เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 2 ทายาทจอมฟุ่มเฟือย

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 2 ทายาทจอมฟุ่มเฟือย

นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 2 ทายาทจอมฟุ่มเฟือย


นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 2 ทายาทจอมฟุ่มเฟือย

ครั้งนี้ที่กลับมาไม่ใช่แค่เอาเงินมาโปรยหว่านให้คนในตระกูลอุจิวะได้รู้สึกถึง ‘ความอบอุ่นแห่งครอบครัว’ เท่านั้น แต่จุดประสงค์อีกอย่างคือ เพื่อมาเจอหลานชายที่เขายังไม่เคยเห็นหน้ามาตั้งแต่เกิด

ไม่มีเหตุผลแอบแฝง ไม่มีแผนล้างสมองแต่เด็ก เขาแค่อยากให้เงินนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วดูว่าพอจะปั้นให้เป็น ‘ทายาทจอมฟุ่มเฟือย’ ได้ไหม

ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลอุจิวะ วัน ๆ คิดแต่เรื่องไร้สาระ แบบนั้นเอาเวลาไปใช้เงินยังจะดีกว่า เอาเงินฟาดซะขนาดนี้ ชื่อเสียงในหมู่ชาวบ้านน่ะ ดังกว่าทำภารกิจระดับ S ซะอีก!

“อยากได้อะไรก็ซื้อเลย ถ้าไม่อยากเป็นนินจา มาช่วยอาก็ได้! ง่าย ๆ ไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่เฉย ๆ ใช้เงินก็พอ เดี๋ยวอาหาให้เอง!”

พูดจบเด็กชายก็ทำหน้าเหวอมอง ‘คุณอาแปลกหน้า’ ตรงหน้าด้วยสายตางง ๆ พร้อมกับแบงก์ปึกโตในมือ ด้านฟุกาคุก็ทุบโต๊ะดังปัง! “แกนี่มันขายหน้าตระกูลอุจิวะชัด ๆ! อย่ามายุ่งกับอิทาจิ เขาจะต้องกลายเป็นนินจาชั้นยอดให้ได้!”

“พี่ครับ! ฟังผมก่อน! การเป็นทายาทใช้เงินยังไงก็ปลอดภัยกว่าการเป็นนินจาแน่นอน!” ยูโตะถอนหายใจ พลางมองพี่ชายอย่างจริงจัง “ใช้ชีวิตอย่างอิสระ และสบายใจไม่ต้องเจอเรื่องยุ่ง ๆ ดีกว่าเยอะ เชื่อผมเถอะ ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน”

อาอย่างเขาน่ะจะไปทำร้ายหลานได้ยังไงกัน? ขอแค่พี่เชื่อใจกันบ้างเถอะ!

“หุบปาก!” ฟุกาคุถลึงตาใส่ยูโตะด้วยสีหน้ามืดครึ้ม

น้องชายคนนี้ความคิดแปลกแยกตั้งแต่เด็ก เขาจำได้ดีเลยว่าสมัยก่อนยูโตะเป็นเด็กที่น่ารักมาก แถมกระตือรือร้นสุด ๆ อยากเป็นนินจาตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนด้วยซ้ำ วัน ๆ วิ่งตามเขาไปทุกที่ ถามว่า “โอนี่จัง สอนวิชานินจาหน่อย~!”

เวลาฟุกาคุไม่ว่าง ยูโตะก็ไปแอบอ่านม้วนคัมภีร์นินจาเอง พอเข้าเรียนก็เก่งรอบด้าน ทั้งวิชาโจมตี ตัวต่อตัว หรือแม้แต่ภาคทฤษฎี ถึงขนาดโฮคาเงะยังชมว่าเขาคือผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งไฟ! และทันทีที่เรียนจบก็ได้สิทธิ์เข้าหน่วยลับโดยตรง

ตอนนั้นเขาเคยคิดว่ายูโตะจะเป็น ‘สะพาน’ เชื่อมตระกูลอุจิวะกับหมู่บ้าน แต่วันจบการศึกษาเท่านั้นแหละ ยูโตะกลับหักมุมอย่างแรง ประกาศจะเป็นพ่อค้า!

“การเป็นนินจาไม่ช่วยให้อุจิวะรอด!”

คำพูดนั้นทำเอาพ่อกับเหล่าผู้อาวุโสแทบกระอักเลือด และพูดยังไงก็ไม่ฟัง สุดท้ายโดนขู่ตัดชื่อออกจากตระกูล ซึ่งเขาก็ไม่ลังเลสักนิด เดินจากไปพร้อมกับความมุ่งมั่นเป็นพ่อค้าเต็มตัว

ใครจะคิดว่าผ่านไปแค่ไม่กี่ปี จะกลายเป็นเศรษฐีตัวจริง? แม้จะรู้สึกเสียดายที่น้องชายไม่เป็นนินจา แต่ในฐานะพี่ ฟุกาคุก็ยังดีใจในความสำเร็จนั้น และในแง่หนึ่งการออกจากตระกูลก็ดีแล้ว

แต่นี่อะไร?

ฟุกาคุหน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง

“ออกไปเดี๋ยวนี้!”

“ฟุกาคุ ยูโตะก็แค่พูดเล่น” มิโคโตะ ภรรยาผู้แสนอ่อนโยนของฟุกาคุพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มขื่น ๆ และรีบคว้าเงินจากมืออิทาจิมาคืนให้ยูโตะ “เด็กยังเล็กให้เงินเยอะไปไม่ดีหรอกค่ะ”

สองพี่น้องนี่สมัยเด็กก็ไม่เคยเป็นแบบนี้ แล้วทำไมโตมาถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?

“พี่มิโคโตะยังสวยเหมือนเดิมเลย~” ยูโตะรับเงินคืน แล้วยัดกลับใส่มือหลานชายอีกครั้ง “อย่าไปฟังพ่อหนูนะ นี่อาให้หนูโดยตรง อยากซื้ออะไรก็ซื้อเลย ขอแค่อย่ารังแกใครหรืออวดดีก็พอ ถ้าไม่พอ บอกอา เดี๋ยวอาให้เพิ่ม!”

“ฉันจะตบแก เจ้าตัวขายหน้าของตระกูลอุจิวะ!”

“ใจเย็นพี่! อย่าลืมว่าพี่เป็นหัวหน้าตระกูลนะ จะมาแย่งเงินจากเด็กมันดูไม่สมตัวเลยน้า~”

“. . .” มือที่กำลังจะคว้าเงินชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนที่ฟุกาคุจะสูดลมหายใจแล้วหันหน้าหนี กลับสู่โหมดเย็นชาตามเดิม “ตกลง แกต้องการอะไรแน่?”

ให้เงินเด็กเยอะขนาดนี้ ทั้งที่เงินเดือนหัวหน้าตระกูลอย่างเขายังไม่ได้ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ!

“เปล่าซะหน่อย ผมก็แค่ดีใจที่พี่มิโคโตะแต่งกับพี่เลยให้ของขวัญหลานบ้าง”

ตอนสมัยเด็กพี่มิโคโตะดูแลเขาเยอะมาก น่าเสียดายที่ผู้หญิงดี ๆ อย่างเธอยังจบลงด้วยโชคชะตาแสนเศร้า

“จะเป็นทายาทใช้เงินก็ไม่ผิดหรอก แต่อย่าเก็บอะไรไว้ในใจมากนัก พูดคุยกับพ่อแม่เยอะ ๆ ถ้ามันอึดอัดใจจริง ๆ มาหาอาก็ได้ เดี๋ยวอาพาไปเที่ยวเอง!” ยูโตะยิ้มพลางลูบหัวอิทาจิ ก่อนที่เขาจะหยุดเว้นจังหวะ และพูดอย่างจริงจัง “แต่จำไว้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องปกป้องพ่อแม่ให้ได้!”

พ่อแม่น่ะไม่ใช่คนไม่ดีหรอก ฟุกาคุก็แค่หน้านิ่งเกินไป ส่วนมิโคโตะก็เป็นแม่ที่ดีมากคนหนึ่ง

แต่พอฟังจบฟุกาคุก็ทำหน้าดำอีกครั้ง พาเด็กที่ยังไม่ทันเข้าโรงเรียนนินจาไปเที่ยวเนี่ยนะ? จะพาไปไหน? ต้องตามไปด้วยไหม!?

“ออกไปเดี๋ยวนี้! อย่ามายุ่งกับอิทาจิอีก!” ฟุกาคุขึงขัง

“อย่าใจร้ายเลยฟุกาคุ ยูโตะอุตส่าห์กลับมาแล้วนะ” มิโคโตะพูดพลางส่ายหน้าเบา ๆ “อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนเถอะ คืนนี้ก็นอนที่นี่ก็ได้ จริง ๆ แล้วฟุกาคุก็แอบดีใจแหละ แค่ไม่แสดงออกแค่นั้นเอง~”

ถึงจะอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันและพอมีข่าวคราวกันบ้าง แต่การได้เห็นหน้ากันแบบนี้มันก็รู้สึกต่างกัน

“ฉันโกรธจริง ๆ นะ!” ฟุกาคุฟังแล้วก็ทำหน้าบูด แต่ก็ยอมนั่งลงกอดอกไม่พูดอะไรอีก

“ไม่ดีกว่าครับ ผมแค่แวะมาหาหลานกับพี่มิโคโตะเฉย ๆ เดี๋ยวต้องไปทำธุระต่อ” ยูโตะยิ้ม ก่อนลุกขึ้นปัดฝุ่น พลางหันไปมองฟุกาคุ “พี่ครับ งั้นเดี๋ยวผมให้คนมาจัดการทีหลังนะ”

“หึ!” ฟุกาคุส่งเสียงในลำคอไม่มองหน้าด้วยซ้ำ “ไสหัวไป! อย่ากลับมาอีก!”

“รับทราบ~ คราวหน้าผมจะเอาของฝากมาด้วย!” ยูโตะตอบอย่างร่าเริง ขยี้หัวอิทาจิอีกรอบ “ถ้าไม่มีเงินก็มาหาอาได้นะ เด็กน่ะ ควรจะมีความสุขบ้าง ต่อให้ไม่สุขก็มาหาอาอยู่ดี! คราวหน้าจะมีของเล่นให้ด้วย!”

หลังจากยูโตะเดินออกไป ฟุกาคุก็สั่งให้ลูกน้องไปไล่เขาออกจากพื้นที่อย่างจริงจัง แต่เสียงหัวเราะของยูโตะก็ยังดังก้อง ทำให้เขาส่ายหน้าเบา ๆ และพอหันไปเห็นอิทาจิกำแบงก์ปึกหนาอยู่ก็อดคิดถึงคำว่า ‘ทายาทใช้เงิน’ ไม่ได้ พร้อมกับมุมปากกระตุกนิด ๆ ก่อนหันไปพยักหน้าให้มิโคโตะ

มิโคโตะที่เข้าใจสามีดีถึงกับยิ้มขำ เธอก้มลงลูบหัวลูกชายเบา ๆ แล้วพูดว่า “อิทาจิ เอาเงินให้แม่ก่อน แม่จะเก็บไว้ให้ พอโตแล้ว แม่จะคืนให้นะ”

“ครับ!” เด็กชายตอบอย่างไร้เดียงสาอย่างเชื่อสนิทใจ

. . .

ทางฝั่งยูโตะ พอเดินพ้นเขตตระกูลออกมาก็เห็นเด็กสาวตาขาวคนหนึ่งเดินสวนมา ทำให้เขายิ้มออกทันที “ซึซึเนะ!”

เธอคือ ‘ฮิวงะ ซึซึเนะ’ เพื่อนร่วมชั้นที่เคยเรียนด้วยกัน แม้จะพรสวรรค์ไม่โดดเด่น จนเกือบถูกส่งไปรบเป็นเบี้ยล่างในสนามรบ แต่ด้วยความสนิทกัน ยูโตะมองว่าเป็นการเปลืองตัวเปล่าจึงชวนมาทำงานกับเขา และเธอก็ยอมรับ

แน่นอนว่าตอนแรกตระกูลฮิวงะไม่ยินดีนัก เพราะคู่แข่งตลอดกาลของพวกเขาก็คืออุจิวะนั่นเอง แต่สุดท้ายยูโตะก็สามารถจ้างสมาชิกตระกูลฮิวงะจำนวนมากที่บาดเจ็บจนออกจากสนามรบมาได้ ในฐานะ ‘ตัวขายหน้าของตระกูลอุจิวะ’ คนนี้

หลังจากนั้นฮิวงะก็เงียบไม่พูดอะไรอีก ถึงจะมีพวกหัวโบราณในตระกูลเยอะยิ่งกว่าอุจิวะเสียอีก แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความจำเป็นเรื่องเงิน โดยเฉพาะในช่วงสงคราม แม้หมู่บ้านจะมีเบี้ยเลี้ยงให้ แต่ก็แค่พอประทังชีวิต หากมีใครพร้อมจ่ายค่าเลี้ยงดูคนเจ็บ คนไร้ความสามารถ . . . พวกเขาก็ยินดี

แม้มันจะไม่ใช่ยุคแห่งการค้าสงบสุข แต่มันก็คือ ยุคทองแห่งการสมานรอยร้าวของตระกูลต่าง ๆ!

ยูโตะหันไปมองซึซึเนะอีกครั้ง ผมยาวสลวย ใบหน้าสวยหวาน ชุดทำงานดูภูมิฐาน สมกับเป็นสาวจากตระกูลใหญ่ ทำให้เขายิ้มน้อย ๆ แล้วพูดขึ้นว่า “อีกเดี๋ยว เดี๋ยวฉันจะส่งคนเข้าไปช่วยงานในตระกูลอุจิวะตามแผนที่วางไว้นะ”

ก่อนจะเว้นจังหวะแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ว่าแต่ เงิน 300 ล้านเรียว โอนไปให้โฮคาเงะรึยัง? ถ้าไม่มีหมู่บ้าน เราก็ค้าขายไม่ได้หรอกนะ ถึงจะเป็นพ่อค้า แต่ก็จบจากโรงเรียนนินจานะ จะนิ่งเฉยได้ไง?”

พ่อค้าที่รักหมู่บ้านมีอยู่จริง!

“เรียบร้อยค่ะ! แล้วตามที่ยูโตะคุงขอ แถมฉันยังแนบโน้ตลายมือของคุณไปด้วย ‘ถ้าไม่มีโคโนฮะ คงไม่มีผมในวันนี้’” ซึซึเนะตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน

“โฮคาเงะรุ่นสามขำใหญ่เลยค่ะ ตบขาแล้วชมว่าเยี่ยมมาก!”

“แล้วท่านโฮคาเงะบอกไหมว่าให้ปิดเป็นความลับ? ถ้าคนอื่นรู้เข้า เดี๋ยวตระกูลอื่นก็แห่มาเรียกเก็บภาษีกับเรานะสิ”

“บอกค่ะ!”

“โล่งใจเลย~ ขอบคุณมากนะซึซึเนะ!”

“ไม่ต้องเลยค่ะ ฉันดีใจมากที่ได้ช่วยยูโตะคุง~” ซึซึเนะหน้าแดงเล็กน้อย แล้วยิ้มอย่างมีความสุข “ฉันเองก็มีความสุขเหมือนกันนะคะ!”

“ฮ่า ๆ ๆ” ยูโตะหัวเราะเบา ๆ มองหญิงสาวข้างกายที่ยังคงขี้อาย และกำลังจะเอ่ยชมอีกนิด แต่ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มทรงผมหัวเม่นใส่แว่นตาโกเกิลเดินอยู่ไกล ๆ ทำให้เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางพูดขึ้นว่า “ซึซึเนะ เดี๋ยวฝากให้คนไปที่ตึกโฮคาเงะจัดภารกิจที่ค่าตอบแทนสูง ๆ มาให้ฉันด้วยนะ”

จบบทที่ นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 2 ทายาทจอมฟุ่มเฟือย

คัดลอกลิงก์แล้ว