- หน้าแรก
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 1 เรียกฉันว่าอา!
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 1 เรียกฉันว่าอา!
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 1 เรียกฉันว่าอา!
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 1 เรียกฉันว่าอา!
“ยูโตะซามะกลับมาแล้ว! ยูโตะซามะกลับมาแล้ว!”
“เร็วเข้า! ไปแจ้งหัวหน้าตระกูลเร็ว! ยูโตะซามะกลับมาแล้ว!”
“. . .”
ที่นี่คืออาณาเขตของตระกูลอุจิวะ
ชายหนุ่มผมดำมองดูพวกสมาชิกตระกูลที่พากันวุ่นวายทันทีที่เห็นเขากลับมาอย่างจนปัญญา เขาส่ายหัวเล็กน้อยพลางถอนหายใจ เดินผ่านพวกนั้นไปโดยไม่สนใจ ถอดรองเท้าแล้วก้าวเข้าไปในบ้านไม้เก่า ก่อนจะเดินบนเสื่อทาทามิไปจนเจอกับชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งอีกฝ่ายกำลังนั่งกอดอกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาจึงทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามแล้วยักไหล่เบา ๆ
“พี่ครับ ทำหน้าดุอะไรขนาดนั้น~ ยิ้มบ้างก็ได้ ไม่งั้นคนแถวนี้กลัวหมดพอดี”
แต่คำพูดของเขาก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลานั้นยังคงเย็นชาและไร้อารมณ์เช่นเคย
อุจิวะ ฟุกาคุ!
พี่ชายของเขา หัวหน้าตระกูลอุจิวะคนปัจจุบัน
ตั้งแต่เกิดมาฟุกาคุก็เป็นคนจริงจัง สุขุม ไม่แสดงความรู้สึก ซึ่งใครที่รู้จักดีจะเข้าใจว่า พี่ชายของเขาแค่ ‘ไม่เก่งเรื่องแสดงออก’ ก็เท่านั้น ซึ่งพูดตามตรงคนในตระกูลอุจิวะส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ จะว่าทำหน้านิ่งเพราะเป็นนิสัยหรือเพราะกรรมพันธุ์ทางจิตใจก็ไม่แน่ชัด แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก
ส่วนเขา อุจิวะ ยูโตะ ชายหนุ่มผู้อาภัพ ตอนรู้ว่าตัวเองอยู่ในร่างนี้ เขาเคยคิดจะหนีจากที่นี่ไปให้พ้นเงื้อมมือหลานชายที่ในอนาคตจะลงดาบใส่เขา แต่โชคร้ายที่เขาดันไร้เดียงสาเกินไป ไม่มีพลังระดับหัวกะทิ จะหนีก็เหมือนเอาตัวไปฆ่าทิ้งเปล่า ๆ อย่างน้อยอยู่ที่โคโนฮะ ถึงจะโดนลบชื่อจากผังตระกูล แต่พ่อเขาก็เคยเป็นหัวหน้าตระกูล และตอนนี้พี่ชายก็ยังคงเป็นหัวหน้าอยู่
“กลับมาทำไม?” ฟุกาคุพูดเสียงเย็น กอดอกมองยูโตะด้วยสายตาซับซ้อน ถึงจะอายุต่างกันเกือบสิบปี แต่ก็ยังเป็นน้องชายอยู่ดี
เขาจำได้ว่าวันนั้นยูโตะเพิ่งจบจากโรงเรียน เขาในฐานะพี่ชายก็เตรียมของขวัญจบการศึกษาไว้ให้ แต่ยูโตะกลับประกาศกร้าวว่า “การเป็นนินจาไม่ช่วยให้อุจิวะรอด” จากนั้นก็ตะโกนใส่พ่อ ลาออกจากการเป็นนินจา แล้วหันหลังเดินออกจากบ้าน เลือกเส้นทางของ ‘พ่อค้า’ ที่นินจาทุกคนดูแคลน
นี่ถือเป็นตราบาปของตระกูลอุจิวะ!
“แกโดนพ่อไล่ออกจากตระกูลแล้ว ไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่ ออกไปซะ!”
“โอ๊ย พี่~ อย่าเพิ่งใจร้ายสิ~” ยูโตะยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ แล้วรินน้ำชาดื่มเองสบายใจ พร้อมกับรินให้พี่ชายอีกถ้วยแบบตามมารยาท
ตอนนั้นเขาไม่ได้ถูกฆ่าตายเพราะหน่วยลอบสังหารของหมู่บ้าน แต่ตายเพราะน้ำมือของลูกชายตัวเองต่างหาก
แม้เขาจะไม่ได้โวยวายอะไร แต่ในใจกลับรู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำ หรืออาจเป็นเพราะลึก ๆ ก็ยอมรับชะตานั้นแต่โดยดี แต่ยังไงมันก็คือโศกนาฏกรรมของครอบครัว ไม่ต่างจากคดี ‘แม่ขังลูก’ ของตระกูลโอซึซึกิ และตอนโดนไล่ออกจากตระกูลก็แค่ถูกขีดชื่อออกจากผัง ไม่ได้ถูกควักดวงตาแต่อย่างใด
ใคร ๆ ก็รู้ว่าตระกูลอุจิวะเจออะไรมาบ้าง แม้จะส่งนินจาไปช่วยสงครามเพื่อเอาใจหมู่บ้าน แต่ก็ยังโดนตีตราเป็น ‘ตระกูลอันตราย’ โดยโฮคาเงะรุ่นสอง ถูกกีดกัน ถูกจับตา และถูกแยกออกจากสังคมโดยสิ้นเชิง เพราะแบบนี้การถูกขับออกจากตระกูล อาจจะเรียกว่า ‘รอดจากชะตาต้องสาป’ ก็ได้นะ
“พี่ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมอยู่ในสถานการณ์แบบไหน ตอนนี้ผมมีเงินติดตัวอยู่บ้าง แล้วก็รู้ว่าหมู่บ้านช่วงนี้ไม่ค่อยสงบ ไหนจะสงครามโลกนินจาอีก เลยคิดว่ากลับมาช่วยอะไรที่ช่วยได้จะได้ไม่ยืนดูเฉย ๆ”
แม้คนในตระกูลจะไร้ประโยชน์หลายคน โดยเฉพาะพวกหัวรุนแรงที่ฝันอยากโค่นโฮคาเงะแล้วตั้งตัวเองขึ้นเป็นโฮคาเงะแทน ถึงขั้นมีคนพูดว่า “โฮคาเงะหมุนเวียนกันได้ ปีนี้ขอตระกูลเราบ้าง!”
แต่จะเอายังไงดีล่ะ? พวกที่มีพลังหน่อยก็กลายเป็นสายลับสองหน้า แล้วสุดท้ายตระกูลก็พังเพราะคนของตัวเองนั่นแหละ
“ยังไงซะ ผมก็ยังเป็นคนของตระกูลอุจิวะนะ”
ถ้าตระกูลล่มสลายลงจริง ๆ เขาก็คงไม่รอดเหมือนกัน!
ยูโตะจำได้ว่าตอนเรียนจบเขาได้รับเงินก้อนใหญ่เป็นของขวัญ และนั่นก็ทำให้ ‘ระบบ’ ของเขาตื่นขึ้น ตอนนั้นเขายากจนข้นแค้น ฝันอยากเป็นเศรษฐีในเกม ‘พ่อค้าเงินล้าน’ ซึ่งเป็นเกมแนวบริหารธุรกิจ ทำเงินและดูแลครอบครัว
ด้วยเหตุนี้พอระบบแปลงเข้าร่างก็กลายเป็นระบบจริงทันที ยิ่งหาเงินได้มาก ยิ่งอัปเลเวล เพิ่มค่าพลังได้สารพัด ไม่ว่าจะเป็นพลังชีวิต, พลังงาน, ความสามารถทางธุรกิจ ฯลฯ เขาเลยคิดว่า ถ้าปั๊มถึงเลเวล 100 ได้ พลังของเขาก็น่าจะเทพไม่แพ้ใคร นั่นทำให้เขายอมทิ้งความฝันเดิมในการฝึกฝนเป็น ‘เทพเจ้าแห่งนินจา’ แล้วหันมาปั๊มเงิน ปั๊มเลเวลแทน
อีกอย่างเขาไม่มี ‘บัฟเทพ’ เหมือนตัวเอกคนอื่น จากการประเมินของคนในตระกูล เขาพอไปถึงระดับโจนินมือดีได้ แต่ยังห่างชั้นกับเกะนินของโคโนฮะที่มีศักยภาพพิเศษหลายช่วงตัว จะหวังเป็นเทพเจ้าแห่งนินจาก็หมดสิทธิ์
ไม่มีบัฟเทพ ต่อให้เป็นโจนินก็แค่ตัวประกอบ ตอนจบคงได้แต่มองดูโศกนาฏกรรมของพี่ชาย แล้วจบชีวิตแบบนินจาเร่ร่อน
ความจริงคือ ตระกูลอุจิวะไม่เคยเป็นที่ไว้ใจของผู้มีอำนาจ หากไม่มีใครแข็งแกร่งระดับ ‘มาดาระ’ พอจะกดดันคนอื่นได้ก็ไม่สามารถรักษาตำแหน่งไว้ได้นานหรอก และน่าเสียดายที่คนในตระกูลนี้ห้ามฉลาดเกินไป ห้ามเก่งเกินไป ไม่งั้นจะตายโหงหมด
สู้เอาดีทางสายพ่อค้าดีกว่า!
