- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย
“เจ้าทำได้จริง ๆ เจ้าได้แสดงถึงความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่!” เรนีร่าพูดทั้งน้ำตา หัวใจเอ่อท้นด้วยทั้งความโล่งอกและความซาบซึ้ง
รอยยิ้มของเรการ์กว้างขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของนาง “แน่นอน ข้าสาบานว่าจะปกป้องพี่”
แต่ความสุขชั่วครู่ของเขาก็จบลง เรนีร่าหัวเราะออกมา แก้มของนางแดงระเรื่อด้วยความขบขัน “สุภาพบุรุษที่แท้จริงควรแต่งกายให้เหมาะสมก่อนจะพบหน้าสตรี”
สายลมพัดผ่าน และเรการ์ก็ก้มลงมองด้วยความอับอาย
เมื่อเห็นว่าตัวเองเปลือยเปล่า เขาก็รีบปกปิดตัวเอง แก้มของเขาร้อนผ่าวด้วยความอับอาย “อย่าไปใส่ใจรายละเอียดเลย”
“ลงมาเถอะ เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ” เรนีร่าเช็ดน้ำตาและกลั้นหัวเราะ
เรการ์ถ่อมตัวและลงจากหลังมังกรอย่างเชื่อฟัง
เมื่อเข้าไปใกล้ เรนีร่าก็เอาเสื้อคลุมของนางคลุมให้เขา ป้องกันเขาจากความหนาว
เรการ์พยายามซ่อนความอับอาย พลางชี้ไปที่แคนนิบาล “นี่คือมังกรของข้า แคนนิบาล”
“นั่นไม่ใช่ชื่อที่ชาวประมงตั้งให้มันหรือ?” เรนีร่าซึ่งไม่สนใจชื่อมังกร กอดน้องชายของนางแน่น
เรการ์ยิ้มกว้าง “แคนนิบาลชอบชื่อนี้ และข้าก็ชอบเช่นกัน มันเหมาะกับธรรมชาติอันมืดมนของเขา กลืนกินแสงสว่างทั้งมวล”
“เจ้าฉลาดขึ้นนะ เรการ์” ดวงตาของเรนีร่าเปล่งประกายด้วยอารมณ์มากมายขณะที่จุมพิตแก้มของเขา
“มาเถอะ ท่านพ่อเกือบจะเป็นลมเมื่อได้ยินว่าเจ้าถูกแคนนิบาลจับตัวไป”
เรนีร่าไม่ยอมปล่อยเขา กอดเขาไว้แน่น
เมื่อไม่มีเสื้อผ้าปกปิดเรการ์จึงไม่ขัดขืน และหันกลับไปหาแคนนิบาลและตะโกนว่า “อยู่ใกล้ ๆ นะ พรุ่งนี้ข้าจะมาหา!”
“โฮก!!”
แคนนิบาลคำรามตอบ ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพงปราสาทไปเกาะอยู่บนหน้าผาโดยรอบ
เมื่อเห็นแคนนิบาลหลับตาลง เหล่าทหารยามจึงค่อย ๆ โผล่ออกมาล้อมสองพี่น้องไว้
เรการ์เลือกทหารยามคนหนึ่งออกมา “เตรียมวัวจำนวนมากให้มังกรของข้าด้วย”
“พะ . . . พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย!” ทหารยามตอบอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยความเร่งรีบ จากนั้นทหารยามก็ทำตามคำสั่งของเจ้าชายและวิ่งไปเตรียมเครื่องสังเวยให้มังกร
. . .
ขณะที่พวกเขาเข้าไปในห้องโถง วิเซริสก็ยืนรออยู่ที่ประตูอยู่แล้ว และเมื่อเห็นเรการ์อยู่ในอ้อมกอดของเรนีร่า ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น และพยักหน้าอย่างจริงจัง “ดีแล้วที่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย”
รอยยิ้มของเรการ์จางลงขณะก้มศีรษะลง “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อ ที่ไม่ได้ขอความยินยอมจากท่านก่อนที่จะแอบไปฝึกมังกร”
“ข้าอภัยให้ ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า แต่เจ้ากลับทำในสิ่งที่ข้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จ” วิเซริสขยับเข้ามาใกล้และค่อย ๆ ประคองหน้าผากของเรการ์ แสดงความอ่อนโยนซึ่งหาได้ยาก “ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ พี่สาวของเจ้าอธิบายเจตนาของเจ้าในการฝึกมังกรแล้ว และมันก็ไม่ใช่การกระทำที่เห็นแก่ตัวเลย”
“ไม่เชิงหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพราะข้ากำลังมองหามังกรโตเต็มวัยอยู่เช่นกัน”
คำสารภาพกะทันหันของเรการ์ทำให้วิเซริสประหลาดใจ เผยให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของเรการ์ เพราะเขาไม่สามารถพอใจกับลูกมังกรได้ มีเพียงมังกรโตเต็มวัยที่น่าเกรงขามเท่านั้นที่คู่ควรในสายตาของเขา
เมื่อได้ยินเรื่องของเวการ์มังกรที่ทรงพลังที่สุดที่มีอยู่ จินตนาการของเขาก็โลดแล่น แม้ว่าเวการ์จะถูกเลน่า เวลาเรียน ฝึกจนเชื่องแล้ว แต่โชคก็ยังเข้าข้างเขาอยู่ และส่งอสูรร้ายที่น่าเกรงขาม แคนนิบาล มาให้เขา!
ใบหน้าที่น่ากลัวและพละกำลังมหาศาลของมันช่างปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาเสียจริง ๆ
“ตราบใดที่เจ้ายังคงอุทิศตนเพื่อปกป้องคนที่เจ้ารัก พ่อก็สนับสนุนเสมอ เพราะนั่นย่อมสำคัญที่สุด” วิเซริสยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง จากนั้นราวกับนึกอะไรสำคัญขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น “เจ้าทั้งสองต้องทนฝนมา ไปอาบน้ำอุ่นเสีย แล้วข้าจะให้ลอร์ดโรเบิร์ตเตรียมงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะของเจ้าเหนือมังกรป่า”
ทั้งวันอารมณ์ของท่านขึ้นลงไม่หยุด เมื่อรู้ว่าบุตรชายคนโตบังอาจไปฝึกมังกรป่าเขาก็หวั่นใจยิ่งนัก แต่เขาประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป ด้วยสายเลือดอันสูงส่งและการโปรดปรานของเทพเจ้า เขาสามารถฝึกมังกรดำที่ดุร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์
แคนนิบาลเกิดมาร่วมยุคกับ ดรีมไฟร์ เวอร์มิธอร์ และซิลเวอร์วิง แต่แคนนิบาลยังคงไม่ถูกฝึกให้เชื่อง เติบโตขึ้น และทรงพลังขึ้นในฐานะมังกรป่า
เมื่อได้ยินคำแนะนำของบิดา เรนีร่าก็พาเรการ์กลับขึ้นไปชั้นบน บัดนี้นางเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสื้อผ้าของนางเปียกโชก ทำให้หนาวและเปียกไปทั้งตัว
“ตอนนี้ตระกูลมีมังกรโตเต็มวัยอยู่ในการควบคุมแล้ว เป็นอีกหนึ่งแหล่งพลัง” ความภาคภูมิใจและความกังวลต่อสู้กันอยู่ในแววตาของวิเซริสขณะที่มองลูก ๆ ของเขาจากไป
เขาไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของแคนนิบาล ทำให้เขาจินตนาการว่ามันน่าจะใหญ่เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของขนาดของเวอร์มิธอร์ และมันน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา เต็มไปด้วยศักยภาพในการทำลายล้าง
. . .
อลิเซนต์ไม่ได้มาร่วมทานอาหารค่ำ สาวใช้รายงานว่านางไม่สบายและตกใจ ทำให้วิเซริสรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็ซ่อนมันจากลูก ๆ ของเขารักษาท่าทีที่พึงพอใจ ในขณะที่เรการ์ก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน เขาตั้งใจจะอวดมังกรของเขาแท้ ๆ
หลังอาหารค่ำเรนีร่าก็คว้าตัวเขาและลากเขาเข้าไปในห้องของนาง และเขาก็ถูกผลักลงบนเตียงขนาดใหญ่ที่นุ่มนิ่มทันที
“พี่หญิง ท่านจะทำอะไร?” สีหน้าของเรการ์ตึงเครียด เสียงของเขาสั่นขณะถาม
“เจ้าคิดว่าไงล่ะ?” นางตอบสั้น ๆ
ทันทีที่เขาก้าวข้ามธรณีประตู ท่าทีของเรนีร่าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน จ้องมองเขาด้วยสายตาที่งุนงงและขุ่นเคือง
“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพี่ แต่ข้าต้องการมังกรโตเต็มวัย” เรการ์พึมพำ น้ำเสียงของเขาเจือความกังวล
“จากคำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้า ตอนนี้เจตนาของเจ้าคืออะไร?” เรนีร่ายังไม่ลืมความคิดเห็นก่อนหน้านี้ของเขาและกังวลอย่างแท้จริงว่าเขาอาจจะนำมังกรไปยังดริฟต์มาร์กและก่อความวุ่นวาย
เรการ์เป็นเด็กที่บ้าบิ่น เขากล้าแม้กระทั่งขึ้นไปบนหลังมังกรป่าแล้วขี่มัน ขณะที่มันพ่นไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำตัวดี ๆ ข้าเข้าใจว่ามังกรไม่ใช่แค่เครื่องมือ” เรการ์สัญญาอย่างจริงจัง
เรนีร่าหยิกแก้มของเขา ดึงอย่างแรงขณะพูดว่า “เจ้าเคยรักษาสัญญาเมื่อไหร่? ความน่าเชื่อถือของเจ้าสำหรับข้าเป็นศูนย์ไปแล้ว”
“แล้วสรุปว่ายังไง? ข้าฝึกแคนนิบาลได้แล้ว พี่คงไม่ห้ามข้าขี่มันใช่ไหม?” เรการ์นอนแผ่หลาบนเตียงอย่างยอมจำนน ปากของเขาตอบโต้ แต่ใจของเขากำลังวางแผนขี่มังกรในวันพรุ่งนี้แล้ว และบินไกลออกไปจากที่นี่
เขาปรารถนาที่จะหลบหนีไปสำรวจโลกภายนอกคิงส์แลนดิ้งสักพัก ตอนนี้เขามีมังกรอยู่ในการควบคุมแล้ว!
“ฮึ่ม! อย่าได้คิดทำอะไรแผงเชียว อย่างน้อยก็จนกว่าจะกลับมาจากดริฟต์มาร์กอย่างปลอดภัย และเจ้าต้องได้รับอนุญาตก่อนขี่มังกร” เรนีร่ากล่าว
“ก็ได้ ข้าจะเชื่อฟัง” เรการ์แสร้งทำเป็นเชื่อฟังเหมือนเด็กซน
เรนีร่าหยิกคางและงับแก้มของเขาเป็นการเตือน “อย่าลืมซะล่ะ!”
น้องชายของนางเป็นคนป่าเถื่อน กล้าหาญอย่างหาที่เปรียบมิได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม นางกลัวว่าเขาอาจจะท้าทายเทพเจ้าเอง
เมื่อบทสนทนาของพวกเขาสิ้นสุดลง ห้องก็ตกอยู่ในความมืด เรนีร่าและเรการ์นั่งอยู่คนละฝั่งของเตียงหันหลังให้กัน พร้อมกับความเงียบงันอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง
ก่อนที่ไม่นานเรการ์จะโน้มลงบนเตียงและผล็อยหลับไป ซึ่งในความฝันเขาบินอยู่บนหลังแคนนิบาล เดินทางข้ามทวีปและทิ้งร่องรอยของวีรกรรมในตำนานไว้เบื้องหลัง
เมื่อกลับมายังดราก้อนสโตนหลังจากการเดินทางอันมีชัย เสียงคำรามของมังกรอันเป็นลางร้ายก็ดังก้องมาจากเกาะและทำให้เรการ์สะดุ้งตื่น ทันใดนั้นมังกรโตเต็มวัยสองตัวก็โผล่ออกมาจากดราก้อนเมาท์และโจมตีแคนนิบาลจากทั้งสองด้าน ทำให้เรการ์กระตุ้นให้แคนนิบาลเข้าต่อสู้ หลบหลีกการโจมตีของมังกรยักษ์ได้อย่างหวุดหวิด
จนเกือบถึงแดนปลอดภัยแนบชิดหน้าผาของดราก้อนสโตนเรการ์ เรการ์ก็เชื่อว่าพวกเขาหนีรอดแล้ว แต่ทันใดนั้นมันก็มีเงามืดอสูรกายยักษ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพุ่งออกมา ปล่อยกระแสธารแห่งเปลวเพลิงมังกรสีแดงฉานซึ่งส่งเรการ์ร่วงหล่นจากหลังของแคนนิบาล ไม่นานมังกรอีกสองตัวที่ตามมาก็เข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง
เมื่อถูกล้อมและบาดเจ็บสาหัส เรการ์ก็ทำได้เพียงมองดูอย่างสิ้นหวังขณะที่แคนนิบาลถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จากการโจมตีของมังกรทั้งสาม ร่างที่เคยสง่างามของมันเหลือเพียงเศษซาก
ในท้ายที่สุดก็เหลือเพียงหัวที่ไร้ชีวิตของแคนนิบาล ดวงตาสีมรกตของมันจ้องมองกลับมาที่เขาอย่างอาลัยอาวรณ์ . . .