- หน้าแรก
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย
- ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 10 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 10 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 10 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 10 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ขณะที่แอนตันกำลังมุ่งหน้าไปยังบริเวณที่เขามักจะนั่งรอเหล่าคนตื่นเช้าที่อยากมาพูดคุย ตรงสุดทางเดินด้านขวาที่ดูแปลกตานั้น มีห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่งลักษณะคล้ายห้องโถง ซึ่งค่อนข้างโล่งกว้างเพราะไม่มีข้าวของวางเกะกะมากนัก มีรูปปั้นนักบุญประดับอยู่บนผนัง เก้าอี้ที่ดูเก่าแก่โบราณ และพื้นที่ซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัวสำหรับให้ผู้คนได้สวดภาวนาเงียบ ๆ
แอนตันเดินไปยังห้องที่มืดสลัวกว่านั้นและหยุดอยู่หน้ารูปปั้น หลังจากยืนพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็วางกระเป๋าเป้ลง แล้วเปลี่ยนไปสวมรองเท้าที่ใส่สบายกว่า
เมื่อเทียบกับคนทั่วไป เครื่องแต่งกายของบาทหลวงนั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มันจะแตกต่างกันไปตามนิกายและโอกาส แต่โดยทั่วไปจะประกอบด้วย เสื้อคาสซ็อค, ผ้าสโตล และเสื้อคลุมแชสซูเบิล ระหว่างประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สีของเครื่องแต่งกายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเทศกาลทางศาสนา
แต่แอนตันในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ เขาสวมชุดสูทสีดำไว้ข้างใต้เสื้อคาสซ็อกสีดำสนิทซึ่งคลุมร่างกายส่วนใหญ่ของเขาไว้ รองเท้าบูตสีดำที่เขาสวมนั้นเป็นแบบพิเศษ เนื่องจากมันถูกผลิตขึ้นให้คล้ายคลึงกับรองเท้าคอมแบทของทหาร อีกทั้งในบางจุดของเครื่องแต่งกายยังมีการเสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษเพื่อต้านทานการโจมตีที่พิสดารโดยเฉพาะ
เครื่องแบบของบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อการต่อสู้ที่ไม่คาดฝัน พวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์หมาป่าได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับมัน เห็นได้ชัดว่าเครื่องแต่งกายธรรมดาคงใช้การไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่มีการลงทุนอย่างมากในเรื่องยุทโธปกรณ์ของพวกเขา
“เอาแบบเรียบง่ายกว่านี้หน่อย” แอนตันยังคงสวมชุดสูทไว้ แต่ถอดเสื้อคาสซ็อกสีดำตัวนอกที่ค่อนข้างพอดีตัวออก เขาหยิบพระคัมภีร์ไบเบิลสีทองขึ้นมา และหลังจากส่องกระจกดูตัวเอง เขาก็พยักหน้าให้กับรูปลักษณ์ที่ดูดีของตน
ในชั่วพริบตาความดุดันบนใบหน้าของเขาก็สงบลง กลายเป็นบาทหลวงหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาปรานีและมีความรักในเพื่อนมนุษย์ ฉายแววตามีชีวิตชีวา
เมื่อพร้อมแล้วแอนตันก็ละสายตาจากกระจก เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เขาอาจจะได้พบปะผู้คน แต่ในขณะที่เขากำลังเดินนั้นเอง แอนตันก็สัมผัสได้ถึงร่างของใครบางคนที่อยู่ด้านหลัง ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ตรงนั้น “มาอยู่ตรงนั้นได้ยังไง?”
ในชั่วขณะนั้นความรู้สึกเย็นเยียบก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของแอนตัน เขารีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ดึงท่อโลหะทรงกระบอกออกมา และรอคอยอย่างเงียบเชียบก่อนที่จะอัญเชิญดาบแห่งแสงสว่าง
“เป็นไปไม่ได้ที่ตัวตนแห่งความมืดจะเข้ามาในโบสถ์ได้” แอนตันพึมพำขณะหันกลับไป แต่ทว่าในระยะไกลออกไปด้านหลัง กลับไม่มีสิ่งใดอยู่เลย
“หรือว่าฉันจะคิดไปเอง?”
เมื่อเห็นโบสถ์ที่ว่างเปล่า แอนตันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้เมื่อครู่นี้เป็นเพียงจินตนาการของเขาเองหรือไม่ เขาคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ในตอนนี้ เพราะเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากำลังถูกตัวตนแห่งความมืดจับตามองอยู่
ด้วยความไม่แน่ใจ แอนตันจึงเดินไปตามทางเดินบริเวณด้านหลังของโบสถ์ เพื่อสำรวจดูว่ามีอะไรในสถานที่แห่งนั้นที่ไม่มีใครเคยค้นพบหรือไม่
เปรี๊ยะ!
ในชั่วขณะนั้นเองก็มีเสียงแหลมราวกับบางสิ่งกำลังแตกตัวดังขึ้นจากพื้น และเมื่อแอนตันก้มลงมอง เขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบกับเกล็ดน้ำแข็ง
“ปีศาจที่ปรากฏร่าง . . .” แอนตันประหลาดใจที่เห็นเช่นนี้ เพราะมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเป็นตัวตนแห่งความมืดระดับสูงเท่านั้น เขารู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเกิดขึ้นรอบตัวเขา
“ไม่ว่าแกจะเป็นตัวอะไร ฉันจะกำจัดแกให้สิ้นซาก”
แอนตันก้าวไปข้างหน้าโดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เขาขมวดคิ้วและเพ่งสมาธิไปที่ศัตรูทุกประเภทที่อาจซุ่มซ่อนอยู่รอบกาย แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันทำอะไร เด็กสาวคนหนึ่งที่มีท่าทางตื่นตระหนกก็วิ่งเข้ามาชนแอนตัน
“โอ๊ย!”
หลังจากได้รับพลังความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นหลายครั้งผ่าน ‘ระบบ’ สภาพร่างกายของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ร่างกายทั้งหมดของเขาแข็งแกร่งและทนทานราวกับกล้ามเนื้อของอสูรร้าย
“เด็กวัยรุ่น?” แอนตันคิดในใจหลังจากเห็นเด็กสาวที่วิ่งมาชนไหล่ของเขา ตอนนี้เขาพอจะประเมินสถานการณ์ได้บ้างแล้ว เขาจึงตัดสินใจช่วยเหลือเด็กสาวคนนี้ก่อน
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
แอนตันเอ่ยถามด้วยความห่วงใยและยื่นมือออกไปทันทีเพื่อช่วยพยุงเด็กสาวให้ลุกขึ้น ทว่าเมื่อเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมา แอนตันก็ต้องประหลาดใจเมื่อได้เห็นใบหน้าของเธอ
ไม่ใช่ว่าเด็กสาวคนนี้หน้าตาน่าเกลียด อันที่จริงต้องบอกว่าเธอหน้าตาน่ารักทีเดียวเมื่อเทียบกับการที่เธอไม่ได้แต่งหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าขอบตาคล้ำใต้ดวงตาของเด็กสาวนั้นดำสนิท ราวกับถูกระบายด้วยปากกามาร์กเกอร์สีดำ
อย่างน้อยแอนตันก็กล้ายืนยันว่าเขาไม่เคยเห็นใครมีขอบตาคล้ำที่ดูย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อนเลย
เด็กสาวมองหน้าแอนตันแล้วส่ายศีรษะ เธอรีบลุกขึ้นยืนอย่างลนลานแล้ววิ่งจากไป ดูเหมือนว่าเธอจะมีธุระเร่งด่วนที่ต้องไปจัดการ
“เธอกำลังเดือดร้อนอะไรหรือเปล่า?” แอนตันตะโกนถามตามหลัง พลางมองแผ่นหลังของเด็กสาวที่วิ่งหนีไป
เขาคิดว่าเด็กสาวอาจกำลังถูกวิญญาณติดตามอยู่ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เกิดขึ้นตอนที่มือของเขาสัมผัสกับเธอ แม้เขาจะใช้ความสามารถพิเศษแล้วก็ตาม
แอนตันเกาคางอย่างครุ่นคิด ในเมื่ออีกฝ่ายไม่อยากพูดอะไร เขาก็ทำได้เพียงปล่อยให้มันเป็นแค่เหตุการณ์แทรกซ้อนเล็ก ๆ แล้วจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ได้อย่างไร? นั่นสิ เขาก็ยังไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนั้นเหมือนกัน
“นี่มันอะไรน่ะ?” สายตาของแอนตันพลันเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งบนพื้น ดูเหมือนว่ามันจะหล่นมาจากเด็กสาวคนนั้นเมื่อสักครู่นี้เอง
หลังจากหยิบมันขึ้นมา เขาก็ตระหนักว่ามันคือภาพวาดใบหน้าของแพะตัวหนึ่ง แต่นี่ไม่ใช่แพะธรรมดา แพะตัวนี้มีร่างกายใหญ่โตมโหฬาร มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ และมีแขนที่ยาวมาก พร้อมด้วยกรงเล็บแหลมคมที่งอกออกมาจากนิ้วมือ ทว่าริมฝีปากของมันกลับแดงก่ำ และขนสีขาวบนลำตัวก็ทำให้มันดูเหมือนแพะ
แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตาของมัน ซึ่งไม่ใช่สีแดงธรรมดา แต่เป็นสีแดงฉานราวกับเลือดสด ใบหน้าของมันซีดเผือด และสามารถมองเห็นแนวฟันอันแหลมคมได้ในปากของมัน ช่างเป็นรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
แอนตันขมวดคิ้วมุ่นและสงสัย “หรือว่านี่จะเป็น วัตถุต้องคำสาป?”
เพียงแค่ภาพวาดธรรมดา ๆ แผ่นนี้ก็ทำให้ผู้ที่เห็นรู้สึกหวาดกลัวและอึดอัดอย่างที่สุด และเขาก็สัมผัสได้ถึงมัน ความรู้สึกราวกับการได้สัมผัสกับความตาย ราวกับว่ามันอยู่ใกล้แค่ปลายมือเอื้อม
เขาหันกลับไปมองและพบว่าเด็กสาวคนนั้นหายตัวไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถคืนกระดาษแผ่นนี้ให้เธอได้ แม้ว่าเขาจะอยากคืนก็ตาม
หลังจากได้ข้อสรุปเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วส่งข้อความ “พบเคสพิเศษในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เด็กสาวสวมเสื้อฮู้ดดี้สีแดงและอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน”