เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย

“เจ้าทำได้จริง ๆ เจ้าได้แสดงถึงความกล้าหาญอย่างยิ่งใหญ่!” เรนีร่าพูดทั้งน้ำตา หัวใจเอ่อท้นด้วยทั้งความโล่งอกและความซาบซึ้ง

รอยยิ้มของเรการ์กว้างขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของนาง “แน่นอน ข้าสาบานว่าจะปกป้องพี่”

แต่ความสุขชั่วครู่ของเขาก็จบลง เรนีร่าหัวเราะออกมา แก้มของนางแดงระเรื่อด้วยความขบขัน “สุภาพบุรุษที่แท้จริงควรแต่งกายให้เหมาะสมก่อนจะพบหน้าสตรี”

สายลมพัดผ่าน และเรการ์ก็ก้มลงมองด้วยความอับอาย

เมื่อเห็นว่าตัวเองเปลือยเปล่า เขาก็รีบปกปิดตัวเอง แก้มของเขาร้อนผ่าวด้วยความอับอาย “อย่าไปใส่ใจรายละเอียดเลย”

“ลงมาเถอะ เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ” เรนีร่าเช็ดน้ำตาและกลั้นหัวเราะ

เรการ์ถ่อมตัวและลงจากหลังมังกรอย่างเชื่อฟัง

เมื่อเข้าไปใกล้ เรนีร่าก็เอาเสื้อคลุมของนางคลุมให้เขา ป้องกันเขาจากความหนาว

เรการ์พยายามซ่อนความอับอาย พลางชี้ไปที่แคนนิบาล “นี่คือมังกรของข้า แคนนิบาล”

“นั่นไม่ใช่ชื่อที่ชาวประมงตั้งให้มันหรือ?” เรนีร่าซึ่งไม่สนใจชื่อมังกร กอดน้องชายของนางแน่น

เรการ์ยิ้มกว้าง “แคนนิบาลชอบชื่อนี้ และข้าก็ชอบเช่นกัน มันเหมาะกับธรรมชาติอันมืดมนของเขา กลืนกินแสงสว่างทั้งมวล”

“เจ้าฉลาดขึ้นนะ เรการ์” ดวงตาของเรนีร่าเปล่งประกายด้วยอารมณ์มากมายขณะที่จุมพิตแก้มของเขา

“มาเถอะ ท่านพ่อเกือบจะเป็นลมเมื่อได้ยินว่าเจ้าถูกแคนนิบาลจับตัวไป”

เรนีร่าไม่ยอมปล่อยเขา กอดเขาไว้แน่น

เมื่อไม่มีเสื้อผ้าปกปิดเรการ์จึงไม่ขัดขืน และหันกลับไปหาแคนนิบาลและตะโกนว่า “อยู่ใกล้ ๆ นะ พรุ่งนี้ข้าจะมาหา!”

“โฮก!!”

แคนนิบาลคำรามตอบ ก่อนจะกระโดดลงจากกำแพงปราสาทไปเกาะอยู่บนหน้าผาโดยรอบ

เมื่อเห็นแคนนิบาลหลับตาลง เหล่าทหารยามจึงค่อย ๆ โผล่ออกมาล้อมสองพี่น้องไว้

เรการ์เลือกทหารยามคนหนึ่งออกมา “เตรียมวัวจำนวนมากให้มังกรของข้าด้วย”

“พะ . . . พ่ะย่ะค่ะ เจ้าชาย!” ทหารยามตอบอย่างรวดเร็ว เต็มไปด้วยความเร่งรีบ จากนั้นทหารยามก็ทำตามคำสั่งของเจ้าชายและวิ่งไปเตรียมเครื่องสังเวยให้มังกร

. . .

ขณะที่พวกเขาเข้าไปในห้องโถง วิเซริสก็ยืนรออยู่ที่ประตูอยู่แล้ว และเมื่อเห็นเรการ์อยู่ในอ้อมกอดของเรนีร่า ดวงตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น และพยักหน้าอย่างจริงจัง “ดีแล้วที่เจ้ากลับมาอย่างปลอดภัย”

รอยยิ้มของเรการ์จางลงขณะก้มศีรษะลง “ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ ท่านพ่อ ที่ไม่ได้ขอความยินยอมจากท่านก่อนที่จะแอบไปฝึกมังกร”

“ข้าอภัยให้ ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้า แต่เจ้ากลับทำในสิ่งที่ข้าคิดว่าเป็นไปไม่ได้สำเร็จ” วิเซริสขยับเข้ามาใกล้และค่อย ๆ ประคองหน้าผากของเรการ์ แสดงความอ่อนโยนซึ่งหาได้ยาก “ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ พี่สาวของเจ้าอธิบายเจตนาของเจ้าในการฝึกมังกรแล้ว และมันก็ไม่ใช่การกระทำที่เห็นแก่ตัวเลย”

