- หน้าแรก
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 25 เมาส์แซ็กปวดหัว
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 25 เมาส์แซ็กปวดหัว
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 25 เมาส์แซ็กปวดหัว
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 25 เมาส์แซ็กปวดหัว
‘ดราม่าบังเกิดแล้ว’ แลนน์คิดในใจเงียบ ๆ
เขาต้องการเป็นวิทเชอร์เพื่อเปิดใช้งาน ‘ระบบ’ ของเขาอย่างเต็มรูปแบบ ปลดปล่อยความสามารถทั้งหมด จากนั้นก็อาศัยการอัปแต้มเพื่อให้ได้มาซึ่งพลังในการจัดตั้งกองทัพเพียงลำพัง ทำลายล้างประเทศเพียงลำพัง และแม้กระทั่งครองโลก ท่านต้องรู้ไว้ว่าทักษะที่แลนน์สามารถเลือกได้ในตอนนี้มีไม่ถึงหนึ่งในสี่ของจำนวนทั้งหมดด้วยซ้ำ!
ส่วนผลข้างเคียงอย่างเช่นภาวะเจริญพันธุ์ โลกนี้มันช่างมหัศจรรย์นัก เมื่อมีพลังและอายุขัยที่ยืนยาว อะไรบ้างที่จะทำไม่ได้ สิ่งที่เขาขาดแคลนมากที่สุดในตอนนี้คือ ‘กุญแจ’ ที่จะไขไปสู่พลังเหนือธรรมชาติ
แต่เห็นได้ชัดว่าแลนน์ไม่สามารถพูดคุยกับดรูอิดเช่นนี้ได้ แล้วเขาจะโน้มน้าวให้ดรูอิดเฒ่าสนับสนุนความคิดที่บ้าบิ่นและเบี่ยงเบนของเขาได้อย่างไรเล่า
แนวคิดที่ซับซ้อนที่สุดมักต้องการเพียงคำอธิบายที่เรียบง่ายที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นตัวของแลนน์เองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีพื้นฐานใด ๆ เกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติเลย
[พรสวรรค์ : สายเลือดโบราณ (ยังไม่ตื่น)] บางครั้งมันก็สามารถเล่นบทบาทที่ไม่คาดคิดได้เช่นกัน
“ความฝัน” แลนน์เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น “ข้าฝัน”
“ฝันรึ?” เมาส์แซ็กตะลึงงัน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ ‘แหล่งพลัง’ เวทมนตร์จำนวนมากมักจะมีฝันบอกเหตุ ในยามที่พวกเขายังไม่ตื่นขึ้น และหลายคนที่ปลุกพลังเวทได้แต่ไม่สามารถเป็นผู้ใช้เวท หรือพ่อมดได้ก็มักมีความสามารถในการเป็น ‘นักทำนายฝัน’ หลังจากที่ซินทราล่มสลาย ซิริก็อาศัยความฝันในการหลีกเลี่ยงอันตรายและชี้บอกทิศทางอยู่หลายครั้ง และเมื่อตอนที่เกรอลท์กำลังตามหาซิริในวัยผู้ใหญ่ เขาก็หันไปพึ่งนักทำนายฝันเพื่อทำนายดวงชะตาเช่นกัน
“หลังจากที่บิดามารดาของข้าเสียชีวิต ท่านก็รู้ว่าข้าป่วยหนักอยู่พักหนึ่ง ในช่วงเวลานี้ข้าฝันหลายครั้ง ข้าฝันว่าทหารนิล์ฟการ์ดบุกซินทรา ทหารม้าบดขยี้ทุกสิ่ง ณ ที่แห่งนี้ และเปลวไฟก็แผดเผาทุกอย่าง และในเปลวเพลิงนั้น ชายผู้มีดวงตาสีทองลุกโชนได้รวบรวมผู้ลี้ภัยและใช้เวทมนตร์เพื่อปกป้องเมล็ดพันธุ์ที่เหลืออยู่ของซินทรา”
“ข้าถูกฝันร้ายนี้ทรมานบนเตียงป่วยอยู่หลายเดือน และมันก็ไม่หายไปจนกระทั่งข้าฟื้นไข้ แต่ภาพในฝันนั้นยังคงติดตา นั่นคือเหตุผลที่ข้าแสวงหาเวทมนตร์และตามหาวิทเชอร์”
แลนน์ แลนนิสเตอร์ ผู้สืบทอดสายเลือดโบราณซึ่งบิดามารดาเสียชีวิตเพราะนิล์ฟการ์ดเมื่อหนึ่งปีก่อนเป็นผู้กล่าวคำนี้
หากเด็กชาวนาเป็นคนพูดเช่นนี้ เขาอาจจะถูกครอบครัวจับไปไล่ผี หากคนจากนิล์ฟการ์ดพูดเช่นนี้ เขาอาจจะถูกเผาทั้งเป็น แม้แต่ถ้าแลนน์พูดเช่นนี้กับราชินีคาเลนเธ เขาก็อาจจะถูกเผาทั้งเป็นได้
แต่เมาส์แซ็กจะมีปฏิกิริยาเช่นไรหากเขาบอกคำเหล่านี้แก่เขา ผู้เป็นดรูอิดและผู้ร่ายอาคมที่มากประสบการณ์และมุ่งมันในการเรียน?
ยิ่งคนเรามีความรู้มากเท่าใด พวกเขาก็จะยิ่งสำรวจมากขึ้นเมื่อได้พบกับความรู้ที่ไปสัมผัสกับขอบเขตการศึกษาของตนเอง หลายสิ่งที่คนธรรมดาคิดว่าเป็นไปไม่ได้และไม่น่าเชื่อถือ เหล่านักปราชญ์จะไม่ปฏิเสธมันในครั้งแรกที่ได้เห็น แต่จะทำการวิเคราะห์มัน ดังนั้นเมาส์แซ็กจึงเริ่มวิเคราะห์
มันเป็นความฝันจากจิตใต้สำนึกที่เกิดจากการตายของบิดามารดาทั้งสองหรือไม่? ความกลัวและความเกลียดชังต่อนิล์ฟการ์ดแทรกซึมเข้าไปในความฝันของแลนน์รึเปล่า? เมาส์แซ็กมีข้อสงสัยพวกนี้อยู่ในใจ หรือว่ามันเป็นความฝันบอกเหตุล่วงหน้าที่เกิดจากสายเลือดโบราณ ซึ่งบอกล่วงหน้าว่าซินทราจะถูกรุกรานโดยนิล์ฟการ์ดจริง ๆ ในอนาคต แต่กลับไม่มีบันทึกใด ๆ เกี่ยวกับการตื่นขึ้นของสายเลือดโบราณในทายาทบุรุษเลย
เขาจับมือของแลนน์อีกครั้งและสัมผัสถึงพลังในร่างกายของเขา แต่เขาไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลย ร่างกายนี้ไม่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป นอกจากเหนือมือที่สั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ถูกเขาบีบจับ ดูเหมือนว่าเขากำลังสูญเสียการควบคุมอารมณ์ขณะที่หวนนึกถึงความฝันอันน่าสะพรึงกลัวและอดีตอันน่าเศร้า
ทันใดนั้นเมาส์แซ็กก็ใจอ่อน อย่างไรเสียเขาก็เป็นเด็กที่ตนเฝ้าดูมาตั้งแต่เยาว์วัย เมาส์แซ็กครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า “เจ้าไม่ใช่ ‘แหล่งพลัง’ เวทมนตร์จริง ๆ และไม่มีทางที่จะเป็นพ่อมดได้ ข้าเองก็ไม่ต้องการให้เจ้าเป็นวิทเชอร์เช่นกัน”
“เอาเช่นนี้เถอะ ข้าจะลองหาหนทางที่ปลอดภัยกว่านี้ โดยปราศจากผลข้างเคียง เพื่อให้เจ้าสามารถมีพลังแห่งเวทมนตร์ได้ เจ้าก็ต้องสัญญากับข้าด้วยว่าจะไม่ลองใช้วิธีการอันยุ่งเหยิงเหล่านั้นอย่างบุ่มบ่าม”
แลนน์พยักหน้า แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
แม้ว่าจะไม่มีการเปิดไพ่จนหมดหน้าตัก แต่ด้วยบทสนทนานี้เป็นจุดเริ่มต้น เห็นได้ชัดว่ามันจะง่ายขึ้นมากที่จะได้รับความช่วยเหลือด้านไสยเวทจากเมาส์แซ็กในภายหลัง และตอนนี้แลนน์ก็ต้องการความช่วยเหลือจากเมาส์แซ็ก
“ท่านลุงเมาส์แซ็ก ท่านเคยได้ยินชื่อศาสตราจารย์ โทมัส โมโร หรือไม่?” แลนน์กล่าว “ข้าได้ยินมาตอนที่สอบสวนวิทเชอร์ว่า ศาสตราจารย์ผู้นี้ดูเหมือนจะโด่งดังมากในด้านการวิจัยเกี่ยวกับวิทเชอร์”
เมาส์แซ็กประหลาดใจที่ได้ยินชื่อนี้จากแลนน์ เขาพยักหน้าและตอบว่า “จริงอยู่ เขาโด่งดังในแวดวงของเราในเรื่องความกระตือรือร้นที่จะศึกษาวิทเชอร์ แต่ข้าก็ไม่ได้ข่าวคราวจากเขามานานมากแล้ว มีข่าวลือว่าเขาเสียชีวิตในห้องทดลองลับแห่งหนึ่งของเขา นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเหล่าพ่อมด นี่คือสิ่งที่เจ้าได้ยินมาจากเชลยวิทเชอร์ของเจ้ารึ?”
