- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 84 เงาใกล้เข้ามา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 84 เงาใกล้เข้ามา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 84 เงาใกล้เข้ามา 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 84 เงาใกล้เข้ามา
หลังจากกล่าวลายารา เรการ์ก็บินจากปราสาทด้วยมังกรของตน
ตามตำนานกล่าวไว้ว่าครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็น ‘ดอกมาร์ชแมริโกลด์’ คือที่ใจกลางหนองน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของคาบสมุทร บริเวณแครกคลอว์พอยต์ โดยที่บริเวณหนองน้ำนั้นถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษตลอดทั้งปี และเต็มไปด้วยแมลงมีพิษ จนไม่มีใครกล้าเหยียบย่างมานานหลายชั่วอายุคน แต่ถึงจะเป็นสถานที่เลื่องชื่อเรื่องความอันตราย เรการ์ก็ตัดสินใจที่จะเสี่ยงเพื่อใช้มังกรช่วยตามหาดอกไม้ชนิดนั้นให้พบ
เมื่อเข้าใกล้เขตแดนของหนองน้ำ เขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้า และเห็นว่าแสงอาทิตย์ยังอยู่สูง ทำให้เขายังพอมีเวลาเดินทางกลับไดร์เดนก่อนค่ำ
“โฮกกก”
แคนนิบาลแผดเสียงคำรามต่ำขณะบินวนอยู่เหนือหนองน้ำ เบื้องล่างเป็นผืนน้ำที่ดูเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา แสดงความไม่สบายใจของมังกรดำเฒ่าแสนดุ
เรการ์ลูบเกล็ดแข็ง ๆ ของมันอย่างปลอบโยน พร้อมพูดเสียงเบา “มีอะไรหรือ แคนนิบาล?”
มังกรส่ายหัวและกระพือปีกเบา ๆ คล้ายส่งสัญญาณเตือน
“หรือเจ้าคิดว่ามีบางอย่างอันตรายซ่อนอยู่ในหนองน้ำ?” เรการ์เดา
“โฮกกก”
หางของแคนนิบาลยกขึ้นมาเคาะไหล่เขาเบา ๆ
“เจ้าหมายถึงข้าอยู่ในอันตรายงั้นหรือ?” เสียงเรการ์แผ่วลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ทันใดนั้นแคนนิบาลก็พ่นไฟลงไปยังผืนน้ำใต้เท้า
ตูม!
เปลวไฟกระทบกับแก๊สบางอย่าง ทำให้เกิดระเบิดกลางอากาศทันที พร้อมกลุ่มควันดำข้นที่พวยพุ่งขึ้นจากโคลนเบื้องล่าง ทำให้เรการ์ขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้า
“นั่นมันไอพิษ?” เขานึกถึงคำบรรยายในบทเรียนของเมสเตอร์ขึ้นมา บรรยากาศในหนองน้ำนั้นเต็มไปด้วยแก๊สพิษ ซึ่งพร้อมจะติดไฟได้ทุกเมื่อเมื่อสัมผัสเปลวเพลิง
“เจ้าเป็นห่วงว่าข้าจะสูดไอพิษเข้าไป?” เขาถาม ขณะวางมือลงบนสันหลังของมังกร
แคนนิบาลที่ฉลาดเกินกว่ามังกรทั่วไป เหลือบตามองเขาอย่างเข้าใจในความเป็นห่วงนั้น
“เจ้าบินข้ามหนองน้ำนี้มาก่อนหรือ?” เรการ์เอ่ยอีกครั้ง พยายามเดาว่ามันกำลังคิดอะไร
“ข้ากำลังหาดอกไม้อึดชนิดหนึ่ง เจ้ารู้ไหมว่ามันอยู่ไหน?” เขาชูตราประจำตระกูลแครบบ์ซึ่งมีรูปดอกมาร์ชแมริโกลด์อยู่เด่นชัด
มังกรดำเฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคาบตรานั้นไว้ในปากแล้วกางปีกมุ่งหน้าไปอีกทิศหนึ่งด้วยท่าทางแน่วแน่ ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงอีกมุมหนึ่งของหนองน้ำ ที่นี่เป็นบริเวณรอยต่อระหว่างป่าต้นสนและดินเลน กลิ่นอับชื้นและโคลนตมคละคลุ้งไปทั่ว
ไอพิษที่นี่เบาบางลงกว่าตรงใจกลางหนองน้ำอยู่มาก ทำให้พอหายใจได้สะดวกขึ้น
แคนนิบาลหันกลับมาคำรามต่ำ ๆ เหมือนจะเตือนอะไรบางอย่าง ซึ่งเรการ์รับรู้ทันที และรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าที่ซุกไว้ในกำไลข้อมือออกมาชุบน้ำ แล้วคลุมจมูกกับปาก แต่ดูเหมือนมังกรจะไม่พอใจนัก มันขยับตัวต่ำลง คล้ายออกคำสั่งให้เขาลงจากหลังมัน
เรการ์ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยอมลงจากหลังมังกร เลื่อนมาตรงลำคอแทน
แคนนิบาลก้าวเท้าไปบนพื้นเลน ร่างยักษ์ของมันบดขยี้ต้นสนที่ขวางทางพังลงเหมือนไม้จิ้มฟัน พร้อมกับหัวของมันแกว่งซ้ายขวา สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังตามหาอะไรอยู่
เรการ์คาดเดาว่ามันน่าจะเคยเห็นดอกไม้ชนิดนั้นมาก่อน ระหว่างช่วงที่มันเคยหนีจากแครกคลอว์พอยต์เพื่อไปรักษาบาดแผล ซึ่งในช่วงเวลานั้นเขาไม่รู้เลยว่ามันไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่ดูเหมือนแคนนิบาลจะเคยออกตามหา ‘ดอกไม้แห่งชีวิต’ มาแล้วครั้งหนึ่ง
ในขณะมังกรยังวนหารอบ ๆ เรการ์ก็พักผ่อนชั่วครู่บนหลังของมัน รอให้แคนนิบาลพาเขาไปยังจุดหมาย
ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ของมัน เรการ์เชื่อมั่นว่าแคนนิบาลต้องหาเจอดอกมาร์ชแมริโกลด์อย่างแน่นอน แต่ท่ามกลางความเงียบงันของหนองน้ำ เรการ์ก็รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งกำลังจับจ้องเขาอยู่
“แคนนิบาล ข้ารู้สึกแปลก ๆ ระวังตัวไว้ด้วย” เขากำชับเสียงเครียด ประสาทสัมผัสที่ถูกฝึกฝนจากการถูกซุ่มโจมตีที่ดราก้อนสโตนยังคงตื่นตัวเสมอ ทุกเสียงกรอบแกรบของใบไม้ ทุกการไหวของหญ้า เขาล้วนจับตาไว้ไม่พลาด
แคนนิบาลคำรามตอบรับ ปีกของมันเริ่มขยับราวกับพร้อมรับมือกับอันตราย แล้วทันใดนั้นการเคลื่อนไหวบางอย่างก็สะดุดตาเรการ์
“ดราคาริส!” เขาสั่งโดยไม่ลังเล
ในขณะเดียวกันมังกรก็พ่นไฟออกไปยังเงาดำที่พุ่งเข้ามาเหมือนงู เปลวเพลิงพุ่งเข้ากลืนกินหนวดเงานั้นจนละลายกลายเป็นหยดของเหลวเหนียวหนืด ตกลงสู่พื้นอย่างไร้พิษสง
เรการ์กวาดสายตาไปยังต้นสนผุ ๆ ที่น่าจะเป็นต้นตอของเงานั้น และสั่งให้แคนนิบาลพ่นไฟใส่จนเหลือแต่เถ้าถ่าน แต่หนวดเงาอื่น ๆ กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย และยังไม่ทันได้หายใจโล่ง หนวดเงากลับปรากฏรอบด้าน ล้อมพวกเขาไว้เหมือนบ่วงที่ค่อย ๆ กระชับ
ทันใดนั้นแคนนิบาลก็กระพือปีกแรงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า จากที่สูงเปลวไฟสีเขียวก็ถาโถมลงมา เผาผลาญเงาเบื้องล่างจนมอดไหม้
เรการ์มองภาพเบื้องล่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พร้อมรับมือกับศัตรูที่อาจตามมาอีกระลอก แต่เงาก็เงียบหายไม่มีการโจมตีใด ๆ ต่อมาอีก
เมื่อเห็นเช่นนั้นเรการ์ก็พยักหน้าอย่างเด็ดขาด “แคนนิบาล ไปกันต่อเถอะ เราต้องหาดอกไม้นั่นให้เจอ”
มังกรรับคำด้วยการหันหัวไปอีกทิศ ทั่วแครกคลอว์พอยต์ยังมีหนองน้ำอีกมาก และแต่ละแห่งก็อาจซุกซ่อนสิ่งมหัศจรรย์ไว้
. . .
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ทาบทาแสงทองลงบนผืนดิน แคนนิบาลก็นำทางผ่านหนองน้ำเล็ก ๆ หลายแห่ง จนไปถึงบริเวณหนึ่งที่มีธารน้ำเชี่ยวกราก
ซึ่งภาพตรงหน้าทำให้เรการ์ถึงกับนิ่งงัน โครงกระดูกสีขาวเรียงรายเต็มพื้นที่ราวกับพรมแห่งความตาย ซากของสัตว์ป่าที่คงเคยแวะมาดื่มน้ำแต่สิ้นใจเพราะหมอกพิษ
แคนนิบาลลงจอดกลางภาพสยองนั้นด้วยเสียง ‘ตึง’ อันหนักหน่วง พร้อมกับเล็บยักษ์ของมันบดต้นสนจนแหลกละเอียด แล้วเรการ์ก็เห็นสิ่งที่ตามหา ดอกมาร์ชแมริโกลด์บานสะพรั่งอยู่บนแผ่นหินสีเขียว
“สุดยอดจริง ๆ แคนนิบาล” เขาพึมพำ มองเจ้ามังกรด้วยความชื่นชม
มังกรหรี่ตาใส่เขาเหมือนจะบอกว่า “เรื่องแค่นี้มันง่ายจะตาย เจ้าหนูโง่”
เรการ์ไม่สนใจ เขากระโดดลงจากหลังมังกร เดินลุยโคลนผ่านรากไม้และตอสนที่จมอยู่ในหนองน้ำอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงแผ่นหินเขียว เขาก็ย่อตัวลงอย่างนุ่มนวล ใช้สองมือประคองรากของดอกไม้ขึ้นมาอย่างทะนุถนอม
[ตรวจพบตัวอย่างหายาก มีพลังเวทตกค้างอยู่ภายใน กำลังเริ่มการวิเคราะห์ . . .]
เสียงจากระบบดังขึ้นในความคิดของเรการ์ ยืนยันว่าได้บันทึกพลังของดอกไม้นี้เรียบร้อยแล้ว
“ใครจะคิดว่า สถานที่อัปยศเช่นนี้ กลับมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่” เรการ์มองดูดอกไม้ด้วยแววตาเปี่ยมความตื่นเต้น และรีบเปิดหน้าต่างของระบบ ตรวจสอบข้อมูลใหม่ทันที
[ดอกไม้แห่งชีวิต :ความคืบหน้าการสำรวจ: 0.5%]