“ไม่เชิงหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพราะข้ากำลังมองหามังกรโตเต็มวัยอยู่เช่นกัน”

คำสารภาพกะทันหันของเรการ์ทำให้วิเซริสประหลาดใจ เผยให้เห็นเจตนาที่แท้จริงของเรการ์ เพราะเขาไม่สามารถพอใจกับลูกมังกรได้ มีเพียงมังกรโตเต็มวัยที่น่าเกรงขามเท่านั้นที่คู่ควรในสายตาของเขา

เมื่อได้ยินเรื่องของเวการ์มังกรที่ทรงพลังที่สุดที่มีอยู่ จินตนาการของเขาก็โลดแล่น แม้ว่าเวการ์จะถูกเลน่า เวลาเรียน ฝึกจนเชื่องแล้ว แต่โชคก็ยังเข้าข้างเขาอยู่ และส่งอสูรร้ายที่น่าเกรงขาม แคนนิบาล มาให้เขา!

ใบหน้าที่น่ากลัวและพละกำลังมหาศาลของมันช่างปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาเสียจริง ๆ

“ตราบใดที่เจ้ายังคงอุทิศตนเพื่อปกป้องคนที่เจ้ารัก พ่อก็สนับสนุนเสมอ เพราะนั่นย่อมสำคัญที่สุด” วิเซริสยิ้มตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง จากนั้นราวกับนึกอะไรสำคัญขึ้นมาได้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น “เจ้าทั้งสองต้องทนฝนมา ไปอาบน้ำอุ่นเสีย แล้วข้าจะให้ลอร์ดโรเบิร์ตเตรียมงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองชัยชนะของเจ้าเหนือมังกรป่า”

ทั้งวันอารมณ์ของท่านขึ้นลงไม่หยุด เมื่อรู้ว่าบุตรชายคนโตบังอาจไปฝึกมังกรป่าเขาก็หวั่นใจยิ่งนัก แต่เขาประเมินเด็กคนนี้ต่ำเกินไป ด้วยสายเลือดอันสูงส่งและการโปรดปรานของเทพเจ้า เขาสามารถฝึกมังกรดำที่ดุร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์

แคนนิบาลเกิดมาร่วมยุคกับ ดรีมไฟร์ เวอร์มิธอร์ และซิลเวอร์วิง แต่แคนนิบาลยังคงไม่ถูกฝึกให้เชื่อง เติบโตขึ้น และทรงพลังขึ้นในฐานะมังกรป่า

เมื่อได้ยินคำแนะนำของบิดา เรนีร่าก็พาเรการ์กลับขึ้นไปชั้นบน บัดนี้นางเพิ่งจะรู้ตัวว่าเสื้อผ้าของนางเปียกโชก ทำให้หนาวและเปียกไปทั้งตัว

“ตอนนี้ตระกูลมีมังกรโตเต็มวัยอยู่ในการควบคุมแล้ว เป็นอีกหนึ่งแหล่งพลัง” ความภาคภูมิใจและความกังวลต่อสู้กันอยู่ในแววตาของวิเซริสขณะที่มองลูก ๆ ของเขาจากไป

เขาไม่รู้ขนาดที่แท้จริงของแคนนิบาล ทำให้เขาจินตนาการว่ามันน่าจะใหญ่เกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของขนาดของเวอร์มิธอร์ และมันน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา เต็มไปด้วยศักยภาพในการทำลายล้าง

. . .

อลิเซนต์ไม่ได้มาร่วมทานอาหารค่ำ สาวใช้รายงานว่านางไม่สบายและตกใจ ทำให้วิเซริสรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็ซ่อนมันจากลูก ๆ ของเขารักษาท่าทีที่พึงพอใจ ในขณะที่เรการ์ก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน เขาตั้งใจจะอวดมังกรของเขาแท้ ๆ

หลังอาหารค่ำเรนีร่าก็คว้าตัวเขาและลากเขาเข้าไปในห้องของนาง และเขาก็ถูกผลักลงบนเตียงขนาดใหญ่ที่นุ่มนิ่มทันที

“พี่หญิง ท่านจะทำอะไร?” สีหน้าของเรการ์ตึงเครียด เสียงของเขาสั่นขณะถาม

“เจ้าคิดว่าไงล่ะ?” นางตอบสั้น ๆ

ทันทีที่เขาก้าวข้ามธรณีประตู ท่าทีของเรนีร่าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน จ้องมองเขาด้วยสายตาที่งุนงงและขุ่นเคือง

“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกพี่ แต่ข้าต้องการมังกรโตเต็มวัย” เรการ์พึมพำ น้ำเสียงของเขาเจือความกังวล

“จากคำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้า ตอนนี้เจตนาของเจ้าคืออะไร?” เรนีร่ายังไม่ลืมความคิดเห็นก่อนหน้านี้ของเขาและกังวลอย่างแท้จริงว่าเขาอาจจะนำมังกรไปยังดริฟต์มาร์กและก่อความวุ่นวาย

เรการ์เป็นเด็กที่บ้าบิ่น เขากล้าแม้กระทั่งขึ้นไปบนหลังมังกรป่าแล้วขี่มัน ขณะที่มันพ่นไฟขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ไม่ต้องห่วง ข้าจะทำตัวดี ๆ ข้าเข้าใจว่ามังกรไม่ใช่แค่เครื่องมือ” เรการ์สัญญาอย่างจริงจัง

เรนีร่าหยิกแก้มของเขา ดึงอย่างแรงขณะพูดว่า “เจ้าเคยรักษาสัญญาเมื่อไหร่? ความน่าเชื่อถือของเจ้าสำหรับข้าเป็นศูนย์ไปแล้ว”

“แล้วสรุปว่ายังไง? ข้าฝึกแคนนิบาลได้แล้ว พี่คงไม่ห้ามข้าขี่มันใช่ไหม?” เรการ์นอนแผ่หลาบนเตียงอย่างยอมจำนน ปากของเขาตอบโต้ แต่ใจของเขากำลังวางแผนขี่มังกรในวันพรุ่งนี้แล้ว และบินไกลออกไปจากที่นี่

เขาปรารถนาที่จะหลบหนีไปสำรวจโลกภายนอกคิงส์แลนดิ้งสักพัก ตอนนี้เขามีมังกรอยู่ในการควบคุมแล้ว!

“ฮึ่ม! อย่าได้คิดทำอะไรแผงเชียว อย่างน้อยก็จนกว่าจะกลับมาจากดริฟต์มาร์กอย่างปลอดภัย และเจ้าต้องได้รับอนุญาตก่อนขี่มังกร” เรนีร่ากล่าว

“ก็ได้ ข้าจะเชื่อฟัง” เรการ์แสร้งทำเป็นเชื่อฟังเหมือนเด็กซน

เรนีร่าหยิกคางและงับแก้มของเขาเป็นการเตือน “อย่าลืมซะล่ะ!”

น้องชายของนางเป็นคนป่าเถื่อน กล้าหาญอย่างหาที่เปรียบมิได้ หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม นางกลัวว่าเขาอาจจะท้าทายเทพเจ้าเอง

เมื่อบทสนทนาของพวกเขาสิ้นสุดลง ห้องก็ตกอยู่ในความมืด เรนีร่าและเรการ์นั่งอยู่คนละฝั่งของเตียงหันหลังให้กัน พร้อมกับความเงียบงันอันหนักอึ้งปกคลุมห้อง

ก่อนที่ไม่นานเรการ์จะโน้มลงบนเตียงและผล็อยหลับไป ซึ่งในความฝันเขาบินอยู่บนหลังแคนนิบาล เดินทางข้ามทวีปและทิ้งร่องรอยของวีรกรรมในตำนานไว้เบื้องหลัง

เมื่อกลับมายังดราก้อนสโตนหลังจากการเดินทางอันมีชัย เสียงคำรามของมังกรอันเป็นลางร้ายก็ดังก้องมาจากเกาะและทำให้เรการ์สะดุ้งตื่น ทันใดนั้นมังกรโตเต็มวัยสองตัวก็โผล่ออกมาจากดราก้อนเมาท์และโจมตีแคนนิบาลจากทั้งสองด้าน ทำให้เรการ์กระตุ้นให้แคนนิบาลเข้าต่อสู้ หลบหลีกการโจมตีของมังกรยักษ์ได้อย่างหวุดหวิด

จนเกือบถึงแดนปลอดภัยแนบชิดหน้าผาของดราก้อนสโตนเรการ์ เรการ์ก็เชื่อว่าพวกเขาหนีรอดแล้ว แต่ทันใดนั้นมันก็มีเงามืดอสูรกายยักษ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนพุ่งออกมา ปล่อยกระแสธารแห่งเปลวเพลิงมังกรสีแดงฉานซึ่งส่งเรการ์ร่วงหล่นจากหลังของแคนนิบาล ไม่นานมังกรอีกสองตัวที่ตามมาก็เข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง

เมื่อถูกล้อมและบาดเจ็บสาหัส เรการ์ก็ทำได้เพียงมองดูอย่างสิ้นหวังขณะที่แคนนิบาลถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ จากการโจมตีของมังกรทั้งสาม ร่างที่เคยสง่างามของมันเหลือเพียงเศษซาก

ในท้ายที่สุดก็เหลือเพียงหัวที่ไร้ชีวิตของแคนนิบาล ดวงตาสีมรกตของมันจ้องมองกลับมาที่เขาอย่างอาลัยอาวรณ์ . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 65 ฝันร้าย 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว