เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 8 ครูใหญ่ลาริสซ่า วีมส์

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 8 ครูใหญ่ลาริสซ่า วีมส์

เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 8 ครูใหญ่ลาริสซ่า วีมส์


เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 8 ครูใหญ่ลาริสซ่า วีมส์

เมื่อเข้าไปใกล้ประตูรั้ว ลุคก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบา ๆ ประตูค่อย ๆ เปิดออกเองอย่างช้า ๆ

‘อืม . . .ขอบใจ’ ลุคคิดโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักขณะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป และเขาก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดอีกครั้งเพื่อบอกว่าประตูได้ปิดลงแล้ว

บนเส้นทางซึ่งบัดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่แล้ว เขาเดินผ่านเสาที่มีรูปปั้นกอร์กอนน่าขนลุก ซึ่งดูเหมือนจะคอยจับจ้องมองตามเขาอยู่ตลอดเวลา

หลังจากเดินมาได้ประมาณสิบนาที ในที่สุดเขาก็ได้เห็นสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคของเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ มันใหญ่โตมโหฬารและดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

“เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไรบ้าง?” เอ็ดการ์เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม พลางมองสถาบันอันโอ่อ่า

“น่าขนลุก” ลุคตอบเสียงเรียบ โรงเรียนถูกล้อมรอบด้วยรั้วอีกชั้นและมีประตูอีกบานหนึ่ง ข้อเสียคือประตูบานนี้ถูกล็อกไว้และไม่เปิดออกเองเมื่อลุคเดินเข้าไปใกล้ เขาลองเปิดมันด้วยมือ แต่ก็ไม่ขยับเขยื้อน

“แล้วจะเอาไงต่อ?” ลุคถาม

“ดูนั่นสิ มีคนอยู่ข้างใน” เอ็ดการ์พูดพลางชี้เข้าไปด้านในของเนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่

ลุคชะโงกมองผ่านซี่กรงของประตู และก็เป็นจริงดังว่า มีชายหัวล้านหลังค่อมคนหนึ่งกำลังหันหลังให้เขา ในมือมีไม้กวาดและกำลังกวาดใบไม้อยู่ เสื้อผ้าของชายหัวล้านคนนั้นเป็นสีดำและมอมแมม รองเท้าของเขาดูมีสภาพย่ำแย่ยิ่งกว่าของลุคเสียอีก

“นี่คุณ! เฮ้! คุณครับ!” ลุคตะโกนเรียก เสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ชายหัวล้านกลับไม่ไหวติง ไม่ว่าลุคจะตะโกนเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่ากี่ครั้ง เขาก็ยังคงกวาดใบไม้ต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ตาแก่หัวล้านนี่หูหนวกรึไง?” ลุคถามด้วยน้ำเสียงสูง

“แกเรียกใครว่าหัวล้าน!” ชายหัวล้านร้องตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดพลางหันขวับมามองลุค

“ไม่มีนี่ครับ คุณคงหูฝาดไปเอง ผมไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นเด็ดขาด” ลุคตอบพร้อมรอยยิ้มใสซื่อ

“ตาข้างหนึ่งของฉันอาจจะบอด แต่หูของฉันยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี” ชายหัวล้านพูดพลางเดินเข้ามาจ้องลุคผ่านซี่กรง

‘แล้วทำไมไม่หันมาตั้งแต่ตอนที่เรียกทีแรกล่ะ’ ลุคคิดพลางกลอกตา

ลุคสังเกตเห็นดวงตาสองข้างโปนถลนกำลังจ้องมองเขา สีของดวงตาทั้งสองข้างแตกต่างกัน ข้างหนึ่งเป็นสีน้ำตาลเกาลัด ส่วนอีกข้างเป็นสีอ่อนเกือบขาว ท่าทางของชายหัวล้านคนนี้น่าขนลุกดีจริง ๆ ช่างเข้ากับบรรยากาศของสถาบันจริง ๆ

“จะว่ายังไงก็ช่างเถอะตาเหม่ง ว่าแต่ วันนี้มีเจ้าหน้าที่โรงเรียนอยู่บ้างไหม? ถ้าไม่มี ผมจะติดต่อพวกเขาได้ยังไง?” ลุคถามอย่างหมดความอดทน

“ฟุดฟิด . . .ฟุดฟิด . . .” ชายหัวล้านยื่นจมูกมาดมกลิ่นใกล้ ๆ ลุคผ่านซี่กรง ทำเอาลุคเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยง

“ตัวแกมีกลิ่นเหมือนพวกนอกคอก รีบไสหัวไปซะไอ้หนู ไม่อยากเจ็บตัวใช่ไหมล่ะ โรงเรียนนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนอย่างแก” ชายหัวล้านพูดพร้อมกับเผยอรอยยิ้มชวนสยองที่เผยให้เห็นฟันหลอสองสามซี่

‘เอาหินก้อนนั้นฟาดขาให้หักดีไหมนะ? เขาจะได้รู้ว่าฉันเป็นผู้มีพลังจิต’ ลุคคิดอย่างจริงจัง

“อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ไม่งั้นเจ้าจะถูกไล่ออกก่อนที่จะได้เริ่มเรียน” เอ็ดการ์กล่าวเตือนเมื่อสังเกตเห็นแววตาไม่ชอบมาพากลของลุค

‘ชิ’ ลุคจิ๊ปากในใจ ขณะที่เขากำลังจะแสดงพลังจิตแบบไม่รุนแรงเพื่อให้ตาแก่หัวล้านรู้ว่าเขาไม่ใช่พวกนอกคอกก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจของเขาไปเสียก่อน

“มีเรื่องอะไรกันวิลลี่? เสียงดังโวยวายอะไรกัน?” เป็นเสียงของผู้หญิง

ทั้งชายหัวล้านและลุคหันไปมองผู้มาใหม่ เธอเป็นหญิงสาวร่างสูงโปร่ง สูงราวหกฟุต ผมของเธอเป็นสีบลอนด์สว่างเกือบขาว และมีดวงตาสีฟ้า ชุดของเธอดูเป็นทางการและราคาแพงลิบลิ่ว แตกต่างจากชายหัวล้านที่ชื่อวิลลี่อย่างสิ้นเชิง

“ครูใหญ่วีมส์ครับ ไม่มีอะไรน่ารบกวนท่านหรอกครับ แค่เด็กนอกคอกคนหนึ่งที่หลงทางมา” วิลลี่พูดอย่างสุภาพ ซึ่งต่างจากตอนที่พูดกับลุคโดยสิ้นเชิง

‘เด็กนอกคอก?’ วีมส์คิดอย่างแปลกใจ เป็นเรื่องยากที่พวกนอกคอกในเมืองเจริโคจะแวะเวียนมาที่เนเวอร์มอร์ อะคาเดมี่ เพราะชาวเมืองเจริโคต่างก็มีอคติต่อโรงเรียนและนักเรียนของที่นี่

เป้าหมายของวีมส์ในฐานะครูใหญ่ของเนเวอร์มอร์คือการสร้างโลกที่ผู้แปลกแยกและนอกคอกสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ดังนั้นเธอจึงพยายามส่งเสริมกิจกรรมที่จะช่วยให้เป้าหมายนี้เป็นจริงเสมอ

เมื่อคิดเช่นนั้นวีมส์จึงไม่อาจปล่อยให้เด็กนอกคอกคนนี้กลับไปเจริโคหลังจากที่ได้พบกับวิลลี่ ภารโรงท่าทางประหลาดน่าขนลุกได้ มันอาจจะทำให้เกิดข่าวลือในทางที่ไม่ดี

“สวัสดีจ้ะพ่อหนุ่ม ฉันชื่อลาริสซ่า วีมส์ เป็นครูใหญ่ของที่นี่ ดูเหมือนเธอจะเดินมาไกลเลยนะ อยากให้ฉันไปส่งที่ในเมืองไหม?” ลาริสซ่าเอ่ยถามขณะไขกุญแจเก่า ๆ เพื่อเปิดประตู

