เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 85 หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 85 หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 85 หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 85 หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต

“ความคืบหน้าในการสำรวจช่วงแรกค่อนข้างต่ำ แสดงว่าคุณภาพของดอกไม้แห่งชีวิตในหนองไม่เลวเลย” เรการ์พึมพำขณะประเมินสถานการณ์

ด้วยประสบการณ์การสำรวจอันโชกโชน เขาเอื้อมมือออกไปอย่างไม่ลังเลเพื่อเด็ดดอกไม้นั้น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสได้ ท่อนหนวดเงาทมิฬก็พุ่งออกมาจากความมืดอย่างฉับพลัน เล่นเอาเขาแทบตั้งตัวไม่ทัน

แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น หางของแคนนิบาลก็ฟาดเข้าปะทะอย่างแม่นยำ ตัดหนวดนั้นขาดสะบั้นในพริบตา ทำให้เรการ์รีบคว้าดอกไม้แห่งชีวิตแล้วถอยกลับด้วยความรวดเร็ว

ซึ่งไม่ทันไรก็มีเงาหนวดพุ่งเข้าหาอีกครั้ง แคนนิบาลจึงพ่นเปลวเพลิงมหาศาลออกมาตอบโต้ แต่ในความโกลาหลนั้นภัยใหม่ก็ปรากฏขึ้น ร่างไร้ศีรษะโผล่ออกมาจากความมืด มันถือเหล็กแหลมยาวและแทงเข้าที่หางของแคนนิบาลด้วยความแม่นยำจนเลือดมังกรพุ่งกระเซ็น กระทบกับโลหะร้อนจนเกิดเสียงดังฉ่าส่งกลิ่นไหม้แสบจมูกกระจายไปทั่ว

หลังจากนั้นร่างนั้นก็ยัดเหล็กเปื้อนเลือดมังกรลงไปในช่องท้องของตน แล้วหันกลับมาโดยไม่ขยับร่างกายแม้แต่น้อย

เมื่อเรการ์สบตากับมัน ความหนาวสะท้านก็ไหลผ่านแนวกระดูกสันหลัง เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เชื่อมโยงกับตนอย่างลึกล้ำ

กร๊าซซซ!

ในวินาทีนั้นแคนนิบาลก็ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดจากแผลที่หาง ก่อนจะสะบัดหางฟาดร่างไร้ศีรษะกระเด็นออกไป ซึ่งเมื่อร่างเงาสลายไป หนวดเงาที่แฝงตัวในความมืดก็ค่อย ๆ หายไปทีละเส้น เช่นเดียวกับเหล็กแหลมที่อยู่ในท้องของมัน

เรการ์รีบวิ่งเข้าไปหาแคนนิบาล กระโดดขึ้นหลังมังกรพลางควักดอกไม้แห่งชีวิตใส่ไว้ในกำไลมิติ

“ไปกันเถอะ แคนนิบาล!” เขากระตุ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับความรู้สึกไม่สบายใจกำลังบีบรัดหัวใจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับร่างไร้ศีรษะนั้นไม่ชอบมาพากล พฤติกรรมมันแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตเงาโดยสิ้นเชิง ซึ่งตามปกติแล้วสิ่งมีชีวิตเงาเป็นเพียงสัตว์ไร้สติที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ ทว่าตัวนี้กลับคล้ายมีเจตจำนงเฉพาะตัว คล้ายมนุษย์

ความคิดมากมายวิ่งพล่านในหัวเรการ์ ขณะที่แคนนิบาลทะยานขึ้นสู่เวหาเพื่อทิ้งระยะห่างจากภาพน่าสะพรึงเบื้องล่าง และระหว่างลอยตัวกลางท้องฟ้ายามราตรี เขาก็ครุ่นคิดอย่างเงียบงันว่าบางทีสิ่งมีชีวิตเงาเหล่านี้อาจกำลังจะวิวัฒนาการ?

. . .

กลางดึก แคนนิบาลลอยช้า ๆ เหนือไดร์เดน ก่อนจะเริ่มร่อนลง

[การสำรวจเสร็จสิ้นแล้ว โปรดรับสมบัติที่สูญหาย]

เสียงสัญญาณระบบดังขึ้นอย่างคุ้นเคย ทำให้เรการ์รีบเปิดรายงานการสำรวจ

[ดอกไม้แห่งชีวิต : ความคืบหน้า 100%]

“เสร็จจนได้ ทันเวลาพอดี” เขาพึมพำอย่างโล่งใจ ก่อนจะเบี่ยงเส้นทางจากหนองบึงกลับไปยังเดอะวิสเปอร์แทน

ที่นั่นเขารายงานสถานการณ์แก่ยารา พร้อมแนะนำให้เพิ่มการลาดตระเวนและเสริมกำแพงป้องกันการบุกของสิ่งมีชีวิตเงา และยังสั่งให้ทัพคนเถื่อนที่ประจำการอยู่ใกล้เคียงเคลื่อนพลมายังไดร์เดน

หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้นตลอดทั้งวัน พวกเขาก็กลับถึงปราสาทในที่สุด

“ถึงเวลาเปิดสมบัติจากดอกไม้แห่งชีวิตแล้วสิ” เรการ์กล่าว ขณะประคองดอกไม้สีทองไว้ในอ้อมแขนก่อนเปิดรับรางวัล

แสงสีม่วงเรืองรองก็ส่องประกายจากดอกไม้ แล้วแปรสภาพเป็นก้อนพลังงานขนาดเท่าผลมะพร้าวลอยมาหยุดที่หลังแคนนิบาล

“ม่วงงั้นหรือ น่าจะเป็นระดับมหากาพย์?” เรการ์พึมพำอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเอื้อมมือแตะสัมผัส

ทันใดนั้นประกายแสงสีม่วงสดใสก็ปะทุออกมา พร้อมเสียงสัญญาณจากระบบ

[ตรวจพบวัตถุโบราณเรียบร้อย . . .]

[ผลการตรวจสอบ : วัตถุโบราณระดับมหากาพย์ ดอกไม้แห่งชีวิต]

“สุดยอด! ของรางวัลระดับมหากาพย์จริง ๆ เป็นรองแค่ระดับตำนานเท่านั้น” เรการ์ยิ้มกว้างด้วยความยินดี และรีบเปิดข้อมูลภารกิจเพิ่มเติม

“หยั่งรากในความตาย แต่ผลิบานด้วยแสงแห่งชีวิต” เรการ์ขมวดคิ้วแน่น คำใบ้นี้ช่างลึกลับนัก “ดอกไม้แห่งชีวิต . . . ความตายกับชีวิตงั้นหรือ . . .”

เขามองดอกไม้อีกครั้ง สัมผัสได้ถึงพลังที่แฝงไว้ในวงจรแห่งชีวิตและความตาย และ หลังครุ่นคิดเขาก็สั่งให้แคนนิบาลลงจอด

แคนนิบาลพับปีกลงอย่างนุ่มนวล ลงแตะพื้นนอกกำแพงเมือง ทำให้กองทัพคนเถื่อนคุกเข่าทำความเคารพเมื่อเรการ์ก้าวเข้าใกล้

“มีซากสัตว์สดใหม่บ้างไหม? เป็นแค่ร่างก็ได้” เขาถาม

“มีขอรับ เจ้าชาย!” สมาชิกใหม่จากเผ่าแคร็บคลอว์รีบวิ่งไปนำซากกวางตัวหนึ่งมา

เรการ์ลงจากหลังมังกรแล้ววางดอกไม้แห่งชีวิตลงบนร่างกวาง ทันใดนั้นแสงบาง ๆ ก็เปล่งออกจากเกสร ร่างกวางแห้งกรอบกลายเป็นกระดูกผุในพริบตา ทำให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ต่างสะดุ้งเฮือก

แม้แต่เรการ์เองก็ยังตกใจ เขาไม่ได้คาดคิดว่าดอกไม้นี้จะหิวกระหายถึงเพียงนี้ แถมมันเหมือนร้องขอเหยื่อเพิ่มเติม เรการ์จึงสั่งให้นำซากสัตว์อื่นมาอีก และผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมทุกครั้ง จนกระทั่งในที่สุดเมื่อบูชายัญครบตามที่มันต้องการ แสงสว่างก็ค่อย ๆ จางหาย พร้อมเสียงจากระบบ

[ขอแสดงความยินดีดอกไม้แห่งชีวิตได้ถูกเปิดใช้งาน ท่านได้รับ . . .]

[หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต]

[ระดับ : มหากาพย์ (ม่วง)]

[คุณสมบัติ : พลังชีวิตเรืองรอง กระตุ้นศักยภาพแฝง]

[การประเมิน : ไม่สามารถใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเวทมนตร์!]

เกสรของดอกไม้ค่อย ๆ แห้งเหี่ยว ก่อนหยดหยาดน้ำค้างสีทองหยดหนึ่งหล่นลงสู่ฝ่ามือของเรการ์

เมื่อเปิดดูหน้าต่างระบบ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง

“เพิ่มพลังชีวิตกับพรสวรรค์ ความสามารถแบบนี้มันเหลือเชื่อจริง ๆ”

แต่เมื่ออ่านข้อความหมายเหตุ เรการ์ก็พลิกหยาดน้ำค้างในมือลงอย่างเสียดาย ถึงแม้เขาจะมีสายเลือดของราชามังกร แต่ก็ไม่ได้มีเวทมนตร์โดยกำเนิด เขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเวทมนตร์จึงใช้มันไม่ได้

ด้วยเหตุนี้เขาจึงหันไปมองแคนนิบาล ซึ่งดวงตาสีเขียวของมังกรก็สะท้อนความสนใจในหยาดน้ำค้างในมือเขาอย่างชัดเจน

เรการ์ยื่นมือออกและยิ้ม “เอ้า แคนนิบาล รางวัลของเจ้า”

แคนนิบาลโน้มหัวลงส่งเสียงครางต่ำอย่างเชื่อง ๆ

“รับไว้เถอะ” เรการ์หัวเราะเบา ๆ แล้วโยนหยาดน้ำค้างเข้าไปในปากของมัน

หยาดน้ำค้างละลายในปากดำมืดของมังกรทันที กลืนหายไปพร้อมน้ำลาย

อึก~

แคนนิบาลกลืนลงไปอย่างเรียบร้อย ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อย

เรการ์มองดูอย่างคาดหวังว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

“โฮกก”

แต่ดูเหมือนแคนนิบาลจะเบื่อกับการถูกจ้อง มันสะบัดหางพาดเรการ์กลับขึ้นไปบนหลัง จากนั้นก็บินทะยานเหนือกำแพงปราสาทอย่างสง่างาม

“ดูเหมือนว่าผลของหยาดน้ำค้างจะยังไม่แสดงออกนะ” เรการ์บ่นเบา ๆ พลางจับเกล็ดมังกรแน่น

. . .

แคนนิบาลลงจอดนอกกำแพงปราสาท หลับตาพักผ่อน ส่วนเรการ์เดินเข้าประตูไดร์เดน พร้อมดอกไม้แห่งชีวิตที่ยังเก็บไว้ในกระเป๋า

แม้จะเป็นยามดึก แต่ทั้งปราสาทยังไม่หลับไหล ความหวาดกลัวจากเหตุลอบสังหารลอร์ดยังฝังแน่นในใจทุกคน

เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับรอง เขาก็พบแซม, ซอร์เรล และบาร์ต นั่งรออยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่แซมจะเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น เสียงเต็มไปด้วยทั้งความโล่งใจและกังวลว่า “เทพทั้งเจ็ด! ในที่สุดเจ้าชายก็กลับมา พวกเรานึกว่าท่านจะกลับมาไม่ทันเสียแล้ว”

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 85 หยาดน้ำค้างแห่งชีวิต 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว