- หน้าแรก
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน
- ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 38 พ่อกับลูกสาว
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 38 พ่อกับลูกสาว
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 38 พ่อกับลูกสาว
ตระกูลแห่งมังกร : ข้าคือเรการ์ ทาร์แกเรียน ตอนที่ 38 พ่อกับลูกสาว
เรนีร่าย่างเท้าเข้ามาอย่างร้อนรน คิ้วขมวดด้วยความวิตก “อลิเซนต์บอกว่าเรการ์ได้รับบาดเจ็บ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“เรนีร่า . . . เจ้ากล้าพูดกับพ่อ และกษัตริย์เช่นนี้หรือ?” วิเซริสขมวดคคิ้วไม่พอใจกับน้ำเสียงนั้น
เรนีร่าชะงักเล็กน้อยก่อนตอบอย่างจนปัญญา “ขออภัยเพคะท่านพ่อ ข้าแค่เป็นห่วงเรการ์”
“เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกไฟลวกทั่วร่าง แกรนเมสเตอร์บอกว่าอาจไม่รอด” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงอึมครึม
แม้จะมีคำวินิจฉัยจากหมอหลวง แต่วิเซริสก็ยังรู้สึกได้ว่าเรการ์ดูเข้มแข็งเกินกว่าคนที่กำลังจะตาย บางทีอาจเป็นเพราะพระเจ้าทรงโปรด
เรนีร่ายืนนิ่งงัน ราวกับโลกทั้งใบถล่มทลาย นางไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“เมื่อเช้าเขายังดีอยู่เลย ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ . . .” นางพึมพำ ราวกำลังต่อสู้กับความเป็นจริงอันโหดร้าย จนเมื่อจิตใจเริ่มตั้งมั่น นางก็เอ่ยด้วยความเด็ดเดี่ยว “ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน? ข้าต้องไปหาเขา”
วิเซริสปรายตามอง นัยน์ตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง “เจ้ายังห่วงน้องชายอยู่หรือ? ข้านึกว่าใจเจ้าหล่นไปอยู่กับเดม่อนเสียแล้ว”
“ท่านพ่อพูดอะไรไร้สาระ! ข้าภักดีต่อครอบครัวเสมอ ตอนนี้เรการ์ต้องการข้า” เรนีร่าสวนทันควันด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
“สิ่งที่เขาต้องการคือการพักผ่อน ไม่ใช่แขกที่มารบกวน” วิเซริสโต้กลับเสียงกร้าว
เขาได้ต่อจิ๊กซอว์เหตุการณ์ในหลุมมังกรเรียบร้อยแล้ว ทั้งคำพูดระหว่างเรนีร่าและเดม่อนก่อนหน้าและหลังเกิดเหตุ บางสิ่งในแววตาของเดม่อนทำให้วิเซริสรู้สึกว่าน้องชายของเขาอาจกำลังล่วงล้ำเส้นที่ไม่ควรข้าม ซึ่งเขาจะไม่มีวันยอมให้การผิดพลาดเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก
เรนีร่ารับรู้ได้ถึงความตึงเครียด จึงเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มนวล “ในฐานะพี่สาว ข้าแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรการ์”
วิเซริสตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้นางฟังโดยไม่ปิดบัง
เรนีร่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “เขาไปพยายามทำให้ดรีมไฟร์เชื่องคนเดียวอย่างนั้นหรือ!? เขาคิดจะฆ่าตัวตายหรือไง?”
ทุกคนรู้ดีว่ามังกรนั้นอันตรายเพียงใด โดยเฉพาะตัวที่ถูกล่ามโซ่มานานอย่างดรีมไฟร์ ซึ่งมันไม่เหมือนกับเรนีร่าที่ผ่านประสบการณ์ฝึกมังกรมาด้วยความระมัดระวัง และมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเสมอ ดังนั้นการบุกเข้าไปทำให้มังกรโตเชื่องเพียงลำพังนั้นมันเท่ากับแส่หาความตายจริง ๆ
ทุกปีที่ดราก้อนสโตน มักมีลูกหลานสายเลือดวาเลเรียนแอบพยายามฝึกมังกรป่าด้วยตนเอง และหลายคนก็ถูกเผาจนไม่เหลือซาก ดังนั้นความคิดว่าเรการ์เกือบกลายเป็นหนึ่งในนั้น ทำให้นางเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
หากวันนั้นนางไม่ปฏิเสธคำขอของเขา ไม่แน่ว่าเรื่องนี้อาจไม่เกิดขึ้น . . .
เมื่อเห็นบุตรสาวโทษตนเอง วิเซริสก็ใจอ่อนลง พลางถอนหายใจ “เรการ์โชคดีไฟมังกรเผาไม่ลึกมาก หากได้รับการดูแลดี ๆ ข้าว่าเขาจะฟื้นตัวได้”
เรนีร่าผ่อนลมหายใจยาว “ขอบคุณพระเจ้า อย่างน้อยชีวิตของเขาก็ปลอดภัย”
เมื่อบรรยากาศเริ่มคลี่คลาย วิเซริสก็ค่อย ๆ วางไม้ปั้นลงบนรูปปั้นหิน แล้วเปลี่ยนเรื่องไปยังหัวข้อที่เขาตั้งใจไว้
“เรนีร่า . . . เจ้าหลงใหลผู้ใดอยู่หรือไม่?” น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนกระอักกระอ่วน
เรนีร่าขมวดคิ้วอย่างระแวง “ทำไมจู่ ๆ ท่านพ่อถึงถามแบบนี้? มีขุนนางคนไหนเริ่มส่งเถาวัลย์มาอีกแล้วหรือ?”
“แค่ถามไว้เฉย ๆ” วิเซริสรีบไอแก้เก้อ ก่อนจะพูดจริงจัง “พ่อแค่อยากให้เจ้ารู้ว่า ถ้ามีคนที่เจ้ารู้สึกดีด้วย พ่อพร้อมจะรับฟัง”
เรนีร่าเบ้ปาก “พวกชายที่ข้าเคยเจอ ล้วนแต่ยโสโอหัง ส่วนคนดี ๆ ก็มักจะหลงตัวเอง”
วิเซริสถอนใจเบา ๆ ก่อนจะเข้าเรื่องที่แท้จริง “หากพ่อเป็นคนเลือกให้เจ้าเองล่ะ? คนที่เหมาะสมและคู่ควรกับสถานะของเจ้า”
“เราตกลงกันแล้วมิใช่หรือว่าจะไม่พูดเรื่องนี้จนกว่างานแข่งจะจบ ท่านพ่อ?” เรนีร่าตอบทันควัน สีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ลองเปิดใจพบพวกเขาก่อนได้หรือไม่? เจ้าอาจเปลี่ยนใจภายหลังก็ได้”
เรนีร่าหันหน้าหนีอย่างขัดใจ “ก็ได้ แต่ข้าไม่คาดหวังนักหรอก”
เมื่อเห็นความดื้อรั้นยังไม่ลดลง วิเซริสจึงเปลี่ยนแนว “แล้วเจ้าคิดอย่างไรกับการรักษาธรรมเนียมของครอบครัวเรา?”
“ธรรมเนียม? อย่าบอกนะว่า . . .” เรนีร่าหันกลับมามองทันที แววตาเต็มไปด้วยความระแวง และขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “ท่านจะยอมสังเวยความสุขของข้าเพื่อรักษาบัลลังก์ และลากคนอื่นเข้ามาในแผนของท่านหรือท่านพ่อ?”
“สังเวยความสุขหรือ? ในฐานะเจ้าหญิงของราชอาณาจักร เจ้ามีหน้าที่ต้องแต่งงานที่เหมาะสม!” วิเซริสแทบอดกลั้นไม่ไหว “แม้แต่พ่อ . . . ซึ่งเป็นกษัตริย์ยังหลีกเลี่ยงหน้าที่นี้ไม่ได้!”
เรนีร่ากำหมัดแน่น “ถ้าท่านอยากให้มีการแต่งงานนักก็ไปหาคู่เสียเองเถอะ! ข้าไม่รับข้อเสนอจากฝูงอีแร้งพวกนั้น และอย่าคิดว่าข้าจะยอมรับแผนอะไรเกี่ยวกับเรการ์ด้วย!”
“เรนีร่า! เจ้ารู้ตัวไหมว่าพูดเรื่องโง่เง่าอะไรออกมา? เจ้าเป็นเจ้าหญิง เป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์เหล็ก ได้รับเกียรติและอำนาจอย่างล้นเหลือ แต่กลับไม่ยอมทำหน้าที่ของตน!” วิเซริสระเบิดเสียง “เจ้าห่วงแต่ความต้องการส่วนตัว ปฏิเสธทุกอย่างที่ควรเสียสละเพื่อสถานะของเจ้า! เจ้าคิดว่านี่คือหน้าที่ของทายาทอย่างนั้นหรือ?”
เรนีร่าจ้องกลับด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว “อำนาจต้องได้มาด้วยความสามารถ ไม่ใช่แค่เพราะกำเนิด ข้าจะไม่ลดตัวลงเพื่อเอาใจใครทั้งนั้น”
“แล้วเจ้าทำอะไรไว้บ้าง? เจ้าพิสูจน์อะไรให้เห็นแล้วหรือยังว่าสมควรเป็นรัชทายาท?” วิเซริสถามกลับเสียงเฉียบ
“สรุปแล้ว นี่คือสิ่งที่ท่านพ่อคิดมาตลอดใช่หรือไม่? ว่าข้าไม่คู่ควรเป็นทายาท?” เรนีร่าหัวเราะเยาะด้วยสีหน้าเย็นชา “ท่านพ่อมีลูกชายแล้ว เอกอน เอม่อน โดยเฉพาะเรการ์ที่กลับมาแข็งแรง ท่านไม่ต้องการลูกสาวอย่างข้าอีกแล้วใช่หรือไม่?!”
“ไม่ใช่! แม้พ่อจะเคยลังเล แต่พ่อก็ยังคงยอมรับว่าเจ้าคือรัชทายาทโดยชอบธรรม” วิเซริสส่ายหัวทันที “แต่อย่าลืมว่าผู้หญิงที่ขึ้นครองบัลลังก์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ หากเจ้าไม่เลือกคู่ครองที่แข็งแกร่งจากตระกูลทรงอำนาจ เจ้าจะรักษาอำนาจไว้ไม่ได้ และเรการ์มีสายเลือดทาร์แกเรียน และบริสุทธิ์พอจะช่วยหนุนบัลลังก์ของเจ้าได้”