“ข้าสงสัยว่าศาสตราจารย์ผู้นั้นจะมีผลการวิจัยวิทเชอร์ขั้นสูงบางอย่างที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือไม่ ว่ากันว่าเขามีห้องทดลองอยู่ที่ ‘หุบเขาแห่งเก้า’ และข้าก็อยากจะไปเยี่ยมชมมัน” แลนน์ตอบ
แน่นอนหัวหน้าโจรย่อมไม่รู้ข่าวคราวประเภทนี้ ข้อมูลที่แลนน์กล่าวว่าเขาได้รับมาจากวิทเชอร์นั้น อันที่จริงมาจากความทรงจำในชาติภพก่อนของเขาต่างหาก ศาสตราจารย์ โทมัส โมโร มีบุตรชายคนหนึ่งที่เป็นวิทเชอร์ เขาหมกมุ่นอยู่กับการพยายามเปลี่ยนลูกชายของเขากลับเป็นคนธรรมดา แต่ในท้ายที่สุดแทนที่จะย้อนกลับการกลายพันธุ์ของลูกชาย เขากลับเพิ่มพลังให้มันโดยไม่ตั้งใจ ด้วยเหตุนี้จึงได้สร้าง ‘การกลายพันธุ์ครั้งที่สอง’ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตัววิทเชอร์
บางทีการนำมันมาเปรียบเทียบกับการทดสอบของวิทเชอร์ อาจจะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จของการทดสอบได้ แม้ว่ามันจะไม่ได้ผล แต่ก็ยังเป็นการดีที่จะมีข้อมูลการทดลองไว้สำหรับการวิจัยในอนาคตของเมาส์แซ็ก
เมาส์แซ็กถอนหายใจ “ข้ารู้แล้ว ข้าจะลองสอบถามสหายของข้าเกี่ยวกับข้อมูลของศาสตราจารย์โมโรดู แต่ว่านักโทษวิทเชอร์ของเจ้ารู้ข้อมูลประเภทนี้ได้อย่างไร?”
แลนน์เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้มาอย่างดี เขาหยิบผลึกที่เขาดูดซับพลังเวทมนตร์ไปจนหมดสิ้นออกมา “ดูเหมือนว่าวิทเชอร์คนนั้นจะมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับพ่อมดบางคนที่จัดหาวัตถุดิบลักลอบนำเข้ามาให้กับเหล่าวิทเชอร์ที่ขัดสน ข้าสนใจในสิ่งเหล่านี้มาก”
เมาส์แซ็กรับผลึกนั้นไปและพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงยืนยันว่า “ผลึกนี้อยู่ในสภาพดี แต่แทบจะไม่มีพลังเวทมนตร์หลงเหลืออยู่ในนั้นเลย ผลึกชนิดนี้เป็นของที่ต้องมีสำหรับเหล่าพ่อมด และข้าเองก็มีชุดอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้สิ่งนี้เป็นแกนกลางเช่นกัน”
ดวงตาของแลนน์สว่างวาบ ด้วยประกายตาของเด็กที่กำลังอ้อนวอนขอของขวัญและเงินค่าขนมจากบุพการี
เมาส์แซ็กยกมือขึ้นปิดตาเล็กน้อยและถอนหายใจอีกครั้ง เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวันแรกที่กลับมาถึงซินทราจะทำให้เขาปวดหัวได้ถึงเพียงนี้ “ข้าให้ของข้ากับเจ้าไม่ได้ ปกติแล้วเนื่องจากไม่มีความต้องการมันเป็นพิเศษ ข้าจึงไม่ได้จงใจเสาะหามัน และเจ้าก็ไม่สามารถใช้หินดิบประเภทนี้ได้ ลืมมันไปเถอะ ถ้าเจ้าชอบมัน ข้าจะช่วยเจ้าหาไอเท็มเวทมนตร์บางอย่างที่เจ้าพอจะใช้ได้ก็แล้วกัน”
ดวงตาของแลนน์เป็นประกาย “ขอบคุณ ท่านลุงเมาส์แซ็ก”
ดรูอิดมองดูชายหนุ่มผมบลอนด์ตรงหน้า เขาจำได้ว่าอีกฝ่ายเคยเป็นเพียงเด็กน้อยขนาดเท่าเมล็ดถั่ว แต่ในพริบตาเขาก็กลายเป็นอัศวินที่สูงเท่าตนเองเสียแล้ว เขาอยากจะตบไหล่ของแลนน์ แต่เขากลับหาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับมือที่ยกขึ้นมาไม่ได้
“เพียงแค่รอข่าวจากข้า อย่าตัดสินใจด้วยตนเองและไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายเหล่านั้น”
“แน่นอนขอรับ”
เมาส์แซ็กถูใบหน้าและปล่อยให้รอยยิ้มกลับมาประดับบนใบหน้า “มีอะไรอีกหรือไม่? ข้าจะสอนบทเรียนให้ซิริลลาในไม่ช้า อย่าทำให้ข้าต้องปวดหัวต่อไปอีกเลย”
อันที่จริงก็ไม่มีอะไรแล้ว แต่โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง แลนน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและกล่าวว่า “ข้าสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ในแวดวงพ่อมดมาก หากเป็นไปได้ ท่านช่วยแนะนำข้าให้รู้จักกับเหล่าพ่อมดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบันได้หรือไม่”
เมาส์แซ็กพยักหน้า “ก็ได้ ถือซะว่ามันเป็นภาคต่อของชั้นเรียนของเจ้าก็แล้วกัน”
ขณะที่พูดเขาก็เอื้อมมือไปเรียกซิริ ผู้ซึ่งมองไปรอบ ๆ มานานแล้ว ให้มานั่งเรียนบทเรียนเป็นเพื่อนแลนน์
“ในศตวรรษที่ 8 เหล่าผู้นำพ่อมด แจน เบคเกอร์ จิอัมบัตติสตา และ เจฟฟรีย์ มองค์ ได้ลงนามในสนธิสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างเหล่าพ่อมด ผู้ปกครอง นักบวช และดรูอิด เพื่อก่อตั้ง ‘สหภาพโนวิกราเดียน’ ซึ่งมีส่วนในการแยกผู้ใช้เวทออกจากอำนาจรัฐ การปกครองตนเองของผู้ใช้เวทค่อย ๆ พัฒนาจนกลายเป็น ‘ภราดรภาพแห่งผู้ใช้เวท’ ซึ่งรวมตัวและควบคุมผู้ใช้เวทมนตร์ส่วนใหญ่อย่างกว้างขวาง”
“ยังมีองค์กรบริหารอีกสองแห่งที่อยู่เหนือ ‘ภราดรภาพแห่งผู้ใช้เวท’ เรียกว่า ‘สภาแห่งพรสวรรค์และศิลปะ’ และ ‘สภาพ่อมด’ แต่ละแห่งมีพ่อมดห้าคนเป็นสมาชิก รวมเป็นพ่อมดผู้ทรงพลังสิบคนที่ร่วมกันบริหาร ‘ภราดรภาพแห่งผู้ใช้เวท’ . . .”
. . .
ในห้องทดลองลับบนเกาะที่ไม่ปรากฏชื่อแห่งหนึ่ง
ชายรูปงามผู้ดูเหมือนอายุราวสามสิบห้าปีกำลังพลิกดูตำราเวทมนตร์ตรงหน้า เขาแต่งกายด้วยชุดคลุมของพ่อมดที่ประณีต แต่กลับมีรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรง
“วิลเกฟอทซ์ วิทเชอร์ที่ซินทราตายแล้ว”
วิลเกฟอทซ์ แห่ง ร็อกเกวีน ได้รับข่าว