เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 81 ความจริง 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 81 ความจริง 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 81 ความจริง 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 81 ความจริง

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ เขาถูกฆ่าตายเมื่อคืนนี้จากการโจมตี” บาร์ตกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าหนัก ก่อนจะเอ่ยเชื้อเชิญว่า “เจ้าชาย ได้โปรดให้เกียรติพวกเราจัดงานเลี้ยงต้อนรับแด่พระองค์เถิด”

“การจากไปของพี่ชายท่าน คงไม่สมควรจัดงานรื่นเริงใด ๆ” เรการ์กล่าวพลางส่ายศีรษะเบา ๆ

บาร์ตนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ราวกับไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร

ชายวัยกลางคนที่ยืนข้างเขาเอ่ยแทรกขึ้นว่า “เวลส์มันโง่เขลา การตายของเขาไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายอะไรพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายทาร์แกเรียนควรได้รับการต้อนรับที่สูงส่งกว่านั้นมาก”

“ถ้าเช่นนั้นบางทีข้าอาจขอเดินชมปราสาทของพวกท่านคร่าว ๆ แทนได้หรือไม่?” เรการ์ยิ้มบาง ขณะก้าวลงจากหลังมังกร

ด้วยการที่แคนนิบาลจอดประจำการอยู่ด้านนอก เขาจึงไม่สะทกสะท้านต่อภัยคุกคามใด ๆ สถานะของเขาในฐานะเจ้าชาย พร้อมกับการมาพร้อมมังกร ย่อมทำให้ทุกคนต้องให้ความเคารพโดยไม่มีข้อแม้

เมื่อเขาลงจากหลังมังกรเรียบร้อย เหล่าผู้นำของไดร์เดนก็พาเรการ์เข้าไปในตัวปราสาท ซึ่งบรรยากาศภายในเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดนับจากวันที่เวลส์ยังมีชีวิต เพราะมันไม่มีร่องรอยของความยโสโอหังที่เคยมีอีกต่อไป

แท้จริงแล้วคนโง่มักพบจุดจบก่อนวัยอันควร ทิ้งไว้เพียงผู้รอดที่แม้อาจไม่ฉลาดลึกซึ้งนัก แต่ก็พอมีสติรู้จักระวังภัย

เมื่อเข้าไปในป้อมเรการ์ก็เล่นบทเป็นเด็กอยากรู้อยากเห็น เขาเอ่ยปากขอให้บาร์ตพาเดินชมรอบ ๆ ซึ่งแม้ปราสาทไดร์เดนจะดูยิ่งใหญ่จากภายนอก แต่ภายในกลับเรียบง่าย เป็นอาคารหินสามชั้นที่ดูแข็งแกร่งตามแบบฉบับปราสาทชายฝั่ง

เมื่อเดินสำรวจได้พอประมาณ เรการ์ก็เข้าไปพักในห้องรับรอง ขณะจิบเครื่องดื่มที่สาวใช้ยกมาให้ สายตาของเขาก็เหลือบเห็นบาร์ตยืนอยู่ใกล้ ๆ

“เซอร์บาร์ต ดูเหมือนท่านจะมีเรื่องอยากพูด?” เรการ์ถาม

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย . . .” บาร์ตตอบทันที และทรุดตัวลงคุกเข่า รับดาบจากผู้ติดตาม แล้วชูขึ้นถวายด้วยความเคารพ พร้อมก้มศีรษะเอ่ยว่า “ข้าได้ยินมาว่าตระกูลแครบบ์ได้ถวายสัตย์ภักดีต่อพระองค์แล้ว บัดนี้ข้า บาร์ต บรูน ในนามของตระกูลบรูน ขอถวายความภักดีต่อพระองค์เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”

เรการ์จิบองุ่นหมักเบา ๆ ทำเป็นสนใจ “เซอร์บาร์ต การตายของพี่ชายท่านทำให้ท่านกลายเป็นลอร์ดแห่งไดร์เดนแล้วหรือ?”

การถวายสัตย์ในนามตระกูล จำเป็นต้องมีอำนาจในฐานะลอร์ด ซึ่งบาร์ตยังไม่ได้รับอย่างเป็นทางการ

“ยังไม่ใช่ตอนนี้พ่ะย่ะค่ะ แต่ข้าได้ส่งอีกาไปยังคิงส์แลนดิ้งแล้ว และกำลังรอคำตอบอยู่พ่ะย่ะค่ะ” บาร์ตตอบด้วยน้ำเสียงประหม่า เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผาก

เรการ์วางแก้ว แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ข้าเกรงว่า ข้ายอมรับสัตย์จากลอร์ดที่ไม่มีอำนาจไม่ได้ และท่านก็ไม่มีสิทธิถวายสัตย์แทนพี่ชายได้”

“เจ้าชาย . . .” บาร์ตเอ่ยอย่างผิดหวัง

“พอเถอะ บาร์ต เกียรติของตระกูลบรูนเสื่อมเสียไปมากพอแล้วจากการกระทำของเวลส์” ชายวัยกลางคนเอ่ยปรามทันที

บาร์ตก้มศีรษะโดยไม่ตอบโต้อีก

เรการ์เบนสายตาไปยังชายคนนั้น แล้วสังเกตเห็นตราสัญลักษณ์บนหน้าอก มันแตกต่างจากตราประจำตระกูลบรูน เป็นรูปกรงเล็บหมีสีน้ำตาลบนพื้นขาว ล้อมกรอบด้วยเส้นขอบสีน้ำตาลสองเส้น

ซึ่งเขานึกไม่ออกว่าเป็นตราของตระกูลใดจึงเอ่ยถามว่า “เซอร์ ท่านเป็นตัวแทนของตระกูลใด?”

ชายผู้นั้นโค้งเล็กน้อยก่อนตอบ “ข้าคือ ซอร์เรล บรูน มาจากสายอัศวินของตระกูลบรูน ดินแดนของเราคือบราวน์ฮอลโลว์พ่ะย่ะค่ะ”

เรการ์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า “อ้อ! เชื้อสายของสองพี่น้องตระกูลบรูน ผู้พิชิตแครกคลอว์พอยต์”

หลังการแนะนำตัวเรการ์ก็เอนหลังพิงเก้าอี้ แล้วถามขึ้นว่า “เซอร์ซอร์เรล ข้าอยากทราบว่าเหตุใดท่านจึงเชิญข้ามาที่นี่กันแน่? จดหมายแสดงความเสียใจคงไม่ใช่เหตุผลเพียงอย่างเดียวกระมัง?”

รอยยิ้มของซอร์เรลจาง พร้อมกับสายตาจริงจังขึ้น “ครั้งนี้บาร์ตเป็นผู้เชิญพระองค์มาเอง เพื่อขอความช่วยเหลือจากพระองค์ในการกอบกู้ตระกูลบรูน”

“น่าสนใจ” เรการ์เริ่มตั้งใจฟัง

“ไดร์เดน ถูกสาปพ่ะย่ะค่ะ คำสาปที่เกิดจากความโง่เขลาและความโลภของเวลส์” ซอร์เรลกล่าวต่อ “เรือที่ประสบเหตุเป็นเรือจากการ์ธ แต่ไม่ได้มีธุระกับตระกูลบรูนเลย มันเดินทางกลับจากบราวอส แล้วประสบพายุซัดมาชนฝั่งใกล้ไดร์เดน และถูกชาวประมงในพื้นที่ช่วยไว้”

“เมื่อเวลส์รู้ว่าบนเรือมีสินค้าล้ำค่า เขาจึงเรียกกัปตันกับลูกเรือมาสอบสวน จากนั้นก็สั่งการโจมตีในยามค่ำคืน ฆ่าลูกเรือและทหารรับจ้างทุกคน เว้นไว้เพียงชายปริศนาผู้สวมหน้ากากแดงในชุดคลุมดำ โดยชายผู้นั้นอ้างตัวว่าเป็น ‘ผู้ผูกเงา’ จากดินแดนเงา”

สีหน้าเรการ์เปลี่ยนทันที “ผู้ผูกเงา! บุคคลลึกลับในตำนาน?”

