เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 21 นี่จะเรียกว่าลอกเลียนผลงานได้อย่างไร?

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 21 นี่จะเรียกว่าลอกเลียนผลงานได้อย่างไร?

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 21 นี่จะเรียกว่าลอกเลียนผลงานได้อย่างไร?


นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 21 นี่จะเรียกว่าลอกเลียนผลงานได้อย่างไร?

ช่วงนี้จิไรยะเองก็ลำบากไม่น้อย บรรดาชายหญิงสูงวัยที่เต้นรำกันอยู่นั้นเป็นใครกัน? ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่คนธรรมดา พวกเขามีลูกหลานกันหลายคน ดังนั้นเมื่อพวกเขาเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาลอย ๆ ระหว่างมื้อค่ำกับลูก ๆ หลาน ๆ ก็คงพอจะจินตนาการถึงผลลัพธ์ต่อจากนี้ได้!

นอกจากนี้หมู่บ้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ผลก็คือพอถึงวันรุ่งขึ้น คนเกือบทั้งหมู่บ้านก็รู้เรื่องนี้กันหมด

ข่าวลือแพร่สะพัดไปต่าง ๆ นานา เช่น “แม่กับย่าของฉัน แม้ว่าสมัยสาว ๆ จะสวยมาก แต่ตอนนี้ก็แก่แล้ว ใครจะไปคิดว่าท่านจิไรยะจะ . . .”

แน่นอนว่าจิไรยะไม่ได้สนใจข่าวลือเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย แอบดู? แล้วจะทำไมล่ะ? ยังไงซะมันก็คือ ‘การเก็บข้อมูล’!

แต่ครั้งนี้เป้าหมายในการเก็บข้อมูลของเขามันทำให้ชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ของเซียนกบต้องมัวหมองอย่างแท้จริง!

ศิษย์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 หนึ่งในสามนินจาในตำนาน หนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนินจาปัจจุบันถูกจับได้ว่าแอบดูหญิงชราเต้นรำ

มันน่าอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!

จิไรยะถอนหายใจยาวพลางมองไปยังยูโตะที่พยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ทำให้นัยน์ตาของจิไรยะหรี่ลง “ถ้านายอยากจะหัวเราะก็หัวเราะออกมาเลย!”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเป็นมืออาชีพ” ยูโตะกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ส่วนใหญ่แล้ว ผมจะไม่หัวเราะออกมาหรอกครับ”

ไม่ได้เจออาจารย์จิไรยะมาสักพัก ตอนนี้ทำไมอาจารย์ถึงได้ใจกล้าขนาดนี้? น่าประทับใจจริง ๆ!

ส่วนเหตุผลที่เขาเรียกจิไรยะว่า ‘อาจารย์’?

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เขายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ปฏิบัติตามทฤษฎีของรุ่นที่ 2 พร้อมกับศึกษาอย่างหนักภายใต้การนำของรุ่นที่ 3 เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของโคโนฮะ . . .

ด้วยหน้าตาที่หล่อเหลา อุดมการณ์อันแน่วแน่ พรสวรรค์ที่ไม่เลว และผลงานเขียนเรื่อง ‘เจตจำนงแห่งไฟ’ ที่ยอดเยี่ยม ทำให้โคโนฮะไม่เคยมีใครเหมือนเขามาก่อน และแน่นอนว่าเขาย่อมเป็นที่จับตามองของผู้ริเริ่มทฤษฎีเจตจำนงแห่งไฟ ซึ่งก็คือโฮคาเงะรุ่นที่ 3 นั่นเอง

เดิมทีเขาอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ของซึนาเดะ และด้วยความช่วยเหลือของคุชินะ เขาก็อาจจะได้เรียนรู้วิชานินจาแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะว่าซึนาเดะเป็นคนใจกว้าง สวย และหน้าอกใหญ่หรอกนะ!

แต่น่าเสียดายตระกูลอุจิวะสืบทอดพลังของอินดรา ทำให้มีความสามารถโดดเด่นในด้านการปลดปล่อยพลังหยิน ส่วนการปลดปล่อยพลังหยางนั้น แม้ว่าเขาจะมีอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อเงื่อนไขในการรับศิษย์ของซึนาเดะ อีกอย่างเขาก็ไม่มีความอดทนพอที่จะเรียนวิชานินจาแพทย์อยู่แล้ว

เนื่องจากข้อจำกัดทางธรรมชาติ เขาจึงต้องล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะท้ายที่สุดแล้วการเป็นศิษย์ก็เป็นการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

คนในตระกูลของเขาหวังว่าเขาจะได้เป็นศิษย์ของโอโรจิมารุ เนื่องจากโอโรจิมารุเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งโฮคาเงะ หากโอโรจิมารุได้รับเลือก ตระกูลอุจิวะก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่อำนาจไปพร้อมกับเขาได้

อย่างไรก็ตามยูโตะกังวลว่าวันหนึ่งเขาอาจจะต้องไปนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดของโอโรจิมารุ อีกทั้งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โอโรจิมารุก็จะทรยศต่อหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้ตระกูลอุจิวะยิ่งต้องรับผิดชอบในสายตาของผู้ใหญ่ในหมู่บ้านมากขึ้น มันไม่คุ้มที่จะเสี่ยงเลย

ดังนั้นในท้ายที่สุดเขาจึงคิดว่าจิไรยะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีเส้นสายที่มั่นคง แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากสำเร็จการศึกษา เขากลับทิ้งชีวิตนินจาเพื่อเข้าสู่โลกธุรกิจ

โชคชะตาเล่นตลกเสมอ!

ท้ายที่สุดแล้วเรื่องการเป็นศิษย์จึงล้มเลิกไป แม้ว่าจิไรยะจะไม่ได้ถือสาอะไร ดังนั้นเช่นเดียวกับมินาโตะ ยูโตะจึงยังคงเรียกเขาว่า ‘อาจารย์จิไรยะ’

แน่นอนว่าจิไรยะไม่รู้ว่าอาจารย์ในฝันของยูโตะคือซึนาเดะมาโดยตลอด ถ้าเขาไม่เบนเข็มมาทำธุรกิจ ป่านนี้เขาอาจจะกลายเป็นนินจาแพทย์ไปแล้วก็ได้

“ข่าวลือจะหยุดลงที่ผู้มีปัญญาครับ อาจารย์จิไรยะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ บางทีอีกสักพักทุกคนก็จะเข้าใจเองว่าอาจารย์ไม่ใช่คนแบบนั้น”

“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” จิไรยะถอนหายใจ รับถ้วยชาที่ซึซึเนะรินให้ “อีกไม่กี่วัน ฉันว่าจะไปเก็บตัวสักพัก สถานการณ์ในโลกนินจากำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ออกเดินทางไปเตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ น่าจะดีกว่า”

โคโนฮะแห่งนี้ อย่าอยู่ที่นี่เลยดีกว่า!

ถ้าไม่ใช่เพราะตาแก่เรียกตัวเขากลับมาหลังจากหายไปสามปี เขาก็คงไม่กลับมาเลยด้วยซ้ำ

“แล้ววันนี้อาจารย์จิไรยะมาหาผมมีธุระอะไรงั้นเหรอครับ?” ยูโตะไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เพราะอย่างไรเสียจิไรยะก็ต้องเข้าร่วมสงครามสี่ทิศที่โคโนฮะจะต้องเผชิญอยู่ดี จะไปช้าหรือเร็วก็ไม่ต่างกันนัก

ยังไม่ทันที่ยูโตะจะพูดจบ จิไรยะก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ก่อนที่เขาจะกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจว่า “ฉันเห็นว่านายกลับมาที่หมู่บ้านแล้วก็เลยแวะมาเป็นพิเศษ”

ว่าแล้วเขาก็ดึงปึกกระดาษหนาเตอะที่ดูคล้ายต้นฉบับออกมาแล้วยื่นให้พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “นี่คือผลงานที่ฉันมั่นใจที่สุด! มินาโตะอ่านแล้วยังบอกว่าสุดยอดเลยนะ! เอ้านี่ ลองดูแล้วช่วยติชมหน่อยสิ!”

“. . .”

ผลงานใหม่?

หรือว่านี่คือ อะจึ๋ยสวรรค์รำไร ที่กำลังจะโด่งดังในไม่ช้า?

ยูโตะตะลึงงันขณะรับต้นฉบับมาจากจิไรยะ และภายใต้สายตาที่คาดหวังของจิไรยะ เขาค่อย ๆ พลิกหน้ากระดาษอย่างระมัดระวัง

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันขณะที่เวลาค่อย ๆ ผ่านไป และหลังจากผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ มุมปากของยูโตะก็กระตุกขณะที่เขาปิดต้นฉบับลง

เรื่องนี้ดูคุ้น ๆ แฮะ!

มันเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มอัจฉริยะจากหมู่บ้านนินจาห่างไกลชื่อหมู่บ้านคิริงาคุเระ วันหนึ่งด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่ทราบแน่ชัด เด็กหนุ่มคนนั้นไม่สามารถใช้วิชานินจาได้อีกต่อไป จักระของเขาไหลเวียนช้าลงและลดน้อยลงทุกครั้งที่พยายามใช้ เขากลายเป็นคนล้มเหลว และคู่หมั้นของเขาก็ทิ้งเขาไป หลังจากเอ่ยประโยคที่ว่า “สามสิบปีฝากบูรพา สามสิบปีฝากประจิม” เขาก็ตัดสินใจที่จะมุ่งสู่เส้นทางนินจาอีกครั้ง เขาค้นพบว่าจักระของเขากำลังถูกดูดกลืนโดยนินจาในตำนานจากยุคสงคราม และหลังจากนั้นไม่นานหมู่บ้านของเขาก็ถูกศัตรูทำลายล้าง เพื่อล้างแค้นเขาจึงออกเดินทางและภายใต้การชี้แนะของนินจาในตำนาน เขาก็ได้กลายเป็นนักรบผู้แข็งแกร่ง

ยูโตะจิบชาอย่างเงียบ ๆ พลางเหลือบมองจิไรยะที่กำลังมั่นใจสุดขีด หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์จิไรยะครับ การลอกเลียนผลงานมันไม่ดีนะครับ!”

เขาเคยแนะนำนิยายออนไลน์แนวนี้ให้จิไรยะรู้จักมาก่อน

“เรื่องของนักเขียนจะเรียกว่าลอกเลียนได้ยังไง? นี่มันคือการอ้างอิงเฟ้ย อ้างอิง!”

“นั่นก็เป็นเหตุผลที่ดีครับ . . .”

จิไรยะก็แค่เขียนนิยายแนวเดียวกันโดยมีพล็อตเรื่องที่คล้ายคลึงกันบ้าง จะเรียกว่าลอกเลียนได้อย่างไร? ตัวละครก็ยังไม่เหมือนกันเลย ตัวเอกของเขาชื่อ อุซึมากิ เอน!

ยูโตะเหลือบมองชื่อเรื่อง ‘ตำนานความมุ่งมั่นของนินจา’ ซึ่งการที่สามารถดัดแปลงเรื่องราวได้ขนาดนี้แล้วยังคงผูกโยงกับชื่อเรื่องนี้ได้อีก ช่างน่าประทับใจจริง ๆ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ยูโตะก็เสนอว่า “เปลี่ยนชื่อเป็น นินจาฝ่าสวรรค์ ดีไหมครับ?”

“นั่นมันจะเกินไปหน่อย!” จิไรยะถูมือไปมาอย่างเขินอาย

การเปลี่ยนชื่อเรื่องแบบนั้นจะทำให้รู้สึกเหมือนเป็นการลอกเลียนผลงานซึ่ง ๆ หน้ามากขึ้น

“ช่างเถอะ เรียกว่า ตำนานความมุ่งมั่นของนินจา นี่แหละ! แล้วนายว่าหนังสือเล่มนี้เป็นยังไงบ้าง?”

“ยอดเยี่ยมมากครับ! คู่ควรกับสถานะตำนานอย่างแน่นอน แต่เรื่องนางเอกนี่สิครับ . . .”

“แน่นอนว่าฉันจะเอาทั้งหมดนั่นแหละ! หนังสือเล่มนี้เน้นความสะใจ ไม่มีความรักแบบเขินอายยืดยาดอะไรทั้งนั้น!”

“อาจารย์จิไรยะครับ ผมไม่คิดเลยว่าทักษะการเขียนของอาจารย์จะพัฒนาไปมากขนาดนี้ตั้งแต่ที่เราไม่ได้เจอกัน!”

“ไม่เลวใช่ไหมล่ะ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!” จิไรยะหัวเราะอย่างร่าเริง แต่ก็แอบเขินเล็กน้อย “แล้วเรื่องหนังสือเล่มนี้ . . .”

“เดี๋ยวผมจัดการเรื่องการตีพิมพ์ให้เองครับ! ผมรู้จักสำนักพิมพ์ทั้งหมดในแคว้นไฟ” ยูโตะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง!”

“ขอบใจมากนะ!”

ว่าแล้วจิไรยะก็มอบผลงานชิ้นเอกที่น่าภาคภูมิใจของเขา ‘ตำนานความมุ่งมั่นของนินจา’ ให้กับยูโตะ และจากไปด้วยรอยยิ้มกว้าง แทบจะลอยออกจากประตูไป

ทันใดนั้นยูโตะก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงสิครับ อีกไม่กี่วันจะเปิดร้านบาร์บีคิวใหม่ อาจารย์จะมาไหมครับ?”

“ไม่มีปัญหา!”

เมื่อได้ยินคำตอบรับอย่างกระตือรือร้นของจิไรยะ ยูโตะก็ส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม

การมีหนึ่งในสามนินจาในตำนานมาที่งานเปิดตัวน่าจะช่วยกระตุ้นธุรกิจได้อย่างแน่นอน

เขายืดเส้นยืดสาย พลางจิบชาที่ซึซึเนะรินให้ “ที่ตระกูลอุจิวะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม?”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น มือของซึซึเนะก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนและส่ายหัว “ไม่มีอะไรค่ะ! ท่านผู้อาวุโสใหญ่ให้การสนับสนุนฉันเป็นอย่างดี”

“ท่านผู้อาวุโสใหญ่?” ยูโตะตกตะลึง “ตาแก่หัวโบราณคนนั้นน่ะนะ??”

จบบทที่ นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 21 นี่จะเรียกว่าลอกเลียนผลงานได้อย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว