เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 การเจรจา 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 การเจรจา 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 การเจรจา 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 การเจรจา

ยามอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ เรการ์ใช้เวลาพูดคุยกับสองพี่น้องอยู่พักใหญ่ พลางซึมซับข้อมูลที่มีประโยชน์หลายอย่าง และเพิ่งรู้ว่าตนอยู่ที่ แครกคลอว์พอยต์ ดินแดนที่เต็มไปด้วยป่าและหนองน้ำ มีประชากรบางเบา และตั้งอยู่ไม่ไกลจากเกาะดราก้อนสโตนและดริฟต์มาร์ก

เมื่อกลับถึงถ้ำทั้งสามนั่งล้อมรอบกองไฟที่ลุกโชนอยู่เบา ๆ ทอร์มันด์ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ พากันซักไซ้ไม่หยุดเกี่ยวกับมังกรของเรการ์ ทั้งขนาด ความสามารถ และความดุร้าย

“แคนนิบาลตัวใหญ่มาก ข้าเองก็เหมือนตัวหมัดตัวจ้อยเกาะอยู่บนหลังมันนั่นแหละ” เรการ์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางกัดผลไม้ป่าชิ้นเล็ก

เขารู้ดีว่าภาพลักษณ์มีอำนาจมากเพียงใด และสิ่งที่เขาพูดสามารถกำหนดสิ่งที่คนอื่นเชื่อได้ แม้เขาไม่รู้ว่าแคนนิบาลอยู่ที่ไหน แต่เพียงเอ่ยถึงชื่อมังกรก็เพียงพอจะรักษาความปลอดภัยไว้กับตัว

ขณะสกายลาร์ก้มเติมฟืนให้ไฟ นางก็เอ่ยขึ้นลอย ๆ ถึงรอยเลือดในหุบเขา โดยโยงความเกี่ยวข้องไปยังมังกรของเรการ์ ทว่าเขายังคงสงบนิ่ง

“พวกเราถูกโจมตีจากมังกรตัวอื่นระหว่างบินข้ามทะเลแคบ ข้าจึงต้องมาตกที่นี่” เขาอธิบายเรียบ ๆ

“มังกรตัวอื่น?” ทอร์มันด์อ้าปากค้าง

“เกาะดราก้อนสโตนเคยเป็นบ้านของมังกรมากมาย บรรพบุรุษของข้าใช้พวกมันในการพิชิตเวสเทอรอส” เรการ์เสริมอย่างภาคภูมิ

แต่สกายลาร์แทรกขึ้นมาทันควัน “เหลวไหล! ในสงครามพิชิต มีมังกรแค่สามตัวเท่านั้น”

เรการ์ยิ้มบาง ๆ “เจ้ารู้ประวัติศาสตร์ด้วยหรือ?”

“หึ ข้าเคยอ่านหนังสือเรื่องนั้นมาบ้างนะ ข้าไม่ใช่คนโง่” นางตอบด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ

เรการ์หัวเราะเบา ๆ ไม่คิดโต้แย้งต่อ เขารู้สึกดีที่รู้ว่านางให้คุณค่ากับความรู้ และเข้าใจความสำคัญของ ‘เจ้าชาย’

ทันใดนั้นเสียงร้องแหลมของนกอินทรีดังก้องจากภายนอกหุบเขา ทำให้สกายลาร์กับทอร์มันด์ลุกพรวดขึ้น แล้วรีบวิ่งออกไปดูทันที

“เป็นเผ่าของเจ้าหรือ?” เรการ์ถามด้วยความไม่แน่ใจ

เขาพยายามติดต่อกับแคนนิบาลผ่านสายสัมพันธ์ แต่ไร้การตอบสนอง ทำให้เรการ์คาดว่าแคนนิบาลคงบาดเจ็บหนัก และบินไปหลบพักฟื้นตัวและก่อนมันจะกลับมา เขาก็ต้องพึ่งพาแค่ตัวเองเท่านั้น

เรการ์เดินออกจากถ้ำตามสองพี่น้องไป เบื้องหน้าคือกลุ่มคนร่างใหญ่ในชุดหนังและเกราะหยาบกร้าน กำลังเดินเข้ามาในหุบเขาพร้อมเสียงโห่ร้องดังสนั่น ร่างกายและสีหน้าแต่ละคนแผ่กลิ่นอายของคนเถื่อนออกมาเต็มเปี่ยม

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งอยู่แถวหน้า หนวดเคราถักเปีย ตาเฉียบคมดุจเหยี่ยว และดวงตาของเขาสบกับเรการ์ทันที พร้อมกับแรงกดดันรุนแรงจนเรการ์ต้องพยายามข่มใจ

นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คนอย่างเขาควรอยู่ เขาเหมือนหลงเข้ามาในรังสัตว์ป่าไม่มีผิด!

“ไม่ต้องกลัว” สกายลาร์หันมากระซิบ “ลุงฟอลคอนเป็นคนมีเกียรติ เขาไม่ทำร้ายเด็กหรอก”

หลังจัดการภารกิจเสร็จ ฟอลคอนจึงหันมามองพวกเขา “นี่คือเด็กขุนนางที่เจ้าว่าหรือ?”

“ใช่ค่ะ เขาเป็นลูกของกษัตริย์ . . . ทาร์แกเรียน” สกายลาร์พยักหน้าอย่างจริงจัง

“เจ้าชายงั้นรึ?” ฟอลคอนเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ ถึงจะไม่ใช่คนเมือง แต่คำว่า ‘เจ้าชาย’ ก็ยังมีความหมาย

เรการ์รู้ว่าถึงเวลาแล้ว เขาจึงยืดตัวขึ้นกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน เกิดที่เรดคีป เมืองหลวงแห่งคิงส์แลนดิ้ง เคยได้ยินหรือไม่?”

“ที่นั่นอยู่ไกลแสนไกล ข้าจะไปรู้จักได้ยังไง?” ฟอลคอนตอบเรียบ ๆ

“ข้าเดินทางข้ามทวีปพร้อมมังกร และเผชิญเหตุไม่คาดฝัน หากท่านช่วยข้า ข้าจะตอบแทนอย่างงาม”

ฟอลคอนหัวเราะเบา ๆ “เชื่อได้อยู่ . . . พ่อเจ้าคือกษัตริย์ คงมีทองคำเงินตราไม่ขาดมือ”

“ถ้าเช่นนั้นท่านจะช่วยข้าใช่ไหม?” ดวงตาเรการ์เปล่งประกาย

“ไม่มีสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น” ฟอลคอนปฏิเสธทันควัน

เรการ์ขมวดคิ้ว เขาพยายามเสนอทองคำและการคุ้มครอง แต่ฟอลคอนยังคงแน่วแน่

“เผ่าฮอว์คไม่เคยไว้ใจคนนอก นั่นคือกฎของเรา” สกายลาร์เสริมสั้น ๆ “มันคือวิถีของเรา”

เรการ์ยังไม่ยอมแพ้ “แล้วเงื่อนไขของท่านคืออะไร?”

“เข้าร่วมเผ่าของเรา ข้าจะปกป้องเจ้า” ฟอลคอนกล่าวอย่างจริงจัง

เรการ์หัวเราะออกมาดังลั่น เขานั่งมั่นคงพลางจ้องหน้าฟอลคอน “ท่านคิดจริง ๆ หรือว่า เจ้าชายแห่งตระกูลทาร์แกเรียนจะยอมเป็นสมาชิกของเผ่าคนเถื่อน? ช่างเป็นเรื่องขำที่สุดที่ข้าเคยได้ยิน”

ในตอนนั้นเรการ์ก็รู้แล้วว่า ฟอลคอนไม่คิดช่วยเขา แต่นั่นไม่สำคัญ เขายังมีไพ่ในมือคือแคนนิบาล และรอยเลือดในหุบเขาเป็นหลักฐานว่าใครที่ควรกลัว

“แต่เจ้าเป็นฝ่ายมาขอความช่วยเหลือข้าไม่ใช่หรือ?” ฟอลคอนถามกลับพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

เรการ์นิ่งไปชั่วครู่ นั่นก็จริง แม้เขามีมังกร แต่ตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป เขาจึงต้องถ่วงเวลาไว้ไม่ให้พวกเผ่าทำอะไรเกินเลย

ฟอลคอนหั่นเนื้อกระต่ายย่างแล้วยื่นให้เขา “ข้าเห็นสัตว์มีบาดแผลบินไปทางบึงแห่งความสิ้นหวัง ข้าจะคุ้มครองเจ้าจนกว่ามังกรของเจ้าจะกลับมา แต่เจ้าต้องสัญญาว่ามังกรจะไม่ทำร้ายเผ่าของข้า และจะจากไปเมื่อหายดี”

ฟอลคอนไม่ใช่คนเถื่อนธรรมดา เขาเคยพบขุนนางมาก่อน และเขารู้ดีว่าเจ้าสัตว์ร้ายในหุบเขานั้นอันตรายแค่ไหน นอกจากนี้กองมูลมหาศาลตรงปากหุบเขาคือเครื่องหมาย แสดงถึงเส้นทางการล่าและขอบเขตของมังกร เด็กคนนี้คือภัยคุกคามตั้งแต่ต้น!

หากแคนนิบาลยังอยู่ที่นี่ คงไม่มีทางเจรจาได้ง่าย ๆ ฟอลคอนอาจฆ่าเด็กนี่แล้วหนีไป แต่กฎของเผ่าห้ามทำร้ายเด็ก ดังนั้นเขาจึงเลือกทางที่ดีกว่า ดูแลให้ดี รอให้มังกรกลับมา แล้วปล่อยเด็กกลับอย่างปลอดภัย และหากเด็กผู้นี้รู้จักบุญคุณ เขาอาจตอบแทนกลับมาก็เป็นได้

ในขณะเดียวกันมุมมองของฟอลคอนก็ทำให้เรการ์เริ่มเปลี่ยนความคิดต่อคนเถื่อน บางทีเมสเตอร์อาจพูดผิดเกี่ยวกับพวกเขาก็ได้

“ท่านช่างมีสติปัญญา ข้าสัญญา ข้าจะควบคุมมังกรของข้า และจะจากไปโดยไม่สร้างปัญหา” เรการ์กล่าวพลางรับเนื้อย่างจากมือเขา

“การเป็นผู้นำไม่ง่าย ข้าต้องดูแลทุกคน” ฟอลคอนกล่าว ก่อนจะยื่นเนื้อแบ่งให้สองพี่น้อง

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 71 การเจรจา 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว