- หน้าแรก
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา
- นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 3 มาเป็นลูกชายของฉันเถอะ
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 3 มาเป็นลูกชายของฉันเถอะ
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 3 มาเป็นลูกชายของฉันเถอะ
นารูโตะ : ฉันคือคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนินจา ตอนที่ 3 มาเป็นลูกชายของฉันเถอะ
วันนี้ฉันกลายเป็นนินจาเต็มตัวแล้ว!
แถมได้อยู่ทีมเดียวกับรินด้วย! แล้วเจ้าเพื่อนน่ารำคาญนั่นก็กำลังจะกลับมา!
วันนี้ฉันมีความสุขที่สุดเลย!
อุจิวะ โอบิโตะเดินยืดอกอย่างมั่นใจสุด ๆ ไหล่กระดกนิด ๆ ด้วยท่าทีทะเล้นเล็ก ๆ สมกับเป็นเด็กหนุ่มมากความหวัง แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนมีเงาใครบางคนมาขวางหน้า
ด้วยความเป็นชายหนุ่มผู้นอบน้อมรู้กาลเทศะ โอบิโตะจึงขยับหลีกทางให้ทันทีอย่างมีมารยาท แต่พอหลบอีกฝ่ายก็ยังขวางอยู่ดี!?
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?” โอบิโตะเงยหน้าขึ้นถามอย่างงง ๆ แล้วก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อคนหนึ่งผมดำดูดียืนอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายไม่ได้สวมที่คาดหัวจึงไม่น่าจะใช่นินจา แต่ก็ดูอายุน้อยเกินกว่าจะต้องให้ใครช่วยเหมือนกัน
แต่ยังไม่ทันได้ถามว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร อีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “น้องชาย พี่ชายไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว นายพออจะมีเงินให้พี่ชายคนนี้ซื้อข้าวกินหน่อยไหม? พี่ชายจะขอบคุณนายมาก ๆ เลย”
คำพูดนั้นทำเอาโอบิโตะตกใจสุดขีด “หา? ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้วเหรอ!?”
“ใช่! หิวจนจะเป็นลมแล้ว!”
“แบบนั้นไม่ได้นะ! ต้องกินข้าวให้ดีสิ!” โอบิโตะควานในกระเป๋า แล้วหยิบเหรียญทองแดงออกมาสองสามเหรียญอย่างเก้อ ๆ “ฉันมีแค่นี้เอง อะ! ฉันให้หมดเลย!”
“แต่นี่มันน้อยเกินไปนะน้องชาย ไม่พอแม้แต่จะซื้อราเม็งอิจิราคุใส่ไข่เลย!”
“. . .”
จะตายอยู่แล้วยังจะกินราเม็งอิจิราคุใส่ไข่? เจ้าหมอนี่มัน! ตัวเขาเองยังไม่เคยกินแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ!
โอบิโตะรู้สึกว่าโดนหลอกเข้าแล้ว ทำให้เขามองอีกฝ่ายอย่างสำรวจมากขึ้น ตัวสูง สะอาดสะอ้าน หน้าตาเรียบร้อย ถึงจะหล่อไม่เท่าตัวเขาก็เถอะ แต่มันก็ไม่มีวี่แววของคนยากจนเลยสักนิด
“เดี๋ยว ๆ นายนี่มัน . . .”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ชิงพูดขึ้นก่อน “ใคร ๆ ก็ว่าหนุ่มอุจิวะ โอบิโตะ เป็นคนมีน้ำใจ ใจดี ใจบุญ เป็นตัวแทนแห่งเจตจำนงแห่งไฟของโคโนฮะ ไม่คิดเลยว่าจะไม่ยอมพาคนหิวโซที่ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันไปเลี้ยงราเม็ง! ผิดหวังจริง ๆ! ฉันจะบอกทุกคนให้หมดเลยว่าทั้งหมดนั่นเป็นแค่เรื่องโกหก!”
“นาย . . .” โอบิโตะกัดฟันแน่น แทบอยากจะชกคน
นี่มันหน้าด้านระดับตำนานแล้วเหรอ!?
แต่พอนึกถึงภาพลักษณ์คนดีของตัวเองในหมู่บ้าน สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ก็ได้! มาที่บ้านฉันก็แล้วกัน ยายฉันทำกับข้าวเก่งกว่าอิจิราคุอีก!”
บ้าที่สุด . . . นี่คนบ้าอะไรวะเนี่ย!?
“แต่ถ้านายหลอกฉันนะ ฉันจะแสดงให้เห็นถึงพลังของโฮคาเงะในอนาคตเลยคอยดู!”
ยังไม่ทันที่โอบิโตะจะได้ฟาดไม้ตายทางวาจา อีกฝ่ายก็หัวขึ้นมาเสียงดัง
“เยี่ยมมาก! นายผ่านแล้ว!” ชายหนุ่มยิ้มพอใจ “ด้วยความเมตตาและจิตใจที่งดงามแบบนี้ ฉันยิ่งชื่นชมนายมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่าทำงานเป็นนินจาเลย มาทำงานกับฉันดีกว่า! เริ่มจากเป็นพนักงานร้าน ปีหน้าเลื่อนเป็นหัวหน้า อีกสามปีเป็นเจ้าของสาขา ห้าปีขึ้นเป็นผู้จัดการเขต สิบปีขึ้นเป็นรองประธาน!”
“ใครอยากทำงานกับนายกัน!? ฉันจะเป็นโฮคาเงะ! นายมันก็แค่คนจน อย่ามาทำเป็นพูดใหญ่โตหน่อยเลย!”
“ใจเย็นน่า แค่เรียกฉันว่า ‘พ่อ’ ฉันก็จะรับนายเป็นลูกบุญธรรม! เลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ ๆ อีกร้อยปีข้างหน้า สมบัติทั้งหมดก็เป็นของนาย!”
“ใครจะไปเรียกนายว่าพ่อล่ะ!?”
“นายไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่นายพลาดไปมันมหาศาลแค่ไหน ฉันหาเงินได้มากกว่านินจาทำภารกิจระดับ S เป็นสิบ ๆ รอบในแต่ละปี รายได้ของฉันกำลังพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า นายจะรวยล้นฟ้า อยากช่วยคน ซื้อของที่ชอบ มีบ้านหรู มีคนรักข้างกาย เลี้ยงลูกสามคนหญิง สองคนชาย ใช้เงินไม่มีวันหมด!”
“ฮ่า ๆ ลูกสาวสาม ลูกชายสอง . . .” โอบิโตะยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเหม่อลอย “ฟังดูดีชะมัดเลยแฮะ”
“ตกลงไหม? อย่าทำตัวเหนื่อยเป็นนินจาเลย มาเป็นลูกชายฉันดีกว่า เดี๋ยวให้เวลาอยู่กับยาย กับคนที่นายรักเต็มที่!” ชายหนุ่มพูดล่อลวงอย่างจริงจัง “เอาน่า! เรียกฉันว่า ‘พ่อ’ ซะ!”
“ใครจะไปเป็นลูกชายนายกัน!?” โอบิโตะได้สติ และตะโกนเสียงดังทันที “ฉันสาบานไว้แล้วว่าจะเป็นโฮคาเงะ! รินก็คอยมองฉันอยู่! ฉันไม่มีวันทิ้งความฝันแน่! แล้วนายคนที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้่อราเม็งยังกล้ามาหลอกฉันอีกเหรอ!?”
“หนุ่มน้อย นายไม่รู้เลยว่าพลาดอะไรไปบ้าง . . .”
“ฉันจะต้องได้เป็นโฮคาเงะแน่นอน!”
“ดีมาก! ฉันเริ่มชอบนายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ” ชายหนุ่มตบไหล่เขาเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไป “จำไว้ ถ้าเปลี่ยนใจก็กลับมาได้ทุกเมื่อ แต่อย่าช้าเกินไปล่ะ เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนใจซะก่อน!”
“ฉัน! อุจิวะ โอบิโตะ!” โอบิโตะชูคุไนขึ้น “จะไม่มีวันเสียใจในสิ่งที่เลือก! นี่แหละวิถีนินจาของฉัน!”
เขาพูดอย่างมั่นคง แล้วก็มองดูชายแปลกหน้าคนนั้นเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
‘ไอ้บ้านั่น!’ โอบิโตะพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับบ้านอย่างหงุดหงิด
. . .
ในขณะเดียวกันยูโตะก็ถอนหายใจเบา ๆ “เป็นแบบนี้สินะ . . .”
“ยูโตะคุงชอบเด็กขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” เฮียวงะ ซึซึเนะ ที่อยู่ข้าง ๆ ถามขึ้นอย่างสงสัย “แต่ฉันว่าถ้ายูโตะคุงมีลูกเอง . . . ต้องน่ารักกว่านี้แน่ ๆ!”
“เปล่าหรอก ฉันแค่อยากแกล้งเด็กเล่นบ้างก็เท่านั้น” ยูโตะหัวเราะพลางส่ายหน้า
ถ้าโอบิโตะยอมมาทำงานด้วยจริง ๆ เขาคงจะกลัวเอาเรื่อง เพราะอีกฝ่ายมี ‘คนหนุนหลัง’!
ตอนนี้เขายังไม่พร้อมจะมีเรื่องกับพวกนั้น และธุรกิจของเขากำลังไปได้ดี นอกจากนี้ด้วยระบบที่หนุนหลังเขาก็มั่นใจเต็มร้อยว่าแค่ร้านชาไข่มุกของเขาก็มี ‘ความสามารถพิเศษ’ จากระบบ
ไม่ใช่แค่รสชาติเป๊ะทุกแก้ว แต่ยังมีออร่าดึงดูดลูกค้า เลเวลยิ่งสูง พลังดูดลูกค้ายิ่งแรง คนเดินผ่านก็จะรู้สึกว่า ‘ต้องลอง!’ แบบไม่รู้ตัว ทำให้ยอดขายมั่นคงสุด ๆ
กิจการจะเจ๊งเหรอ? ไม่มีทาง นอกจากเขาตายหรือร้านถูกถล่ม!
ยูโตะคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปพูดว่า “อ้อ เดี๋ยวให้ไปออกภารกิจที่ตึกโฮคาเงะด้วยนะ ขอเป็นภารกิจที่โหด เหนื่อย สกปรกที่สุด เอาไว้ให้ทีมของนามิคาเสะ มินาโตะโดยเฉพาะ รางวัลก็ใส่ไว้สูงหน่อย”
“เข้าใจแล้วค่ะ” แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องออกภารกิจแปลกขนาดนั้น แต่ซึซึเนะก็ยิ้มอ่อน “ฉันจะจัดการให้ค่ะ”
“ฉันยังมีโครงการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ แล้วก็โปรแกรมออกกำลังกายด้วยนะ เดี๋ยวส่งแผนให้ทีหลัง”
“รับทราบค่ะ!” ซึซึเนะพยักหน้า แล้วลังเลเล็กน้อย “ว่าแต่ยูโตะคุงจะออกจากโคโนฮะในอีกไม่กี่วันใช่ไหมคะ? ฉันขอไปด้วยได้ไหม?”
ยูโตะยิ้มแล้วพยักหน้า “ใช่ ฉันมีธุระต้องไปจัดการนอกหมู่บ้าน ฝากดูแลโคโนฮะแทนฉันด้วยนะ”
“ฉันจะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยค่ะ ยูโตะคุงไม่ต้องห่วงเลย”
“ดีมาก! ถ้าเกิดอะไรขึ้นโดยไม่คาดคิด อย่าเพิ่งกังวลไปนะ สำคัญที่สุดคือปกป้องตัวเองให้ดี”
“อืม . . .” ซึซึเนะพยักหน้าเบา ๆ “ขอบคุณนะคะยูโตะคุงที่เป็นห่วงฉัน”
. . .
อีกด้านหนึ่ง ภายในตึกโฮคาเงะ
“ดีมาก! ดีมาก! ดีมาก!” ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เอ่ยชมสามครั้งรวด ก่อนจะพับกระดาษตรงหน้าอย่างทะนุถนอม “ไม่ได้เห็นเจตจำนงแห่งไฟที่แรงกล้าแบบนี้มานานแล้ว!”
ก่อนที่ไม่นานเขาจะส่ายหน้าอย่างเสียดาย “น่าเสียดายจริง ๆ! ถ้าตอนนั้นยอมเป็นนินจา ป่านนี้คงกลายเป็นสุดยอดนินจาไปแล้ว!”
“หึ! ขี้ขลาด!” ดันโซ ที่ยังแข็งแรงแม้จะอายุมากแล้วพูดเสียงเย็น “เรียนจบได้ตั้งนาน แต่ดันถ่วงเวลา พอจบก็เลือกจะไม่เป็นนินจาไปซะงั้น!”
เขาจำได้ดีว่ายูโตะเป็นคนเรียนเก่ง แม้แต่เขาเงาแห่งโลกนินจายังต้องยอมรับว่าพรสวรรค์ด้านนี้ถือว่าไม่เลวเลย น่าเสียดายที่เขาเป็นคนอ่อนแอ ขี้กลัว ไม่กล้าเป็นนินจา แล้วหันไปเป็นพ่อค้าแทน
แน่นอนว่าถ้าแค่เป็นอุจิวะธรรมดา ต่อให้เก่งขนาดโจนิน เขาก็ไม่สนใจหรอก เว้นแต่ว่าจะมี ‘ศักยภาพ’ ที่จะปลุกพลังแห่งดวงตานั้นขึ้นมาได้ แต่คนขี้ขลาดแบบนี้ไม่มีทางปลุกดวงตานั้นขึ้นมาได้หรอก!
“เอาล่ะ ๆ ฉันก็เสียดายเหมือนกันแหละ” ฮิรุเซ็นยิ้มบาง “ผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว คงไม่มีทางจะหันกลับมาเป็นนินจาอีกแล้วล่ะ ว่าแต่ . . . นายมาหาฉันเพราะอะไรนะ?”
“หึ! ไม่มีอะไรหรอก!” ดันโซสะบัดหน้า “แค่ได้ยินว่ามีเงิน 300 ล้านเพิ่งเข้ามา . . .”
“. . .”