เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 24 ถนนสายมืดมิด

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 24 ถนนสายมืดมิด

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 24 ถนนสายมืดมิด


ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 24 ถนนสายมืดมิด

หลังจากเสร็จสิ้นการสืบสวนในบริเวณใกล้เคียง สิ่งที่แอนตันต้องการมองหาคือบางสิ่งที่โดดเด่น เช่น ออร่าชั่วร้าย หรือบางสิ่งที่เอ็กซอร์ซิสต์เท่านั้นที่จะสังเกตเห็นได้ แต่เขากลับไม่พบอะไรเลย

เขาได้รับแต้มมามากมายจากการขับไล่ผีสองครั้งติดต่อกัน นอกจากการสะสมแต้มที่ได้รับมาแล้ว ค่าสถานะต่าง ๆ ของเขาก็อยู่ในสภาพที่ดีมากในตอนนี้

[แอนตัน ชาโดว์เบน]

[อาชีพ : เอ็กซอร์ซิสต์]

[พลังศรัทธา : 15,502]

[ความแข็งแกร่งโดยรวม : 42]

[พลังวิญญาณ : 200]

[พรสวรรค์ : สมดุลแห่งจิตวิญญาณ]

[ทักษะ : หัตถ์แห่งพระเจ้า . . .]

เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนธรรมดา ตอนนี้แอนตันแข็งแกร่งกว่าผู้ใหญ่ที่ร่างกายกำยำอย่างน้อยสี่เท่า เขาแข็งแกร่งกว่าถึงสิบเท่าในการต้านทานการโจมตีทางจิตวิญญาณ และมีพลังศรัทธาเหลือเฟือที่จะกำจัดวิญญาณที่ทรงพลังอย่างแท้จริงได้

เช่นเดียวกับที่ผ่านมา แอนตันยังคงลดความสูญเสียในงานแต่ละครั้งให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้มีพลังศรัทธาเพียงพอในกรณีที่เขาต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณชั่วร้ายที่ทรงพลังจริง ๆ ซึ่งต้องใช้แต้มศรัทธาอย่างน้อยหนึ่งหมื่นแต้มในการกำจัด แม้ว่าเขาจะไม่คิดว่าตัวเองอยู่ยงคงกระพัน แต่เขาก็รู้สึกมั่นใจในความสามารถของตน เนื่องจากเขามีความเป็นไปได้มากมายในการเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย

เมื่อรู้ว่าตนเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อยเขาก็วางใจได้ว่าร่างกายของเขาจะพัฒนาขึ้นโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

“เราน่าจะพกแว่นตามองกลางคืนมาด้วยนะครับ ถ้าเราวางแผนจะออกมาตะลอนบนถนนพวกนี้ตอนกลางคืน” ราฟาเอลกล่าว พลางมองไปยังพื้นที่เปลี่ยวร้างเบื้องหน้า

แอนตันไม่ได้พูดอะไร เขาต้องการเห็นถนนเหล่านี้ในยามค่ำคืนและค้นหาให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานที่แห่งนี้ การโจมตีมักเกิดขึ้นตอนกลางคืน ดังนั้นเช่นเดียวกับนักสืบทั่วไป เขา ‘อยาก’ ให้ถูกโจมตีตอนกลางคืน และนั่นคือเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่

“เรามีไฟฉายและความมั่นใจของตัวเอง เรายังต้องการอะไรอีกเหรอ?” แอนตันยิ้มจาง ๆ แต่เมื่อรู้ว่าพวกเขาขับรถมากว่าสามชั่วโมงแล้ว เขาจึงคิดว่าถึงเวลากลับ

อย่างที่เขาคิดไว้ก่อนหน้านี้ ไม่มีอะไรเหนือธรรมชาติในคดีนี้ ดังนั้นเขาจะจัดประเภทคดีนี้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมตำรวจโดยตรงและลืมมันไปซะ

แต่ในขณะนั้นเองแสงไฟดวงหนึ่งก็เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วบนถนนภายใต้ความมืดมิดสนิท และราฟาเอลก็ชะลอความเร็วจนกระทั่งจอดรถที่ริมขอบเขา

“เฮ้!”

“เฮ้!”

ราฟาเอลหยุดรถเพราะเขาได้ยินเสียงตะโกนเรียกดังต่อเนื่องซึ่งฟังดูร้อนรนอย่างมาก

“เกิดอะไรขึ้นครับ?” ราฟาเอลมองกระจกมองหลังเพื่อดูว่ามันคืออะไร

ผ่านทางมุมด้านหลังของรถ ราฟาเอลเห็นคนสองคน: ผู้ชายคนหนึ่งดูเหมือนจะบาดเจ็บที่ขา และผู้หญิงอีกคนที่กำลังช่วยพยุงเขากึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามริมถนน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก พูดได้เลยว่าหวาดกลัวสุดขีด

“เฮ้!”

แอนตันมองราฟาเอลแล้วพูดขณะหยิบปืนไรเฟิลออกมาบรรจุกระสุน “ดูเหมือนเราจะโชคดีแฮะ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วก็ตรวจสอบรอบ ๆ ด้วย”

“ครับ คุณพ่อก็ต้องระวังตัวด้วย” ราฟาเอลกล่าวขณะบรรจุกระสุนปืนลูกซองในมือ

ในระยะไกล เมื่อพวกเขาเห็นรถบรรทุกคันใหญ่จอด ทั้งคู่ก็ดูประหลาดใจและรีบวิ่งอย่างร้อนรนไปตามริมถนนมุ่งหน้ามายังรถบรรทุก

เมื่อร่างของทั้งคู่ปรากฏในสายตาของแอนตัน เขาก็เห็นว่าทั้งสองดูเหมือนจะบาดเจ็บ เขาจึงปลดเซฟตี้ปืนไรเฟิลทันที

“ทั้งคู่บาดเจ็บและดูเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่าง ตรวจสอบรอบ ๆ ดูให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตี” แอนตันกล่าวก่อนจะตัดสินใจลงจากรถบรรทุก

ทันทีที่เขาก้าวลงไป ร่างของเขาซึ่งสวมหมวกและเสื้อเทรนช์โค้ทสีดำก็ปรากฏขึ้นกลางถนน ร่างของเขาปรากฏสู่สายตาของคนทั้งสอง

“เฮ้ คุณครับ!” ในฐานะผู้ชาย คริส พอดูออกว่าการแต่งกายของแอนตันบ่งบอกว่าเขาอยู่ในชนชั้นสูง ดังนั้นด้วยทักษะที่ค่อนข้างคล่องแคล่วในหมู่นักธุรกิจ เขาจึงอยากจะเป็นฝ่ายเปิดฉากพูด

แต่ในขณะนั้นคริสและผู้หญิงที่ชื่อ เจสซี่ ก็ต้องหวาดผวาสุดขีด เมื่อเห็นชายคนนั้นในระยะไกลถือปืนไรเฟิลยาวที่กลืนไปกับความมืดรอบตัว

ในตอนนั้นเองชายอีกคนก็ก้าวลงมาจากที่นั่งคนขับและตะโกนว่า “พวกคุณทั้งคู่ หยุดอยู่ตรงนั้น อย่าขยับ!”

เมื่อเห็นทั้งสองคนระแวดระวังตัว เจสซี่ซึ่งได้ยินดังนั้น และคริสซึ่งบาดเจ็บอยู่ ทำได้เพียงหยุดนิ่งเพราะกลัวว่าจะถูกยิง

“เฮ้ พวกเราไม่ใช่คนไม่ดีนะคะ มีกลุ่มคนบ้ากำลังไล่ตามฆ่าพวกเรา” เจสซี่พยายามตะโกนอธิบาย พลางมองชายทั้งสองที่ยังมีสติดี น้ำเสียงของเธอร้อนรนและเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังร้องไห้

“พวกมันยังตามเรามาอยู่! ได้โปรดช่วยเราด้วย!” เจสซี่ยังคงตะโกน แต่ยิ่งตะโกน น้ำเสียงของเธอก็ยิ่งร้อนรนมากขึ้น เธอเกรงว่าพวกคนที่รูปร่างบิดเบี้ยวเหล่านั้นจะได้ยินเธอ เวลาของเธอกำลังจะหมดลงแล้ว

“ได้โปรดช่วยเราด้วยนะคะ ขอร้องล่ะ!” นอกจากเจสซี่แล้ว คริสซึ่งบาดเจ็บที่เท้าข้างหนึ่ง ก็ดูเหมือนจะไม่ยอมทิ้งความคิดที่ว่าพวกเขาอาจจะรอดชีวิต

“เรามีเงิน ครอบครัวเรามีเงิน ตราบใดที่คุณช่วยเราได้ เราจะให้เงินคุณเยอะ ๆ ได้ยินไหม? เราจะให้เงินคุณเยอะมาก”

“สำรวจในป่า ตรวจสอบให้แน่ใจว่านี่ไม่ใช่การซุ่มโจมตี และยิงทุกอย่างที่เคลื่อนไหวโดยไม่ต้องคิดซ้ำสอง” แอนตันกล่าวขณะมองไปที่เจสซี่และคริสซึ่งกำลังตัวสั่นเล็กน้อย

ราฟาเอลมองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้โกหกนะครับ”

“ใช่ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันกังวล . . .” แอนตันพึมพำขณะมองไปไกล ๆ และกวาดสายตาไปรอบ ๆ เป็นระยะ “เอาล่ะ เข้ามาใกล้ ๆ ได้!”

หลังจากยืนยันได้ว่าคนทั้งสองไม่ได้โกหกและเป็นมนุษย์ธรรมดา แอนตันก็ลดปืนไรเฟิลลงและโบกมือให้ทั้งสองคนเข้ามาใกล้ ๆ

เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเจสซี่และคริสซึ่งตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก็รีบวิ่งไปยังรถบรรทุกที่แอนตันยืนอยู่

แอนตันมองไปรอบ ๆ พยายามจินตนาการว่าเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

บนเส้นทางสายนี้ มีป่าทึบขนาดใหญ่และภูเขามากมาย ดังนั้นในค่ำคืนที่มืดมิด ภูมิประเทศทั้งหมดนี้จึงน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นไปอีก นอกเหนือจากแสงไฟหน้ารถดวงใหญ่ของรถบรรทุกแล้ว ทุกสิ่งรอบตัวพวกเขาก็มืดมิด ไม่เพียงแต่มองไม่เห็นร่างมนุษย์เท่านั้น แต่การระบุที่มาของเสียงก็ยังซับซ้อนอย่างมาก

“ถ้ามีกลุ่มฆาตกรอยู่ในที่แห่งนี้จริง ฉันก็นึกไม่ออกเลยว่าคนสองคนนี้หนีรอดมาได้ยังไงทั้งที่ถูกไล่ล่าหรือว่าฆาตกรพวกนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังสืบสวนอยู่?” ขณะที่กำลังคิดเรื่องนี้ แอนตันซึ่งยังคงระแวดระวังตัวก็เดินเข้าไปหาคนทั้งสองที่กำลังหลบหนี

“ขอโทษทีที่ไม่ได้ขยับรถเข้าไปใกล้กว่านี้ ซึ่งตามจริงผมก็ไม่เคยคิดจะขับมันเข้าไปใกล้ ๆ เลย” บางครั้งแอนตันก็พูดจาตรงไปตรงมามาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะทำให้คนอื่นโมโห

“เอ่อ นั่นไม่สำคัญหรอกครับ พวกเราขอบคุณมากแล้วที่คุณจอดรถ” คริสกล่าว พลางฝืนยิ้ม

แม้ว่าคริสจะไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของแอนตัน แต่เขาก็ประหลาดใจเมื่อเห็นว่าจริง ๆ แล้วอีกฝ่ายเป็นบาทหลวง

“จะขึ้นรถกันเลยไหม?” แอนตันถาม พลางเปิดประตูหลังของรถบรรทุก

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” เจสซี่รีบขอบคุณแอนตันทัทีสำหรับความเอื้อเฟื้อของเขา เธอไม่ทันสังเกตว่าเขาเป็นบาทหลวง แต่เธอก็ยังคงรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้ง

จบบทที่ ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 24 ถนนสายมืดมิด

คัดลอกลิงก์แล้ว