- หน้าแรก
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ
- เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 18 วายุทมิฬ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 18 วายุทมิฬ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 18 วายุทมิฬ
เดอะวิทเชอร์ : บัลลังก์สิงโตทองคำ ตอนที่ 18 วายุทมิฬ
[ชื่อ : แลนน์ แลนนิสเตอร์]
[เพศ : ชาย]
[เผ่าพันธุ์ : มนุษย์]
[ระดับ : 14]
[พรสวรรค์ : สายเลือดโบราณ (ยังไม่ตื่น)]
[ค่าประสบการณ์ : 0/1500]
[พลังชีวิต : 240/240]
[มานา : ยังไม่เปิดใช้งาน]
[ช่องเก็บของ : เกราะอัศวิน (ส่วนบน) เกราะอัศวิน (ส่วนล่าง) สนับแข้งอัศวิน ถุงมือเกราะอัศวิน ดาบอัศวิน]
[รายการทักษะ : ความทรงจำของกล้ามเนื้อ (5/5) การฝึกความแข็งแกร่ง (5/5) บาทาพริ้วไหว (4/5)]
[ช่องผู้ติดตาม : ไม่มี (ไม่พร้อมใช้งาน)]
[ภารกิจ : การป้องกันนคร – องครักษ์เหล็ก : ส่วนที่ 2]
. . .
ณ คฤหาสน์แลนนิสเตอร์
หลังจากเอาชนะวิทเชอร์ได้ ในป่าก็ไม่มีอันตรายใด ๆ โดยพื้นฐานอีกแล้ว หลังจากพักผ่อนจนถึงรุ่งสาง แลนน์ก็รีบเดินทางกลับสู่นครหลวง
ชุดเกราะของแลนน์ที่เต็มไปด้วยรูพรุนทั่วร่างและใบหน้าที่เปรอะเปื้อนโลหิตของเขา ทำให้ผู้คนมากมายตื่นตระหนกอย่างแท้จริง และเขาก็ถูกส่งตัวกลับบ้านทันทีเพื่อรับการตรวจจากแพทย์
ในขณะนี้เขากำลังมองดูหน้าต่างระบบที่เพิ่งอัปเกรดใหม่อย่างเบื่อหน่าย เป็นไปตามคาดหน้าต่างทักษะส่วนใหญ่ยังคงปิดอยู่ สำหรับคะแนนทักษะที่เพิ่มขึ้นมา แลนน์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตัดสินใจเพิ่มมันให้กับ [บาทาพริ้วไหว (4/5)]
ทักษะนี้ได้ถูกใช้งานหลายต่อหลายครั้งในการต่อสู้ครานี้ และมันก็ได้พิสูจน์คุณค่าของมันแล้ว
[บาทาพลิ้วไหว : ความเสียหายจากการโจมตีที่ได้รับขณะหลบหลีก ลดลง 100% การได้รับแต้มอะดรีนาลีน: +5% (5/5)]
[บาทาพริ้วไหว] ระดับสูงสุด ได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบ ‘บั๊ก’ อย่างเป็นทางการแล้ว ตราบใดที่เขาทำการหลบหลีก เขาก็จะไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทุกรูปแบบ เขาเชื่อว่าในครั้งต่อไปที่เขาเผชิญหน้ากับศัตรู พวกมันจะต้องได้รับความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน
ขณะที่แลนน์กำลังปรับแต่งหน้าต่างระบบ ในอีกด้านหนึ่งแพทย์ก็ทำการตรวจร่างกายเสร็จสิ้นพอดี
แพทย์กล่าวด้วยความประหลาดใจ “ไม่มีปัญหาใหญ่อันใด ร่างกายของท่านลอร์ดแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อาการบาดเจ็บที่ท่านได้รับในครั้งนี้ล้วนเป็นเพียงบาดแผลภายนอก อาจกล่าวได้ว่าท่านไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ข้าประหลาดใจกับความต้านทานและความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่ที่ร่างกายของท่านเอิร์ลแสดงออกมา”
“แต่ข้ายังคงแนะนำให้ท่านพักผ่อนต่ออีกสักสองสามวัน อย่างไรเสียสถานการณ์ดังที่ได้อธิบายมานั้นอันตรายอย่างยิ่ง หากท่านรู้สึกไม่สบายตัวในด้านอื่นใด โปรดมาหาข้าโดยเร็วที่สุด”
แพทย์ที่ถูกเชิญมากำลังอธิบายเรื่องการพักผ่อนและการพักฟื้นบางประการแก่พ่อบ้านเอนส์ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แต่เอนส์ก็ยังคงจดบันทึกมันลงไปอย่างอดทน
หลังจากกล่าวถ้อยคำอันสุนทรอยู่ครู่หนึ่ง พ่อบ้านชราก็พาแพทย์ออกไปเพื่อชำระค่ารักษา ขณะที่ฮาร์ดี้ยังคงอยู่ด้านหลังเพื่อเก็บกวาดความยุ่งเหยิง
“นายท่าน” หลังจากเก็บกวาดเสร็จสิ้น ฮาร์ดี้ก็กล่าวกับแลนน์อย่างครุ่นคิด “ครั้งนี้ท่านทำให้พวกเราตกใจแทบสิ้นสติไปเลย”
ชุดเกราะอัศวินที่คลุมทั่วทั้งร่างถูกฟันจนเป็นรอยแยกทั้งเล็กและใหญ่หลายสิบแห่ง ราวกับว่าเขาได้ม้วนตัวเข้าไปในค่ายองครักษ์ของศัตรูกลางสนามรบถึงสองรอบ
“คู่ต่อสู้แข็งแกร่งมากจริง ๆ” แลนน์พยักหน้า “แต่เขาก็ยังด้อยกว่าข้า”
แลนน์โบกมือเพื่อห้ามสิ่งที่ฮาร์ดี้กำลังจะพูดต่อไป คนรับใช้นั้นไม่มีคุณสมบัติที่จะกล่าวสิ่งอื่นใด ผู้ที่มีคุณสมบัติพอจะตักเตือนนายท่านได้คือพ่อบ้านชรา
หลังจากส่งแพทย์กลับไป เอนส์ก็หันกลับมาและกล่าวว่า “นายท่าน เมื่อวานนี้มีคนส่งของขวัญมาที่คฤหาสน์ของเรา ท่านอาจจะอยากดูมัน”
แลนน์เริ่มสนใจ “ของขวัญอะไร?”
“ม้าขอรับ นายท่าน มันคือม้า”
ในคอกม้า ม้าตัวหนึ่งที่มีขนสีดำมันวาวถูกล่ามไว้ ร่างกายของม้านั้นอ่อนนุ่มราวกับกำมะหยี่ ใบหูของมันเล็กและตั้งตรง แผงคอของมันยาวและหยิกศก ศีรษะและลำคอของมันเพรียวบาง และขาของมันก็แข็งแรงบึกบึน เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก ก็สามารถกล่าวสรรเสริญได้ว่ามันเป็นม้าคุณภาพดี
ดูเหมือนว่าเพราะมันเพิ่งมาถึงสภาพแวดล้อมใหม่ มันจึงดูกระสับกระส่ายเล็กน้อย เหล่าม้าที่เคยใช้ลากเกวียนในคอกต่างพากันไปอัดแน่นอยู่มุมหนึ่งและไม่กล้าเข้าใกล้
แลนน์มีสีหน้าที่แปลกประหลาด ไม่ใช่ว่าม้าตัวนั้นไม่ดี แต่เป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับมันมากเกินไปต่างหาก
“นี่มัน ‘วายุทมิฬ’ ไม่ใช่รึ? ข้าจำได้ว่ามันเป็นของขวัญวันเกิดของซิริ?”
“ขอรับ” เอนส์ก้มหน้าลงและกล่าว “นี่คือสิ่งที่ราชินีมอบให้แก่เจ้าหญิง แต่เนื่องจากเจ้าหญิงยังเยาว์วัยและวายุทมิฬก็กำลังอยู่ในช่วงคึกคะนองที่สุด มันจึงยังไม่เคยถูกฝึกให้เชื่อง”
ซิริลลา ฟิโอนา เอเลน ริแอนนอน หรือชื่อเล่น ซิริ คือเจ้าหญิงผู้ ‘นอกคอก’ ตามขนบธรรมเนียม คำว่า ‘นอกคอก’ ในที่นี้หมายความว่านางมีธรรมชาติที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา และไม่ชื่นชอบความรู้เกี่ยวกับมารยาทในราชสำนัก แต่กลับโปรดปรานการกีฬา นางชอบการฟันดาบ การขี่ม้า และการอัดคน
ดังนั้นหลังจากที่ซิริเริ่มรู้ความและได้ฟังเรื่องเล่ามาบ้าง นางก็ปรารถนาที่จะมีม้าเป็นของตนเอง นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด สุภาพสตรีสูงศักดิ์ทุกคนต่างก็มีม้าเป็นของตนเอง ปัญหาคือผู้ที่มอบม้าให้นั้นคือราชินีคาเลนเธ
ม้าตัวแรกที่คนปกติจะมอบให้เด็กสาว ย่อมต้องเป็นม้าโพนี่อย่างแน่นอน แต่คาเลนเธคือผู้ใดเล่า? นั่นคือ ‘นางสิงโต’ ผู้ซึ่งออกไปสังหารผู้คนในสนามรบด้วยตนเองตั้งแต่ยังเป็นเพียงวัยรุ่น และกลับมาอย่างผู้มีชัย!
ในแง่หนึ่งราชินีผู้งดงามนางนี้ช่าง ‘สมชาย’ ยิ่งกว่าบุรุษเสียอีก โชคไม่ดีที่เห็นได้ชัดว่านางมีความเข้าใจผิดบางอย่างเกี่ยวกับหลานสาวของตนเอง
เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนั้น ราชินีคาเลนเธจึงได้เลือกม้าศึกคุณภาพสูง ‘วายุทมิฬ’ ให้กับหลานสาวที่อายุยังไม่ถึงสิบขวบของนาง มันกำลังอยู่ในช่วงคึกคะนองที่สุด และได้ชื่อนี้มาเพราะมันวิ่งได้รวดเร็วดั่งวายุทมิฬที่ยากจะไล่ตามได้ทัน
โชคยังดีที่ในวังยังคงมีคนที่มีสติปัญญาอยู่บ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหญิงผู้น่าสงสารต้องตกม้าตายก่อนวัยอันควรตั้งแต่อายุยังน้อย ซิริจึงไม่ได้ขี่ม้าด้วยตนเองมาเป็นเวลานาน แทนที่จะเป็นเช่นนั้น นางกลับเลี้ยงดู ‘วายุทมิฬ’ ราวกับสัตว์เลี้ยง ขอให้สร้างความสัมพันธ์กันไปก่อน และรอจนกว่าซิริจะโตขึ้นอีกเล็กน้อย ค่อยพยายามเริ่มต้นการเดินทาง
หรือไม่ก็ให้มันกลายเป็นพ่อพันธุ์ม้าไปเสียเลย เมื่อซิริโตขึ้นนางก็ค่อยขี่ลูกสาวหรือลูกชายของวายุทมิฬแทน แต่บัดนี้ม้าตัวนั้นกลับมาปรากฏตัวอยู่ในคอกม้าของแลนน์
“เจ้าหญิงรับสั่งให้คนนำข้อความมาแจ้งขอรับ ความหมายโดยรวมคือ เจ้าหญิงกำลังจะแต่งงานในเร็ว ๆ นี้ และนางคงจะไม่มีโอกาสได้ขี่ม้ามากนักในอนาคต ดังนั้นนางจึงมอบ ‘วายุทมิฬ’ ให้กับอัศวินที่เก่งกาจที่สุดในซินทรา เพื่อที่มันจะได้ไม่ถูกทอดทิ้งไว้ ถูกขังไว้ในลานน่ะขอรับ”
เอนส์ก้มหน้าลงขณะที่เขากล่าวทวนประโยคนี้ ชายชราอาจจะกำลังกลั้นยิ้มอยู่
“เด็กคนนี้คงกำลังโกรธที่ข้าไม่ได้ไปเล่นกับนางเลยตั้งแต่ที่ข้าชนะการประลองดาบ” แลนน์ส่ายศีรษะ “ดูแลวายุทมิฬไปก่อน และอีกสักพักข้าจะไปหานางเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้”
แต่จะไปหาซิริได้อย่างไร? ตอนนี้นางกำลังถูกคนในวังซ่อนตัวไว้ในฐานะเจ้าหญิงที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์
ขณะที่แลนน์กำลังครุ่นคิด เอนส์ก็พลันเปลี่ยนเรื่องและกล่าวว่า “นายท่าน บางทีอีกสักพัก ข้าคงต้องเรียกท่านว่า ‘ท่านลอร์ด’ แล้ว”
แลนน์ชะงักไป “อันที่จริง มันก็ไม่จำเป็น แต่หากมันจำเป็นสำหรับมารยาทและท่านยืนกราน ข้าก็พอจะปรับตัวได้”
เอนส์ส่ายศีรษะ ดวงตาชราของเขาเผยให้เห็นความทรงจำในอดีต “ข้าหมายความว่า ท่านกำลังเข้าใกล้วัยเดียวกับบิดาของท่านแล้ว แต่ท่านยังคงแตกต่างจากนายท่านคนเก่า”
“ท่านไม่ใช่เพียงอัศวินอีกต่อไป แต่ท่านเป็นถึงเอิร์ล และเป็นนายทหาร ความกล้าหาญของท่านได้รับการยืนยันมานานแล้วจากพระเจ้าและราชินี และท่านไม่จำเป็นต้องพิสูจน์สิ่งใดอีก สิ่งที่ท่านต้องรู้ไว้ก็คือ มีบางสิ่งที่ท่านไม่จำเป็นต้องลงมือทำด้วยตนเอง”
นี่คือคำแนะนำ และน้ำเสียงนั้นก็นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้แลนน์เข้าใจ ชายชรายังคงหวาดกลัวกับท่าทีที่เขาใช้เผชิญหน้ากับวิทเชอร์