- หน้าแรก
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด
- เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 10 แม่บ้าน?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 10 แม่บ้าน?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 10 แม่บ้าน?
เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 10 แม่บ้าน?
“พวกเธอสองคนรู้จักกันเหรอ?” ลาริสซ่าเอ่ยถามเมื่อสังเกตเห็นว่าเบธานีกับลุคกำลังจ้องหน้ากัน
“ค่ะ ฉันเป็นคนเลี้ยงดูเจ้าเด็กเหลือขอกลิ่นเหม็นนี่เอง” เบธานีพูดพลางขมวดคิ้วมองลุค
“ผมกับเด็กเหลือขอกลิ่นเหม็นอีกหลายสิบคน” ลุคพูดเน้นย้ำประเด็นนี้ เพราะเธอไม่ใช่แม่ของเขา เธอเป็นเพียงผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น
“โอ้ คุณคงจะเป็นเบธานี มิลเลอร์ ผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าสินะคะ” ลาริสซ่าพูดพลางพยักหน้า
“คุณรู้จักฉันด้วยเหรอ?” เบธานีถามด้วยความประหลาดใจ
“ลุคพูดถึงคุณน่ะค่ะ และฉันก็เจอข้อมูลของคุณในข้อมูลเกี่ยวกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ‘สุขสันต์เสมอ’” ลาริสซ่าตอบพลางเอนหลังพิงเก้าอี้
“อินเทอร์เน็ต . . .” เบธานีพึมพำพร้อมกับเบ้หน้าที่แทบจะมองไม่เห็น
“ยังไงก็ตาม ฉันมาที่นี่เพื่อรับตัวลุค เขาต้องกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า” เบธานีพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
‘ทำไมต้องจริงจังกับงานขนาดนี้ด้วยนะ?’ ลุคคิดอย่างรำคาญใจ
“ผมไม่กลับไปหรอก ผมเจอโรงเรียนที่ดีกว่าแล้ว ถึงผมจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ผมก็ควรจะมีสิทธิ์เลือกที่เรียนได้ไม่ใช่เหรอครับ?” ลุคถามกลับอย่างไม่ยอมถอย
“เธอต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองนะลุค เธอทำห้องเรียนขนาดใหญ่เละเทะไปด้วยของเสีย เธอต้องกลับไปทำความสะอาดและรับโทษ เธอจะได้ไม่ถูกไล่ออก” เบธานีกล่าว
“ผมก็คงจะรับผิดชอบการกระทำของตัวเองอยู่หรอก ถ้าโรงเรียนไม่ทำหูทวนลมกับคำร้องเรียนเรื่องแบรดและเพื่อน ๆ ของเขาน่ะนะ พวกนั้นอยากจะทำอะไรก็ทำได้ ไม่เห็นพวกนั้นต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองเลย” ลุคพูดพลางกอดอก
“คุณมิลเลอร์คะ ฉันไม่คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะส่งลุคกลับไปโรงเรียนที่เขาไม่ต้องการจะไปทั้งที่เขาไม่เต็มใจ มันจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีนะคะ” ลาริสซ่ากล่าว
“ใช่ครับ ใช่! ถ้าคุณบังคับให้ผมกลับไป พอเปิดเทอมเมื่อไหร่ ผมจะแกล้งให้หนักกว่าเดิมอีก ผมจะทำซ้ำ ๆ ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถูกไล่ออกนั่นแหละ” ลุคพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างมั่นใจ เขามีลาริสซ่าอยู่ข้างเขา ครูใหญ่ของสถาบันการศึกษาและหญิงสาวผู้มั่งคั่ง
เบธานีขมวดคิ้วมองลุค ทำให้ลุคพลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบไปทั้งตัว ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คุณมิลเลอร์มีรังสีอำมหิตแบบนี้?
“ใจเย็นก่อนนะลุค มันจะดีกว่าถ้าเราค่อย ๆ พูดคุยและหาข้อตกลงกันเหมือนคนที่มีอารยธรรม” ลาริสซ่าพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ พลางมองไปที่เบธานี
“เธอไม่เข้าใจหรอกลุค เธอต้องกลับไป ฉันมีสิทธิ์ในการดูแลเธอตามกฎหมาย และฉันรู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเธอ” เบธานีพูดอย่างไม่ยอมถอย
‘สิทธิ์ในการดูแลตามกฎหมาย . . .เล่นสกปรกนี่หว่า’ ลุคคิดพร้อมกับเบ้หน้า เขายังเป็นผู้เยาว์ และเขาก็ไม่รู้กฎหมายเกี่ยวกับผู้เยาว์ที่เป็นเด็กกำพร้าดีพอ
“คุณเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเขาจริง ๆ ค่ะ แต่ลุคก็อายุสิบสี่แล้ว ในฐานะเด็กกำพร้า เขามีอิสระในการตัดสินใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการศึกษาของเขา” ลาริสซ่าพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ไม่ได้สะทกสะท้านกับประเด็นทางกฎหมายในกรณีนี้ ในฐานะครูใหญ่ของสถาบันการศึกษา เธอรู้กฎหมายดีทีเดียว
‘เอางั้นเลย จัดไป!’ ลุคคิดอย่างโล่งอก การมีพันธมิตรที่ทรงพลังอยู่ข้าง ๆ บ้างก็เป็นเรื่องดี
“ในทางกลับกัน ฉันได้ตรวจสอบบันทึกของลุคจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและโรงเรียนแล้ว แต่กลับไม่พบอะไรเลย นั่นมันแปลกมาก คุณพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมคะ คุณมิลเลอร์?” ลาริสซ่าเสริม
“ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” เบธานีตอบ
“นามสกุลของลุคค่อนข้างจะแปลกและมีชื่อเสียง คุณน่าจะรู้จักนักเขียนและกวีชื่อดัง เอ็ดการ์ อัลลัน โพ ใช่ไหมคะ?” ลาริสซ่ากล่าว และเบธานีก็พยักหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ปรากฏว่าลุคใช้นามสกุลเดียวกัน ดูนี่สิคะ ในนี้ก็เขียนไว้” ลาริสซ่าพูดต่อพลางยื่นเอกสารให้เบธานี ซึ่งในนั้นมีชื่อ วันเดือนปีเกิด และเวลาเกิดของลุคบันทึกไว้ รวมถึงชื่อของพ่อแม่และข้อมูลอื่น ๆ อีกหลายอย่าง
‘เธอไปเอามันมาได้ยังไง?’ เบธานีสงสัยในใจขณะรับเอกสารมา จากนั้นก็หันไปมองลุคซึ่งกำลังยิ้มเยาะเธออย่างผู้มีชัย
ลุคเตรียมตัวมาที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่อย่างดี ใครจะไปเชื่อถ้าเขาบอกว่าเขาเป็นทายาทของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ? คงไม่มีใครเชื่อคำพูดลอย ๆ ของเขา ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาจึงไปคัดลอกสูติบัตรของตัวเองมา
สำเนาที่เขาได้มานั้นมีวัตถุประสงค์อื่น เนื่องจากเขาวางแผนที่จะหนีออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาจึงต้องการเอกสารเพื่อยืนยันตัวตนของเขา ซึ่งจำเป็นสำหรับหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบุตัวตนและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉิน
แม้ว่าในฐานะเด็กกำพร้าที่หนีออกจากบ้าน ทันทีที่ไปโรงพยาบาลเขาก็ต้องรีบหนีออกมาก่อนที่จะถูกจับได้ แต่อย่างน้อยที่สุดเขาก็จะได้รับการดูแลในเรื่องที่จำเป็นบางอย่าง
“ในเอกสารนี้ คุณสามารถตรวจสอบได้ว่าเขาเป็นทายาทของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ พ่อแม่ของลุคเคยเรียนที่โรงเรียนนี้ คุณรู้เรื่องนี้ไหมคะ?” ลาริสซ่ากล่าว แต่เบธานีไม่ตอบ
“ฉันพบเรื่องแปลก ๆ สองอย่าง อย่างแรกคือไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับลุคเลยทั้งที่มีสูติบัตร และอย่างที่สอง สูติบัตรนี้เป็นฉบับจริง และมันก็อยู่ในความครอบครองของคุณ” ลาริสซ่าพูดพลางหรี่ตามองเบธานี
‘หืม? ฉบับจริง?’ ลุคคิดอย่างสับสน เขาคิดว่าเขาขโมยมาแค่สำเนา แล้วลาริสซ่าหมายความว่ายังไงที่ว่าไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเขา?
