เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 61 ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 61 ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา 💸

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 61 ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา 💸


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 61 ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา

ขณะที่โคลมองเจ้าชายกระโจนเข้าสู่กระแสธารแห่งลาวาและเปลวเพลิง จิตใจของเขาก็เริ่มสั่นคลอน นี่คือบุตรองค์โตของกษัตริย์ และหากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ขึ้น มันจะเป็นตราบาปที่เขามิอาจแบกรับได้

ทันใดนั้นโคลก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดของเขาและพยายามจะวิ่งออกจากถ้ำอีกครั้ง แต่อุณหภูมิภายในถ้ำกำลังสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ลาวาไหลทะลักลงมาท่วมพื้น กลายเป็นปราการที่คนธรรมดาไม่อาจข้ามผ่านไปได้ ทำให้โคลทำได้เพียงมองดูอย่างสิ้นหวัง ขณะที่เจ้าชายนำลูกมังกรเกรย์โกสต์ปีนขึ้นไปบนทางลาด พร้อมกับหัวใจของเขาหนักอึ้งไปด้วยความไม่แน่นอน

“โฮก!”

ในที่สุดแคนนิบาลก็ร่อนลงอย่างนุ่มนวล มันเชิดหน้าขึ้นสูงและคำรามกึกก้องไปทั่วถ้ำที่เต็มไปด้วยลาวา ราวกับเป็นการประกาศคำตัดสินประหารชีวิตของนายพรานที่มีต่อเหยื่อ

ในขณะนั้นเรการ์และเกรย์โกสต์กำลังปีนขึ้นไปบนทางลาด เคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังโดยหันหลังให้กับผนังหินที่ร้อนระอุ

หลังจากเสียงคำรามแคนนิบาลก็หันสายตาไปยังเรการ์และเกรย์โกสต์ ม่านตาสีเขียวแนวตั้งขนาดใหญ่ของมันส่องประกายหยอกเย้า เมื่อสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ทั้งสองพยายามดิ้นรนปีนให้สูงขึ้น แต่ในความเป็นจริง พวกเขาปีนได้สูงเพียงแค่ระดับอกของมันเท่านั้น แม้กระทั่งการจะกินพวกเขานั้น มันก็แค่ต้องก้มหัวลงมากลืนเท่านั้น

แคนนิบาลบิดคอสอดส่ายสายตา พลางสูดดมกลิ่นผู้บุกรุกด้วยประสาทสัมผัสเฉียบคม

นี่คือมังกรดุร้ายที่มีความอยากอาหารอย่างไม่สิ้นสุด โดยปกติมันจะล่าปลาขนาดใหญ่ในทะเล บางครั้งก็ขโมยไข่จากมังกรตัวเมียบนเกาะ หรือไม่ก็ล่าลูกมังกรที่อ่อนแอ ซึ่งมนุษย์ไม่ได้อยู่ในเมนูของมันตามปกติ ทว่าผู้ใดก็ตามที่เข้ามาในสายตาของมันย่อมกลายเป็นเหยื่ออันโอชะ

แคนนิบาลย่อขาหน้าลง หลังของมันโค้งงอ หัวขนาดมหึมาของมันก้มต่ำลง จ้องมองของว่างที่เป็นมนุษย์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในถ้ำ ม่านตาสีเขียวแนวตั้งอันเย็นชาของมันขยายกว้างขณะที่เตรียมพ่นเปลวเพลิงมังกร

“ไม่!!”

โคลยืนอยู่ที่ขอบถ้ำ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ปากที่อ้ากว้างของแคนนิบาล ซึ่งอยู่ในแนวเดียวกับเปลวเพลิงมังกรสีมรกตอันน่าขนลุกที่กำลังเดือดพล่าน

ร่างกายของเขาแข็งทื่อ ราวกับกำลังเห็นท่านย่าผู้ล่วงลับกวักมือเรียก เพราะเขารู้ดีว่านี่คือคำเชิญจากเทพไร้หน้า

ขณะที่เปลวเพลิงมังกรกำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา เสียงร้องตะโกนก็ดังก้องไปทั่วถ้ำใต้ดิน

“แคนนิบาล! มองข้า!”

มังกรสามารถเข้าใจภาษาไฮวาเลเรียนได้เพียงเล็กน้อย และแคนนิบาลซึ่งเป็นมังกรโตเต็มวัยที่มีอายุเกือบร้อยปีก็ย่อมเข้าใจความหมายบางส่วนของมันโดยธรรมชาติ มันปรายตามองมนุษย์ที่ตกตะลึงอย่างดูแคลน ถอนเพลิงมังกร ปิดปาก แล้วหันหัวกลับไป

ณ อีกฟากหนึ่ง เด็กหนุ่มมนุษย์คนหนึ่งยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน โดยมีของว่างที่เป็นลูกมังกรอยู่แทบเท้า

แคนนิบาลมองมนุษย์ผู้นั้นด้วยสายตาเย็นชา แต่ก็รำคาญเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะ จึงตัดสินใจกลืนเหยื่อที่ไม่รู้ชะตากรรมผู้นั้นก่อน

เมื่อได้สบตากับมังกรโตเต็มวัยที่ดุร้าย ดวงตาของเรการ์ก็เป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เขาสลัดความกลัวที่เคยรู้สึกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดรีมไฟร์ออกไปจนหมดสิ้น

เขาคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ทายาทสายเลือดบริสุทธิ์ของจ้าวแห่งมังกร และความกลัวใด ๆ ที่มีต่อมังกรก็เลือนหายไปจนไร้ความหมายในบัดดล

เรการ์ดึงหัวของเกรย์โกสต์มาไว้ข้างหลังในท่าทีสั่งการและออกคำสั่งว่า “อยู่ตรงนี้แหละ เจ้ามังกรขี้ขลาด!”

แม้ว่าเกรย์โกสต์จะยังไม่เข้าใจภาษาไฮวาเลเรียน แต่มันก็สัมผัสได้ถึงเจตนาของมนุษย์ มันตัวสั่นและซุกตัวเข้าใกล้ ซ่อนหัวไว้ใต้ปีก ไม่กล้าแม้แต่จะมอง

สีหน้าเรการ์แสดงทั้งความหงุดหงิดและขบขัน “มังกรที่ไหนจะขี้ขลาดเหมือนเจ้าได้? ช่างน่าอายต่อเผ่าพันธุ์ของเจ้ายิ่งนัก”

“โฮก!”

แคนนิบาลไม่อาจต้านทานความบ้าคลั่งในใจได้และคำรามออกมา แสดงเจตนาฆ่าชัดเจน พร้อมกับเปลวเพลิงมังกรเริ่มรวมตัวกันที่ลำคอ

ในชั่วขณะแห่งวิกฤต เรการ์ก็ตบไปที่เยื่อปีกสีขาวสว่างของเกรย์โกสต์และกล่าวว่า “ดูแลตัวเองด้วย ข้าจะไปผจญภัยของข้าแล้ว”

เมื่อพูดจบเรการ์ก็ก้าวไปข้างหน้าและเผชิญหน้ากับแคนนิบาลที่หมอบอยู่เบื้องล่างอย่างไม่เกรงกลัว

“เจ้าตัวใหญ่ โชคชะตากำหนดให้เจ้าต้องถูกข้าพิชิต!” เรการ์ตะโกนเป็นภาษาไฮวาเลเรียน รวบรวมความกล้าทั้งหมดในร่างกายและกระโจนลงจากหน้าผาสูงชันอย่างท้าทาย

“โฮก!!!”

ทันทีที่เรการ์กระโดดลงมา เปลวเพลิงมังกรก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคำรามต่ำ ม่านไฟสีเขียวกระจายความพินาศไปทั่ว

เมื่อมองดูภาพนั้นจากระยะไกล โคลก็นั่งลงอย่างอ่อนแรง ดวงตาทั้งสองข้างของเขาไร้ชีวิตชีวา “บ้าไปแล้ว ข่าวลือเป็นจริง พวกทาร์แกเรียนทุกคนบ้ากันหมด . . .”

เขาจะไปจินตนาการได้อย่างไรว่าเด็กอายุ 6 ขวบจะกล้าท้าทายมังกรโตเต็มวัย? แต่ทั้งหมดนั้นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะเขาพอรู้ว่ามังกรปีศาจตัวนี้จะทำอะไรต่อไป

ชีวิตของเขาก็กำลังจะจบลง และเกียรติยศของเขาก็ไม่มีความหมายใด ๆ

ทว่าเปลวเพลิงมังกรกลับช้ากว่าเรการ์อยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ท่ามกลางเปลวเพลิงมังกรสีเขียวพิสุทธิ์ เรการ์กางแขนออกกว้างราวกับนกและหลบหลีกกระแสธารแห่งเปลวไฟได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ ของเขาจะกระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้างของแคนนิบาลที่อยู่บนพื้น

ปัง!

เรการ์ตกลงมาอย่างแรง เกล็ดมังกรที่แข็งราวกับแผ่นเหล็ก และแรงสะท้อนกลับทำให้เขาตกใจจนเกือบจะหมดสติ แต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะพิชิตมันเอ่อล้นอยู่ในสมอง ทำให้ประสาทของเขาตึงเครียดและกระตุ้นให้เขาลุกขึ้น!

เรการ์พยุงตัวลุกขึ้นอย่างโซเซ ศีรษะของเขามึนงงขณะที่เขาเปล่งเสียงแหบพร่าตะโกนออกมาเพื่อพิสูจน์ความมุ่งมั่นที่จะเดิมพันด้วยชีวิต “แคนนิบาล บิน!”

ตามแนวทางของคู่มือการฝึกมังกร เรการ์จึงออกคำสั่งแรกแก่แคนนิบาลเป็นภาษาไฮวาเลเรียน

“โฮก!”

แต่ความจริงนั้นโหดร้ายนัก แคนนิบาลเพิกเฉยต่อคำสั่งของเขาและคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว บิดตัวอย่างบ้าคลั่ง และในขณะที่มันกำลังจะฟาดมนุษย์ที่พยายามจะฝึกมันให้เชื่อง เปลวเพลิงมังกรอีกละลอกก็เผาไหม้ทุกสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

มันเป็นมังกรป่าที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดเท่าที่เกาะดราก้อนสโตน หรือแม้แต่ทวีปเวสเทอรอสเคยเห็นมา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีชายมากมายพยายามจะฝึกมันให้เชื่อง และไม่มีใครเลยที่ไม่ถูกเผาจนกลายเป็นถ่าน เจ้าตัวเล็กบนหลังของมันก็คงไม่แตกต่าง

หลังของมันสั่นอย่างรุนแรงจนเรการ์ยืนไม่อยู่ และเขาก็ล้มลงดังตุ้บ แต่ในยามคับขัน เรการ์กลับคว้าเกล็ดบนหลังของแคนนิบาลและใช้ทั้งตัวทรงตัวไม่ให้ถูกเหวี่ยงออกไป

“ฮ่า ๆ ๆ!”

วิกฤตมาเยือนอยู่ตรงหน้า แต่ในใจของเรการ์กลับไม่มีร่องรอยของความกลัว ตรงกันข้ามเขากลับอดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้

เขากำลังโลดแล่นอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายในขณะนั้น แต่ดูเหมือนว่าอันตรายที่กำลังจะถาโถมเข้ามาไม่สามารถทำลายเจตจำนงของเขาได้ และมันกลับยิ่งกระตุ้นความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ในสายเลือดของเขา

“แคนนิบาล ข้าสั่งให้เจ้าบิน พาข้าขึ้นไปบนท้องฟ้า!”

เรการ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่งเป็นภาษาไฮวาเลเรียน พยุงตัวเองขึ้นด้วยมือและเข่า และออกคำสั่งให้บินอีกครั้ง

“โฮก!”

คราวนี้แคนนิบาลไม่ได้ปฏิเสธคำสั่งของเขา ม่านตาแนวตั้งของมันเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แขนขาของมันพยุงร่างกายขึ้น และกรงเล็บแหลมคมก็จิกผนังหินขณะที่มันปีนออกจากถ้ำแคบ ๆ อย่างรวดเร็ว

อยากจะบินนักใช่ไหม? งั้นก็บินกันเลย!

บนทางลาดชันเกรย์โกสต์ที่ถูกโจมตีด้วยเปลวเพลิงมังกรกำลังมีเลือดออกและหมอบอยู่บนพื้น หัวของมันวางอยู่บนพื้นอย่างหมดหนทาง และมีเลือดไหลออกจากปาก โดยที่ม่านตาสีเทาอมฟ้าของมันสะท้อนภาพร่างผอมบางของเรการ์

ขณะที่แคนนิบาลปีนออกจากถ้ำ ภาพสะท้อนที่ชัดเจนนี้ก็ค่อย ๆ เลือนรางจนหายไป สิ่งนี้ทำให้มันร้องครวญครางอย่างโศกเศร้าและมองไปยังแคนนิบาลร่างมหึมาอย่างอาลัยอาวรณ์

. . .

แม้ร่างของแคนนิบาลจะใหญ่โตราวกับภูผา แต่การเคลื่อนไหวของมันกลับราบรื่นอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงไม่กี่อึดใจมันก็ปีนออกจากถ้ำใต้ดินและกลับมาปรากฏกายภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลอีกครั้ง

“แคนนิบาล บิน!”

แสงแดดเจิดจ้าทำให้เรการ์ต้องเบิกตา และเขาก็ย้ำคำสั่งนั้นขณะที่จับเกล็ดหลังของมันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

เขาต้องแสดงเจตจำนงของตนเองให้แคนนิบาลเห็น เพราะมังกรตัวนี้จะไม่ยอมรับคนขี้ขลาดที่มีจิตใจอ่อนแอ แถมเขาก็เคยล้มเหลวมาแล้วครั้งหนึ่งและจะไม่มีวันทำซ้ำอีก!

ภายใต้ท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาว ร่างที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำของแคนนิบาลดูคล้ายกับภูเขาถ่านหิน ปีกของมันกระพือเพื่อกางร่างอันสง่างามออก

เสียงแปลกปลอมบางอย่างดังขึ้นในหูของมัน ทำให้แคนนิบาลหันคอกลับมา ใช้หัวมังกรอัปลักษณ์โน้มเข้าหาสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่อยู่บนหลัง ก่อนที่ปากเปื้อนเลือดของมันจะอ้ากว้างราวกับเหวลึก พร้อมปล่อยเสียงคำรามแห่งความตาย . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 61 ก้าวกระโดดแห่งศรัทธา 💸

คัดลอกลิงก์แล้ว