เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 80 ปราสาทไดร์เดน 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 80 ปราสาทไดร์เดน 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 80 ปราสาทไดร์เดน 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 80 ปราสาทไดร์เดน

รุ่งเช้าวันถัดมา เรการ์ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงขนนกห่านที่นุ่มดุจอ้อมกอด ความทรงจำจากความฝันอันพร่าเลือนเมื่อคืนก่อนยังคงติดตรึงอยู่ในใจ ทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางทอดถอนใจ

“เจ้าชาย ลอร์ดแซมรออยู่ในห้องอาหารเช้าเพคะ” เสียงของสาวใช้ดังมาจากหลังประตูหินที่ตกแต่งอย่างวิจิตร

“ข้ารู้แล้ว” เรการ์ตอบ ขณะลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทีที่ยังแฝงความเหนื่อยล้า

ตลอดทั้งคืนเขาถูกรบกวนด้วยภาพนิมิตอันหลอกหลอน ใบหน้าของเรนีราที่เปรอะเปื้อนน้ำตา จับมือเขาแน่นพลางเอ่ยความกังวล ในอีกภาพหนึ่ง ใบหน้าอันสงบเยือกเย็นของบิดากลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ประกาศบทลงโทษอันโหดเหี้ยม ทว่าโหดร้ายยิ่งกว่าคือศีรษะที่ถูกเสียบประจานไว้บนหอกเป็นคำเตือนถึงโทษของผู้ฝ่าฝืน

“อย่าห่วงเลย ข้าจะกลับมาแน่” เรการ์พึมพำกับตนเองแน่วแน่ เขาจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ แล้วกลับไปยังดราก้อนสโตนทันทีที่ภัยจากอสูรเงาสิ้นสุดลง

. . .

เมื่อเขาผลักบานประตูออกก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งในชุดผ้าแพรบางเบายืนรออยู่

“เลดี้ยารา เจ้าไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าด้วยตัวเองหรอก” เรการ์กล่าวพลางพยักหน้าให้นางอย่างให้เกียรติ

ยารายิ้มบาง ๆ “ท่านพ่อสั่งให้ข้ามาเองเพคะ ไม่เป็นการลำบากเลย”

“เจ้ามีน้ำใจนัก” เขาตอบด้วยรอยยิ้มบาง

ลอร์ดแซม แครบบ์ ดูจะรู้จักศิลปะแห่งการต้อนรับอยู่ไม่น้อย งานเลี้ยงค่ำคืนก่อนช่างรื่นรมย์ ทั้งอาหารและผู้ร่วมโต๊ะก็ล้วนเป็นมิตร

เรการ์กับยาราเดินลงบันไดมาด้วยกัน จนกระทั่งมาถึงห้องรับรองที่ลอร์ดแซมนั่งรออยู่แล้ว

“เจ้าชาย” แซมทักทายอย่างอบอุ่นเมื่อเห็นเขา

เรการ์พยักหน้าตอบ พลางผายมือเชิญให้เขานั่ง จากนั้นก็นั่งลงตรงข้าม

ระหว่างที่กำลังลิ้มรสอาหารเช้าง่าย ๆ แต่อร่อยล้ำ เรการ์ก็เอ่ยถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อคืน “ลอร์ดแซม ท่านคิดเห็นเช่นไรกับข้อเสนอของข้า?”

“สิ่งมีชีวิตเงาคือภัยใหญ่หลวงต่อคาบสมุทร และตระกูลแครบบ์พร้อมยืนเคียงข้างท่าน” แซมชะงักเล็กน้อยก่อนตอบ

จากนั้นเขาอธิบายถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ในภูมิภาค “ทางตะวันออกของคาบสมุทรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลบรูนและแครบบ์นั้น มีพวกคนเถื่อนหลงเหลืออยู่ไม่มาก หากเราจะต่อกรกับสิ่งมีชีวิตเงาและรวบรวมพวกคนเถื่อนที่กระจัดกระจาย ความร่วมมือของสองตระกูลถือเป็นหัวใจสำคัญพ่ะย่ะค่ะ”

เรการ์ซึ่งมีความรู้ในประวัติศาสตร์และการเมืองอย่างลึกซึ้ง ย่อมเข้าใจถึงความจำเป็นในการได้รับการสนับสนุนจากขุนนางท้องถิ่น แม้การพบกับตระกูลบรูนจะไม่สู้ดีนัก แต่ความร่วมมือกับตระกูลแครบบ์ก็ดูมีความหวัง ดังนั้นเขาจึงยอมรับความร่วมมือของแซมด้วยความขอบคุณ

อย่างไรก็ตามแม้การสนทนาจะจบลง แต่เรการ์ยังไม่อาจหาหนทางจัดการกับสิ่งมีชีวิตเงาได้

“เรือที่สิ่งมีชีวิตเงาปรากฏตัวครั้งแรกยังคงเกยตื้นอยู่ที่ชายหาด ข้าไม่กล้าเข้าใกล้ก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ท่านมีมังกร ข้าอาจเสี่ยงไปตรวจสอบได้พ่ะย่ะค่ะ” ลอร์ดแซมกลับมีข้อเสนอหนึ่ง

เรการ์ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนตอบ “แล้วแต่ท่าน ลอร์ดแซม”

เมื่อแผนเป็นรูปเป็นร่าง ทหารร้อยนายจากปราการเดอะวิสเปอร์ก็ถูกระดมพล พร้อมด้วยอาวุธครบมือ โดยมีแซมนำทัพด้วยตนเอง

ขณะเดียวกันเรการ์ก็ขึ้นขี่แคนนิบาลเพื่อบินสังเกตการณ์จากบนฟ้า ส่วนกองทัพคนเถื่อนยังคงรอคำสั่งอยู่ในป่า

หลังจากเดินทางราวหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็มองเห็นชายหาดทางชายฝั่ง ที่นั่นเองที่เรือสำเภาลำหนึ่งเกยตื้น สถานที่แรกที่สิ่งมีชีวิตเงาปรากฏตัว

“แคนนิบาล ลงจอด” เรการ์ออกคำสั่งให้มังกรลงสู่ชายหาด

เรือที่ถูกทิ้งร้างนั้นชำรุดจากลมฟ้าอากาศ ตัวเรือแตกร้าว เสากระโดงหักครึ่ง ก่อนที่แซมจะส่งทหารสิบคนขึ้นไปสำรวจ แบ่งเป็นคู่เพื่อความปลอดภัย พร้อมสัญญาณแจ้งเตือนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งโชคดีที่ผลการค้นหาไม่พบสิ่งใดผิดปกติ

“เรือว่างเปล่าพ่ะย่ะค่ะ” ทหารรายงาน

เรการ์และแซมสบตากันอย่างผิดหวัง

“กลับไปที่เดอะวิสเปอร์ ตรวจดูความเคลื่อนไหวของพวกคนเถื่อน” เรการ์สั่ง ก่อนที่แคนนิบาลจะทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง

การค้นหาอย่างตรงไปตรงมาไม่ก่อผล บัดนี้ต้องหาวิธีล่อศัตรูให้ปรากฏตัวแทน

. . .

เมื่อกลับถึงเดอะวิสเปอร์ เรการ์ก็เห็นคนส่งสารบนหลังม้าขาว กำลังโต้เถียงกับทหารยามที่หน้าประตูเมือง ดังนั้นด้วยความสงสัย เขาจึงเข้าไปใกล้ และถามเสียงเข้มว่า “เจ้ามาจากไหน?”

เมื่อเห็นว่าเป็นจ้าวมังกร ผู้มาใหม่รีบคุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า “ข้ามาจากไดร์เดนพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชายได้โปรดรับสาส์นฉบับนี้”

“ไดร์เดน? จากตระกูลบรูนอย่างนั้นหรือ?” เรการ์พึมพำ สีหน้าเคร่งเครียด “ลอร์ดเวลส์ล่ะ? ข้าแจ้งเขาเรื่องพักรบไปแล้ว”

“ลอร์ดเวลส์ตายแล้วแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” คนส่งสารกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นไหวขณะคุกเข่าต่อหน้า