ลุคประหลาดใจกับน้ำเสียงที่สุภาพของลาริสซ่าและความใจดีของเธอที่อาสาจะไปส่งเขาในเมือง แต่ดูเหมือนว่าจะมีการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย

“โอ้ ยัยเด็กนั่น ลาริสซ่านี่เอง! ข้าว่าแล้วว่าหน้าตาคุ้น ๆ เหมือนคุณสุภาพสตรีผมบลอนด์ซีดคนนั้น” เอ็ดการ์พูดขึ้นข้าง ๆ ลุค ซึ่งเลือกที่จะเมินเขาไป เพราะตอนนี้เขาไม่สามารถคุยกับผีได้

“ยินดีที่ได้รู้จักครับครูใหญ่วีมส์ คือ . . .มีการเข้าใจผิดนิดหน่อยครับ ผมไม่ใช่พวกนอกคอก ผมเป็นผู้แปลกแยก” ลุคพูดพลางมองหน้าครูใหญ่ ซึ่งดูเหมือนในซีรีส์ เวนส์เดย์ ไม่ผิดเพี้ยน

“อย่าไปเชื่อเขานะครับครูใหญ่ เด็กเหลือขอนี่ชอบโกหก ผมดมกลิ่นเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขามีกลิ่นของพวกนอกคอกชัด ๆ” วิลลี่แย้ง

“ผมไม่ได้โกหกสักคำ คุณหัวล้าน และผมก็เป็นผู้แปลกแยก” ลุคพูดพร้อมกับเบ้หน้า ตาแก่นี่อยากจะหาเรื่องกับเขาเอง โทษไม่ได้นะถ้าเขาจะหยาบคายใส่

ก่อนที่วิลลี่จะสติแตกและเริ่มสบถใส่ลุค ลาริสซ่าก็ขัดขึ้น “ไม่เป็นไรวิลลี่ ไปทำความสะอาดสวนหลังบ้านเถอะ ใบไม้สุมกันเป็นกองเลย”

วิลลี่พ่นลมหายใจอย่างขัดใจ จ้องลุคตาเขม็ง แล้วเดินกระทืบเท้าจากไปพร้อมไม้กวาดพลางบ่นพึมพำ เมื่อวิลลี่ลับสายตาไป ลาริสซ่าก็หันกลับมามองลุค

“เธอบอกว่าเป็นผู้แปลกแยก . . .ประเภทไหนกันเหรอ? ฉันขอถามได้ไหม?” ลาริสซ่าถามอย่างสงสัย

ในโลกของผู้แปลกแยก การถามว่าเป็นผู้แปลกแยกประเภทไหนไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท ยกเว้นแต่ว่าคุณจะเป็นไฮด์ เพราะคุณจะควบคุมตัวเองไม่ได้และอาจฆ่าคนรอบข้างได้

“ผู้มีพลังจิตครับ” ลุคตอบพลางมองก้อนหินเล็ก ๆ ใกล้รองเท้าของเขา

ก้อนหินเริ่มลอยขึ้นจนถึงระดับศีรษะของเขา เขาทำให้มันหมุนวนรอบตัวเขาสองสามรอบ ขึ้นลง วาดเป็นวงกลม ก่อนที่จะร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล

“โอ้ ผู้มีพลังจิตที่เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนย้ายวัตถุโดยเฉพาะ ไม่ค่อยมีผู้มีพลังจิตมากนัก” ลาริสซ่ากล่าวอย่างประหลาดใจ

‘มาอีกแล้วเรื่องเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน . . .’ ลุคคิด ไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร

“เธอไม่ใช่นักเรียนที่นี่ ครอบครัวของเธอส่งเธอไปเรียนโรงเรียนของพวกนอกคอกเหรอ?” ลาริสซ่าถามอย่างใคร่รู้ ไม่ใช่ผู้แปลกแยกทุกคนที่จะตัดสินใจส่งลูกไปโรงเรียนของผู้แปลกแยก เพราะมีอยู่ไม่กี่แห่ง ดังนั้นหากพวกเขาอาศัยอยู่ไกลเกินไปก็จะส่งลูกไปเรียนโรงเรียนของพวกนอกคอกและสอนเรื่องพลังให้ด้วยตัวเอง

“ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ ผมเคยไปโรงเรียนของพวกนอกคอก แต่ผมไม่มีครอบครัว ผมเป็นเด็กกำพร้า” ลุคตอบ

“อะไรนะ?” ลาริสซ่าพึมพำด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง

ผู้มีพลังจิตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกนอกคอก? นี่มันแปลกมาก ผู้แปลกแยกเป็นเพียงคนส่วนน้อยเมื่อเทียบกับพวกนอกคอก และผู้มีพลังจิตก็เป็นชนกลุ่มน้อยในชุมชนผู้แปลกแยกอีกที

โอกาสที่ผู้มีพลังจิตจะไปอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของพวกนอกคอกมันมีมากแค่ไหนกัน? นั่นคือสิ่งที่ลาริสซ่ากำลังคิด นอกจากนี้ความสามารถของลุคยังแสดงให้เห็นถึงการควบคุมที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าเขาจะยกหินเพียงก้อนเดียวก็ตาม

“ธะ . . . เธอชื่ออะไร?” ลาริสซ่าถาม ริมฝีปากล่างของเธอก็สั่นระริก เธอขยับเข้าไปใกล้ลุคและมองเขาใกล้ขึ้น

‘จู่ ๆ เธอเป็นอะไรไป?’ ลุคคิด ประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงท่าทีของครูใหญ่

“ลุคครับ” เขาตอบ

“นามสกุลด้วย” ลาริสซ่ารีบเร่ง

“ลุค โพ”

“เธอเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น. . .ไม่ต้องสงสัยเลย เธอมีดวงตาและสีผมเหมือนกันไม่มีผิด” ลาริสซ่าพูดด้วยความตกตะลึงพลางใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสแก้มของลุค

ลุคไม่รู้จะทำตัวอย่างไร สถานการณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดไว้แต่แรก เขานึกภาพไว้ว่าครูใหญ่จะประหลาดใจกับนามสกุลของเขา แต่ไม่คิดว่าจะมากถึงขนาดที่ดูเหมือนจะรู้จักพ่อแม่ของเขาและเกือบจะร้องไห้ออกมา

“คุณรู้จักพ่อแม่ของผมด้วยเหรอครับ?” ลุคถามออกไปอย่างสุดความสามารถ เพราะลาริสซ่ายังคงสำรวจตัวเขาไม่หยุด ราวกับจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาเป็นคนจริง ๆ หรือเป็นแค่ผี

“ใช่จ้ะ รู้จักทั้งสองคนเลย เราสามคนเรียนที่เนเวอร์มอร์ในปีเดียวกัน ฉันสนิทกับแม่ของเธอมากกว่า” ลาริสซ่าตอบพลางปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลรินออกจากดวงตา

‘ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้’ ลุคคิด

“ดูเหมือนว่าตระกูลโพจะยังไม่สิ้นสุด มันเหมือนปาฏิหาริย์จริง ๆ” ลาริสซ่าพูดอย่างมีความสุข

“ตามฉันมา เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ และเธอก็คงมีคำถามมากมายเช่นกัน” ลาริสซ่าเสริม ก่อนจะเริ่มเดินนำไปยังทิศทางของสถาบัน

ลุคพยักหน้าและเดินตามครูใหญ่ไป ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกตะลึง ดีใจ เศร้า และอีกหลายอารมณ์ปะปนกันไปหมด

‘ทำไมเธอไม่เคยบอกฉันเลยว่าเธอกำลังท้อง? คิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ตอนนี้ฉันต้องดูแลลูกของเธอให้ดีที่สุด’ ลาริสซ่าตั้งปณิธานในใจ

จบบทที่ เวนส์เดย์ : ขอโทษที พอดีพลังจิตของฉันแกร่งที่สุด ตอนที่ 8 ครูใหญ่ลาริสซ่า วีมส์

คัดลอกลิงก์แล้ว