- หน้าแรก
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 34 โลกคู่ขนาน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 34 โลกคู่ขนาน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 34 โลกคู่ขนาน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 34 โลกคู่ขนาน
“โลกคู่ขนาน แต่กลับบิดเบี้ยวอย่างมาก ไม่เพียงแต่สิ่งเหนือธรรมชาติเท่านั้นที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ แต่ยังมีเหล่านักฆ่าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอีกด้วย” แอนตันหันกลับไปมองร้านเสื้อผ้า พลางส่ายหัวพยายามปัดความคิดที่เต็มไปด้วยคำถามทิ้งไป และก้าวเข้าลิฟต์เพื่อลงไปเอารถของเขา
ในฐานะองค์กรระดับโลก สมาคมแห่งแสงนั้นอยู่เหนือกว่าองค์กรอื่นใด แต่ก็มีองค์กรหนึ่งที่อยู่ในระดับทัดเทียมกัน นั่นคือ ‘สภาสูง’ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าแทบจะควบคุมโลกทั้งใบ อย่างไรก็ตามแม้แต่พวกเขาก็ยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่สมาคมแห่งแสงกำหนดไว้ เมื่อสมาชิกของพวกเขาปฏิบัติหน้าที่
เมื่อนึกขึ้นมาได้อย่างเลือนรางว่า ‘จอห์น’ คือใคร แอนตันก็นิ่งเงียบไป และสงสัยขึ้นมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เขาตื่นขึ้นมาที่นี่ว่าเขามาอยู่ที่ไหนกันแน่ มันคือโลกคู่ขนาน มีประเทศเหมือนกันทุกประการ แม้ว่าชื่อจะแตกต่างกัน แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ดังนั้นมันจึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ต้องใส่ใจนัก
การได้รู้ว่าคนทื่เคยเป็นเพียงตัวละครในนิยายกลับมีอยู่จริง ทำให้แอนตันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างแท้จริง และอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
“ฉันแค่หวังว่าต่อไปจะไม่มีหุ่นยนต์ออกมาสู้กันกลางเมืองก็แล้วกัน” แอนตันพึมพำขณะสตาร์ทรถ
มาเฟียของวิกโก นักธุรกิจผู้บริหารจัดการอาชญากรรมอย่างแยบยล บัดนี้ได้เปิดฉากโจมตีชายเพียงคนเดียวที่หลายคนมองว่าไร้เทียมทาน แม้ว่าจะเป็นมาเฟียต่างชาติ แต่อำนาจของเขาในประเทศนี้ก็ยิ่งใหญ่เสียจน วิกโก ในโลกใต้ดินนั้นเป็นที่เคารพนับถือของลูกน้องและอาชญากรทุกคน
มีบันทึกเกี่ยวกับธุรกิจของเขา ทั้งการลอบสังหาร การปล้น การลักลอบขนของเถื่อน การค้ายาเสพติด การเก็บค่าคุ้มครอง และการค้ามนุษย์ ท่ามกลางสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเขาทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงิน พวกเขาฉาวโฉ่และโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง คนส่วนใหญ่ไม่กล้ายุ่งกับพวกเขาเพราะกลัวผลที่จะตามมา
ถึงอย่างนั้นถ้าวิกโกกำลังไล่ล่า ‘โจนาธานหรือจอห์น วิค’ นั่นก็หมายความว่าวิกโกกำลังจะตาย ใครก็ตามที่ไปยุ่งกับชายคนนั้นจะต้องจบชีวิตลง
ในโลกนี้ ‘เขา’ มีความรังเกียจอาชญากรรมอย่างเห็นได้ชัด เขาเกลียดชังผู้ที่ก่อความชั่วร้าย และเขาเต็มใจที่จะฝังกลบพวกเขาอย่างแน่นอนที่สุด แต่ยังมีเรื่องใหญ่กว่าที่เขาต้องกังวล เขาจึงลังเลว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาเหล่านี้ดีหรือไม่
เขารู้เรื่องราวของจอห์นอย่างทะลุปรุโปร่งในทันทีที่เขารับรู้ถึงการมีอยู่ของอีกฝ่าย มันราวกับว่ามีกลไกบางอย่างถูกเปิดขึ้นในใจของเขา และนี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
เขารู้ว่าจอห์นจะก่อการนองเลือดเพียงเพราะหมาของเขาตายและรถของเขาถูกขโมย ในตอนแรกทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของจอห์นก็จะยิ่งนองเลือดมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้มันช่างเป็นเรื่องบังเอิญโดยแท้ที่เขาได้ยินเรื่องราวของจอห์น เพราะเขาไม่ได้เชื่อมต่อกับโลกใต้ดินของมนุษย์ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับโลกเหนือธรรมชาติที่อยู่ในรายชื่อสิ่งที่เขาต้องให้ความสำคัญ
แอนตันไม่อยากเสียเวลากับการต่อสู้กับมนุษย์ ดังนั้นแม้ว่าเขาจะเอาใจช่วยจอห์น เขาก็อยากจะอยู่วงนอกมากกว่า หลังจากจัดระเบียบความคิดบางอย่างได้แล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังโบสถ์
“ใครจะไปรู้ บางทีสักวันฉันอาจจะยื่นมือเข้าไปช่วยนายก็ได้”
เมื่อมาถึงโบสถ์ แอนตันก็กลับสู่บุคลิกบาทหลวงผู้แสนดีของเขา ความดุดันทั้งหมดในแววตาของเขาหายไปโดยสิ้นเชิง และบัดนี้เขาดูเหมือนเป็นคนจิตใจดี
เขาก้าวเดินไปบนแท่นบูชา สวมชุดสีดำ และถือพระคัมภีร์ไบเบิล เขาครุ่นคิดถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขามาที่นี่
“สังหาร . . . ขับไล่ . . . และชำระล้าง . . .” แอนตันพึมพำ เขารู้ว่านี่คือสามสิ่งที่เขาได้ทำมาจนถึงตอนนี้ การขับไล่ผีและการฆ่าเป็นเพียงบางสิ่งที่โดดเด่นที่สุดที่เขาได้ทำลงไป เขาสงสัยอยู่ทุกวันว่ามันจะเป็นอย่างไรเมื่อเรื่องทั้งหมดนี้จบลง ตอนนี้ความตึงเครียดกำลังกัดกินเขา เขาจึงเริ่มสูบบุหรี่ไร้นิโคตินเพื่อสงบสติอารมณ์ มันก็ได้ผล แต่มันน่าเบื่อ เขาจึงทำมันเพียงเป็นครั้งคราวเท่านั้นไม่บ่อยนัก
หลังจากระบายความคับข้องใจทั้งหมดออกไป เขาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่และกลับไปยังห้องสารภาพบาปห้องหนึ่ง เขาต้องเขียนรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ หน้าที่ของเขาคือการแจ้งสมาคมแห่งแสงเกี่ยวกับทุกอย่างที่เขาทำ และตอนนี้เมื่อไม่มีงานอื่นแล้วก็ถึงเวลาเขียนรายงาน
ก่อนอื่นเลยงานชิ้นที่หนึ่ง คดีเพอร์รอน เป็นงานที่ละเอียดที่สุดที่เขาต้องเขียน เพราะมันสำคัญที่สุด นี่เป็นเพราะพิธีกรรมการขับไล่ผีเป็นเรื่องที่จริงจังมากและเกี่ยวข้องกับพลังลึกลับที่ยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างถ่องแท้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแน่ใจว่าผู้ทำพิธีขับไล่ผีมีความสามารถทางจิตใจ ศีลธรรม และจิตวิญญาณเพียงพอ รวมทั้งมีความเข้าใจเพียงพอในสิ่งที่กำลังทำอยู่ แน่นอนว่าในกรณีฉุกเฉิน บาทหลวงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะทำพิธีขับไล่ผีหรือไม่ตามสถานการณ์
“การขับไล่ผี . . .” ในเวลาอันสั้น แอนตันก็เขียนข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับวิญญาณชั่วร้ายที่เขาขับไล่ไป เขาคุ้นเคยกับขั้นตอนเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ข้อแตกต่างเดียวระหว่างเขากับบาทหลวงทั่วไปก็คือ เขาเป็นคนตัดสินใจว่าจะ ‘ขับไล่’ หรือ ‘ฆ่า’ ผู้ถูกสิงสู่ ทุกคนมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครพิจารณาว่ามันง่ายหรืออันตรายเกินไปที่จะทำหรือไม่
ในฐานะชาโดว์เบน และคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เป็นเอ็กซอร์ซิสต์ สิ่งที่เขาทำสำเร็จมาจนถึงตอนนี้มันเกินจินตนาการสำหรับคนอื่น แต่เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับครอบครัวของเขา
ในประเด็นนี้แอนตันเองก็ประหลาดใจในตอนแรกเช่นกัน โลกในตอนนี้อยู่ในยุคสมัยใหม่ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกถึงความทันสมัยนั้นมากนัก
แต่สมาคมแห่งแสงบางครั้งก็ช่าง ‘โบราณ’ เสียเหลือเกิน เพราะพวกเขาจำเป็นต้องส่งข้อความที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องเหนือธรรมชาติผ่านทาง ‘นกพิราบสื่อสาร’
“ไปเถอะ เพื่อนยาก เอานี่ไปส่งที่สมาคมแห่งแสง” แอนตันมองนกพิราบสื่อสารที่ชาญฉลาดตัวนี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยน นกพิราบสื่อสารตัวนี้อยู่กับเขามาสองสามปีแล้วและเป็นเหมือนสหายของเขา
เมื่อเขามองนกพิราบจากไป แอนตันกำลังจะกลับบ้าน แต่ทันใดนั้นเขาก็เห็นชายชราคนหนึ่งที่ทางเข้าโบสถ์กำลังจ้องมองมาที่เขา
“พ่อครับ พ่อมาทำอะไรที่นี่?”