“ว่าอย่างไรนะ?” เรการ์อุทานเสียงหลง ไม่อาจเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“หลังจากลอร์ดเวลส์กลับจากพบพระองค์ เขาก็ปลีกตัวเข้าไปในห้องไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปรบกวน เช้าวันนี้เมื่อสาวใช้เข้าไปก็พบท่านลอร์ดสิ้นลมหายใจบนเตียง ไม่มีร่องรอยบาดแผลภายนอก แต่เมสเตอร์กล่าวว่าอวัยวะภายในโดยเฉพาะสมองได้รับความเสียหายจากแรงกระแทกที่ทะลุผ่านปาก จมูก และหู” ผู้มาใหม่เล่าต่อด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง

“เงามรณะ . . .” เรการ์ขนลุกวาบ สายตาแข็งกร้าว พลางพึมพำเบา ๆ ด้วยความหวาดกลัวแทรกซึมทั่วกาย

ก่อนหน้านี้มันเล่นงานแต่เผ่าคนเถื่อน ทว่าเมื่อมันกล้าลอบสังหารขุนนางผู้สูงศักดิ์ สถานการณ์ก็ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

เขาตัดความลังเลใจออกจากสมอง แล้วกล่าว “ต่อจากนี้ เราทุกคนต้องอยู่ใกล้แคนนิบาลไว้ตลอด”

จากนั้นเรการ์ก็เปิดสาส์นอ่านทันที ภายในกล่าวถึงเหตุการณ์การตายของเวลส์ การยืนยันข้อตกลงพักรบกับเดอะวิสเปอร์ และเชิญเรการ์ไปร่วมงานเลี้ยงที่ไดร์เดน โดยมีลายเซ็นของบาร์ต บรูน น้องชายของลอร์ดเวลส์

“เจ้ารอให้ลอร์ดแซมกลับมาก่อน” เรการ์สั่งกับคนส่งสาร “ข้าจะไปล่วงหน้า”

เรการ์ขึ้นขี่แคนนิบาลอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังไดร์เดนซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเดอะวิสเปอร์ ทั้งสองปราสาทตั้งอยู่คนละฟากของคาบสมุทรแครคคลอว์ โดยมีป่ารกทึบขวางกั้นระหว่างกลาง

โชคดีที่แคนนิบาลรวดเร็วพอที่จะบินไปกลับภายในครึ่งชั่วโมง ลมทะเลที่กรรโชกผ่านใบหน้าทำให้หัวใจเรการ์เต้นรัว เพราะเขารู้สึกได้ถึงภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ในคาบสมุทรแห่งนี้

. . .

ไม่นานแคนนิบาลก็มาถึงปราสาทไดร์เดน เรการ์กับมังกรตัวมหึมาบินวนเหนือยอดเขาสูง ก่อนร่อนลงสู่ลานภายใน ปล่อยเปลวเพลิงสีมรกตคำรามกึกก้อง ประกาศการมาถึงของสายเลือดทาร์แกเรียน

ทหารบนป้อมถึงกับอึ้งงันต่อภาพเบื้องหน้า ความหวาดหวั่นสะท้อนชัดในแววตา

เมื่อมองลงไปยังประตูไม้หนาที่ยังปิดสนิท เรการ์รอการต้อนรับจากเจ้าของปราสาท

ไม่นานประตูก็เปิดออก พร้อมคณะผู้ติดตามในอาภรณ์หรูหราเดินเรียงแถวออกมา ผู้นำคือชายหนุ่มสูงโปร่ง มีเค้าคล้ายลอร์ดเวลส์ผู้ล่วงลับ ตามหลังมาเป็นสตรีผู้มีดวงตาสีแดงข้างหนึ่ง และชายวัยกลางคนในชุดเกราะ

เมื่อแคนนิบาลร่อนลงอย่างสง่างาม กลุ่มขุนนางก็เผชิญหน้ากับเจ้าชายมังกรอย่างจัง พวกเขามองเรการ์ด้วยแววตาตื่นตะลึง

“ข้า บาร์ต แห่งตระกูลบรูน ยินดีที่ได้พบพ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย” ชายหนุ่มผู้มีท่าทีสงบนิ่งค้อมศีรษะอย่างเคารพ

เรการ์มองเขาอย่างงุนงง “เจ้าคือน้องชายของเวลส์? เขาตายแล้วจริง ๆ หรือ?”

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 80 ปราสาทไดร์เดน 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว