เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน

“อย่ามายุ่งกับลูกของข้า ข้ามีแผนสำหรับพวกเขาอยู่แล้ว” วิเซริสกล่าวอย่างเย็นชา พร้อมชี้นิ้วไปยังเดม่อน

“ให้ข้าแต่งงานกับเรนีร่าเถอะ ข้าจะรับนางเป็นภรรยาเมื่อถึงวันที่นางขึ้นครองบัลลังก์ ไม่ว่าสังคมจะคิดอย่างไรก็ตาม!” เดม่อนสูดหายใจลึก ๆ “ข้าจะดูแลนางยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง และจะแต่งงานกับนางตามประเพณีของตระกูลเรา”

วิเซริสหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ “เจ้ามีภรรยาอยู่แล้ว”

“แต่เอกอนผู้พิชิตก็มีภรรยาหลายคน” เดม่อนโต้กลับ

ทันใดนั้นวิเซริสก็ดึงกริชเขามังกรออกมากดไว้ที่ลำคอของเดม่อน “เจ้าไม่ใช่ผู้พิชิตอะไรทั้งนั้น เจ้าเป็นคำสาปที่ถูกส่งมาทรมานข้า”

แต่เดม่อนยังคงสบตาอย่างไม่หวั่นไหว “ให้ข้าแต่งกับเรนีร่าเถอะ แล้วเราจะชุบชีวิตเหล่ามังกรขึ้นมาอีกครั้ง”

“เจ้าไม่ได้อยากได้ลูกสาวข้าหรอกใช่หรือไม่?” วิเซริสเค้นเสียงต่ำ “สิ่งที่เจ้าอยากได้คือบัลลังก์ของข้า!”

ความทะเยอทะยานของน้องชายทำให้วิเซริสรู้สึกขยะแขยง

“ข้ายอมยกเรนีร่าให้กับเรการ์ หรือแม้กระทั่งยกลูกสาวทั้งสองให้เขายังดีเสียกว่าให้เจ้าทำลายพวกเขาเพียงเพื่อแสวงหาอำนาจ” วิเซริสวางมีดลงพร้อมถอนหายใจ “กลับไปเดอะเวลเสียเดม่อน ไปคืนดีกับภรรยาตัวจริงของเจ้า และรักษาเกียรติสุดท้ายของเจ้าไว้ หรือถ้าไม่ก็ทิ้งประเพณีไปเลย ข้าไม่สนอะไรแล้ว แต่อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกเป็นอันขาด”

หลังจากนั้นวิเซริสก็เช็ดมีดให้สะอาดแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งเดม่อนไว้กับความทะเยอทะยานที่แตกสลาย ก่อนที่ชายหนุ่มจะยืนนิ่งมองเพดานแล้วพึมพำกับตัวเองว่า “ยังไม่ใช่ตอนนี้ พี่ชาย ยังไม่ใช่ตอนนี้ . . .”

. . .

ยามเย็นเริ่มปกคลุมทั่วอาณาจักร วิเซริสยืนอยู่ลำพังริมหน้าต่างห้องนอน มองทอดออกไปยังชายฝั่งอันห่างไกล เช่นเดียวกับคนในสายเลือดตระกูลของเขา วิเซริสมักหาความสงบจากที่สูง สถานที่ที่เขาสามารถมองดูอาณาจักรได้อย่างถ้วนถี่

“เดม่อนไปแล้ว” อลิเซนต์เดินเข้ามากระซิบเงียบ ๆ แล้ววางมือเบา ๆ บนบ่าของเขา

“ดี ข้าไม่อยากเห็นหน้ามันอีก” วิเซริสพูดด้วยน้ำเสียงแฝงความขมขื่น

“ข้าได้คุยกับเรนีร่าแล้ว นางปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเดม่อน”

วิเซริสพยักหน้าเบา ๆ อย่างโล่งใจ “แน่นอน เรนีร่ามีน้องชายคอยปกป้องจากเจตนาเลวร้ายของเดม่อนอยู่แล้ว”

“ข้าเพียงแค่หวังว่าลูกของข้าจะมีสายสัมพันธ์แบบนั้นบ้าง” อลิเซนต์เอ่ยเบา ๆ พลางจิกเล็บตัวเองอย่างไม่รู้ตัว

แต่วิเซริสไม่ทันสังเกตอาการของนาง เขายังคงพูดต่อว่า “สายเลือดทาร์แกเรียนเต็มไปด้วยความปั่นป่วนและคาดเดาไม่ได้ มีเพียงคนฉลาดเท่านั้นที่เดินผ่านมันไปได้”

“ลูกของเราต้องฉลาดและสามัคคีกัน” อลิเซนต์กล่าวพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ข้ากำลังพิจารณาที่จะหมั้นเรนีร่าให้กับเรการ์” วิเซริสพูดพลางหันมาหาอลิเซนต์

อลิเซนต์ขยับผ้าม่านแล้วตอบว่า “เป็นการตัดสินใจที่ดี เรนีร่าปากกล้าโดยธรรมชาติ แต่เรการ์จะเติบโตเป็นชายที่นางนับถือแน่นอน”

“เจ้าคิดว่าเรนีร่าไม่ได้ชอบเรการ์อยู่แล้วหรือ?” วิเซริสถาม

อลิเซนต์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยเสียงเรียบ “ข้ารู้จักเรนีร่าดีพอจะดูออกว่านางชอบผู้ชายแบบไหน”

วิเซริสหัวเราะในลำคออย่างขื่นขม “นางชอบต่อต้านข้าเสมอ ดื้อรั้นไม่ยอมเปลี่ยนใจง่าย ๆ”

“เราควรพูดคุยกับนางดี ๆ ไม่ว่านางจะเลือกใคร คนคนนั้นก็คงเหมาะสมในสายตานาง” อลิเซนต์กล่าวอย่างมีความหวัง

“ข้าได้แต่หวังว่านางจะยังจำความรับผิดชอบของตัวเองได้” วิเซริสพึมพำก่อนพานางไปที่โต๊ะ แล้วรินไวน์สองแก้ว

ภายใต้แสงสุดท้ายของเย็นวันนั้น ทั้งสองดื่มไวน์เงียบ ๆ ขณะอลิเซนต์เอนตัวลงบนเตียง ดวงตาของนางเปี่ยมด้วยความคิดบางอย่างเกี่ยวกับการพูดคุยกับเรนีร่า . . .

. . .

ครึ่งเดือนถัดมา ณ ประตูสิงโต เหล่าเจ้าหน้าที่ท่าเรือส่งเสียงสั่งการให้คนเรือขนลังขึ้นเรือสำเภาที่จอดเทียบท่า โดยที่ด้านข้างวิเซริสยืนอยู่ไม่ห่างด้วยใบหน้าครุ่นคิด ขณะจ้องมองเรือที่โบกธงดำรูปมังกรสามหัวสีแดง

“ฝ่าบาท เสบียงพร้อมออกเดินทางแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลเข้ามารายงาน พร้อมยื่นบัญชีรายการ

วิเซริสพยักหน้ารับคำเล็กน้อย ก่อนที่ด้านหลังอลิเซนต์จะพาเอกอนกับเฮเลน่าซึ่งอุ้มเด็กเล็กไว้ในอ้อมแขนเดินมา ใกล้ ๆ กันเรนีร่าและเรการ์กำลังเลือกผลไม้อยู่ที่แผงขายของด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ผ่านมาเกือบยี่สิบวันแล้วนับตั้งแต่บาดแผลของเรการ์หายสนิท และวิเซริสก็เชื่อว่านั่นเป็นปาฏิหาริย์จากเทพทั้งเจ็ด

“เด็ก ๆ มานี่สิ! การเดินทางกำลังจะเริ่มแล้ว!” วิเซริสร้องเรียก ซึ่งเรการ์รีบตอบรับเป็นคนแรก

จุดหมายปลายทางคือเกาะดราก้อนสโตน ที่ซึ่งมีมังกรหนุ่มสองตัวรอพวกเขาอยู่ ดังนั้นความตื่นเต้นที่จะได้เป็นเจ้าของมังกรครอบงำจิตใจของเรการ์ทั้งวันทั้งคืน

วิเซริสลูบศีรษะลูกชายด้วยความเอ็นดู “เรือเต็มไปด้วยผลไม้ น่าจะดีกว่าที่พ่อค้าแผงลอยขายเสียอีก”

“ข้าอยากรู้ว่ารสชาติผลไม้ในเรือนี้จะต่างจากในเรดคีปไหม” เรการ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ข้าสังเกตว่าผลไม้ในเรดคีปราคาสูงกว่า ของที่แผงลอยอาจมีคุณภาพใกล้เคียงกัน แต่ราคาถูกกว่า”

วิเซริสชะงักเล็กน้อยกับคำพูดคมคลายของลูกชาย

ไลโอเนลจึงเสริมขึ้นว่า “ผลไม้ในเรดคีปนำเข้าจากอาณาจักรต่าง ๆ หลากหลายรสชาติ ต่างจากผลไม้ท้องถิ่นพ่ะย่ะคค่ะ”

“แม้รสชาติจะคล้ายกัน แต่ราคาก็สะท้อนถึงผู้บริโภคที่แตกต่างกัน” เรการ์พึมพำเบา ๆ ท่ามกลางบทสนทนา ทำให้ไลโอเนลเริ่มรู้สึกว่าเจ้าชายน้อยผู้นี้ช่างหลักแหลมเกินวัย

ระหว่างนั้นอลิเซนต์กับเรนีร่าก็เดินมาด้วยกัน พร้อมกับมือประสานมือกัน โดยที่ความเย็นชาก่อนหน้านี้เริ่มจางหาย

หลังจากการทะเลาะกันความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ตึงเครียดมานาน แต่เมื่ออลิเซนต์เชิญเรนีร่ามาร่วมจิบน้ำชา ความบาดหมางก็เริ่มคลี่คลาย เพราะพวกนางรู้ดีว่าหากยังคงหมางเมินกันต่อไป คงทำให้วิเซริสไม่พอใจ ทั้งคู่จึงยอมก้าวข้ามความขัดแย้ง

. . .

ค่ำคืนนั้น เรือใบลวดลายมังกรแล่นไปตามลมอ่อนในอ่าวแบล็ควอเตอร์ ในห้องโดยสารหรูหราวิเซริสดูซีดเซียวและต้องเกาะถังไว้แน่น เพราะเมาเรืออย่างหนัก โดยมีอลิเซนต์และเรการ์ยืนข้าง ๆ ด้วยสีหน้ากังวล

ซึ่งมันค่อนข้างน่าขันนักที่วิเซริสผู้เคยขี่บาเลอเรียน มังกรดำผู้เกรียงไกร กลับต้องทรมานจากการเมาเรือ แต่ถึงจะทรมานเพียงใด เขาก็ยังดื้อดึงมาร่วมเดินทางเพื่อดูการปราบมังกรของลูกชาย และเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลเวลาเรียน

แน่นอนว่าถ้าหากเป็นสถานการณ์ปกติ เขาคงเลือกไปล่าสัตว์หรือชมการประลองเสียมากกว่า ต้องมาทนโคลงเคลงอยู่บนเรือ

“ท่านพ่อ ข้ามียาที่เมสเตอร์ส่งมาก่อนออกเรือ อาจช่วยให้ท่านดีขึ้น” เรการ์ยื่นขวดยาให้

วิเซริสมองขวดเล็กนั้น ก่อนพยักหน้า แกะฝาออกและกลืนลงไปพร้อมน้ำหนึ่งจิบอย่างระมัดระวัง

“ช่วงนี้ข้ากินยาบ่อยเหลือเกิน หวังว่ายานี่จะใช้ได้ผลนะ” เขากล่าวอย่างเหนื่อยล้า

เรการ์หยิบขวดอีกใบจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ “ข้ายังมียานอนหลับอีก ถ้าท่านอยากพักผ่อน”

ช่วงที่เรการ์ป่วยเขามักพบกับฝันร้าย เมสเตอร์เมลลอสจึงปรุงยานอนหลับให้ และถึงจะหายดีแล้วเรการ์ก็ยกพกมันติดตัวเอาไว้เสมอ และพกมันติดตัวมาในการเดินทางครั้งนี้ด้วย . . .

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 48 การขับไล่เดม่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว