- หน้าแรก
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 25 จงเชื่อมั่นในมิตรภาพของเรา
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 25 จงเชื่อมั่นในมิตรภาพของเรา
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 25 จงเชื่อมั่นในมิตรภาพของเรา
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 25 จงเชื่อมั่นในมิตรภาพของเรา
“ในที่สุดก็ไปกันเสียที” ยูโตะมองดูกลุ่มคนทั้งสองที่กำลังจากไป ส่ายหัวพร้อมถอนหายใจ แล้วหันไปมองซึซึเนะที่ดูซึม ๆ
“เป็นอะไรไป?” เขาถามด้วยความสงสัย
“เปล่าค่ะ~” ซึซึเนะตอบพร้อมรอยยิ้ม และส่ายหน้า
“. . .”
แต่เธอดูไม่โอเคเลย ไม่อย่างนั้นทำไมเธอถึงทิ้งเนื้อไว้หลายจานโดยไม่แตะต้องเลยล่ะ? ไม่สมกับเป็นซึซึเนะจอมกินจุเลยนะ~
แน่นอนว่ายูโตะพอจะเดาสาเหตุได้ น่าจะเป็นเพราะสิ่งที่ฟุงาคุพูดถึงก่อนหน้านี้ เรื่องไร้สาระของตระกูลฮิวงะ
ตระกูลสาขามีอยู่เพื่อปกป้องตระกูลหลักเท่านั้น ชีวิตของพวกเขาถูกควบคุมโดยตระกูลหลัก พูดอีกอย่างก็คือไม่มีอิสระภาพใด ๆ เลย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น และทางแก้ปัญหานี้ก็ง่ายนิดเดียว แค่แข็งแกร่งขึ้น!
ตอนที่ฮินาตะแต่งงานออกนอกตระกูล ตระกูลฮิวงะกล้าใช้อักขระกรงนกกับเธอหรือลูก ๆ ของเธอไหม? มันก็แค่คิดจะทำเท่านั้นแหละ . . .
นารูโตะ : “ซาสึเกะ มีคนพยายามจะใช้อักขระกรงนกกับภรรยาและลูกของฉัน”
ซาสึเกะ : “แล้วนายจะทำยังไง?”
นารูโตะ : “ยังจำค่ำคืนอันมืดมิดที่เลือดของตระกูลอุจิวะต้องหลั่งรินได้ไหม?”
ตระกูลฮิวงะอาจจะได้พบกับชะตากรรมเดียวกับตระกูลอุจิวะก็ได้!
ยูโตะลูบหัวซึซึเนะแล้วยิ้ม “ไม่ต้องห่วง เธออยู่กับฉัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
ใครจะกล้ามาท้าทายยูโตะกัน?
พวกเขาเคยเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับดันโซเมื่อเร็ว ๆ นี้ไหม?
ช่วงนี้แทบไม่เห็นหน้าเขาเลย ตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยรากขึ้นมา เขาก็หวาดระแวงไปหมด
เมื่อมีค่าหัวติดตัว เขาคงรู้สึกเหมือนกับว่าทุกคนรอบตัวจ้องจะเล่นงานเขาอยู่ เขาอาจจะคิดไปถึงขั้นว่าเพื่อนสนิทของเขาอยากจะเอาเงินค่าหัวเขาด้วยซ้ำ!
ดังนั้นช่วงนี้เขาจึงเก็บตัวเงียบ และตั้งแต่ยูโตะกลับมา เขาก็ไม่ได้ยินข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับโคโนฮะเลย
“อืม~” ซึซึเนะรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของยูโตะ ความอบอุ่นที่คุ้นเคยนั้นทำให้แก้มของเธอแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เธอนึกถึงครั้งนั้น ตอนที่เธอนั่งอยู่คนเดียว มองคนอื่นด้วยความอิจฉา แล้วเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเธออย่างมีความสุขแล้วถามว่า “ไปเล่นด้วยกันไหม?”
เธอรู้สึกใจเบาขึ้นและพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันไม่เป็นไรค่ะ”
“อิ่มแล้วเหรอ? ถ้าอย่างนั้น . . .”
ยังไม่ทันที่ยูโตะจะพูดจบประโยค . . .
“ยัง ต้องอีกนิดหน่อยค่ะ . . .” ซึซึเนะพึมพำ ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างเขินอาย “ฉันกินเยอะไปหรือเปล่าคะ?”
“. . .” ยูโตะมองจานที่กองสูงเป็นตั้งอยู่ข้าง ๆ เธออย่างเงียบ ๆ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “ไม่เลยสักนิด! ฉันก็ยังไม่อิ่มเหมือนกัน กินต่อกันเถอะ!”
“อืม~”
. . .
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
แขกค่อย ๆ ทยอยกลับ แม้แต่จิไรยะที่เมาแอ๋ก็เดินโซซัดโซเซออกไป ก่อนไปเขายังหัวเราะร่าชวนยูโตะไปสนุกด้วยกันต่อ แต่ซึซึเนะก็ส่งสายตาคมกริบไปให้เขา
ตาแก่ลามกนี่! ราวกับว่ายูโตะจะไปทำเรื่องแบบนั้นกับเขางั้นแหละ!
หลังจากถามว่าเขาจะไปที่ไหน ยูโตะก็ตัดสินใจว่าคราวหน้าจะเทศนาเขาสักหน่อย แล้วก็เตะตาแก่ลามกนั่นออกจากประตูไปอย่างแรง
คิดจะมาชวนเศรษฐีคนนี้ได้จริง ๆ เหรอ? เขาดูถูกยูโตะเกินไปแล้ว!
ท่านผู้อาวุโสใหญ่และหญิงชราจากตระกูลฮิวงะก็จากไปอย่างเงียบ ๆ มาและไปโดยไม่สร้างความวุ่นวายใด ๆ
ยูโตะคิดว่าท่านผู้อาวุโสใหญ่จะมาหาเขาเรื่องเงินทุนสนับสนุนตระกูลอุจิวะ แต่ดูเหมือนว่า ท่านคงจะมาทานบาร์บีคิวกับหญิงชราจริง ๆ
เขาประเมินท่านต่ำไปจริง ๆ! ต่ำไปมาก!
หลังจากทานเสร็จท้องฟ้าก็มืดลงแล้ว สำหรับหลาย ๆ คน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความสนุก ดังนั้นเมื่อกลุ่มหนึ่งจากไป อีกกลุ่มหนึ่งก็มาถึง ร้านยังคงคึกคักเหมือนเดิม
ยูโตะทึ่งในความอยากอาหารของซึซึเนะอีกครั้ง และเนื่องจากเขากินไปเยอะมาก เขาจึงเดินไปส่งเธอที่บ้านเพื่อย่อยอาหาร
ในขณะเดียวกันชายชราสองคนในชุดเรียบง่ายปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าร้านยูโตะ บาร์บีคิว
คนหนึ่งถือไปป์ยาสูบ ยิ้มพลางมองไปรอบ ๆ ขณะที่ข้าง ๆ เขาชายที่พันผ้าพันแผลไปทั่วตัวกำลังสอดส่ายสายตาระแวดระวัง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง! ราวกับว่าลูกค้าคนไหนที่อยู่ใกล้ ๆ อาจจะปล้นเขาได้
“ยินดีต้อนรับครับ! เชิญทางนี้ครับ!”
หลังจากเดินตามพนักงานไป ทั้งสองก็เลือกนั่งในมุมที่ไม่เป็นที่สังเกต
“ร้านนี้ตกแต่งสวยดีนะ” ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นในชุดปลอมตัวเรียบง่าย พยักหน้าอย่างชื่นชม พลางหยิบเมนูขึ้นมายิ้ม “มีอาหารหลากหลายดีเหมือนกัน เด็กคนนั้นมีหัวการค้าจริง ๆ!”
