- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 75 การกลับมาของมังกร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 75 การกลับมาของมังกร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 75 การกลับมาของมังกร 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 75 การกลับมาของมังกร
ทุกครั้งที่ขวานฟาดฟันลงไป เรการ์สัมผัสได้ถึงน้ำหนักของการกระทำของตน มือของเขาเปื้อนเลือดไปทั่ว แต่เมื่อศีรษะของศัตรูกลิ้งลงสู่พื้น ความรู้สึกประหลาดก็แทรกซึมเข้ามาในใจ ปะปนระหว่างความสำเร็จและลางสังหรณ์อันน่ากลัว
“มันไม่ง่ายอย่างที่เห็นหรอก . . .” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแทบไม่พ้นลำคอท่ามกลางเสียงอึกทึกในค่าย “แต่ขวานเล่มนี้สมดุลเกินคาด”
เรการ์วางขวานเปื้อนเลือดลงข้างตัวแล้วเหลียวมองรอบค่าย นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และยังมีอีกมากที่ต้องสะสาง นอกจากนี้นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาไม่หลบหลีกสายตาของพวกคนเถื่อนที่เดินลาดตระเวน หากแต่ก้าวเข้าไปกลางค่ายโดยไม่หวั่นเกรง โดยมีเป้าหมายชัดเจน
ไม่ทันไรเขาก็ถูกล้อมโดยนักรบคนเถื่อนกลุ่มหนึ่งด้วยสายตาแข็งกร้าว พลางใช้อาวุธชี้ตรงมาอย่างไม่เป็นมิตร
“เฮ้ ไอ้หนู มาทำอะไรที่นี่?” หนึ่งในนั้นถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
“พวกเจ้าควรแสดงความเคารพต่อทาร์แกเรียนบ้าง” เรการ์ยังคงนิ่งเฉยท่ามกลางท่าทีคุกคาม และตอบกลับด้วยเสียงที่แฝงความท้าทาย
เสียงหัวเราะเยาะดังระงมขึ้นในหมู่คนเถื่อน “เจ้าว่าเจ้าคือทาร์แกเรียน? ดูเหมือนคนที่กำลังจะตายมากกว่านะ!”
แต่เรการ์ไม่พูดตอบ เพียงยกมือขึ้นชี้ฟ้า ท่าทางของเขาดึงดูดความสนใจทันที
“มองขึ้นไป” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้ความตายจะใกล้แค่เอื้อม
ในค่ำคืนอันมืดมิด ดวงแสงสีเขียวสองดวงลอยเคลื่อนในอากาศราวโคมวิญญาณ ส่องแสงวูบวาบเหนือหัวของพวกเขา และเมื่อความเงียบเข้าปกคลุม นักรบคนเถื่อนก็หยุดชะงักมองขึ้นไปด้วยลมหายใจติดขัด
สายลมพลิ้วไหวเมื่อดวงแสงสั่นไหว ทำให้ผืนฟ้าราวกับแปรปรวนตาม แล้วพวกเขาก็เห็นมัน อสูรยักษ์ผิวเกล็ดสีดำเงาวับใต้แสงจันทร์ มองลงมายังหุบเขาเบื้องล่างด้วยอำนาจที่ไม่อาจท้าทาย
หัวใจของเหล่าคนเถื่อนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนขยับไม่ได้ พวกเขาทรุดตัวลงกับพื้น ทิ้งอาวุธอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“กลืนกินมันซะ” เรการ์กล่าวทำลายความเงียบในยามค่ำขณะที่เขาเดินเข้าใกล้คนเถื่อนที่กำลังสั่นระริก
เสียงคำรามดังกึกก้องออกจากลำคอของอสูร ส่งร่างของเหยื่อลอยกระเด็นไป และก่อนที่ร่างนั้นจะกระแทกพื้น ขากรรไกรของมังกรก็พุ่งฉับเข้าใส่ ฉีกเหยื่อเข้าไปในปากอย่างแม่นยำ
เสียงกระดูกแหลกสะท้อนก้องไปทั่วราตรี อสูรไร้ปรานีกลืนกินเหยื่อเพื่อดับความหิวกระหาย
การแสดงพลังอันน่าขนลุกนี้คือการประกาศศักดาแห่งอำนาจของ ‘แคนนิบาล’ มังกรของเรการ์ มันหวนกลับมาหาเจ้านายด้วยตัวเอง เพียงเพราะสัมผัสได้ถึงความทุกข์ทรมานของเขาในยามกลางวัน เรียกได้ว่าตอนนี้ความผูกพันระหว่างมังกรและผู้ขี่นั้นแนบแน่นยิ่งนัก
ตอนนี้ทั้งสองกลับมารวมเป็นหนึ่งอีกครั้ง เรการ์ปีนขึ้นหลังมังกรสีดำผู้จงรักภักดี ดวงตาเย็นเยียบของเขากวาดมองผู้คนที่หวาดกลัวเบื้องล่างโดยปราศจากความปรานี
ความอดทนที่เขาสะสมมาทั้งวันมีไว้เพื่อลงโทษในยามนี้ เขาจะให้มังกรเผาผลาญพวกที่บังอาจลบหลู่ด้วยเพลิงมังกร!
เมื่อแคนนิบาลก้าวผ่านผู้คนไป เสียงของเรการ์ดังก้องขึ้นเย็นเยียบ
“ไปตามหัวหน้าของพวกเจ้า ข้าจะรอที่นี่” เขานั่งบนหลังอสูรอย่างสง่างาม สั่งการผู้รอดชีวิตด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“. . . อสูร . . . อสูร . . .” เสียงครางจากผู้คนที่ยืนตะลึงงันอยู่ พวกเขาไม่อาจหาคำพูดใดมาอธิบายสิ่งที่เพิ่งเห็น
ทุกคำที่เรการ์พูดล้วนเจือด้วยเงามัจจุราช ทำให้หัวใจคนเถื่อนหวาดผวา ก่อนที่พวกเขาจะกระโจนหนีไปคนละทิศละทาง ร้องโหยหวนราววิญญาณแตกสลาย
ทว่ามังกรยังนิ่งไม่ได้พ่นไฟ แต่กลับใช้หางสะบัดคว้าผู้นำคนเถื่อนคนหนึ่งมาอย่างแม่นยำ แล้วโยนลงตรงหน้าเรการ์ ซึ่งเรการ์ก็รับกำไลข้อมือที่ตกจากร่างนั้นกลับคืนมาอย่างไม่ใยดี แล้วมองเหยื่อด้วยสายตาว่างเปล่า
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน . . . ชะตาของเจ้าอยู่ในมือของเจ้าเอง”
พอเรการ์พูดจบ มังกรก็เข้าใจทันที มันแผดเสียงคำราม ก่อนพ่นเปลวเพลิงสีมรกตออกมาราวพายุเผาไหม้ ทำให้หุบเขาสว่างวาบด้วยไฟนรก เหล่าคนเถื่อนที่ยังมีสติก็คุกเข่าลง อาวุธตกจากมือด้วยหัวใจที่แตกสลาย และก้มกราบต่อพลังแห่งมังกร ร่วมร้องสรรเสริญเทพเพลิงที่ยืนตระหง่านต่อหน้า เทพแห่งการทำลายล้าง!
“ใครคือหัวหน้าของเผ่าโซลเจอร์ไพน์?” เสียงของเรการ์ดังแทรกขึ้น เย็นชาแต่หนักแน่น
แม้คำถามจะเบา แต่กลับทำให้ทุกเสียงเงียบกริบ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะดังแผ่วจากหมู่คน และชายร่างใหญ่จะถูกผลักออกมา สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“หลายเผ่ารวมตัวกันต่อต้านเผ่าฮอว์ค ใครเป็นผู้บงการ?” เรการ์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ข้าเอง!” เขาสารภาพ “พวกเรารวมกันเพราะคำสาปของวิญญาณชั่วร้าย . . .”
“ความสัตย์จริงของเจ้าน่าชื่นชม” เรการ์กล่าว ขณะลูบเกล็ดเรียบของมังกร แล้วพูดภาษาไฮวาเลเรียนว่า “ดราคาริส”
ใบหน้าของพวกคนเถื่อนเต็มไปด้วยความงุนงง พวกเขาไม่เข้าใจภาษาศักดิ์สิทธิ์
ทันใดนั้นเปลวเพลิงมรกตก็ปะทุออกจากปากมังกร ห่อหุ้มร่างของหัวหน้าเผ่าโซลเจอร์ไพน์จนมอดไหม้ในพริบตา และเนื้อหนังก็กลายเป็นขี้เถ้าในชั่วอึดใจเดียว
เรการ์เบือนหน้าหนี ไม่ต้องการเห็นผลลัพธ์ของการลงทัณฑ์ แต่ในใจเขารู้ว่านี่คือคำมั่นที่เขาต้องรักษาไว้
“หนีไป! หนีซะ! เด็กปีศาจผู้นี้ขี่อสูรมาทำลายพวกเรา!”
เสียงหวีดร้องดังขึ้น บางคนหยิบอาวุธหนีตายอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าเรการ์ยังคงนิ่ง เขาออกคำสั่งเบา และมังกรก็กางปีกทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเพลิงมังกรถล่มลงมาจากเบื้องบน เผาผลาญศัตรูที่ยังหลงเหลืออยู่
แคนนิบาลบินวนอยู่เหนือหุบเขาแสดงความเหนือชั้น ด้วยสายตาดูแคลนผู้คนเบื้องล่าง ทำให้คนที่รอดชีวิตก็คุกเข่าลงอีกครั้งวิงวอนขอชีวิตด้วยความหวาดกลัว
แม้เขาจะไม่เข้าใจภาษาคนเถื่อนเหล่านั้น เนื่องจากสำเนียงและภาษาที่หลากหลาย แต่ในความสับสนวุ่นวาย เขากลับรู้สึกสงบภายในใจ มั่นคงในอำนาจของตน!
มังกรบินวนเหนือหุบเขา พ่นไฟทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ บางครั้งเรการ์ก็หลุดจากภวังค์เพื่อสั่งการแก่เหล่าคนเถื่อนที่คุกเข่าเบื้องล่าง “ช่วยสมาชิกเผ่าฮอว์ค และจับตาดูเผ่าโซลเจอร์ไพน์ไว้ให้ดี”
“ขอรับ นายท่าน เราจะเชื่อฟัง” เสียงตอบรับสั่นเครือด้วยความเคารพ
ในยามนั้นไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือเพียงนักรบ ทุกคนทำได้เพียงคุกเข่าและอ้อนวอน เพราะใต้ปีกของมังกร ทุกชีวิตล้วนเท่าเทียมกัน ถูกหลอมรวมด้วยความเกรงกลัวและความเลื่อมใส
เรการ์ชี้ไปยังศพที่ไหม้เกรียมกระจัดกระจาย พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความเศร้า “รวบรวมศพพวกเขา แล้วเผาให้สมเกียรติ”