- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 88 มังกรเงา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 88 มังกรเงา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 88 มังกรเงา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 88 มังกรเงา
เมื่อยามราตรีมาเยือน แผนการก็เริ่มดำเนินไปอย่างเงียบงัน ทหารและม้าทั้งสามฝ่ายในทุ่งกว้างต่างจัดการธุระประจำวัน ก่อกองไฟ พักผ่อน ราวกับว่าเป็นคืนอันแสนสงบสุข ทว่าใต้ฉากหน้าที่สงบราบเรียบนั้น ความตึงเครียดกลับแผ่ซ่านไปทั่ว
เมื่อความมืดครอบคลุมทั่วผืนดินกองไฟนับไม่ถ้วนถูกจุดขึ้น เปลวไฟลุกไหวทอดเงาสะบัดสะบิ้งราวกับการร่ายรำของเหล่าเงามืด ท่ามกลางความวุ่นวายที่ถูกจัดวางอย่างแยบยล กองทัพคนเถื่อนเริ่มขยับตัว บทสวดมนต์โบราณของพวกเขาดังขึ้นก้องกลางรัตติกาล
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงการแสดง การลวงล่อให้เหยื่อเผยตัว แต่ท่ามกลางการเต้นระบำของเปลวเพลิงและเงามืด กลับปรากฏความผิดปกติเล็กน้อยที่แฝงอยู่
จังหวะของเงามืดเริ่มไม่สอดคล้องกับเสียงกลองแห่งพิธี กลายเป็นความแปร่งแปลกที่ไม่อาจรอดพ้นสายตาเฉียบคมของพวกคนเถื่อน ทำให้ความกระวนกระวายแผ่ซ่านในหมู่พวกเขา ราวกับลางร้ายบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา
ในเวลาเดียวกันกองทัพคนเถื่อนหยุดการเฉลิมฉลองลงฉับพลัน สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและคาดการณ์
“เป่าเตือนภัย!” เสียงของสกายลาร์ตัดผ่านความเงียบ นางรีบจุดไฟที่ลูกธนูแล้วยิงขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี
การกระทำของนางปลุกทุกคนให้ตื่นตัวทันที เสียงตะโกนและเสียงธนูแหวกอากาศดังก้อง นักรบคนเถื่อนเตรียมพร้อมรับศึก อาวุธในมือสะท้อนแสงไฟอย่างน่าเกรงขาม
ขณะเดียวกันเงามืดที่ถูกรบกวนก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างอำมหิต ก่อนที่หนึ่งในเงานั้นจะพุ่งมาอย่างรวดเร็วกับงูเงา ปลายแหลมราวใบมีดพุ่งทะลุคอเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างรวดเร็ว ปิดชีวิตในพริบตา
“กระจายตัว! เงามาแล้ว!” เสียงตะโกนเตือนดังขึ้น
แต่สำหรับบางคนคำเตือนนั้นก็สายเกินไป ความโกลาหลปะทุขึ้นเมื่อเหล่านักรบคนเถื่อนล้มตาย เงามืดไร้ความปรานี พลังเงารูปร่างประหลาดรวมตัวขึ้นเป็นร่างน่าขนลุกเต็มไปด้วยหนวดหมึก และจู่โจมไม่เลือกหน้า
“จุดไฟ! เผาไอ้ปีศาจนี่ซะ!” สกายลาร์ตะโกนสั่งท่ามกลางความโกลาหล จุดประกายความกล้าหาญในหมู่พรรคพวก
อย่างไรก็ตามแม้นางกล้าหาญ แต่ยังขาดภาวะผู้นำอย่างแท้จริง ก่อนที่ทันใดนั้นผู้ที่ก้าวขึ้นมาในฐานะวีรบุรุษกลับเป็นแทรงเกิล เขาหยิบกระบองไม้ขึ้นฟาดพื้น พลางตะโกนลั่นว่า “ยืนหยัดไว้! ใครวิ่งหนี ข้าจะหักคอมันด้วยมือข้าเอง!”
เสียงคำรามของเขากึกก้อง ราวกับสายฟ้าฟาดกลางสนามรบ ทำให้พวกนักรบเริ่มรวมแถวอีกครั้งด้วยใจฮึกเหิม
อีกด้านหนึ่งเรการ์นั่งอยู่บนหลังแคนนิบาล กำลังเคี้ยวผลไม้ป่ารสเปรี้ยวเพื่อฟื้นฟูกำลังพล ทันใดนั้นแสงไฟแวบหนึ่งพุ่งผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นจับจ้องทันที ก่อนที่ไม่กี่อึดใจ เปลวไฟชุดใหญ่ก็พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ยืนยันสัญญาณที่เขารอคอย
“ได้เวลาแล้ว! ไปกันเถอะ แคนนิบาล!” เรการ์ตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
แคนนิบาลคำรามสนอง พร้อมสะบัดปีกบินถลาลงจากภูเขาด้วยความเร็วราวพายุ
พวกเขาเร่งฝีปีกตรงดิ่งสู่เปลวเพลิงเบื้องล่าง และทันทีที่ใกล้ถึง สมรภูมิเบื้องล่างก็เต็มไปด้วยเสียงตะโกนและเปลวเพลิงลุกโชน ซึ่งเรการ์สังเกตเห็นการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตเงานั้นได้อย่างชัดเจน
“แคนนิบาล เผาน้ำมันรอบนอก” เขาเอ่ยสั่งเสียงเรียบ ยึดตามแผนเดิมที่วางไว้
แคนนิบาลพาตัวเองไปประจำจุดด้านขอบของทุ่ง แล้วพ่นเพลิงมังกรออกมาอย่างรุนแรง
ทันทีที่เปลวเพลิงมังกรสีเขียวแตะพื้น น้ำมันที่ราดไว้ล่วงหน้าก็ลุกพรึ่บในพริบตา เปลวไฟแผ่ขยายไปทั่วทุ่ง แสงสว่างสีมรกตลุกโชติช่วงกลางคืน
ท่ามกลางเปลวเพลิงทหารทั้งสามฝ่ายต่างยืนนิ่งอย่างตะลึง พร้อมกับความหวาดหวั่นกลับกลายเป็นความมั่นใจ เมื่อเห็นมังกรสีดำลอยเหนือหัว ทุกคนรู้ทันทีว่าตนมีพันธมิตรอันทรงพลังร่วมรบ
“โฮกกกก!!!” แคนนิบาลรับรู้ถึงสายตาทุกคู่จึงแหงนหน้าคำรามสะท้านพื้นดิน
“แคนนิบาล ดราคาริส!” เรการ์ตะโกนอย่างตื่นเต้น
ตูมมม!
เปลวเพลิงมังกรสีมรกตพุ่งออกมาราวกับสายฟ้าฟาด ฟาดเข้าใส่เงาดำเบื้องล่างอย่างจัง ทำให้เพียงพริบตาสิ่งมีชีวิตเงาก็ถูกเผาเป็นสองท่อน
เสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทหารทุกคนส่งเสียงเชิดชูอำนาจแห่งมังกร ทหารของตระกูลบรูนและตระกูลแครบบ์โถมเข้าหาศัตรูทันที ด้วยความกล้าและฮึกเหิม
ทว่าเมื่อชัยชนะดูใกล้แค่เอื้อม ทุกอย่างกลับพลิกผัน ซากเงาที่ถูกผ่าครึ่งกลับเริ่มบิดตัว จากนั้นแต่ละชิ้นก็แตกออกกลายเป็นเงาเล็ก ๆ นับสิบ พร้อมกับกลุ่มควันดำทะมึนลอยฟุ้งออกมากลืนกินกองทัพม้าเบื้องหน้าอย่างไร้ความปรานี ส่งเสียงกรีดร้องดังระงม ก่อนที่พวกเขาจะดับสิ้นไปในหมอกแห่งความตาย
“โฮกกกก!!!” แคนนิบาลคำรามอีกครั้ง พร้อมพ่นไฟใส่สิ่งมีชีวิตเงาอีกหน
แต่เรการ์กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ มันจงใจฉีกตัวเองเพื่อหนีเปลวไฟ!!
“เจ้าสัตว์เจ้าเล่ห์! แคนนิบาล เพิ่มเปลวเพลิง!”
แคนนิบาลคำรามต่ำ ก่อนจะปลดปล่อยเปลวไฟสีมรกตอย่างรุนแรง เผาเงาดำจนแทบไม่เหลือซาก
ท่ามกลางควันดำพวยพุ่ง เงานั้นดิ้นพล่านถูกเปลวเพลิงกลืนกินจนเหลือแต่ร่างที่หดเล็กลงเรื่อย ๆ แต่แล้วเสียงคำรามต่ำอันชั่วร้ายดังขึ้น พร้อมลมกระโชกแรงผ่านสนาม ทำให้เรการ์เบิกตากว้างทันที เมื่อเห็นเศษซากของสิ่งมีชีวิตเงาเริ่มรวมตัวอีกครั้ง และคราวนี้มันกลายร่างเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเดิม
อสูรกายเงาในร่างมังกรสองขา มีปีกและลำตัวบิดเบี้ยว ปีกของมันเต็มไปด้วยใบหน้าที่ดูหวาดกลัว ราวกับดวงวิญญาณที่ถูกจองจำ แต่ศีรษะของมันแทนที่จะเป็นหัวมังกรกลับกลายเป็นหัวแพะตาเดียวบิดเบี้ยวชวนสยอง
มังกรเงาคำรามพร้อมพุ่งเข้าใส่มนุษย์ใกล้เคียง ปัดพวกเขากระเด็นด้วยหัวและหาง และพุ่งเข้าใส่แคนนิบาลด้วยเสียงขู่คำราม
แคนนิบาลรับรู้ถึงการล้อเลียนที่หยามเกียรติ ทำให้ดวงตาของมันเป็นประกายด้วยความกราดเกรี้ยว ก่อนที่มันจะเหินตัวขึ้น ละทิ้งเหยื่อเดิม แล้วพ่นเพลิงมังกรใส่อสูรที่กล้าท้าทาย
ตู้ม!
เปลวไฟกระแทกเข้ากลางหัวมังกรเงาอย่างแม่นยำ จนกะโหลกของมันแตกร้าว ร่างเละเลียนถูกเปลวเพลิงพัดกระเด็นโบกสะบัดแทบจะทรุดลงกับพื้น . . .