หลังจากพูดจบเขาก็เหลือบมองดันโซที่ยังคงเฝ้าระวังสิ่งรอบตัวด้วยความสงสัยแล้วถอนหายใจ “ใจเย็น ๆ เถอะน่า ไม่มีใครในโคโนฮะคิดจะทำอะไรนายหรอก”
“หึ! นินจาต้องตื่นตัวอยู่เสมอ!” ดันโซผู้หวาดระแวงตลอดเวลาแค่นเสียงใส่คำพูดปลอบใจของฮิรุเซ็น จิบชาที่พนักงานนำมาให้ แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ฮิรุเซ็น นายแก่ลงไปมากจริง ๆ!”
“. . .”
ยังหัวรั้นเหมือนเดิม!
ฮิรุเซ็นหัวเราะอย่างจนใจแล้วเปิดเมนู “อยากกินอะไรล่ะ?”
“อะไรก็ได้ รีบ ๆ กินเถอะ ฉันควรจะไปได้แล้ว นี่มันเสียเวลาเปล่าโดยสิ้นเชิง” แม้ว่าตอนนี้ดันโซจะอยู่ในโคโนฮะ แต่เขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าทุกคนรอบตัวเขาไว้ใจไม่ได้ มันเป็นแบบนี้เสมอ แต่ช่วงนี้มันแย่ลง
โคโนฮะตกต่ำลงมากจริง ๆ ภายใต้การบริหารของฮิรุเซ็น ถึงขนาดที่ตัวดันโซเองยังรู้สึกไม่ปลอดภัย
ทันใดนั้นดันโซก็สังเกตเห็นใครบางคนแอบมองมาทางเขาประมาณสามนาที และเขาก็เกร็งขึ้นมาทันที หรือว่าจะเป็นนักล่าที่ถูกส่งมาตามล่าฉเขา?
การจ้องมองมาที่จุดเดียว หลีกเลี่ยงการสบตา ทำท่าทางน่าสงสัย . . . ต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ ๆ!
พวกเขาอาจจะมาเพื่อเอาหัวของเขาก็ได้?
หน่วยราก! หน่วยราก! กำลังเสริมของเขาอยู่ไหน? ส่งคนมาที่นี่เร็วเข้า!
อย่างไรก็ตามพฤติกรรมแปลก ๆ นี้ก็ดึงดูดความสนใจของฮิรุเซ็นขณะที่เขากำลังสั่งอาหาร “มีอะไรเหรอ?”
“มีคนจับตาดูฉันอยู่ เราต้องส่งนินจาหน่วยรากไปจับกุมพวกเขา อาจจะมีใครบางคนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ในเงามืด”
“. . .”
ที่ไหน?
สายลับ?
ฮิรุเซ็นเริ่มจริงจังขึ้น แต่หลังจากเห็นว่าดันโซชี้ไปที่ใคร เขาก็ถอนหายใจ “นั่นเป็นแค่ครอบครัวธรรมดา พวกเขาทำโรงอาบน้ำอยู่ตรงประตูหมู่บ้าน”
อย่างที่คาดไว้ดันโซหวาดระแวงเกินไปจริง ๆ ในช่วงนี้ เป็นสายลับงั้นเหรอ? ถ้าใช่ แล้วเขาซึ่งเป็นโฮคาเงะที่คอยสอดส่องดูแลและใส่ใจคนทั้งโคโนฮะด้วยลูกแก้วของเขาอยู่ตลอดเวลาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
แล้วทำไมพวกเขาถึงจ้องมองดันโซล่ะ? น่าจะเป็นเพราะเสื้อโค้ตของเขาถูกพันไว้แน่นเกินไป ทำให้คนรอบข้างเหลือบมอง
เขาถอนหายใจพลางส่ายหัว ปิดเมนู สั่งอาหารเสร็จ แล้วเรียกพนักงาน หลังจากพนักงานเดินจากไป เขาก็พูดว่า “ไม่ต้องห่วง คืนนี้เรามาพักผ่อนกัน เงินแค่ 360 ล้านเรียวไม่พอที่จะทำให้ใครมาเสี่ยงในโคโนฮะหรอก . . .”
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ก็เกิดเสียงดังโวยวายขึ้นใกล้ ๆ ซึ่งเป็นกลุ่มนินจาของโคโนฮะ
“ได้ยินไหม? ได้ข่าวว่ามีค่าหัวสูงเป็นประวัติการณ์ในตลาดมืด สูงกว่าของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 อีกนะ!”
“ได้ยินมาเหมือนกัน! ช่วงนี้มันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ขึ้นไปถึง 370 ล้านแล้ว”
“บ้าไปแล้ว! ใครกันวะ? เรารวมทีมไปล่ากันดีไหม?”
“ค่าหัวสูงขนาดนี้ คน ๆ นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ สูงกว่าโฮคาเงะรุ่นที่ 1 เสียอีก พวกเราเกะนินเลิกฝันกลางวันกันเถอะ”
“ไม่แน่หรอก! จำคำพูดของท่านยูโตะได้ไหม: ‘การมีความฝันเป็นสิ่งที่ดี มันอาจจะกลายเป็นจริงก็ได้’”
“จริงด้วย! งั้นความฝันของเราคือการจัดการเป้าหมายนั้นแล้วรับค่าหัวที่สูงที่สุด!”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างครึกครื้นขณะที่พวกเขาดื่มฉลองให้กับความฝันที่เป็นไปไม่ได้
“. . .”
ไหนบอกว่าปลอดภัยไง?
ดันโซส่งสายตาคมกริบไปให้ฮิรุเซ็น คิ้วของเขากระตุกขณะที่รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว “ฮิรุเซ็น นาย . . .”
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วง ก็แค่ 370 ล้านเอง” ฮิรุเซ็นยิ้ม พลางจ้องมองดันโซ “นายก็รู้ ฉันจะทำร้ายเพื่อนสนิทของฉันได้อย่างไร?”
ว่าแล้วอาหารของพวกเขาก็มาถึง ฮิรุเซ็นรีบชวนดันโซกิน “มา ๆ! กินกันเถอะ! อยากดื่มเบียร์ไหม? สั่งเกิน 3,000 เรียวได้เครื่องดื่มฟรีนะ นาน ๆ ทีจะได้พักผ่อน ทำไมเราไม่อยู่กันจนเดินไม่ไหวเลยล่ะ?”
ราวกับว่าเงินเพียง 370 ล้านเรียวไม่สามารถสั่นคลอนมิตรภาพระหว่างซารุโทบิ ฮิรุเซ็น และชิมูระ ดันโซได้!
เชื่อหรือไม่ว่าต่อให้ดันโซเมาหมดสติอยู่ข้าง ๆ เขาก็จะไม่แตะต้องเส้นผมของเพื่อนแม้แต่เส้นเดียว!
แค่เงิน 370 ล้านเรียวเอง!
“ไม่!” ดันโซปฏิเสธโดยไม่ลังเล
สำหรับนินจา การดื่มอาจนำไปสู่ความผิดพลาดได้ ตั้งแต่นี้ไปเขาตั้งใจจะเลิกดื่ม เริ่มตั้งแต่วันนี้ แต่ถึงอย่างนั้น ใครกล้ามาตั้งค่าหัวเขา? ถ้าเขารู้เมื่อไหร่ล่ะก็ . . .
ประกายเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตาของเขา
. . .
“ฮัดชิ้ว!”
เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาถึง กลางคืนของโคโนฮะก็เริ่มหนาวเย็นลง
ในขณะนั้นหลังจากเดินไปส่งซึซึเนะที่บ้าน ยูโตะก็มองเธอหายเข้าไปข้างใน ส่ายหัวพร้อมถอนหายใจ แล้วหันหลังเพื่อเดินกลับบ้านตัวเอง แต่ทันใดนั้นเขาก็หยุดหรี่ตามองร่างเงาโดดเดี่ยวที่ปรากฏขึ้นในยามค่ำคืน พร้อมกับยิ้มมุมปากแล้วพึมพำว่า “ในที่สุดเขาก็กลับมาแล้วสินะ?”