เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 39 ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 39 ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง

ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 39 ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง


ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 39 ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง

วิเซริสกล่าวกับบุตรสาวอย่างจริงใจ เปิดเผยความรู้สึกจากก้นบึ้งของจิตใจ โดยที่เสียงของเขานั้นอบอุ่นอัดแน่นไปด้วยความหวัง ขณะมองเรนีร่าด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าว่า คำพูดของเขาจะปลุกนางให้กลับมาเป็นตัวตนที่แท้จริงอีกครั้ง

แต่แววตาของเรนีร่ากลับคลอด้วยน้ำตา นางจ้องมองบิดาด้วยสายตาที่ผสมระหว่างความโศกเศร้าและความเด็ดเดี่ยว นางเหมือนกำลังต่อสู้อย่างหนักในใจ ติดอยู่ระหว่างความกลัวและความฝันที่ยังไม่เป็นจริง จนกระทั่งท้ายที่สุดนางก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย . . . ข้าแค่อยากมีใครสักคนที่ปกป้องข้า และรักข้าอย่างแท้จริง”

นี่เป็นครั้งแรกที่เรนีร่าเปิดเผยความรู้สึกในใจอย่างแท้จริง แม้จะพูดอย่างอ้อมค้อมก็ตาม

นับตั้งแต่สูญเสียมารดา นางก็ถูกความว่างเปล่าและความกลัวกัดกิน นางกลัวว่าตนจะต้องแต่งงานกับชายที่ไม่มีความรัก มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อให้กำเนิดทายาท และจบชีวิตลงเหมือนมารดาผู้ล่วงลับ

ซึ่งนางยังไม่เคยลืมวันที่ต้องออกคำสั่งให้ ไซแร็กซ์ เผาร่างของมารดาด้วยเพลิงมังกร ภาพนั้นได้ฝังแน่นในใจ และสร้างเงาหนักอึ้งต่ออนาคตของนาง และในความฝันอันเลือนราง สามีที่นางใฝ่หาคือบุรุษสูงใหญ่ อ่อนโยน และมอบความรักให้นางทั้งใจ ด้วยเหตุนี้นางจึงเคยเผลอมีความรู้สึกให้โคล ชายหนุ่มผู้แสนสุภาพ

“บางทีเจ้าอาจลองทำความรู้จักกันไปก่อนก็ได้ ยังไม่ต้องรีบแต่งงาน ตอนนี้พวกเจ้าก็ยังเยาว์วัย ยังมีเวลาอีกมาก” วิเซริสที่ไม่เข้าใจความลึกซึ้งในจิตใจบุตรสาว กลับให้เพียงคำปลอบโยนผิวเผิน โดยคิดว่าเขาเข้าใจความกังวลของนางดี

แต่เรนีร่าส่ายหน้าแรง “ไม่! ท่านไม่เข้าใจเลย เราไม่ควรกำหนดอนาคตของเขาแทน!”

ถ้อยคำของนางไม่เพียงสะท้อนถึงตนเอง แต่ยังรวมถึงชะตาของเรการ์ด้วย

วิเซริสยังพยายามเกลี้ยกล่อมต่อ แต่เรนีร่าไม่อาจทนฟังได้อีก นางเอามือปิดหู แล้ววิ่งออกจากห้องไป ปล่อยให้บิดายืนอึ้งอยู่เบื้องหลัง เพราะนางไม่อาจทนรับการบีบบังคับจากเขาได้อีกต่อไป

วิเซริสมองตามแผ่นหลังของลูกสาวด้วยความเจ็บปวดในใจ ก่อนทุบจอกเหล้าใส่โต๊ะด้วยความขุ่นเคือง

ทั้งที่เขาทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของนาง แต่เขากลับไม่ได้รับคำขอบคุณเลยแม้แต่น้อย . . .

. . .

สามวันต่อมา บริเวณสนามประลองศิลปะการต่อสู้คึกคักเต็มไปด้วยเสียงเชียร์

วิเซริสนั่งบนที่นั่งหลักด้วยใบหน้ายิ้มบาง ๆ ขณะฟังรายงานจากหัตถ์แห่งราชา ลอร์ดไลโอเนล

“ฝ่าบาท หลุมมังกรได้รับการตรวจสอบและทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลกล่าว “จากคำให้การของผู้เลี้ยงมังกรสูงวัยคนหนึ่ง พบว่าเมสเตอร์บาสแห่งโอลด์ทาวน์เป็นผู้เปลี่ยนโซ่พันธนาการของดรีมไฟร์ เขาให้เหตุผลว่า ดรีมไฟร์มีนิสัยหงุดหงิดง่าย เมื่อมังกรตัวอื่นนำเหยื่อเข้ามาจึงต้องใช้โซ่สั้นเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวและป้องกันอันตรายต่อคนดูแล”

วิเซริสเลิกคิ้วขึ้นทันที “เจ้าคิดว่าคำอธิบายแค่นี้น่าเชื่อหรือ?”

ไลโอเนลส่ายหัว “ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้สึกว่ามันฟังดูจงใจมากเกินไป”

“แล้วเด็กนอกสมรสที่ถูกขังอยู่ในคุกล่ะ เขาเกี่ยวข้องหรือไม่?” วิเซริสนึกถึงเมย์นาร์ด ผู้ที่เรการ์เคยขอชีวิตไว้

“ยังไม่มีหลักฐานโยงว่าเขาเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารเจ้าชายเรการ์พ่ะย่ะค่ะ” ไลโอเนลกล่าวตรงไปตรงมา “เมสเตอร์บาสเองก็ยังให้การว่าเขารังเกียจฐานะของตนด้วยซ้ำ”

หลังพิจารณาเล็กน้อย วิเซริสก็โบกมือเบา ๆ “หากเป็นเรื่องเล็กก็ให้ปล่อยผ่านไปเถิด”

“อย่างน้อยเจ้าหนุ่มคนนั้นก็เป็นผู้รักษาเจ้าชายไว้ทัน ไม่เช่นนั้นบาดแผลคงเลวร้ายยิ่งกว่านี้แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนี้เจ้าชายยังมีสุขภาพแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ราวกับพระเจ้าประทานพร” ไลโอเนลกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อน ก่อนที่น้ำเสียงของเขาจะเปลี่ยนเป็นเข้มข้น “ถึงกระนั้นเมสเตอร์บาสก็ยังคงน่าสงสัยพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่แน่ใจว่าควรจัดการอย่างไรดี”

ดวงตาวิเซริสฉายแววเย็นเฉียบ “เมสเตอร์มีไว้รับใช้แผ่นดิน หากผู้รับใช้ล้ำเส้นเกินหน้าที่ ควรได้รับโทษอันเหมาะสม”

“ตัดมือข้างหนึ่งเพียงพอหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” ไลโอเนลถามเสียงต่ำ

“ดี ตัดมือ หากเขาประสงค์จะสวมผ้าดำไปหน่วยผู้พิทักษราตรีก็อย่าขัดขวาง”

ไลโอเนลโค้งศีรษะแล้วขอตัวกลับ ขณะที่สมองของเขาเริ่มคำนวณการเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อ

เมื่อหัตถ์แห่งราชาจากไป มันก็เหลือเพียงเดม่อนกับเรนีร่าอยู่ข้างวิเซริส ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการประลอง ราชวงศ์ส่วนใหญ่จึงเดินทางมาร่วมชม

เรนีร่าซึ่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ “เมสเตอร์คนนั้นเกือบทำให้เรการ์ตาย แต่ท่านกลับยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ เช่นนั้นหรือ?”

วิเซริสขมวดคิ้ว “เมสเตอร์อยู่ภายใต้เขตอำนาจของโอลด์ทาวน์ เราไม่อาจตัดสินพวกเขาตามอำเภอใจ การตัดมือหรือเนรเทศไปหน่วยผู้พิทักษ์ราตรีก็นับว่ารุนแรงแล้ว”

“แต่มันเกือบพรากชีวิตน้องข้า! สมควรตาย!” เรนีร่าตอบอย่างแข็งกร้าว

“เจ้าจะปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความยุติธรรมไม่ได้ อำนาจไม่ใช่สิ่งที่จะใช้พร่ำเพรื่อ กษัตริย์ต้องรู้จักยับยั้งตนเอง” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“หึ” เรนีร่าฮึดฮัดอย่างขุ่นเคือง พลางเบือนหน้าหนี

เดม่อนที่นั่งเงียบมานานก็ได้แต่ยิ้มเยาะอยู่เงียบ ๆ เขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาเป็นคนอ่อนแอ ลังเล และไม่มีวันเปลี่ยน

แน่นอนว่าวิเซริสไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังตกเป็นเป้าความดูแคลนของน้องชาย เขายังคงจดจ่ออยู่กับเวทีเบื้องหน้า เชื่อมั่นว่ากษัตริย์ที่ดีต้องไม่ใช่คนที่ใช้อำนาจตามอารมณ์

. . .

การแข่งขันในสนามประลองยังดำเนินอย่างดุเดือด การแข่งขี่ม้า ประลองดาบ และยิงธนูบนหลังม้าสิ้นสุดลง เหลือเพียงการดวลตัวต่อตัวเพื่อหาผู้ชนะสูงสุด

ผู้ชมหลายพันชีวิตจับจ้องไปยังสนามประลองอย่างคึกคัก ด้านหนึ่งคือยอดนักรบจากแคสเตอร์ลีร็อคผู้มีร่างกายใหญ่โต สวมเกราะหนักและถือดาบใหญ่ อีกด้านคือผู้เข้าแข่งขันที่ไม่คาดฝัน ซีริโอ ไฟเออร์ นักรบผู้ใช้สไตล์การระบำแห่งสายน้ำ

ฝีมือดาบของซีริโอเหนือชั้น เขาพลิ้วไหวราวงูและคล่องแคล่วดั่งกระต่าย หลบการโจมตีได้ทุกครั้ง และตอบโต้ด้วยการฟันเข้าใส่จุดอ่อนของศัตรูอย่างแม่นยำ ทำให้ไม่ถึง 15 นาที การประลองก็สิ้นสุดลง พร้อมชัยชนะของซีริโอที่ได้รับเสียงโห่ร้องจากทั้งขุนนางและชาวบ้าน

เมื่อถึงพิธีมอบรางวัลผู้ชนะทั้งหมดก็ทยอยขึ้นรับรางวัลจากกษัตริย์ จนถึงคิวของซีริโอ เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าวิเซริส ซึ่งวิเซริสก็แย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ

“ข้าจำเจ้าได้” วิเซริสกล่าวอย่างอบอุ่น “เจ้าพูดไว้ว่าจะล้มแชมป์ให้ได้ ดูเหมือนคำคุยโวของเจ้าจะไม่เกินจริง”

ซีริโอถวายคำนับ “ข้ามิกล้าคุยโวต่อหน้าฝ่าบาท”

วิเซริสพยักหน้า “ตามที่สัญญาไว้ เจ้าจะขอสิ่งใดก็ได้”

“ข้ามาจากบราวอส ไร้ญาติ ไร้ชื่อเสียง ขอวิงวอนอยู่รับใช้ที่เรดคีป ในฐานะครูสอนฟันดาบ” ซีริโอกล่าวโดยไม่ลังเล

วิเซริสเลิกคิ้วอย่างสนใจ “เหตุใดจึงไม่เลือกเส้นทางอัศวิน?”

“เพื่อเจ้าชายเรการ์พ่ะย่ะค่ะ” ซีริโอตอบทันที

“เรการ์?” วิเซริสทวนเสียงแปลกใจ

“เจ้าชายเปี่ยมด้วยคุณธรรมและปัญญาเป็นพรจากฟ้าโดยแท้ ข้าอยากถ่ายทอดวิชาดาบทั้งหมดให้เจ้าชาย เพื่อให้เจ้าชายเติบโตเป็นอัศวินที่หาญกล้าไร้เทียมทานในอนาคตพ่ะย่ะค่ะ” ซีริโอกล่าวด้วยแววตาแน่วแน่

จบบทที่ ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 39 ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว