- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน
“อย่ามายุ่งกับลูกของข้า ข้ามีแผนสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว” วิเซริสกล่าวอย่างเย็นชา พร้อมชี้นิ้วไปยังเดม่อน
“ให้ข้าแต่งงานกับเรนีร่าเถอะ ข้าจะรับนางเป็นภรรยาเมื่อถึงวันที่นางขึ้นครองบัลลังก์ ไม่ว่าสังคมจะคิดอย่างไรก็ตาม!” เดม่อนสูดหายใจลึก ๆ “ข้าจะดูแลนางยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง และจะแต่งงานกับนางตามประเพณีของตระกูลเรา”
วิเซริสหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ “เจ้ามีภรรยาอยู่แล้ว”
“แต่เอกอนผู้พิชิตก็มีภรรยาหลายคน” เดม่อนโต้กลับ
ทันใดนั้นวิเซริสก็ดึงกริชเขามังกรออกมากดไว้ที่ลำคอของเดม่อน “เจ้าไม่ใช่ผู้พิชิตอะไรทั้งนั้น เจ้าเป็นคำสาปที่ถูกส่งมาทรมานข้า”
แต่เดม่อนยังคงสบตาอย่างไม่หวั่นไหว “ให้ข้าแต่งกับเรนีร่าเถอะ แล้วเราจะชุบชีวิตเหล่ามังกรขึ้นมาอีกครั้ง”
“เจ้าไม่ได้อยากได้ลูกสาวข้าหรอกใช่หรือไม่?” วิเซริสเค้นเสียงต่ำ “สิ่งที่เจ้าอยากได้คือบัลลังก์ของข้า!”
ความทะเยอทะยานของน้องชายทำให้วิเซริสรู้สึกขยะแขยง
“ข้ายอมยกเรนีร่าให้กับเรการ์ หรือแม้กระทั่งยกลูกสาวทั้งสองให้เขายังดีเสียกว่าให้เจ้าทำลายพวกเขาเพียงเพื่อแสวงหาอำนาจ” วิเซริสวางมีดลงพร้อมถอนหายใจ “กลับไปเดอะเวลเสียเดม่อน ไปคืนดีกับภรรยาตัวจริงของเจ้า และรักษาเกียรติสุดท้ายของเจ้าไว้ หรือถ้าไม่ก็ทิ้งประเพณีไปเลย ข้าไม่สนอะไรแล้ว แต่อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกเป็นอันขาด”
หลังจากนั้นวิเซริสก็เช็ดมีดให้สะอาดแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งเดม่อนไว้กับความทะเยอทะยานที่แตกสลาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะยืนนิ่งมองเพดานแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ พี่ชาย ยังไม่ใช่ตอนนี้ . . .”
. . .
ยามเย็นเริ่มปกคลุมทั่วอาณาจักร วิเซริสยืนอยู่ลำพังริมหน้าต่างห้องนอน มองทอดออกไปยังชายฝั่งอันห่างไกล เช่นเดียวกับคนในสายเลือดตระกูลของเขา วิเซริสมักหาความสงบจากที่สูง สถานที่ที่เขาสามารถมองดูอาณาจักรได้อย่างถ้วนถี่
“เดม่อนไปแล้ว” อลิเซนต์เดินเข้ามากระซิบเงียบ ๆ แล้ววางมือเบา ๆ บนบ่าของเขา
“ดี ข้าไม่อยากเห็นหน้ามันอีก” วิเซริสพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความขมขื่น
“ข้าได้คุยกับเรนีร่าแล้ว นางปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเดม่อน”
วิเซริสพยักหน้าเบา ๆ อย่างโล่งใจ “แน่นอน เรนีร่ามีน้องชายคอยปกป้องจากเจตนาเลวร้ายของเดม่อนอยู่แล้ว”
“ข้าเพียงแค่หวังว่าลูกของข้าจะมีสายสัมพันธ์แบบนั้นบ้าง” อลิเซนต์เอ่ยเบา ๆ พลางจิกเล็บตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
แต่วิเซริสไม่ทันสังเกตอาการของนาง เขายังคงพูดต่อว่า “สายเลือดทาร์แกเรียนเต็มไปด้วยความปั่นป่วนและคาดเดาไม่ได้ มีเพียงคนฉลาดเท่านั้นที่เดินผ่านมันไปได้”
“ลูกของเราต้องฉลาดและสามัคคีกัน” อลิเซนต์กล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ
“ข้ากำลังพิจารณาที่จะหมั้นเรนีร่าให้กับเรการ์” วิเซริสพูดพลางหันมาหาอลิเซนต์
อลิเซนต์ขยับผ้าม่านแล้วตอบว่า “เป็นการตัดสินใจที่ดี เรนีร่าปากกล้าโดยธรรมชาติ แต่เรการ์จะเติบโตเป็นชายที่นางนับถือแน่นอน”
“เจ้าคิดว่าเรนีร่าไม่ได้ชอบเรการ์อยู่แล้วหรือ?” วิเซริสถาม
อลิเซนต์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงเรียบ “ข้ารู้จักเรนีร่าดีพอจะดูออกว่านางชอบผู้ชายแบบไหน”
วิเซริสหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม “นางชอบต่อต้านข้าเสมอ ดื้อรั้นไม่ยอมเปลี่ยนใจง่าย ๆ”
“เราควรพูดคุยกับนางดี ๆ ไม่ว่านางจะเลือกใคร คนคนนั้นก็คงเหมาะสมในสายตานาง” อลิเซนต์กล่าวอย่างมีความหวัง
“ข้าได้แต่หวังว่านางจะยังจำความรับผิดชอบของตัวเองได้” วิเซริสพึมพำก่อนพานางไปที่โต๊ะ แล้วรินไวน์สองแก้ว
ภายใต้แสงสุดท้ายของเย็นวันนั้น ทั้งสองดื่มไวน์เงียบ ๆ ขณะอลิเซนต์เอนตัวลงบนเตียง ดวงตาของนางเปี่ยมด้วยความคิดบางอย่างเกี่ยวกับการพูดคุยกับเรนีร่า . . .
. . .
ครึ่งเดือนถัดมา ณ ประตูสิงโต เหล่าเจ้าหน้าที่ท่าเรือส่งเสียงสั่งการให้คนเรือขนลังขึ้นเรือสำเภาที่จอดเทียบท่า โดยที่ด้านข้างวิเซริสยืนอยู่ไม่ห่างด้วยใบหน้าครุ่นคิด ขณะจ้องมองเรือที่โบกธงดำรูปมังกรสามหัวสีแดง
“ฝ่าบาท เสบียงพร้อมออกเดินทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลเข้ามารายงาน พร้อมยื่นบัญชีรายการ
วิเซริสพยักหน้ารับคำเล็กน้อย ก่อนที่ด้านหลังอลิเซนต์จะพาเอกอนกับเฮเลน่าซึ่งอุ้มเด็กเล็กไว้ในอ้อมแขนเดินมา ใกล้ ๆ กันเรนีร่าและเรการ์กำลังเลือกผลไม้อยู่ที่แผงขายของด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ผ่านมาเกือบยี่สิบวันแล้วนับตั้งแต่บาดแผลของเรการ์หายสนิท และวิเซริสก็เชื่อว่านั่นเป็นปาฏิหาริย์จากเทพทั้งเจ็ด
“เด็ก ๆ มานี่สิ! การเดินทางกำลังจะเริ่มแล้ว!” วิเซริสร้องเรียก ซึ่งเรการ์รีบตอบรับเป็นคนแรก
จุดหมายปลายทางคือเกาะดราก้อนสโตน ที่ซึ่งมีมังกรหนุ่มสองตัวรอพวกเขาอยู่ ดังนั้นความตื่นเต้นที่จะได้เป็นเจ้าของมังกรครอบงำจิตใจของเรการ์ทั้งวันทั้งคืน
วิเซริสลูบศีรษะลูกชายด้วยความเอ็นดู “เรือเต็มไปด้วยผลไม้ น่าจะดีกว่าที่พ่อค้าแผงลอยขายเสียอีก”
“ข้าอยากรู้ว่ารสชาติผลไม้ในเรือนี้จะต่างจากในเรดคีปไหม” เรการ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ข้าสังเกตว่าผลไม้ในเรดคีปราคาสูงกว่า ของที่แผงลอยอาจมีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่า”
วิเซริสชะงักเล็กน้อยกับคำพูดคมคลายของลูกชาย
ไลโอเนลจึงเสริมขึ้นว่า “ผลไม้ในเรดคีปนำเข้าจากอาณาจักรต่าง ๆ หลากหลายรสชาติ ต่างจากผลไม้ท้องถิ่นพ่ะย่ะคค่ะ”
“แม้รสชาติจะคล้ายกัน แต่ราคาก็สะท้อนถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน” เรการ์พึมพำเบา ๆ ท่ามกลางบทสนทนา ทำให้ไลโอเนลเริ่มรู้สึกว่าเจ้าชายน้อยผู้นี้ช่างหลักแหลมเกินวัย
ระหว่างนั้นอลิเซนต์กับเรนีร่าก็เดินมาด้วยกัน พร้อมกับมือประสานมือกัน โดยที่ความเย็นชาก่อนหน้านี้เริ่มจางหาย
หลังจากการทะเลาะกันความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ตึงเครียดมานาน แต่เมื่ออลิเซนต์เชิญเรนีร่ามาร่วมจิบน้ำชา ความบาดหมางก็เริ่มคลี่คลาย เพราะพวกนางรู้ดีว่าหากยังคงหมางเมินกันต่อไป คงทำให้วิเซริสไม่พอใจ ทั้งคู่จึงยอมก้าวข้ามความขัดแย้ง
. . .
ค่ำคืนนั้น เรือใบลวดลายมังกรแล่นไปตามลมอ่อนในอ่าวแบล็ควอเตอร์ ในห้องโดยสารหรูหราวิเซริสดูซีดเซียวและต้องเกาะถังไว้แน่น เพราะเมาเรืออย่างหนัก โดยมีอลิเซนต์และเรการ์ยืนข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากังวล
ซึ่งมันค่อนข้างน่าขันนักที่วิเซริสผู้เคยขี่บาเลอเรียน มังกรดำผู้เกรียงไกร กลับต้องทรมานจากการเมาเรือ แต่ถึงจะทรมานเพียงใด เขาก็ยังดื้อดึงมาร่วมเดินทางเพื่อดูการปราบมังกรของลูกชาย และเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเวลาเรียน
แน่นอนว่าถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติ เขาคงเลือกไปล่าสัตว์หรือชมการประลองเสียมากกว่า ต้องมาทนโคลงเคลงอยู่บนเรือ
“ท่านพ่อ ข้ามียาที่เมสเตอร์ส่งมาก่อนออกเรือ อาจช่วยให้ท่านดีขึ้น” เรการ์ยื่นขวดยาให้
วิเซริสมองขวดเล็กนั้น ก่อนพยักหน้า แกะฝาออกและกลืนลงไปพร้อมน้ำหนึ่งจิบอย่างระมัดระวัง
“ช่วงนี้ข้ากินยาบ่อยเหลือเกิน หวังว่ายานี่จะใช้ได้ผลนะ” เขากล่าวอย่างเหนื่อยล้า
เรการ์หยิบขวดอีกใบจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “ข้ายังมียานอนหลับอีก ถ้าท่านอยากพักผ่อน”
ช่วงที่เรการ์ป่วยเขามักพบกับฝันร้าย เมสเตอร์เมลลอสจึงปรุงยานอนหลับให้ และถึงจะหายดีแล้วเรการ์ก็ยกพกมันติดตัวเอาไว้เสมอ และพกมันติดตัวมาในการเดินทางครั้งนี้ด้วย . . .