“แล้วมันมีปัญหาอะไรกับการที่ฉันครอบครองฉบับจริง?” เบธานีถาม
“สูติบัตรฉบับจริงจะถูกเก็บไว้ที่สำนักงานทะเบียนเสมอ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าควรจะครอบครองสำเนา ไม่ใช่ฉบับจริง ในฐานะผู้ปกครองตามกฎหมายของคุณ ดูเหมือนว่าคุณกำลังพยายามซ่อนตัวตนของลุค” ลาริสซ่าตอบ
‘คุณเบธานีต้องการซ่อนตัวตนของฉัน?’ ลุคคิดอย่างสับสน
“ชิ พวกนอกคอกงี่เง่ากับขั้นตอนบ้า ๆ บอ ๆ ของพวกมัน” เบธานีสบถเสียงเบา แต่ลาริสซ่ากับลุคก็ได้ยินเต็มสองหู ทำเอาลุคเบิกตากว้าง
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คุณเบธานีสบถเหมือนวัยรุ่น? และที่สำคัญกว่านั้น . . .เธอพูดว่า ‘นอกคอก’ งั้นเหรอ?
“ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอคือนาตาชาใช่ไหม?” ลาริสซ่าถามด้วยสีหน้าหวนระลึกถึงอดีต
เบธานีถอนหายใจอย่างรำคาญใจ เธอหลับตาลง และร่างกายของเธอก็เริ่มสั่นเล็กน้อย ริ้วรอยของเธอเรียบเนียนขึ้น ผมหงอกก็จางหายไปในเวลาไม่กี่วินาที กระดูกของเธอลั่นเบา ๆ ขณะที่ร่างของเธอหดเล็กลงสองสามนิ้ว
ทันใดนั้นหญิงวัยกลางคนก็กลายเป็นหญิงสาวร่างเล็กและบอบบางลง กลายร่างต่อหน้าต่อตาที่ตกตะลึงของลุค แต่ลาริสซ่ากลับไม่ประหลาดใจ
เมื่อเบธานี หรือควรจะเรียกว่านาตาชา ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอกลับกลายเป็นสีฟ้าอมเทา ผมสีดำของเธอกลายเป็นสีแดงยาวประบ่า รูปร่างของเธอดูเพรียวบางกว่าตอนที่อยู่ในร่างของเบธานี
‘พวกแปลงกาย!?’ ลุคคิดอย่างตะลึงงัน มองหญิงสาวตรงหน้า หญิงชราได้กลายร่างเป็นสาวงามวัยไม่น่าจะเกินสามสิบกลาง ๆ
เขาไม่เคยจินตนาการเลยว่าผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขาจะเป็นผู้แปลกแยกและเป็นพวกแปลงกาย อีกทั้งดูเหมือนว่าเธอจะรู้จักเขาด้วย เพราะเธอเป็นคนซ่อนข้อมูลของเขาไว้
“โอ้ ยัยหนูนาตาชานี่เอง! ดูสิว่าโตขึ้นขนาดไหนแล้ว เมื่อก่อนติดแม่ของเจ้าแจเลย” เอ็ดการ์พูดพลางลูบหนวด
‘ทำไมทุกคนถึงเป็นยัยหนูในสายตาคุณหมดเลยเนี่ย?’ ลุคคิดพลางเหลือบมองผีตนนั้นที่เริ่มจะทำให้เขาหงุดหงิด เพราะดูเหมือนจะรู้จักทุกคนไปเสียหมด
จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองหญิงสาวผมแดงที่ชื่อนาตาชา ตัวละครจากมาร์เวลผุดขึ้นในหัวของเขา . . .แบล็ควิโดว์ พวกเธอมีชื่อเดียวกัน แถมรูปร่างหน้าตาก็ยังคล้ายกันอีก
“เธอเป็นคนซ่อนข้อมูลของลุคเหรอ?” ลาริสซ่าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง นาตาชาพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
“ทำไม? ทำไมโซฟีไม่เคยบอกฉันเลยว่าเธอมีลูก แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาแน่? ฉันนึกว่าเธอตายไปแล้วซะอีก เพราะเธอไม่เคยปรากฏตัวเลย” ลาริสซ่ารัวคำถามที่เธอเก็บงำมานาน
‘แม่ของฉัน?’ ลุคคิดเมื่อได้ยินชื่อโซฟี
“ปัญหาของตระกูลโพก็ควรให้คนในตระกูลโพจัดการกันเอง ถ้าคุณหญิงโซฟีไม่ได้บอกอะไรคุณก็เป็นเพราะว่าเธอไม่ไว้ใจคุณ หรือไม่ก็ไม่อยากให้คุณต้องตกอยู่ในอันตราย” นาตาชาตอบโดยไม่อธิบายเพิ่มเติม
“คุณเป็นคนในครอบครัวผมเหรอ?” ลุคถาม บางทีพวกเขาอาจจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันหรืออะไรทำนองนั้น
“ฉันเป็นแม่บ้านของตระกูลโพ” นาตาชาตอบพลางมองลุคด้วยสีหน้าเรียบเฉย
‘งั้นเธอก็เป็นเหมือนพ่อบ้านประจำตระกูลสินะ? เหมือนกับเลิร์ชจากครอบครัวแอดดัมส์’ ลุคคิดด้วยสีหน้าแปลก ๆ เลิร์ชคือคนรับใช้ของครอบครัวแอดดัมส์ ซึ่งมักจะสื่อสารผ่านเสียงครางในลำคอที่ไม่เป็นคำพูด เขามีลักษณะคล้ายกับแฟรงเกนสไตน์ที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย
“ในเมื่อเธอมาที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่แล้ว ตอนนี้เธอก็ตกอยู่ในอันตราย พวกนั้นต้องรู้ความเคลื่อนไหวของเธอแล้วแน่ ๆ เฮ้อ . . .ทำไมเธอถึงได้ไร้ความรับผิดชอบ บุ่มบ่าม ดื้อรั้น อย่างนี้เสมอเลยนะ” นาตาชากล่าวอย่างอ่อนใจพลางบ่นและตำหนิลุค
‘แม่บ้านประเภทไหนกันที่ปฏิบัติต่อนายของตัวเองแบบนี้?’ ลุคคิด
“ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดคือมาที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ ตลอดสิบสามปีที่ผ่านมาผมก็เอาตัวรอดมาได้ แต่ไม่ช้าก็เร็วพวกนั้นก็ต้องหาผมเจออยู่ดี” ลุคพูดหลังจากที่นาตาชาหยุดบ่น
‘โอ้ . . .เขาคงจะติดต่อกับวิญญาณของท่านเอ็ดการ์ได้แล้วสินะ’ นาตาชาคิดพลางพยายามเดาว่าผีตนนั้นอยู่ในห้องด้วยหรือไม่
เอ็ดการ์เพิ่งจะบอกลุคว่านาตาชาไว้ใจได้ และไม่จำเป็นต้องปิดบังเธอว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ของตัวเองเลย นอกจากนี้ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้เขาสามารถซ่อนตัวอยู่ได้ถึงสิบสามปี
“พวกเขาจะหาเธอเจอ? ใครกัน?” ลาริสซ่าถาม
“ไม่มีอะไรค่ะ ลุคจะเริ่มเรียนชั้นปีที่เก้าที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ ฉันจะจัดการเรื่องเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดให้คุณเอง ตอนนี้เราต้องหาที่พักที่ปลอดภัยในเจริโคก่อน” นาตาชาพูดพลางวางมือเรียวของเธอลงบนคาง
“แล้วสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าล่ะ?” ลุคถาม
“ฉันจะออกจากที่นั่นหลังจากที่จัดการเอกสารที่จำเป็นสำหรับเธอให้เข้าเรียนที่เนเวอร์มอร์เรียบร้อยแล้ว” นาตาชาตอบ
“พวกเขาก็จะยังมีสิทธิ์ในการดูแลผมตามกฎหมายอยู่ดี หวังว่าพวกเขาจะไม่สร้างปัญหาอีกนะ” ลุคพึมพำ เขาอยากจะบรรลุนิติภาวะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ฉันมีสิทธิ์ในการดูแลเธอตามกฎหมาย ถ้าอยากจะเรียกฉันว่าหม่ามี้ตั้งแต่นี้ไปก็ได้นะ” นาตาชาพูดพร้อมรอยยิ้มยียวนพลางลูบหัวของลุค
“ไม่ต้องเลย” ลุคพ่นลมหายใจพลางปัดมือของนาตาชาออก ซึ่งกำลังมองเขาอย่างล้อเลียน เขาไม่เคยคิดเลยว่าแม่บ้านจะน่ารำคาญได้ขนาดนี้
หลังจากนั้นลาริสซ่าก็ได้เสนออพาร์ตเมนต์ใกล้จัตุรัสกลางเมืองเจริโคให้แก่นาตาชา ซึ่งเธอก็ตอบตกลง ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินเลย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ทรุดโทรมลงก็มีเหตุผลของมัน
นาตาชาได้ยักยอกเงินทุนเพื่อเป้าหมายระยะยาวของเธอโดยที่ไม่มีพวกนอกคอกคนไหนสังเกตเห็น เป็นการกระทำที่อันตรายและผิดจรรยาบรรณอย่างยิ่ง
ลุคต้องพักค้างคืนที่โรงแรมเป็นเวลาสองวันจนกว่านาตาชาจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยและพวกเขาสามารถย้ายเข้าอพาร์ตเมนต์ได้
อพาร์ตเมนต์นี้นอกจากจะทำเลดีแล้วยังน่ารักมากอีกด้วย มันมีสองห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร พื้นห้องรับประทานอาหารเป็นไม้ขัดเงาและผนังทาสีโทนอ่อน
ห้องครัวมีขนาดกะทัดรัดแต่ก็ใช้งานได้ดี พร้อมด้วยเคาน์เตอร์หินแกรนิตและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทันสมัย ห้องของลุคมีขนาดที่เหมาะสม และเขาก็คิดถึงการมีห้องเป็นของตัวเองมาตลอด แม้ว่าในห้องจะมีเพียงเตียงเดี่ยวและโต๊ะข้างเตียงมันยังว่างเปล่า แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ
‘ในที่สุดก็ได้มีห้องเป็นของตัวเองสักที’ ลุคคิดพลางทิ้งตัวลงบนเตียงที่นุ่มสบาย
ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือการต้องอยู่ร่วมกับแม่บ้านที่น่ารำคาญและขี้หงุดหงิดอย่างนาตาชา มันเป็นเรื่องแปลกที่จะคิดว่าเธอคือผู้ดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเขามาตลอดสิบสามปี และเขาไม่เคยสังเกตเห็นอะไรที่ผิดปกติเกี่ยวกับเธอเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เธอปกป้องเขาจากตระกูลสเปลล์แมน
ตั้งแต่มาถึงเจริโค ทุกอย่างก็ง่ายขึ้น เขาคิดว่าจะต้องหางานทำเพื่อที่จะเช่าที่พักได้ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น เอกสารในการเริ่มเรียนที่เนเวอร์มอร์ก็ง่ายแสนง่าย ทุกอย่างอยู่ในมือของลาริสซ่าและนาตาชา