เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 9 ภาระหน้าที่ของบาทหลวง

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 9 ภาระหน้าที่ของบาทหลวง

ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 9 ภาระหน้าที่ของบาทหลวง


ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 9 ภาระหน้าที่ของบาทหลวง

[แอนตัน ชาโดว์เบน]

[อาชีพ : เอ็กซอร์ซิสต์]

[พลังศรัทธา : 6,502]

[ความแข็งแกร่งโดยรวม : 32]

[พลังวิญญาณ : 190]

[พรสวรรค์ : สมดุลแห่งจิตวิญญาณ]

[ทักษะ : หัตถ์แห่งพระเจ้า . . .]

[ภารกิจที่รอดำเนินการ : สวดภาวนาในโบสถ์ที่เลือก . . .]

ถนนหนทางเงียบสงบขึ้นมาก แอนตันฟื้นตัวจากความเหนื่อยล้าทางจิตใจอันเป็นผลมาจากการทำพิธีขับไล่ผี และมีสีหน้าที่สุขุมเยือกเย็นมากขึ้นหลังจากนั้น ในฐานะผู้ชายที่ไม่ชอบแสดงอารมณ์ ผู้คนมักมองว่าเขาเป็นคนที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม

เขาชอบการพนันและอาจตกหลุมรักผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ง่าย ๆ แต่ตอนนี้เขาไม่มีจิตใจจะไปสนใจเรื่องเหล่านั้น จิตใจของเขามุ่งมั่นอยู่กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นตราบใดที่เขายังหาวิธีใช้ชีวิตให้เป็นปกติมากขึ้นโดยไม่ละทิ้งหน้าที่เอ็กซอร์ซิสต์ของเขาไม่ได้ ก็มีเพียงไม่กี่สิ่งที่เขาอยากทำนอกเวลางาน

โบสถ์ที่เขาต้องรับผิดชอบในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์ ถือเป็นจุดศูนย์กลางที่ชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากมารวมตัวกัน และมันก็อยู่ห่างจากบ้านของครอบครัวรอสซี่พอสมควร โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์ ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่โดยรอบจึงเป็นชาวคริสต์ อันที่จริงก็มีศาสนาอื่นอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยในพื้นที่ที่แอนตันอยู่ก็แทบไม่มีศาสนาเหล่านั้นปรากฏให้เห็นเลย เขาจึงสันนิษฐานว่าในสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ ศาสนาอื่นคงไม่เป็นที่นิยมนัก อย่างน้อยมันก็ทำให้เรื่องต่าง ๆ ง่ายขึ้นสำหรับเขา เขายังไม่ค่อยรู้เรื่องความหลากหลายทางศาสนามากนัก และสำหรับการเดินทาง การมุ่งเน้นไปที่สถานที่เดียวก็น่าจะดีกว่า

กระเป๋าที่ใส่ข้าวกลางวันที่พวกเขาได้รับมานั้นหนัก แอนตันจึงแนะนำให้จอดรถใกล้ ๆ สวนสาธารณะ ที่ซึ่งเขากับราฟาเอลจะได้เพลิดเพลินกับอาหารเช้าดี ๆ ก่อนจะเข้าไปที่โบสถ์ นอกเหนือจากสิ่งอื่นใดอาหารที่คุณลูเซียเตรียมมาดูเหมือนจะอร่อยมากทีเดียว ทั้งคู่จึงสนใจที่จะทานอาหารเช้ามื้อนี้ อย่างน้อยแอนตันก็ไม่ใช่คนจู้จี้จุกจิกอะไร โดยเฉพาะกับอาหารที่ได้รับมา

เมื่อเปิดกล่องอาหารกลางวันที่มีผ้าห่ออยู่หลายชั้น แอนตันก็ประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นราวกับว่าเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เห็น เขาจึงหันไปถามราฟาเอลที่อยู่ข้าง ๆ “ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า นายลองดูไอ้ที่อยู่ใต้ผ้านั่นสิว่ามันคืออะไร?”

“เงินครับ นั่นมันเงิน” ราฟาเอลก็ประหลาดใจเช่นกัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับแอนตัน ซึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ด้านบนของอาหาร มีธนบัตรหลายใบวางกระจัดกระจายอยู่ พวกเขาจึงรู้ได้ทันทีว่านี่เป็นความตั้งใจของครอบครัวรอสซี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่จำเป็นเลยสักนิด

“เราควรจะคืนเงินนี่พร้อมกับของขวัญไหมครับ?” ราฟาเอลรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถรับเงินได้ เขาจึงเสนอข้อเสนอที่น่าสนใจมาก

“เราจะทำอย่างนั้น ฉันจะจัดการเอง” แอนตันเก็บเงินไปโดยที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเท่าไหร่ แล้วหันมาสนใจอาหาร สมาคมแห่งแสงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเครื่องมือทั้งหมดของเขาในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์อยู่แล้ว ดังนั้นเงินจึงไม่จำเป็นในชีวิตประจำวันของเขา

“มากินกันดีกว่า อย่างน้อยเราจะได้ลืมเรื่องหลาย ๆ อย่างไปบ้าง” แอนตันยื่นขนมปังบาแก็ตต์ให้ราฟาเอลที่อยู่ข้าง ๆ และทั้งคู่ก็รับประทานกันอย่างเงียบ ๆ

ในช่วงเวลาอันสงบนั้น ‘ระบบ’ ‘แผงคุณสมบัติ’ หรือ ‘หน้าต่างเอ็กซอร์ซิสต์’ ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขาอีกครั้งเพียงแค่คิด แอนตันยังไม่ได้ตั้งชื่อให้กับสิ่งที่เขามองเห็นได้เพียงคนเดียว เขาจึงตั้งฉายาให้มันหลายอย่างทุกครั้งที่เขานึกถึงสิ่งที่เหนือธรรมชาติที่สุดซึ่งติดตามเขามายังโลกนี้

ในซีรีส์ทีวีบางเรื่องที่เขาเคยดูในชาติที่แล้ว บางคนจะได้รับบางสิ่งบางอย่างหลังจากได้ประสบกับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต และเขาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

แม้ว่าเขาจะสามารถพูดได้อย่างแม่นยำว่าวิสดอมสปริงส์เป็นอย่างไร มันคล้ายกับการผสมผสานระหว่างนิวยอร์กและลอนดอนในพื้นที่ชนบทที่สุดของพวกเขา แต่นี่คือโลกคู่ขนาน และในใจของเขา เขามีความทรงจำของคนอื่นพันกันอยู่กับความทรงจำของเขาราวกับเป็นของตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่เขาสามารถพูดได้ว่าวิสดอมสปริงส์นั้นเหมือนลอนดอนและนิวยอร์ก แต่เป็นในยุคที่ไม่ทันสมัยนัก ออกแนวชนบทและมีความเป็นอุตสาหกรรมน้อยกว่า

โลกถูกแบ่งแยกโดยสามรัฐบาลหลัก และสงครามก็สิ้นสุดลงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อมหาอำนาจทั้งสามถูกก่อตั้งขึ้น แต่เมื่อลืมเรื่องที่ไม่น่าสนใจพวกนั้นไป ระบบเอ็กซอร์ซิสต์ เพียงแค่บอกสถิติส่วนตัวของเขา มอบภารกิจบางอย่างให้โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ หากทำไม่สำเร็จ และแจ้งเตือนถึงงานบางอย่างที่เขาจะรับหรือไม่รับก็ได้

ภารกิจไม่ได้มีมาทุกวัน บางครั้งหลายสัปดาห์ก็ไม่มีอะไรปรากฏขึ้นมาเลย และในบางครั้งก็มีสิ่งที่เขาสามารถทำให้สำเร็จเพื่อรับรางวัลที่พิเศษยิ่งขึ้น อย่างเช่นความสามารถของเขา ซึ่งก็คือ หัตถ์แห่งพระเจ้า

แอนตันรับภารกิจทั้งหมดตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับงานของเขา ในทางกลับกันเวลาว่างเขาใช้เวลาดูแลต้นไม้ในเรือนเพาะชำส่วนตัวของเขา

เมื่อมองดูตัวเลขเหล่านั้น แอนตันก็ไม่รู้ว่าตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน เขาไม่รู้ตัว แต่ความแข็งแกร่งโดยรวมนั้นเกี่ยวข้องกับทุกอย่างทางกายภาพ พลังศรัทธา มุ่งเน้นไปที่พลังงานของเขาในการขับไล่ผีและปลดปล่อยความสามารถบางอย่าง เช่น การสวดภาวนา การอวยพร และการบัญชา ส่วนพลังวิญญาณ เขาสันนิษฐานว่านั่นคือเกราะป้องกันจิตวิญญาณของเขาจากตัวตนที่พิเศษกว่า

ในตอนแรกแอนตันเคยคิดว่าเขาอาจจะทรงพลังมาก แต่ก็นอกจากการเพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งทางกายภาพแล้ว ก็ไม่มีอะไรโดดเด่นเกี่ยวกับความสามารถของเขาเลย เขายังคงเป็นมนุษย์เหมือนคนอื่น ๆ

‘มนุษย์เหมือนคนอื่น ๆ’ แอนตันคิดขณะเฝ้ามองนกพิราบที่เดินอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร อาบไล้ด้วยแสงอรุณ

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ แอนตันและราฟาเอลก็กลับไปที่โบสถ์ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ฐานทัพของสมาคมแห่งแสง แต่เป็นสถานที่ที่ยืมมาสำหรับปฏิบัติการในส่วนนี้ของเมือง ดังนั้นแอนตันจึงต้องแวะเวียนมาแสดงตัวเป็นครั้งคราว

ขณะที่ช่วยงานที่นี่เขาจะใช้เวลาของเขาในเรือนเพาะชำส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบโบสถ์ แต่เพราะว่าที่เรือนเพาะชำเขาจะเป็นที่สังเกตเห็นของผู้คนได้มากกว่า

“เอาล่ะ ราฟาเอล ได้เวลารับบทนักจิตวิทยาอีกวันแล้วสินะ . . .” เมื่อมองโบสถ์ที่คุ้นตาอยู่เบื้องหน้า แอนตันก็เดินไปยังทางเข้าที่เปิดอยู่

เมื่อเขามาที่นี่และไม่มีอะไรทำ เขามักจะไปนั่งกับบาทหลวงคนอื่น ๆ ผู้ศรัทธาบางคนมาสวดภาวนาทุกวันและบางครั้งก็มาขอคำแนะนำจากเขา แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อยก็ตาม ภายนอกเขาดูไม่เหมือนคนอายุยี่สิบ แต่ก็นั่นแหละอายุจริงของเขา

แอนตัน ผู้ซึ่งไม่เชื่อในศาสนาใดนอกจากพระเจ้าในหัวใจของเขา เคารพความคิดของแต่ละคน เพราะไม่มีใครรู้ว่าพระเจ้าองค์ใดที่พวกเขาสร้างขึ้นมา จะเป็นตัวแทนที่ใกล้เคียงที่สุดกับพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ

สำหรับแอนตัน การรับมือกับผู้ศรัทธาในฐานะบาทหลวงเอ็กซอร์ซิสต์หมายถึงการระบุตัวตนของพวกเขาแต่ละคน บางคนร่ำรวย บางคนเป็นฆาตกร ส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา แต่อีกหลายคนก็มีพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ทำให้เขาสงสัย

ผู้ศรัททาทุกคนปะปนกันไป และมันก็ซับซ้อนที่จะระบุตัวตนพวกเขา การเป็นบาทหลวงมีอำนาจมาก แต่ในขณะเดียวกันมันก็คือการต่อสู้กับตนเองเมื่อได้ค้นพบบางสิ่งขณะรับฟังคำสารภาพบาปที่มืดมนอย่างยิ่งยวด

ขณะที่แอนตันเดินเข้าไปในโบสถ์ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ด้วยความคิดของเขา เขาจะถูกนับว่าเป็นบาทหลวงจริง ๆ หรือไม่ พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ

โบสถ์แห่งนี้ไม่สว่างไสวเท่าโบสถ์อื่น ๆ ในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น แต่มันก็มีเสน่ห์ในแบบของมันและเก่าแก่มากอย่างแน่นอน สิ่งที่เขาค้นพบก็คือ ไม่ว่าโบสถ์จะสวยงามเพียงใด ตราบใดที่มันยังเป็นโบสถ์ก็ย่อมมีผู้ศรัทธามาอุทิศคำภาวนาของพวกเขา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ บาทหลวง!”

“อรุณสวัสดิ์ครับ!” แอนตันทักทายสมาชิกเก่าแก่ของโบสถ์คนหนึ่งซึ่งส่งสายตาอ่อนหวานมาให้ และหลังจากพูดคุยกันครู่หนึ่ง เขาก็เดินไปยังอาคารหลักของโบสถ์

เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาก็กำลังจริงจังกับบทบาทบาทหลวงของตัวเองมากขึ้นทุกที มันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดจริง ๆ

โบสถ์แห่งนี้ไม่ต่างจากโบสถ์ในโลกเดิมของเขา มีเก้าอี้ยาวเรียงเป็นแถวจำนวนมาก มีรูปปั้นเทวดาและนักบุญมากมาย และแน่นอนรูปปั้นพระเยซูถูกตรึงกางเขน ภายใต้แสงเทียนแสงโดยรวมค่อนข้างสลัว ซึ่งถูกจงใจทำให้เป็นเช่นนี้เพื่อให้เกิดความเคารพต่อสถานที่แห่งนี้มากขึ้น

แอนตันเดินไปด้านหน้าและหยุดยืนอยู่ตามลำพังเมื่อเห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ของพระเยซู เขามองดูด้วยความเคารพ จากนั้นจึงเลื่อนมือมาที่หน้าอก ทำเครื่องหมายกางเขน หลับตาลง และกล่าวว่า “อาเมน”

หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มสวดภาวนาในแบบของเขาเองต่อโลกใบนี้ ซึ่งถ้าหากคุณไม่รู้สึกผูกพันกับพระเจ้าองค์ใดเป็นพิเศษนั่นก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรเห็นพ้องต้องกันก็คือจิตใจสร้างทุกสิ่งที่เรารู้จักและไม่รู้จัก แม้แต่วิทยาศาสตร์เองก็กล่าวไว้เช่นนี้

“ผมรู้ว่าท่านกำลังฟังอยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาล ผมยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นี้เป็นการแสวงหาการให้อภัยหรือไม่ แต่ผมจะไม่หยุดจนกว่าผมจะรู้ว่าผมได้ทำมากพอแล้ว”

“ผมไม่สมบูรณ์แบบ แต่ด้วยมือของผม ผมจะขับไล่ตัวตนแห่งความมืดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเมื่อถึงเวลา ผมก็จะพร้อมที่จะจากโลกนี้ไป”

ทันใดนั้นแอนตันซึ่งกล่าวคำเหล่านี้จบก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในร่างกาย และในไม่ช้าข้อความหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

[ขอแสดงความยินดีที่สวดภาวนาอย่างลึกซึ้ง คุณได้รับ 5 แต้มพลังวิญญาณ]

“นี่แหละคืออาเมน . . .” แอนตันพึมพำขณะลืมตาขึ้น มองดูแต้มเหล่านั้นที่เพิ่มเข้ามาในค่าพลังวิญญาณของเขา

หลังจากเหลือบมองรูปปั้นเป็นครั้งสุดท้าย แอนตันก็หยิบกระเป๋าเป้ที่เขาสะพายมาและเดินไปทางขวาเพื่อรอการมาถึงของผู้ศรัทธาบางคนที่จะมาหาคนพูดคุยด้วย ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องการพูดคุยกับใครสักคนเพื่อรู้สึกว่าตนเองมีประโยชน์อยู่บ้างชั่วขณะหนึ่ง

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่บาทหลวง โดยมีตำแหน่งหน้าที่อย่างเป็นทางการ และนี่ไม่ใชภาระหน้าที่ของเขา แต่เขาก็อาจจะปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมดที่บาทหลวงทำในโบสถ์แห่งนี้ได้เช่นกัน แต่เพราะนั่นมันจะมากเกินไป เขาจึงจำกัดตัวเองอยู่แค่การพูดคุยกับผู้คนและการทำพิธีขับไล่ผีเท่านั้น

ใครจะไปรู้? บางทีเขาอาจจะได้พบใครบางคนที่น่าสนใจ เรื่องต่าง ๆ มันก็เกิดขึ้นได้แบบนี้ ดังนั้นเขาจึงตั้งตารอวันที่บางสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำพาเขาก้าวลึกลงไปในความมืดอีกขั้นหนึ่ง

จบบทที่ ท่านบาทหลวง ได้โปรดอธิษฐานเพื่อพวกเราด้วย ตอนที่ 9 ภาระหน้าที่ของบาทหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว