เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 40 ปลดพันธนาการ

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 40 ปลดพันธนาการ

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 40 ปลดพันธนาการ


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 40 ปลดพันธนาการ

ถ้อยคำของซีริโอดังก้องไปทั่วสนามประลองดึงดูดสายตาจากทุกมุม ซึ่งมันเป็นภาพที่หาได้ยากยิ่งนักที่นักรบคนหนึ่งจะประกาศสวามิภักดิ์ต่อบุตรองค์โตของกษัตริย์อย่างเปิดเผย ท่ามกลางความสนใจของเหล่าขุนนางและผู้ชม

วิเซริสตั้งใจสดับถ้อยคำของเขา พร้อมกับใบหน้าเปี่ยมด้วยครุ่นคิดและรับฟังอย่างจริงจัง

“นักดาบเอ๋ย ข้าเข้าใจเจตนาของเจ้า” วิเซริสเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่หากเจ้าหวังจะรับใช้บุตรชายของข้าจริง ความภักดีของเจ้าต้องแน่วแน่ บริสุทธิ์ และไร้เงื่อนไขใด ๆ”

ซีริโอยกดาบเหล็กขึ้นเหนือศีรษะอย่างองอาจ กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณว่าจะรับใช้เรการ์ ทาร์แกเรียน จนกว่าเขาจะเติบโตเป็นชายเต็มตัว และจะปกป้องเกียรติและอำนาจของเขาด้วยชีวิต

ภาพทั้งหมดนี้อยู่ใต้สายตาของผู้เฝ้าดูที่พยายามจับสังเกตสีหน้าของเจ้าหญิงเรนีร่าจากบัลลังก์ด้านบน แต่เรนีร่ายังคงรักษาท่าทีสง่างาม สีหน้ายิ้มแย้ม ไม่แสดงความรู้สึกใดให้ปรากฏ ทำให้ผู้คนต่างเชื่อว่านางชื่นชมยินดีแทนน้องชาย แต่ในความเป็นจริงใต้แขนเสื้อของนางนั้น มือข้างหนึ่งกำแน่น บีบต้นขาของตนอย่างแผ่วเบา เป็นสัญญาณของความอึดอัดที่เก็บงำไว้ภายใน

วิเซริสมองลูกสาวอย่างเงียบ ๆ พอใจในความสงบเรียบร้อยของนาง ก่อนที่เขาจะหยิบดาบของซีริโอขึ้นพาดไว้บนบ่าของเขา แล้วกล่าวเสียงกังวานทั่วสนาม “ในฐานะผู้ภักดีต่อบุตรชายของข้า ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็น ครูฝึกสอนดาบประจำราชสำนัก และขอมอบตำแหน่ง ‘เซอร์’ ให้แก่เจ้า ขอให้เจ้าจงซื่อสัตย์ต่อคำสัตย์นี้ตลอดชีวิต”

“ความเมตตาของฝ่าบาทสุดจะพรรณนาพ่ะย่ะค่ะ” ซีริโอกล่าวพร้อมค้อมศีรษะอย่างเคารพลึกซึ้ง

เมื่อพิธีอันสำคัญสิ้นสุดลงการแข่งขันเนื่องในโอกาสครบรอบห้าปีแห่งการครองราชย์ก็ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ เหล่าขุนนางและอัศวินเริ่มทยอยออกจากสนามกลับสู่เรดคีปเพื่อร่วมงานเลี้ยงอันโอ่อ่า

ในกลุ่มผู้เดินทางกลับเรนีร่ายังคงสง่างามดั่งเช่นเคย แต่ดวงตานางแฝงไว้ด้วยความสับสน ในขณะที่เดม่อนที่เดินตามหลัง พลางจับจ้องหลานสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์พึงใจในความกระสับกระส่ายที่นางพยายามซ่อน

. . .

ค่ำคืนย่างเข้าสู่เรดคีป เสียงดนตรีอ่อนหวานและท่วงท่าร่ายรำขับกล่อมห้องโถงใหญ่ ทว่าเรนีร่าไร้ใจร่วมงานจึงขอตัวกลับห้องก่อนเวลา เดินตามเส้นทางคุ้นเคย จนมาหยุดหน้าห้องของเรการ์

นางรู้ตัวทันทีว่านี่กลายเป็นกิจวัตรของนางนับตั้งแต่เขาได้รับบาดเจ็บ และความคิดเรื่องข้อเสนอของบิดาก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แม้ว่าแนวคิดเรื่องแต่งงานกับพี่น้องร่วมสายเลือดอาจฟังดูเลวร้าย แต่กลับยังดีกว่าการผูกมัดกับคนแปลกหน้า

มือนางแตะลูกบิดอย่างลังเล ก่อนที่ทันใดนั้นเสียงหัวเราะสดใสของเด็กสาวจะดังลอดออกมา ทำให้นางตัดสินใจผลักประตูเข้าไป และภาพของเรการ์กับเฮเลน่าที่นั่งอยู่บนเตียง โดยมีหมากรุกวางอยู่ระหว่างกลาง

“เรนีร่า พี่มาแล้วหรือ?” เรการ์เอ่ยอย่างอบอุ่น ก่อนผายมือเชิญให้นั่งร่วมวง

เรนีร่าปิดประตู แล้วเดินมานั่งข้างเฮเลน่า ลูบศีรษะน้องสาวเบา ๆ “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้าสองคนสนิทกัน?”

เฮเลน่ายิ้มแค่สายตาไม่เอื้อนเอ่ยคำใด เรนีร่าจึงยิ้มตอบ และรู้สึกอุ่นใจในความไร้เดียงสาของน้องสาวที่แตกต่างจากความซับซ้อนของน้องชาย

“เฮเลน่าหนีเอกอนมา ข้าจึงให้นางมาเล่นในห้องนี้ได้ตามใจ ของเล่นพวกนั้นก็เป็นของนาง” เรการ์อธิบาย

เรนีร่าพยักหน้าเข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้นางเคยเข้าใจผิดว่าเป็นของเรการ์เอง

หลังจากนั้นทั้งสามก็ใช้เวลาร่วมกันอย่างสงบ เรนีร่าเลือกจะไม่พูดเรื่องข้อเสนอของบิดา แต่หันมาสอนเฮเลน่าเดินหมากแทน และเมื่อถามถึงอาการบาดเจ็บ เรการ์ก็ตอบด้วยน้ำเสียงสดใสว่าอาการดีขึ้นมาก

“แกรนเมสเตอร์ยังบอกอีกว่า ข้าอาจมีร่างกายพิเศษ วันหนึ่งอาจกลายเป็นนักรบที่แข็งแกร่ง” เรการ์เอ่ยด้วยความหวัง

เรนีร่าฟังอย่างเงียบงัน ใจหนึ่งยังติดภาพการแต่งตั้งซีริโอ แต่เลือกที่จะไม่พูดถึงให้เรการ์ตัดสินใจเอง จากนั้นบทสนทนาก็เปลี่ยนไปเรื่องหลุมมังกร

“ที่หลุมมังกรเป็นอย่างไรบ้าง?” เรการ์หันไปถามกับเรนีร่า

เรนีร่ามองหน้าน้องชายเล็กน้อย และตอบว่า “เมสเตอร์บาสถูกจับแล้ว ท่านพ่อสั่งให้เลือกว่าจะถูกตัดมือ หรือจะใส่ผ้าดำไปหน่วยผู้พิทักษ์ราตรี”

“เมสเตอร์จากโอลด์ทาวน์บางคนเน่าหนอนเกินทน คนพรรค์นี้สมควรถูกประหารต่อหน้าสาธารณชน” เรการ์กล่าวด้วยความโกรธ

“ข้าก็เสนอให้ลงโทษแรงกว่านี้ แต่ท่านพ่อก็ปฏิเสธ” เรนีร่าตอบเสียงเรียบ

เรการ์มองพี่สาวด้วยความเข้าใจ และไม่พูดอะไรต่อ เพราะเขารู้ดีว่าแม้เรนีร่าจะเป็นทายาทของบัลลังก์ แต่เสียงของนางมักถูกละเลย

“แล้วดรีมไฟร์ล่ะ? มันเป็นอย่างไร? โซ่ถูกถอดแล้วใช่หรือไม่?” เรการ์เปลี่ยนไปถามเรื่องของดรีมไฟร์แทนเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อยของพี่สาว

“ไม่ต้องห่วง ท่านพ่อสั่งให้ถอดโซ่ทั้งหมด และแยกพื้นที่ให้มังกรมีอิสระมากขึ้น” เรนีร่าตอบ

นางเองก็ไม่อยากให้มังกรต้องทรมานในกรงขัง การแยกพื้นที่ให้แต่ละตัวนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

เรการ์ถอนใจอย่างโล่งอก “ดรีมไฟร์ถูกจองจำมานานหลายสิบปี ข้าหวังว่าสักวันจะมีผู้ขี่คนใหม่ และมันจะได้โบยบินอีกครั้ง”

หลังจากเห็นพฤติกรรมเสี่ยงของเรการ์ล่าสุด วิเซริสก็ตัดสินใจพาครอบครัวไปพักผ่อนที่เกาะดราก้อนสโตน พร้อมกับสภาเล็กที่มีมติเห็นชอบให้เลือกมังกรวัยเยาว์สองตัวให้เรการ์กับเอกอนเพื่อฝึกผูกสัมพันธ์

ด้วยแผนนี้เรการ์ก็ละความคิดจะฝึกดรีมไฟร์ให้เชื่อง และเริ่มตั้งตารอการผจญภัยใหม่ที่เกาะดราก้อนสโตน

เรนีร่ามองน้องชายผู้เปี่ยมอารมณ์ละเมียดละไมแล้วถามขึ้นว่า “ถ้าวันหนึ่ง ท่านพ่อเลือกเจ้าจับคู่แต่งงาน เจ้าจะทำอย่างไร?”

เรการ์หยุดมือที่กำลังเดินหมาก คิ้วขมวดแน่น “หากถึงเวลา ข้าก็พร้อมรับผิดชอบในส่วนของตน”

แม้ยังเยาว์วัย แต่ความเข้าใจของเขาส่วนใหญ่ก็มาจากหนังสือประวัติศาสตร์ ในสายตาเขาไม่ว่าจะหญิงหรือชายในตระกูลทาร์แกเรียน ต่างก็ต้องยอมจำนนต่อการแต่งงานตามหน้าที่ แม้แต่เอกอนผู้พิชิตยังมีภรรยาสองคน วิเซนยาเพราะหน้าที่ และเรนิสเพราะความรัก

ส่วนกษัตริย์คนถัดมาก็แต่งกับหญิงจากตระกูลทรงอำนาจ หรือไม่ก็แต่งในสายเลือด บิดาของเขาวิเซริส รวมถึงเดม่อน ต่างก็แต่งงานกับสตรีแห่งเดอะเวลเช่นกัน ดังนั้นเรการ์จึงรู้ดีว่าเขาคงหลีกเลี่ยงโชคชะตานั้นไม่ได้ หวังเพียงว่าผู้หญิงที่เขาแต่งด้วยจะมีรูปลักษณ์และอุปนิสัยอ่อนโยนไม่เกินกว่านั้น

เรนีร่าก้มหน้าลงเงียบ ๆ รับรู้ว่าสิ่งที่เรการ์พูดนั้นคือความจริง บางทีนางเองก็เพ้อฝันเกินไป และถึงเวลาแล้วที่จะต้องแบกรับความจริงบนบ่าของตน

หลังนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่ง เรนีร่าก็ยิ้มบาง พูดคุยอีกเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นและเอ่ยลาน้องชาย

เรการ์นั่งอยู่ลำพังจ้องประตูที่ปิดลงด้วยความงุนงงในใจ เขาพอเดาได้ว่าเหตุใดเรนีร่าจึงมาเยี่ยมยามค่ำคืนนี้ เพราะบิดาคงกดดันให้นางรับการหมั้นหมาย และนางคงมาหาเขาเพื่อขอคำปลอบใจ แต่เขาไม่อาจมอบสิ่งนั้นให้นางได้

คำพูดปลอบโยนว่างเปล่าจะก่อให้เกิดผลที่ร้ายยิ่งกว่าการนิ่งเฉยเสียอีก เพราะการสวมมงกุฎไม่ใช่เพื่ออวดอำนาจ แต่เพื่อรับภาระให้เปล่งประกายภายใต้แรงกดนั้นให้ได้!

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 40 ปลดพันธนาการ

คัดลอกลิงก์แล้ว