“การเป็นนินจาไม่ช่วยให้อุจิวะรอด” ยูโตะพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนนี้ผมเปิดร้านชาไข่มุกไปแล้วเกือบ 30 สาขาทั่วเมืองใหญ่ในแคว้นไฟ รายได้ต่อปีก็พอ ๆ กับค่าจ้างทำภารกิจระดับ S หลายสิบครั้ง ผมมีลูกน้องร้อยกว่าคน ซึ่งก็มีสมาชิกจากหลายตระกูลในหมู่บ้านด้วยนะ”
คนในตระกูลที่สอบไม่ผ่าน หรือมีพลังต่ำจะกลายเป็นพวกชนชั้นล่างในตระกูล และตระกูลอุจิวะก็มีเยอะอยู่เหมือนกัน
ฟุกาคุมือสั่นเล็กน้อยขณะถือถ้วยชา แต่สีหน้ายังคงเฉยชา “นั่นมันเรื่องของแก ไม่เกี่ยวกับตระกูลอุจิวะ ถึงแกจะมีเงินมากแค่ไหน ถ้าไม่มีพลัง ก็ไร้ค่าอยู่ดี!”
“ทำเงินได้ก็ต้องรู้จักกลับมาตอบแทนบ้านเกิดสิ!”
เขาเคยเห็นผลลัพธ์ของการเลี่ยงภาษีมาแล้ว และกับคำเสียดสีของพี่ชายเขาเลือกจะเมิน
นินจาน่ะไม่มีวันเข้าใจอุดมการณ์ของพ่อค้าได้หรอก!
แน่นอนเส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ต้องมาแบบเงียบ ๆ ไม่งั้นยังไม่ทันทำอะไรก็โดนนินจายึดกิจการหมดแล้ว อีกอย่างสถานการณ์ตอนนี้ก็คือ ‘สงครามนินจาครั้งที่สาม’ บ้านเมืองวุ่นวาย เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ จะหวังรวยจากสงครามก็ไม่ง่ายเหมือนแค่คิด
“ได้ข่าวว่าตอนนี้ในหมู่บ้านมีพวกเด็กกำพร้า แม่หม้าย คนแก่เพิ่มขึ้นเพราะสงคราม ผมเลยตัดสินใจแล้วครับ” ยูโตะบอกตัวเอง พลางทำหน้าคล้ายเศรษฐีที่กลับมาพัฒนาบ้านเกิด “ทุกปี ผมจะกันงบส่วนหนึ่งมาช่วยดูแลคนพวกนี้ในตระกูลเอง!”
แต่ยังไม่ทันจบฟุกาคุก็พูดาสวนด้วยเสียงเย็นชาทันทีว่า “หึ! ตระกูลอุจิวะไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินแค่นี้! พวกเราดูแลกันเองได้ . . .”
“ทุกปีน่าจะอยู่ที่ร้อยถึงสองร้อยล้านเรียว” ยูโตะพูดแทรกขึ้นมา
ฟุกาคุสะอึกเงียบไปทันที จากนั้นก็นั่งกอดอกเงียบ สีหน้าไร้ความรู้สึกเหมือนเดิม แต่มือที่สั่นเบา ๆ ก็แสดงให้เห็นว่าในใจของเขานั้นไม่ได้สงบนิ่งเหมือนหน้าตาเลย
ฟรี ๆ ร้อยกว่าล้านเรียวต่อปี!?
ต้องทำภารกิจระดับ S ตั้งกี่รอบถึงจะได้ขนาดนั้น!?
ถ้ายื่นข้อเสนอนี้ให้โฮคาเงะรุ่นสามล่ะก็ เขาคงสั่งลูกน้องให้รีบรับเงินทันที แล้วตบไหล่ชื่นชมยูโตะ พร้อมพูดว่า “สมกับเป็นผู้สืบทอดเจตจำนงแห่งไฟ ฉันสัมผัสได้ถึงเปลวไฟแห่งคุณธรรมจากตัวนาย” แล้วก็แจกธงหนึ่งผืนให้เป็นรางวัล
นี่แหละความจริงของโลก ไม่มีใครเคารพพ่อค้า แต่ทุกคนก็ต้องทำงานให้พ่อค้า เพราะเงิน!!
ทันใดนั้นเองขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งจิบชาเงียบ ๆ ก็มีหญิงสาวหน้าตาสวยหวานเดินเข้ามาพร้อมกับเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่ง ทำให้ยูโตะเบิกตากว้างทันที รีบควักปึกแบงก์หนาจากกระเป๋านินจายัดใส่มือเด็กน้อยแล้วพูดว่า “เอ้า! เรียกฉันว่าอาสิ แล้วเงินนี่จะเป็นค่าขนมของหลาน!”
“???”