เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 5 รสชาติของการเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลา

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 5 รสชาติของการเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลา

ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 5 รสชาติของการเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลา


ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 5 รสชาติของการเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลา

สักพักพี่ไต้จากศูนย์ก็พาลูกเสือสองตัวขึ้นมา พร้อมกับนมผงสำหรับลูกสัตว์โดยเฉพาะและอุปกรณ์ป้อนนม

“เจ้าตัวเล็กสองตัวนี้อยู่ไม่สุขเลยพอไม่มีแม่อยู่ด้วย” เธอบอก “ผู้อำนวยการเลยแนะนำให้เธอลองเอาเจ้าตัวเล็กไปวางไว้ข้างแม่เสือ พอถึงเวลาป้อนนมค่อยเอาออกมาป้อนแยก”

จากกล้องวงจรปิด พวกเขาเห็นว่าอาการของแม่เสือคงที่ แต่หลังจากป้อนนมป้อนน้ำแล้ว เจ้าตัวเล็กทั้งสองก็ยังไม่ยอมนอน เอาแต่ส่งเสียงร้อง ผู้อำนวยการเหลียวเกรงว่าจะกระทบต่อสุขภาพของลูกสัตว์ เลยตัดสินใจให้พี่ไต้นำพวกมันกลับมาให้เฉินอิ่ง

“เธอดูแลพวกมันไปก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เคลียร์งานเสร็จแล้วจะขึ้นมาช่วย”

“ไม่เป็นไรครับพี่ไต้ ผมจัดการเองได้” เฉินอิ่งตอบ “แค่อาจจะต้องขอคนจากศูนย์มาช่วยทำความสะอาดคอกสัตว์หน่อยครับ”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เดี๋ยวพี่ขึ้นมาช่วยตอนพักเที่ยงให้”

ตอนนี้พี่ไต้ไม่มีสัตว์เจ็บป่วยในความดูแลจึงค่อนข้างว่าง ผู้อำนวยการเหลียวเลยคิดจะให้เธอมาช่วยดูแลลูกเสือสองตัว

แต่ไม่นึกว่าเจ้าตัวเล็กจะงอแงขนาดนี้ พอพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ แล้ว พวกเขาเลยคิดว่าให้แม่ลูกได้อยู่ด้วยกันน่าจะดีกว่า

หลังจากส่งพี่ไต้กลับไป เฉินอิ่งก็ตรวจร่างกายลูกเสือ ลูบท้องกลม ๆ ของพวกมันเพื่อเช็คว่ากินอิ่มดีแล้ว ก่อนจะอุ้มตะกร้าแมวที่พี่ไต้ทำมาให้ พาพวกมันไปหาแม่

แม่เสือดูตื่นตัวขึ้นกว่าเดิม แม้จะขยับตัวไม่ได้สะดวกเพราะถูกมัดตรึงไว้ แต่ก็ไม่มีท่าทีตื่นกลัวอย่างที่กังวล

พอเฉินอิ่งเดินเข้าไป แม่เสือก็สูดจมูกฟุดฟิดแล้วคำรามเบา ๆ

เมื่อได้ยินเสียงแม่ เจ้าตัวเล็กสองตัวที่กำลังสะลึมสะลือก็ตื่นเต็มตาทันที พวกมันตะเกียกตะกายมาที่ขอบตะกร้า ส่งเสียงร้อง “แอ๊ว ๆ” เรียกหาแม่

เฉินอิ่งรีบวางลูกเสือทั้งสองไว้ตรงหน้าแม่เสือ ก่อนที่มันจะดิ้นรน อาการบาดเจ็บของแม่เสือหนักที่ช่วงเอวลงไปถึงขาหลัง แต่ช่วงตัวท่อนบนยังพอไหว มีแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยที่ทำแผลแล้วไม่ต้องพันผ้า

ลูกเสือสองตัวได้กลิ่นแม่ก็รีบเข้าไปซุกไซ้ส่งเสียงอ้อน

เฉินอิ่งใช้มือข้างหนึ่งกันตัวลูกเสือแต่ละตัวไว้ แล้วลูบหัวแม่เสือเบา ๆ ห้ามไม่ให้มันให้ลูกกินนม

“ร่างกายเธอยังไม่หายดี ยังให้นมไม่ได้นะ เข้าใจไหม? ฉันจะป้อนนมพวกมันแทนเธอเอง รอให้อีกสองสามวันเธอดีขึ้นค่อยว่ากันเรื่องให้นม”

เขาตรวจดูแล้วพบว่าน้ำนมแม่เสือมีไม่มากนัก อาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอหลังคลอด แถมยังต้องไปแย่งชิงอาหารกับนักล่าตัวอื่น

ลูกเสือดาวจะเริ่มกินเนื้อตอนอายุ 8-10 สัปดาห์ และหย่านมช่วงอายุประมาณ 4 เดือน

ผลการตรวจของเขากับพี่ไต้ตรงกัน ลูกเสือสองตัวนี้เพิ่งอายุได้ประมาณครึ่งเดือน อาหารหลักยังคงเป็นนม

แม่เสือเลียลูกทั้งสองอยู่นาน ก่อนจะเอาหัวมาถูแขนเฉินอิ่ง

“แอ๊ว แอ๊ว”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก รักษาตัวให้หายไว ๆ ก็ถือว่าขอบคุณฉันที่สุดแล้ว”

หลังจากจัดการเก็บชามอาหารชามน้ำ และเปลี่ยนแผ่นรองซับให้แม่เสือเสร็จ เฉินอิ่งก็ลากเตียงสนามมากางที่มุมห้องสังเกตอาการ

คืนนี้เขาต้องลุกมาดูอาการทุกสองชั่วโมง

นอกจากแม่เสือแล้ว เขายังต้องคอยดูแมวป่าลิงซ์ด้วย

ตอนเย็นพี่หลิวขนเสบียงขึ้นมาให้ และอาสาจะนอนค้างที่สถานีช่วยเหลือเพื่อช่วยงาน เพราะเฉินอิ่งต้องดูแลคนไข้สามราย ปลีกตัวขึ้นเขาไปดูนกไม่ได้ การที่พี่หลิวมาช่วยเลยแบ่งเบาความกังวลไปได้มาก

ตีห้า หลังจากเดินตรวจรอบที่สี่ เฉินอิ่งก็ตรงดิ่งเข้าครัว

นอกจากอาหารเช้าสำหรับสามคนแล้ว เขายังต้องเตรียมมื้อเที่ยงให้อินลี่กับพี่หลิวด้วย แล้วก็ต้องไม่ลืมอาหารบำรุงของคนไข้ทั้งสามราย ซึ่งกว่าจะทำทุกอย่างเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเจ็ดโมง

อินลี่ช่วยทำความสะอาดคอกสัตว์ ส่วนพี่หลิวไปตัดไผ่สดมาจากข้างนอก ผึ่งให้แห้งนิดหน่อยก็พร้อมให้เมิ่งเหยียนกิน

เสบียงกรังทำมือของเฉินอิ่งวันนี้คือข้าวปั้นสูตรเด็ดของคนท้องถิ่น

ข้าวสวยผสมข้าวเหนียวนึ่งจนสุก พักให้เย็น แล้วคลุกกับหมูสามชั้นรมควันหั่นเต๋าและผักดองสับที่ผัดไว้ โรยเกลือพริกไทยเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ห่อด้วยใบผักกาดหอม แล้วบรรจุลงกล่องข้าว

นอกจากนี้ยังมีซุปก้อนกึ่งสำเร็จรูป ผักดองปรุงรสสับละเอียด และน้ำพริกพริกเขียวสูตรทำเองใส่กระปุกเครื่องปรุงไปให้ด้วย เป็นมื้อเที่ยงที่อุดมสมบูรณ์ทีเดียว

ซุปก้อนต้องใช้น้ำร้อนชง และเนื่องจากอากาศบนเขาหนาวกว่าปกติถึงสององศา อินลี่กับพี่หลิวเลยพกกระติกน้ำร้อนทหารขนาดสองลิตรติดตัวไปด้วยคนละใบ

หลังอาหารเช้าอินลี่กับพี่หลิวก็รีบสะพายเป้ออกเดินทาง

เฉินอิ่งไม่มีเวลาเก็บกวาดครัว ต้องรีบเอาอาหารเช้าไปเสิร์ฟคนไข้ทั้งสามก่อน

เมิ่งเหยียนยังคงรักษามาตรฐานสายกินผู้ไม่สนโลก ขอแค่มีกิน มีดื่ม มีเล่น ก็พอใจแล้ว ไม่สนใจขาที่เจ็บเลยสักนิด

แต่วันนี้แม่สาวลิงซ์ดูแปลกไป ดูหงุดหงิด กินข้าวมูมมามกว่าปกติ แถมยังทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ

หลังจากตรวจดูแผลตามปกติ พอเฉินอิ่งทำท่าจะลุกไป แม่สาวลิงซ์ก็งับขากางเกงเขาไว้

“แง้ว แง้ว”

แม่สาวลิงซ์: จะรีบไปไหน? อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนไม่ได้เหรอ? หรือว่าแม่เสือตัวนั้นสวยกว่าฉัน?

เฉินอิ่งพอเข้าใจสิ่งที่มันสื่อสารก็ชะงักไปนิดหนึ่ง เขาลังเลก่อนจะนั่งยอง ๆ สบตาแม่สาวลิงซ์

“แน่นอนสิว่าเธอสวย เธอขี้อิจฉาไปได้ เธอกับแม่เสือคนละสายพันธุ์กัน จะเอาไปเปรียบเทียบกันทำไม? อีกอย่างฉันต้องไปดูแผลแม่เสือ แล้วก็ต้องป้อนนมลูกมันอีกสองตัว นั่นมันงานฉันนะ เข้าใจไหม?”

ดวงตาแสนรู้ของแม่สาวลิงซ์จ้องมองเฉินอิ่งอยู่นาน ในที่สุดก็ยอมปล่อยขากางเกงเขา

“แง้ว แง้ว”

งั้นไปเถอะ แต่รีบ ๆ หน่อยนะ

เฉินอิ่งเดินตัวแข็งออกจากคอกของแม่สาวลิงซ์มายืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูสักพัก ก่อนจะส่ายหน้าหัวเราะทั้งน้ำตา แล้วรีบไปป้อนอาหารแม่เสือกับลูก ๆ

แม่เสือสงบนิ่งกว่าแม่สาวลิงซ์เยอะ แค่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันไปเลียก้นทำความสะอาดให้ลูก ๆ ต่อ

เฉินอิ่งตรวจดูแผลแล้วคลายสายรัดออก

ตอนนี้ไม่ต้องมัดตรึงแล้ว ขยับตัวบ้างจะช่วยให้แม่เสือฟื้นตัวเร็วขึ้น

พอรู้สึกว่าพันธนาการหลุดออก แม่เสือก็ส่ายหัว ลองขยับลุกขึ้นยืน

ผ้าอ้อมสัตว์ที่ใส่ไว้อาจจะทำให้รำคาญบ้าง มันหันกลับไปมอง พยายามจะแกะออก

“อย่า ๆ ใส่ไว้เถอะ ช่วงสองสามวันนี้เธอขยับตัวตามใจชอบไม่ได้ เดี๋ยวฉันจะคอยเปลี่ยนให้ รับรองไม่เหม็น”

เฉินอิ่งประคองตัวแม่เสือ แล้ววางชามอาหารตรงหน้า

“เอ้า กินซะ เนื้อสดใหม่ที่สุดเลยนะ รับประกันความนุ่ม”

พูดจบเขาก็หันไปเตรียมป้อนนมลูกเสือ

ระบบขี้งกให้ขวดนมมาแค่ขวดเดียว เขาเลยใส่นมให้เจ้าตัวหัวโตดูด ส่วนอีกตัวเขาต้องอุ้มป้อนด้วยขวดนมสัตว์ของทางศูนย์

แม่เสือเห็นลูก ๆ เริ่มกินนม ก็ส่งเสียงฟึดฟัดแล้วก้มหน้าก้มตากินโชว์บ้าง

พอกินเนื้อกระต่ายหมดชาม แม่เสือก็นอนตะแคงเช็ดปาก หาวหวอดใหญ่ ยาที่แอบผสมไว้เริ่มออกฤทธิ์ มันเลยเริ่มง่วง

ลูกเสือสองตัวกินนมเสร็จก็หลับปุ๋ยทันที

เฉินอิ่งจับพวกมันใส่ตะกร้าแมววางไว้ข้างแม่เสือ รอจนแน่ใจว่าแม่ลูกหลับสนิทแล้วถึงค่อยย่องออกจากห้องสังเกตอาการ

ต่อไปเขาต้องไปง้อแม่สาวลิงซ์

เขาเป็นแค่สัตวแพทย์ธรรมดา ๆ แท้ ๆ แต่ทำไมถึงเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลาขึ้นมาตงิด ๆ นะ

จบบทที่ ผู้พิทักษ์ป่า : เข้าป่าวันแรก ก็เก็บ ‘ลิงซ์สาว’ ได้ซะงั้น? ตอนที่ 5 รสชาติของการเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการเวลา

คัดลอกลิงก์แล้ว