหว่างที่เฉินอิ่งกำลังเหม่อ แม่เสือดาวก็แอบย่องมาที่ประตูคอกตอนไหนไม่รู้
คอกของแม่เสือดาวกับจินหยาอยู่ห่างกันโดยมีห้องว่างกับห้องเก็บอาหารคั่นกลาง
เมื่อวานซืนสองแมวยักษ์นี่เพิ่งจะทะเลาะกันข้ามกรง ด่าทอกันไฟแลบจนเฉินอิ่งไม่กล้าเข้าไปยุ่ง
“แอ๊ว แอ๊ว ทำอะไรกันน่ะ? ฉันเหมือนได้กลิ่นอะไรแปลก ๆ มีสัตว์อื่นมาเหรอ?”
ฝั่งข้าง ๆ จินหยาที่เพิ่งฟาดของป่าที่พี่ชายเอามาฝากจนอิ่มแปล้กำลังล้างหน้าอยู่ เมื่อได้ยินเสียงแม่เสือดาวก็มองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ
“แง้ว อยู่ไหน? ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย”
“โฮก เธอมันแมวเซาจมูกพัง จะไปได้กลิ่นอะไร”
“แง้ว แง้ว เดี๋ยวเถอะป้าเสือ รอฉันออกไปได้ก่อนนะ แม่จะกัดให้จมเขี้ยวเลย”
“ใครก็ได้มาเปิดประตูให้ที ฉันจะไปขย้ำอีแมวบ้านั่นเดี๋ยวนี้แหละ!”
“แง้ว พี่ชายสองขา มาเปิดประตูให้หนูหน่อย หนูจะท้าดวลกับยายป้าแก่หนังเหี่ยว!”
คนกลางอย่างเฉินอิ่งก้มหน้ากุมขมับ ทำไมไม่มีใครบอกเขาบ้างว่า เวลาชะนี . . . เอ้ย . . . ตัวเมียตีกัน คนรับกรรมคือเขาทุกที!