“แต่ผู้นำกลุ่มจู่โจมไม่เชื่อ เขาจึงสั่งตัดหัวผู้ผูกเงาทันทีพ่ะย่ะค่ะ” ซอร์เรลกล่าวจริงจัง

“แล้วการตายของเขายุติคำสาปหรือไม่?” เรการ์ถามอย่างกระตือรือร้น

“ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ เมื่อผู้ผูกเงาตาย ร่างไร้หัวของเขากลับกลายเป็นภูตเงา มันซ่อนอยู่ในความมืด ติดตามเหล่าทหารกลับมายังไดร์เดน และสังหารพวกเขาหลายคนในคืนนั้น” ซอร์เรลลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ช่วงหนึ่ง มันเงียบหายไป ทำให้เวลส์คิดว่าคำสาปสิ้นสุดแล้ว แต่ในที่สุดมันก็กลับมา และพรากชีวิตเขาไป”

เรื่องเล่าของซอร์เรลไม่มีแม้แต่คำเศร้าโศกให้กับการตายของลอร์ดเวลส์ มีเพียงความชิงชังอันรุนแรง

“แสดงว่าเวลส์โกหกข้า เขารู้เรื่องอสูรเงาตั้งแต่ต้น” เรการ์ขมวดคิ้ว

“เขาไม่ได้ตั้งใจปิดบังพ่ะย่ะค่ะ แต่การปล้นและฆ่าลูกเรือพ่อค้านั้นเป็นอาชญากรรม เขาเลยไม่กล้า . . .” บาร์ตทรุดตัวลงกับพื้นเอ่ยอย่างร้อนรน

“ถ้ารู้ว่าเป็นอาชญากรรมก็ไม่ควรก่อมันตั้งแต่แรก” เรการ์ตัดบทอย่างเย็นชา

เห็นได้ชัดว่าทั้งสองพี่น้องนี้ต่างก็โง่พอกัน คนหนึ่งกล้าเผชิญผลลัพธ์โดยไม่คิดให้รอบคอบ อีกคนก็ไม่ยอมรับความผิดแม้จะเห็นอยู่เต็มตา

“คำสาปนี้เกิดจากบาปของไดร์เดนและได้แปดเปื้อนแครกคลอว์พอยต์ไปทั้งผืน แค่นั้นก็เพียงพอจะตัดหัวเวลส์ซ้ำอีกสิบครั้ง ส่วนท่านควรคิดได้แล้วว่าจะชดใช้บาปนี้อย่างไร” ความโกรธของเรการ์ปะทุทันที

“เราควรรายงานเรื่องนี้ต่อฝ่าบาทไหมเพคะ?” หญิงคนหนึ่งเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

เรการ์หันมามองบาร์ตและซอร์เรลด้วยแววตาไร้ความอ่อนโยน

“นางเป็นภรรยาของพี่ข้าเองพ่ะย่ะค่ะ” บาร์ตรีบพูดขึ้น

“ท่านคิดจะรายงานเรื่องนี้หรือ?” เรการ์ถามเสียงราบเรียบ

แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางต่อเนื่องหลายวัน แต่เขาก็ยังไม่คิดขอความช่วยเหลือจากบิดา เพราะนี่คือการผจญภัยของเขาเองกับแคนนิบาล

“แน่นอนว่าไม่พ่ะย่ะค่ะ” ซอร์เรลผู้มีสติที่สุดตอบทันควัน ส่วนบาร์ตก็เสริมทันทีว่าศักดิ์ศรีของตระกูลบรูนจะไม่กลับคืน จนกว่าคำสาปจะถูกปลด

เรการ์ถอนหายใจ “ก็ได้ พวกท่านกำลังทำให้ข้าเหนื่อยจริง ๆ”

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 81 ความจริง 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว