- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น?
- ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 7 จินหยาจะมีแฟนหรือเปล่านะ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 7 จินหยาจะมีแฟนหรือเปล่านะ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 7 จินหยาจะมีแฟนหรือเปล่านะ?
ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 7 จินหยาจะมีแฟนหรือเปล่านะ?
สถานีช่วยเหลือตั้งอยู่กลางหุบเขา ที่ผ่านมาก็มีสัตว์เล็กสัตว์น้อยแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนบ้างเป็นครั้งคราว แต่เงาดำทะมึนที่ปรากฏตัวในครั้งนี้ ดูท่าจะไม่ใช่สัตว์เล็กธรรมดาเสียแล้ว
“อาลี่ นายไม่อยู่ในห้องทำงานใช่ไหม เปิดกล้องวงจรปิดรอบ ๆ ดูหน่อยสิ เมื่อกี้ฉันเห็นอะไรบางอย่างวิ่งผ่านหน้าประตูไป”
รอบสถานีช่วยเหลือมีรั้วเหล็กล้อมรอบ และประตูรั้วใหญ่จะปิดหลังสี่ทุ่ม
ช่องว่างระหว่างรั้วกว้างพอให้กระต่ายหรือสัตว์เล็ก ๆ มุดเข้ามาได้ แขกตัวใหญ่ที่สุดที่เคยมาเยี่ยมก็คือสุนัขจิ้งจอก
อินลี่เปิดกล้องวงจรปิดตรงบันไดทางเข้าดูย้อนหลัง และแน่นอนว่าเมื่อสองนาทีก่อน มีเงาดำวูบหนึ่งพาดผ่านมุมขวาล่างของจอ พอลองกดดูแบบสโลว์โมชั่น ถึงเห็นชัด ๆ ว่าเป็นแมวป่าลิงซ์สีน้ำตาลดำ
อินลี่แคปภาพหน้าจอส่งให้เฉินอิ่ง พลางลูบคางใช้จินตนาการบรรเจิด
“หรือว่าแฟนหนุ่มของจินหยาจะตามมาหา?”
“พูดบ้า ๆ จินหยายังเป็นสาวน้อยไม่บรรลุนิติภาวะนะเว้ย น่าจะเป็นพี่น้องคลานตามกันมามากกว่ามั้ง?”
“ก็ไม่น่าใช่อีกแหละ ลิงซ์วัยเดียวกับจินหยาต้องแยกตัวไปหากินเองแล้ว ถ้าเป็นพี่น้องจริง ทำไมตอนจินหยาเจ็บหนักถึงไม่โผล่หัวมาดูล่ะ?”
หลังจากเก็บกวาดอุปกรณ์ในห้องเตรียมอาหารและแช่ของสดที่เหลือเข้าตู้เย็นเรียบร้อย เฉินอิ่งก็เตรียมน้ำอุ่นไว้เผื่อต้องชงนมให้ลูกเสือดาวสองตัว
ดูภายนอกเหมือนเขายุ่งอยู่กับงาน แต่จริง ๆ แล้วสายตาคอยจับจ้องกล้องวงจรปิดหน้าหลังลานบ้านไปพร้อม ๆ กับอินลี่
และแล้วไม่กี่นาทีต่อมา หัวเล็ก ๆ หัวหนึ่งก็โผล่ออกมาจากเงามืดตรงมุมซ้ายล่าง
คราวนี้ภาพชัดแจ๋ว เห็นหน้าค่าตาเจ้าแมวป่าลิงซ์แบบเต็ม ๆ
ตัวมันใหญ่กว่าจินหยา แถมหน้าตายังดูดุดันกว่าด้วย
“พี่อิ่ง หรือจะเป็นพ่อแม่จินหยา? แบบว่ามาเยี่ยมลูกสาวแล้วเจอว่าโดนมนุษย์จับตัวไว้?”
“เพลา ๆ นิยายลงหน่อยเถอะ” เฉินอิ่งพูดอย่างเอือมระอา “ถ้าเป็นแม่จินหยาก็พอมีเค้า แต่พ่อนี่ตัดไปได้เลย พวกแมวยักษ์ตัวผู้น่ะหาความเป็นพ่อแทบไม่เจอหรอก”
เจ้าลิงซ์สีน้ำตาลดำตัวนั้นเคลื่อนไหวปราดเปรียว ขนที่ปลายหูลู่ไปตามลมดึก มันย่องเข้ามาดมฟุดฟิดแถวประตูรั้ว
ตรงนั้นแหละที่จินหยากับเฉินอิ่งเพิ่งนั่งเล่นกันเมื่อกี้
เจ้าลิงซ์ไม่ได้ส่งเสียงร้อง แค่ดมกลิ่นอยู่พักหนึ่งแล้วก็หันหลังกลับ
เฉินอิ่งกับอินลี่มองตามมันที่กระโดดข้ามกำแพงหายวับไปอย่างรวดเร็ว แล้วหันมามองหน้ากันอย่างงง ๆ
เพื่อความปลอดภัย คืนนี้เฉินอิ่งตัดสินใจนอนเฝ้าในห้องสังเกตอาการ ส่วนอินลี่กางเตียงสนามนอนในห้องทำงาน คอยจับตาดูกล้องวงจรปิด
ตีสามครึ่ง เฉินอิ่งลุกขึ้นมาป้อนนมลูกเสือดาว แล้วแวบมองจอมอนิเตอร์ตรงประตูรั้ว
“เฮ้ย นั่นอะไรวะน่ะ?”
ก้อนดำ ๆ กองพะเนินเทินทึกอยู่หน้าประตูรั้ว
เฉินอิ่งปลุกอินลี่ ทั้งคู่ย่องไปที่ประตูอย่างระแวดระวัง แล้วก็ต้องตะลึงเมื่อพบกระต่ายป่าสามตัวกับหมูป่าตัวเล็กอีกหนึ่งตัว
สภาพเลือดโชกกองรวมกันแบบนี้ เดี๋ยวได้ล่อสัตว์นักล่าตัวอื่นมาแหง ๆ
อินลี่ใจกล้ากว่า บอกให้เฉินอิ่งคอยดูต้นทาง ส่วนตัวเองสวมอุปกรณ์ป้องกันครบชุด รีบวิ่งออกไปลากซากสัตว์พวกนั้นเข้ามา
รอยแผลฉกรรจ์บนตัวสัตว์พวกนั้นยืนยันความคิดเฉินอิ่งชัดเจน ฝีมือแมวยักษ์แน่นอน
ระหว่างที่เฉินอิ่งกำลังวิเคราะห์สาเหตุการตาย อินลี่ก็เปิดดูย้อนหลังกล้องวงจรปิด
“ฝีมือเจ้าลิงซ์สีน้ำตาลดำตัวนั้นจริง ๆ ด้วย มันคิดจะทำอะไรของมันเนี่ย?”
ภาพในจอฉายให้เห็นเจ้าลิงซ์ตัวใหญ่วิ่งวนไปวนมาหลายรอบ ขนซากสัตว์มากองไว้ให้ แล้วก็หายตัวไป เฉินอิ่งกับอินลี่มองหน้ากัน
“ถ้าไม่เรียกว่ารักแล้วจะให้เรียกว่าอะไร”
“ฉันกลับมาเชื่อในความรักอีกครั้งแล้วว่ะ”
สองหนุ่มกลั้นขำไม่อยู่หัวเราะกันลั่น อินลี่รับหน้าที่จัดการซากสัตว์ ส่วนเฉินอิ่งไปป้อนนมลูกเสือดาวต่อ
เช้าวันรุ่งขึ้น อาหารเช้าของจินหยาเลยกลายเป็นกระต่ายป่าหนึ่งตัวกับหมูป่าครึ่งตัว
แม่เสือดาวพลอยได้อานิสงส์จากจินหยาไปด้วย ได้กินหมูป่าไปอีกครึ่งตัว
ช่วงกลางวันมีคนแวะเวียนมาช่วยงานที่สถานีบ้าง แต่เฉินอิ่งไม่กล้าปล่อยจินหยาออกมาจากคอก
พอหลังสี่โมงเย็น คนกลับกันหมดเหลือแค่เขากับอินลี่ พวกเขาปิดประตูรั้วใหญ่ แล้วเฉินอิ่งก็เรียกอินลี่มาลองป้อนอาหารจินหยาดู
จินหยาดูจะเลือกกินหน่อย ๆ แต่ก็ยอมกินกระต่ายที่อินลี่ยื่นให้
ความสามารถในการฟื้นตัวของมันน่าทึ่งมาก บาดเจ็บหนักขนาดนั้น เฉินอิ่งกับสัตวแพทย์ที่ศูนย์กะว่าต้องนอนซมอย่างน้อยสี่ห้าวันกว่าจะขยับตัวได้ แต่นี่ผ่านไปแค่สองวัน มันเดินปร๋อแล้ว ถึงตอนกระโดดจะดูทุลักทุเลหน่อย แต่ความร่าเริงนี่ไม่เหมือนสัตว์เจ็บเลยสักนิด
พอกินอิ่มและเปลี่ยนยาเสร็จ เฉินอิ่งก็ลองปล่อยจินหยาออกมาเดินยืดเส้นยืดสาย
อินลี่รู้หน้าที่ รีบหลบเข้าห้องทำงาน แอบมองจินหยาเดินสำรวจลานบ้านผ่านหน้าต่าง
จินหยาผู้สง่างามไม่ได้ทำอะไรโลดโผน พอเดินวนรอบลานบ้านเสร็จ มันก็มานอนหมอบตรงบันได ทำท่าจะเลียแผล
แผลเย็บที่ขาหลังคงคันยุบยิบตามประสาแผลกำลังหาย
ทำให้เนื่องจากกลัวแผลติดเชื้อ เฉินอิ่งเลยโกนขนรอบรอยเย็บออกแล้วปิดแผลไว้
ก่อนหน้านี้กลัวมันจะกัดผ้าปิดแผล เลยใส่คอลลาร์กันเลียไว้ให้ แต่เมื่อวานตอนบ่ายเห็นว่าจินหยาเป็นเด็กดีไม่ยุ่งกับแผลเลยถอดออกให้
จินหยาหันไปดม ๆ แผล อยากจะเกาใจจะขาด แต่พอนึกถึงคำสั่งเฉินอิ่งก็ไม่กล้า ได้แต่ทนคันอยู่อย่างนั้น
ระหว่างที่ปล่อยจินหยาเดินเล่น เฉินอิ่งก็ง่วนอยู่ในห้องยา เตรียมยาสูตรพิเศษให้จินหยา
ระบบมอบทักษะการแพทย์ระดับ 100 มาให้ ซึ่งรวมถึงสูตรยาและการปรุงยาสัตว์ด้วย
หนึ่งในนั้นคือสูตรยาสมานแผลที่เอาสมุนไพรหาง่ายมาบดเป็นผงผสมน้ำ พอกแผลสัตว์ช่วยให้หายไวขึ้น
สรรพคุณเด่นของยานี้คือช่วยลดอาการคันและปวดระหว่างแผลหาย แถมยังช่วยลดการอักเสบและเร่งสร้างเนื้อเยื่อใหม่
ก่อนจะลงมือทำ เฉินอิ่งได้ส่งสูตรไปปรึกษาอาจารย์ของเขาแล้ว
ศาสตราจารย์ไป๋ อาจารย์ของเขา เป็นปรมาจารย์ด้านสัตวแพทย์อันดับต้น ๆ ของประเทศ ท่านดูสูตรแล้วไม่เห็นข้อขัดข้อง อนุญาตให้เขาลองทำและจดบันทึกผลการทดลองอย่างละเอียด
ถ้าได้ผลดีสูตรยานี้อาจกลายเป็นงานวิจัยตีพิมพ์ได้เลย
ในระบบข้าราชการ การเลื่อนขั้นต้องอาศัยทั้งผลงานวิจัยและการปฏิบัติงานจริง
พอได้รับไฟเขียวจากอาจารย์ เฉินอิ่งก็เริ่มทำบันทึกการรักษาของทั้งจินหยาและแม่เสือดาว
วันนี้เป็นวันแรกที่จะเริ่มใช้ยา เขาตั้งใจจะลองกับจินหยาก่อนเพื่อดูผลข้างเคียง แล้วค่อยใช้กับแม่เสือดาว
ไม่ใช่เห็นจินหยาเป็นหนูทดลองนะ แต่เพราะอาการจินหยาเบากว่า แถมยังอายุน้อย ฟื้นตัวเร็วกว่าแม่เสือดาวที่กำลังให้นมลูกและร่างกายอ่อนแอ ที่สำคัญที่สุดคือ จินหยาคุยรู้เรื่องกว่าแม่เสือดาวเยอะ
ความสนิทสนมระหว่างเฉินอิ่งกับแมวป่าลิงซ์สาว ทำเอาเพื่อนร่วมงานที่ศูนย์อึ้งกันเป็นแถบ
เขาค่อย ๆ แกะผ้าปิดแผลเก่าออกให้แผลได้รับอากาศ นอกจากรอยแดงรอบ ๆ รอยเย็บแล้ว ก็ไม่มีอาการอักเสบใด ๆ
จินหยาเหลือบมองขาหลังตัวเอง เห็นรอยแหว่งไร้ขนแล้วอดไม่ได้ที่จะกลิ้งเกลือกด้วยความขัดใจ
เฉินอิ่งรีบกอดปลอบ บอกว่าแผลใกล้หายแล้ว อีกไม่กี่วันขนก็ขึ้นใหม่ เดี๋ยวก็กลับมาสวยเช้งเหมือนเดิม
จินหยาเลียมือเฉินอิ่งอย่างจำยอม หันหน้าหนี ไม่อยากเห็นแผลให้ช้ำใจ
อินลี่ถ่ายวิดีโอตอนเฉินอิ่งทำแผลให้จินหยาเก็บไว้ พอเฉินอิ่งว่างจะได้เอามาตัดต่อลงเพจสถานี
ตอนแรกสองหนุ่มคิดจะไลฟ์สด แต่ด้วยลักษณะงานที่เวลาไม่แน่นอน ลงคลิปวิดีโอน่าจะเหมาะกว่า
นาน ๆ ทีค่อยไลฟ์คุยเล่นบ้างก็ไม่เสียหาย ไม่ได้กะจะเอาดีทางสตรีมเมอร์เต็มตัวซะหน่อย
พอยาตัวใหม่สัมผัสแผล ความรู้สึกเย็นซ่านก็ช่วยบรรเทาอาการระคายเคือง แต่จินหยาเผลอจะยกขาขึ้นเกาตามสัญชาตญาณ เฉินอิ่งต้องคอยจับขาหน้ามันไว้
จังหวะที่จินหยากำลังจะอ้อน จู่ ๆ แมวป่าลิงซ์ตัวมหึมาก็กระโจนมาเกาะประตูรั้ว พร้อมกับซากลูกกวางในปาก